“เฮ้อ… เจ้าเลิกเอากระบี่จ่อคอข้าได้หรือไม่ แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลยหรือ” เจ้าตัวส่ายหน้าทำเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใดเพราะคนที่อยู่ตรงหน้าก็คนกันเองทั้งนั้น“ฝ่าบาทอยากลองลิ้มรสอาวุธของกระหม่อมดูสักครั้งหรือไม่ เผื่อจะจำได้ว่านางเป็นภรรยาของข้า”“เซียวเอ๋อร์ เจ้าดูเอาเถอะ เขาชอบหันกระบี่หาข้าอยู่ร่ำไป ไม่รู้หรือว่าข้าน่ะเป็นรัชทายาทแคว้นซวงเหวินเชียวนะ” จู่ ๆ เสียงนั้นก็เคร่งขรึมขึ้นมาทันที “ว่าแต่เจ้าไม่สนใจเป็นสนมของข้าหรือ”“ท่านพี่... ตามใจเถอะ ข้าไม่ห้ามหรอก” บุตรสาวแม่ทัพใหญ่ยิ้มให้สามีพลันองค์รัชทายาทเสียวสันหลังวาบเพราะรอยยิ้มแสยะของหยางเสวี่ยเฟย แสงจันทร์ส่องลงมาที่กระบี่สีเงินแวววาวสะท้อนเข้าตาตัวเองจนต้องรีบหลบหลังน้องชายเสียงพึมพำเอ่ยขึ้นมา “น่ากลัว มีแต่คนน่ากลัว” แล้วหันไปทำสายตาอ้อนวอน “เจ้าเป็นน้องชายที่ใจดีที่สุดของข้า”“อืม ทรงรู้เช่นนี้ก็ดีแล้วเพราะข้าเองก็คิดว่าจะอดทนอีกไม่นานเช่นกัน” หลินเพ่ยอินยิ้มมีเลศนัย “ครานี้ทรงเสด็จกลับวังหลวงกับข้าได้หรือไม่”“อืม กลับแล้ว ไม่ดื้อแล้ว” หลินชิงหรูจำต้องยอมรับโชคชะตาของตัวเองไปโดยปริยายหากแต่ค่ำคืนนั้นนับว่าเป็นการกลับมาพบก
Read more