ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ

ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ

last updateLast Updated : 2026-04-22
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
Not enough ratings
113Chapters
2.7Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ทะลุมิติไปเป็นนางร้ายบทจางแสนอาภัพรัก คิดอยากเปลี่ยนชีวิตตัวเองจึงตั้งมั่นว่า "ข้าไม่ใช่มู่หรงเซียวผู้นั้น เลิกรักเจ้าไม่ใช่เรื่องยาก คอยดูเถอะข้าจะหาคนที่ดีกว่าเจ้าให้ได้"

View More

Chapter 1

ตอนที่ 1 วิญญาณฉัน... ร่างใคร

จื่อเถิงฮวา ตำหนักขององค์หญิงเยว่หลิงกำลังมีงานเลี้ยงฤดูใบไม้ผลิเหมือนอย่างทุกปี บรรยากาศเต็มไปด้วยความรื่นเริงและสดใสไม่แพ้ดอกจื่อเถิงที่ผลิบานส่งกลิ่นหอมอบอวลในสวนกว้างใหญ่

“คุณหนูจะกลับแล้วหรือเจ้าคะ” เมิ่งเซียง สาวใช้วัยสิบหกปีของบุตรสาวสกุลมู่เอ่ยถามผู้เป็นเจ้านาย 

“อืม… ข้ารู้สึกเวียนหัว” นางตอบอีกฝ่าย สีหน้าอิดโรยเล็กน้อยไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด สายตามองไปยังทางออกแต่เพราะมีผู้คนยืนออกันหนาแน่นจึงเลี่ยงไปทางริมสระน้ำเพื่อที่จะได้กลับจวนเร็วขึ้นกว่าเดิม

“คุณหนู ทางนี้…” เมิ่งเซียงยังพูดไม่ทันจบ มัวแต่มองทางข้างหน้าเพื่อพาเจ้านายออกไปโดยเร็ว หันกลับมาอีกทีจึงได้เห็นแต่ร่างบางที่กำลังลอยเคว้งตกสระบัว

ตู้ม น้ำใสแจ๋วกระจายเป็นวงกว้างในขณะที่ตัวคนพยายามตะเกียกตะกายเพราะว่ายน้ำไม่เป็น

“คุณหนู!” สาวใช้ร้องลั่นรีบขอให้คนช่วยแต่บริเวณนั้นกลับมีแต่บุตรสาวขุนนางไฉนจะว่ายน้ำเป็นกัน จึงหยิบท่อนไม้ยาวยื่นไปหาเจ้านายพร้อมตะโกนไม่หยุด “ช่วยด้วยเจ้าค่ะ!!!”

ทว่า เพียงพริบตาเดียว ร่างบางกลับหมดแรงลงดื้อ ๆ เพราะปวดหัวเป็นทุนเดิม สายตาที่มองมายังเมิ่งเซียงราวกับจะบอกลาเป็นครั้งสุดท้ายอย่างไรอย่างนั้น

“คุณหนู!!!” หญิงสาวตะโกนก้องแล้วกระโดดตามลงไปช่วยทันทีด้วยความตกใจ แต่เพราะนางเองก็ว่ายน้ำไม่เป็นจึงเหมือนจะจมดิ่งตามเจ้านายไปด้วย โชคยังดีที่อยู่ใกล้ตลิ่ง ขันทีที่เพิ่งมาถึงจึงคว้านางขึ้นฝั่งได้ทัน

เกือบไปแล้ว เมิ่งเซียง สายตาของมู่หรงเซียวมองสาวใช้คนสนิท รู้ว่าอีกฝ่ายรักและซื่อสัตย์กับตัวเองมากแค่ไหนจึงโล่งใจที่มีคนช่วยนางไว้ทันเพราะไม่อยากให้เป็นอะไรไปด้วยอีกคน

ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะปิดลง มู่หรงเซียวสัมผัสได้ว่าร่างของเธอถูกใครบางคนคว้าขึ้นมาเหนือผิวน้ำ สติแทบไม่หลงเหลือ อาการเหนื่อยล้าถาโถมจึงไม่ทันได้รู้เลยว่าหลังจากนี้เหตุการณ์ในตำหนักองค์หญิงเยว่หลิงวุ่นวายมากเพียงใด

จวนสกุลมู่

หมอยาวิ่งวุ่นเข้าออกเรือนของมู่หรงเซียวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดพอ ๆ กันกับมู่หลิงอวิ๋น แม่ทัพใหญ่แคว้นฉินหมิงผู้เป็นบิดาของนาง

“ท่านพี่ ทำอย่างไรดีเจ้าคะ” ฮูหยินมองหน้าสามี กังวลเรื่องบุตรสาวเพราะอาการเหมือนไม่ดีขึ้นเลย

เขาส่ายหน้าเล็กน้อยแล้วกุมมือคนตรงหน้าปลอบประโลมว่า “ฮูหยิน ใจเย็นก่อนเถิด ข้าไม่มีทางปล่อยให้ลูกของเราเป็นอันใดไปเด็ดขาด”

มู่หรงเซียว หญิงสาวอายุสิบแปดปีแสนเพียบพร้อมมีเรือนผมสีดำขลับ ดวงตาสีทับทิมเหมือนมารดา ผิวขาวดั่งไข่มุกเป็นบุตรสาวคนเดียวของแม่ทัพใหญ่และฮูหยินจึงได้รับความรักอย่างเต็มเปี่ยมจากพวกเขา

นางไม่เคยต้องตกระกำลำบาก อิ่มหมีพีมันจนสามารถใช้ชีวิตเช่นนี้ตลอดไปได้อย่างสุขสบายและหากปรารถนาสิ่งใด เพียงแค่เอ่ยปากขอย่อมได้รับสิ่งนั้นภายในชั่วพริบตา

ขณะที่ทุกคนต่างกังวลเรื่องของนางเพราะชีพจรเต้นไม่เป็นจังหวะ จู่ ๆ หญิงสาวก็สะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยสร้างความตกตะลึงให้หมอยาเป็นอย่างยิ่ง

“โอ๊ย... ปวดหัว” หญิงสาวกุมศีรษะสีหน้าเหยเกก่อนจะมองดูรอบตัวแล้วพบว่าไม่คุ้นหน้าคนที่ยืนรายล้อมเลยจริง ๆ

“คุณหนูสกุลมู่ รู้สึกอย่างไรบ้างขอรับ” หมอยาเอ่ยถามคนไข้แต่นางกลับไม่ตอบสิ่งใดเพราะงุนงงว่าเขากำลังพูดกับใครอยู่ “คุณหนู มองเห็นข้าหรือไม่” เขายกมือโบกไหวผ่านหน้าหญิงสาวเพื่อตรวจการมองเห็น

“…” อีกฝ่ายยังคงนิ่งแล้วกะพริบตาปริบ ๆ ทำความเข้าใจกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

“เซียวเอ๋อร์ลูกแม่” ฮูหยินรีบวิ่งเข้ามากอดนางด้วยความดีใจ น้ำตารื้นพลางโล่งใจไปเปราะหนึ่ง “เจ้าเจ็บตรงไหนหรือไม่”

“…” แววตาของมู่หรงเซียวคล้ายว่างเปล่า สูดหายใจเข้าออกตั้งสติแต่ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว

“เซียวเอ๋อร์ ยังเจ็บอยู่หรือจึงไม่พูดอะไรบ้าง” ครานี้บิดานางเอ่ยถามบ้างแล้วลูบศีรษะอย่างอ่อนโยน ห่วงใยบุตรสาวที่รักปานดวงใจ

แม้ที่ผ่านมานางจะดื้อดึงเล่นซนไปบ้างแต่ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่เจ็บมากเพียงนี้

มู่หรงเซียวขมวดคิ้วมุ่นเริ่มทนไม่ไหวเพราะไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นสักนิดเดียว หันมองหน้าฮูหยินสลับกับแม่ทัพใหญ่และหมอยาด้วยความสับสน

“ท่านหมอ อาการนางหนักขนาดพูดไม่ได้เลยหรือ ท่านรีบตรวจดูหน่อยเถิด ช่วยบุตรสาวข้าด้วยเจ้าค่ะ” ฮูหยินอ้อนวอนอย่างน่าสงสารทำให้หมอยาเกิดหนักใจมากกว่าเดิมก่อนจะให้พวกเขาออกไปรอข้างนอกแล้วทำการตรวจร่างกายมู่หรงเซียวอีกครั้งหนึ่งให้แน่ใจ

“อืม…” เขาถอนหายใจ ครุ่นคิดว่าจะเริ่มต้นพูดอย่างไร “ชีพจรปกติดี เรื่องอื่น ๆ ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงยกเว้น…”

“ยกเว้นอะไรหรือ” แม่ทัพใหญ่ถามทันควัน สีหน้าจริงจังรอฟังคำตอบ

“เหมือนนางจะจำไม่ได้ว่านางเป็นใคร” หมอยาตอบไปตามตรง “บางทีนางอาจจะตกใจมากเกินไป ความทรงจำจึงเลือนรางชั่วขณะ”

“ไม่จริง” ผู้เป็นมารดาส่ายหน้าแล้วรีบวิ่งไปหาบุตรสาว “เซียวเอ๋อร์ เจ้าจำแม่ได้หรือไม่”

มู่หรงเซียวหรี่ตามองอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้าตอบไม่มีอ้อมค้อม “จำไม่ได้”

“ท่านพี่…” ฮูหยินหันไปหาสามี สีหน้าทุกข์ใจจนน้ำตาไหลพราก “โธ่ ลูกแม่…” 

“ร้องไห้ทำไม” หญิงสาวเอื้อมมือเช็ดน้ำตาให้อย่างแผ่วเบา แม้สับสนกับชีวิตตัวเองแต่ก็รู้สึกเศร้าไปด้วยที่เห็นใครร้องไห้ต่อหน้าต่อตา

“ลูกแม่ เจ้า…” นางโผกอดบุตรสาวแนบแน่น รำพึงรำพันอยู่พักหนึ่งแล้วปล่อยให้นางได้พักผ่อนร่างกายให้เพียงพออย่างที่ท่านหมอบอกด้วยความหวังเต็มเปี่ยมว่าอีกไม่กี่วันความทรงจำของบุตรสาวจะกลับมา

ครั้นอยู่เพียงลำพังในห้อง หญิงสาวจึงได้มีเวลาคิดทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ 

มู่หรงเซียวอย่างนั้นหรือ คุ้นยิ่งนัก เหมือนเคยได้ยินมาก่อน นางคิดในใจ รีดเค้นความทรงจำของตัวเองเท่าที่จะทำได้ แม่ทัพใหญ่มู่หลิงอวิ๋น ท่านแม่ เมิ่งเซียง เมืองหลวงเยว่จวน แคว้นฉินหมิง 

พลันนัยน์ตาสีทับทิมเป็นประกายทันใด จำได้แล้ว แต่ไม่ใช่หรอก เป็นไปไม่ได้

หญิงสาวไม่อยากเชื่อว่าเวลานี้กำลังอยู่ในร่างของมู่หรงเซียว บุตรสาวแม่ทัพใหญ่แคว้นฉินหมิง คนเราจะเข้ามามีชีวิตอยู่ในนิยายได้อย่างไรจึงลองเรียกเมิ่งเซียงเข้ามาถามให้รู้ความ

“คุณหนู ยังจำไม่ได้อีกหรือเจ้าคะ” น้ำตารื้นร่วงผล็อยน่าเอ็นดู สีหน้าเสียอกเสียใจที่วันนั้นช่วยอะไรเจ้านายตัวเองไม่ได้

“เมิ่งเซียง ข้าคือมู่หรงเซียวอย่างนั้นหรือ” 

“เจ้าค่ะ” นางพยักหน้า สะอึกสะอื้น “คุณหนู ข้าผิดเองที่วันนั้น…”

“เดี๋ยวก่อนเมิ่งเซียง เจ้าอย่าเพิ่งร้องไห้” หญิงสาวยื่นผ้าให้นางเช็ดน้ำตาพลางถามอีกว่า “บิดาข้าคือแม่ทัพใหญ่มู่หลิงอวิ๋นจริงหรือ”

“เจ้าค่ะ ฮือ… คุณหนู เริ่มจำได้แล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ ข้าจะรีบไปบอกนายท่านกับฮูหยิน” เมิ่งเซียงทำท่าลุกขึ้นแต่ถูกอีกฝ่ายคว้ามือเอาไว้

“อย่าเพิ่งไป ข้ายังจำไม่ค่อยได้ ขอเวลาให้ข้าได้นึกทบทวนอีกสักนิด” มู่หรงเซียวทำหน้าจริงจัง แม้ไม่อยากเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ยิ่งได้เห็นภาพรอบตัวและได้ฟังเรื่องราวต่าง ๆ ก็จำต้องยอมรับอย่างไม่มีทางเลี่ยง

นางจึงเริ่มต้นใช้ชีวิตเป็นมู่หรงเซียว นางร้ายลำดับที่สามประจำนิยายรักสามสี่ห้าเส้าเรื่องดอกอวี้หลานผลิบานกลางฝนโปรยไปโดยปริยาย อาศัยความคลับคล้ายคลับคลาปะติดปะต่อเรื่องราวต่าง ๆ จนมั่นใจแล้วว่ามู่หรงเซียวคือหนึ่งในนางร้ายที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อแย่งชิงรองแม่ทัพหยางเสวี่ยเฟยผู้เป็นพระรอง

แม้จะเป็นถึงนางร้ายแต่ก็เป็นเพียงบทจาง ๆ ราวกับมีไว้เพื่อประดับเรื่องราวของพระรองอย่างเขาเท่านั้น ภาพลักษณ์บุตรสาวแม่ทัพใหญ่จึงแตกต่างจากนางร้ายอีกคนที่แสดงออกอย่างชัดแจ้ง

ครั้งหนึ่งเคยแสดงนิสัยเอาแต่ใจอย่างที่ตัวเองต้องการแล้วอีกฝ่ายไม่สนใจจึงเริ่มเลียนแบบนางเอกกลายเป็นคนที่มีภาพลักษณ์สุขุม เยือกเย็นโดยไม่รู้ตัวแต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ชีวิตของนางร้ายผู้นี้ก็ดูน่าสงสารอยู่ไม่น้อย

แม้ได้แต่งงานกับหยางเสวี่ยเฟย มีบุตรชายด้วยกันหนึ่งคนแต่กลับไม่เคยได้รับความรักจากเขาเลย ทั้งยังโดนเกลียดจนนางทุกข์ระทมกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต

ในขณะที่หยางเสวี่ยเฟยกลับสมหวังได้รับความรักจากนางเอกอย่างเสิ่นอวี้หลานและใช้ชีวิตร่วมกันในบั้นปลายอย่างมีความสุข

หญิงสาวยังจำประโยคสุดท้ายของนิยายเรื่องนั้นได้เป็นอย่างดี คำพูดที่มู่หรงเซียวบอกกับบุตรชายยามได้เห็นผู้เป็นสามีนั่งรำพึงคิดถึงหญิงคนรักอยู่ใต้ต้นอวี้หลานแม้นางจากไปหลายปีแล้ว

“หยางหยาง เจ้าอย่าลืมสิ่งที่แม่ขอ” มู่หรงเซียววัยชราเอ่ยกับหยางเสวี่ยอิง บุตรชายคนเดียวที่รักนางยิ่งกว่าใคร “หากข้าเป็นอันใดไป เจ้าช่วยฝังข้าไว้ข้าง ๆ พ่อของเจ้าได้หรือไม่”

เมื่อคิดถึงชีวิตของมู่หรงเซียว หญิงสาวที่เพิ่งเข้าร่างมาใหม่ก็ตั้งปณิธานในทันที ไหน ๆ ก็เป็นเพียงนางร้ายที่แทบเหมือนตัวประกอบ ไม่มีผลอันใดกับเนื้อเรื่องมากนัก การจะนำพาตัวเองออกจากรักสี่ห้าเส้าย่อมทำได้โดยง่าย

ใครจะรักใครก็เรื่องของเขา มู่หรงเซียว ข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ว่าใต้หล้ากว้างใหญ่ยังมีเรื่องน่าสนใจรอเจ้าอยู่ ไม่จำเป็นต้องทุกข์ทนกับรักที่ไม่สมหวังจนพลาดอะไรไปหลายอย่าง

ดังนั้น ชาตินี้ ข้าจะทำให้เจ้ามีความสุขยิ่งกว่าใคร ๆ นางคิดในใจแล้วเอียงคอทำหน้างุนงงถามตัวเองด้วยความสงสัย เวลานี้ข้าจำได้ว่ามู่หรงเซียวเป็นผู้ใด จำได้กระทั่งเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตของนางแต่กลับจำเรื่องของตัวเองไม่ได้ ก่อนจะเข้ามาอยู่ในนิยายเรื่องนี้ ข้าเป็นผู้ใดกันเล่า

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
113 Chapters
ตอนที่ 2 ตกหลุมรักคนเดิม
เช้าวันต่อมามู่หลิงอวิ๋นและฮูหยินได้เข้ามาเยี่ยมบุตรสาวด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวังเพราะเมิ่งเซียงบอกว่าอาการดีขึ้นแล้วแต่ยังคงมีปัญหาเรื่องความทรงจำเล็กน้อย“ท่านพ่อ ท่านแม่” มู่หรงเซียวเรียกคนตรงหน้าคลายความกังวลใจของพวกเขา ยิ่งเห็นหน้าตาอิดโรยก็เข้าใจได้ว่าเป็นห่วงบุตรสาวถึงขั้นนอนไม่หลับ “ข้าไม่เป็นอันใดมากแล้วเจ้าค่ะ”มารดาโอบกอดนางด้วยความห่วงใย ลูบแผ่นหลังเบา ๆ “แม่เป็นห่วงเจ้ายิ่งนัก ไม่เป็นอันใดก็ดีมากแล้วแต่ว่าเมิ่งเซียงบอกว่ายังมีบางสิ่งที่เจ้ายังจำไม่ได้ใช่หรือไม่”มู่หรงเซียวพยักหน้าตอบไปตามตรง ต่อให้อ่านนิยายจนจำได้ขึ้นใจแต่ทุกอย่างก็เป็นเพียงคำบรรยายในหนังสือ ป่านนี้แล้วนางยังนึกหน้าหยางเสวี่ยเฟยไม่ออกเลยว่าเป็นเช่นไร เหตุใดบุตรสาวแม่ทัพใหญ่จึงได้หลงใหลมากเพียงนั้น“อย่างน้อยเจ้าจำพ่อกับแม่ได้ก็พอแล้วเซียวเอ๋อร์” ผู้เป็นบิดากล่าวด้วยความโล่งใจ หญิงสาวยิ้มให้พวกเขาทั้งสองพลางทานอาหารร่วมกันเป็นครั้งแรก น่าแปลกนักที่นางรู้สึกว่าคุ้นเคยกับคนตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูก กระทำสิ่งต่าง ๆ ได้ปกติ ทั้งคำพูด กิริยาท่าทาง ลักษณะนิสัย ไม่มีใครสงสัยเลยว่านางไม่ใช่มู่หรงเซียวตัวจริง
Read more
ตอนที่ 3 เข้าใจผิด
ไม่นานนัก พวกเขาได้มาถึงจวนแม่ทัพใหญ่ มู่หลิงอวิ๋นเห็นลูกน้องอุ้มบุตรสาวมาก็นึกกระวนกระวายใจรีบพรวดพราดออกมารับหน้าประตู“เซียวเอ๋อร์ เจ้าไม่สบายหรือ” เขาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงแล้วหันไปบอกคนใช้ในจวน “ไปตามหมอมาเร็วเข้า”“ท่านพ่อ ข้าแค่เวียนหัวนิดหน่อยเจ้าค่ะ หากได้นอนพักสักงีบ อาการคงจะค่อย ๆ ดีขึ้น” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับจะเป็นลมล้มพับได้ทุกเมื่อแต่ไม่วายดิ้นรนอยากออกจากอ้อมกอดหยางเสวี่ยเฟย “รองแม่ทัพ ขอบคุณน้ำใจของเจ้ายิ่งนัก ถึงจวนข้าแล้วเจ้าค่ะ”หากแต่ชายหนุ่มไม่ยอมปล่อยเพราะในใจกำลังคิดว่าหญิงสาวตรงหน้ากำลังเสแสร้งทำเป็นไม่รู้จักเขาและอาการทั้งหมดที่คนเล่าลือว่าความทรงจำบางส่วนขาดหายเป็นเรื่องเหลวไหลทั้งเพดวงตาสีทับทิมมึนงงมองเขาเพราะไม่เข้าใจ “จะไปส่งข้าถึงในเรือนหรือเจ้าคะจึงไม่ยอมปล่อย”ครั้นเห็นเขาขยับขาก็รีบมองหน้าบุรุษอีกคนที่ยืนอยู่ข้างแม่ทัพใหญ่ ส่งสายตาขอความช่วยเหลือทันที“รองแม่ทัพไม่ต้องทำถึงเพียงนั้นหรอกขอรับ ถึงอย่างไรเรือนของคุณหนูก็เป็นพื้นที่ส่วนตัว จะให้ชายอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัวเข้าไปคงไม่งามนัก” เซี่ยหลานเฟิง มือขวาแม่ทัพใหญ่ที่อายุเท่าหยางเสวี่ยเ
Read more
ตอนที่ 4 คาดคั้น
ค่ำคืนนั้น หยางเสวี่ยเฟยไม่พูดอะไรเพราะรีบพาเสิ่นอวี้หลานไปส่งที่จวน แม้มู่หรงเซียวจะรอดพ้นจากชายหนุ่มไปได้แต่เช้าตรู่วันต่อมากลับได้ยินเมิ่งเซียงปลุกด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“ท่านรองแม่ทัพมารอคุณหนูเจ้าค่ะ”“บอกไปว่าข้าไม่อยู่” นางส่ายหน้าคว้าผ้าห่มมาคลุมโปงไม่อยากรับรู้สิ่งใด“แต่ว่าเขาจะรอ” เมิ่งเซียงพูดเหมือนทุกวันไม่ผิดเพี้ยน “รองแม่ทัพบอกว่าเรื่องเมื่อคืนนี้…”“เมิ่งเซียง ข้าง่วงนอน เจ้าอย่าเสียงดังได้หรือไม่”“คุณหนู… ข้าเองก็ไม่อยากไปเจอรองแม่ทัพเหมือนกันเจ้าค่ะ ทั้งสายตาเยือกเย็น หน้าตาเหมือนเสือพร้อมขย้ำเหยื่อ ถึงจะรูปงามแต่น่ากลัวเกินไปเจ้าค่ะ” สาวใช้บรรยายสภาพอารมณ์ความรู้สึกของหยางเสวี่ยเฟยในเวลานี้มู่หรงเซียวเข้าใจเป็นอย่างดีเพราะเคยอ่านฉากนี้ในนิยายมาแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่อยากไปพบเขาเช่นกัน ใครเล่าจะอยากได้ยินคนที่ตัวเองแอบรักมานานต่อว่าด้วยความเกลียดชังถึงแม้นางจะไม่ใช่มู่หรงเซียวตัวจริง แต่กลับรู้สึกได้อย่างท่วมท้นเสียอย่างนั้นจึงทำทีไม่ฟังสาวใช้บ่นพึมพำแล้วแต่งตัวหนีออกไปข้างนอกจวนแทนที่เมิ่งเซียงถอนหายใจเฮือกใหญ่กลัวว่าสิ่งที่เจ้านายทำจะยิ่งสร้างความขุ่นเคืองให
Read more
ตอนที่ 5 ยอมรับความผิด
หยางเสวี่ยเฟยได้ยินอย่างนั้นโกรธเคืองที่นางไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย“เจ้าประชดข้าหรือ” เขาเอ่ยถาม “เจ้าไม่เคยยอมรับสักครั้งว่าเป็นคนทำ จำไม่ได้หรือว่าตอนที่เจ้าไม่สบาย นางเป็นคนเอาสมุนไพรไปให้เจ้าดื่มด้วยความเป็นห่วงแต่เจ้ากลับปัดทิ้ง ไม่ยอมดื่มยาจนนางโดนดุ พอครั้งต่อไป นางอุตส่าห์นำก้อนน้ำตาลไปให้เจ้ากินหลังดื่มยาเจ้าก็คว่ำถาดขนมทิ้งอีกครั้ง”“...” เจ้าตัวนึกเหตุการณ์ที่ผ่านมาอยู่เงียบ ๆ เถียงไม่ออกเพราะเป็นความจริง นางไม่ชอบรสชาติของโสมแสงเงินเลยแม้แต่น้อย มันทั้งขมและคาว เพียงแค่ได้กลิ่นจากที่ไกล ๆ ก็นึกอยากอาเจียนออกมาพาลรู้สึกป่วยมากกว่าเดิมจึงไม่เข้าใจเลยว่ายาดีมีตั้งมากมาย เหตุใดจึงเอาแต่คะนั้นคะยอให้ดื่มของที่ไม่ชอบอยู่ได้“เจ้าไม่รู้หรือว่าโสมแสงเงินเป็นสมุนไพรหายาก นางอุตส่าห์นั่งบดนั่งต้มยาให้เจ้า…“เจ้ารู้ได้อย่างไร นางไปฟ้องเจ้าหรือ” หญิงสาวมองหน้าอีกฝ่าย ไม่คิดว่าเขาจะรู้เรื่องพวกนี้ด้วย“นางไม่มีทางฟ้อง แต่ข้าเป็นคนไปเก็บสมุนไพรมา”ดวงตามู่หรงเซียวเบิกโตเพิ่งได้รู้ความจริงจึงเผลอพูดไปว่า “หากรู้ว่าเจ้าเก็บมาให้ก็คงฝืนดื่มจนหมดถ้วยแล้วล่ะ”“เฮอะ กล้าพูดมาได้” ชายหนุ่มส่
Read more
ตอนที่ 6 ขอโทษ
คืนนั้น มู่หรงเซียวฝันเห็นชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่ริมศาลาไม่ไกลนัก เขากำลังมองดอกอวี้หลานผลิบานในมือด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ท่ามกลางฝนโปรยปรายไม่ว่านางจะมองออกไปผ่านหน้าต่างเรือนใหญ่ครั้งใดมักเห็นชายคนนั้นนั่งเล่นใต้ต้นอวี้หลานอยู่เสมอ ในใจเศร้าสร้อยรับรู้ได้ว่าเขาคิดถึงเสิ่นอวี้หลานที่จากไปเมื่อหลายปีก่อนมู่หรงเซียวมองใบหน้าหยางเสวี่ยเฟยด้วยความหวังเต็มเปี่ยมว่าเสี้ยวหนึ่งในหัวใจของเขาจะมีนางอยู่ในนั้นบ้าง หากแต่รอมาทั้งชีวิตแล้วจึงได้รู้ว่าไม่มีทางสมหวังทำได้แค่เพียงบอกบุตรชายเพียงคนเดียวด้วยสีหน้าขมขื่น“หยางหยาง เจ้าช่วยฝังร่างของแม่ไว้ข้าง ๆ พ่อของเจ้าได้หรือไม่”หยางเสวี่ยอิงโอบกอดมารดาแล้วพยักหน้า “ข้าสัญญาขอรับ ไม่ว่าท่านพ่อจะคัดค้านอย่างไร ข้าจะทำตามที่ท่านแม่สั่งเสียเอาไว้ให้ได้”“อืม…” นางลูบศีรษะบุตรชายแล้วบอกว่า “หากพ่อเจ้ารู้เรื่องนี้คงไม่ยอมหรอก”เมื่อเป็นเช่นนั้น มู่หรงเซียวจึงฝืนร่างกายของตัวเอง ไม่ยอมเป็นคนที่จากไปก่อนใครคนนั้น ตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ได้แต่เฝ้ามองหยางเสวี่ยเฟยจากหน้าต่างเรือนใหญ่เพราะหากเข้าใกล้เขาเมื่อใดคงทนไม่ได้เพราะสีหน้าของอีกฝ่ายแสดงออกชัดเจนว่าเกลียด
Read more
ตอนที่ 7 จับตาดูทุกฝีก้าว
แม่ทัพใหญ่พักอยู่ที่เยว่จวนได้ไม่นานก็ถึงเวลาที่ต้องกลับไปประจำการที่เมืองต้าหลินตามเดิม เขาเอ่ยถามบุตรสาวว่า “เจ้าไม่คิดกลับไปพร้อมพ่อกับแม่จริงหรือ”มู่หรงเซียวส่ายหน้าเพราะรู้สึกสนุกสนานกับการเที่ยวเล่นในเมืองหลวงจึงอยากพักผ่อนอยู่ที่นี่ให้หนำใจเสียก่อนพลางทำหน้าออดอ้อนบิดามารดา“ข้าจะรีบตามไปเจ้าค่ะ”ในเมื่อบุตรสาวเอ่ยปากเช่นนั้น เขาจึงไม่พูดอันใดมากความเพราะตั้งแต่เกิดจนโตตามใจนางทุกอย่างจนสหายคนสนิทมักกล่าวว่ามู่หรงเซียวกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจเพราะมีบิดาให้ท้าย“เมิ่งเซียง เจ้าดูแลคุณหนูดี ๆ” ฮูหยินบอกสาวใช้ที่ยืนอยู่ข้างกาย กำชับอีกครั้งหนึ่ง “คอยระวังอย่าตามใจนางมากนัก สิ่งใดที่อันตรายก็รู้จักห้ามปรามนางด้วย”“เจ้าค่ะฮูหยิน” สาวใช้หันมองหน้าบุตรสาวแม่ทัพใหญ่พลางยิ้มมุมปากเพราะได้รับอนุญาตจากเจ้านายแล้วว่าห้ามได้ทุกอย่างที่อาจก่อให้เกิดอันตราย โดยเฉพาะการห้ามไม่ให้มู่หรงเซียวหาเรื่องอันตรายใส่ตัว“ท่านแม่…” นางทำตาปริบ ๆ ยิ้มกว้างหน้า
Read more
ตอนที่ 8 วางแผนชีวิตใหม่
ครั้นสมาชิกกลุ่มครบองค์ประชุม มู่หรงเซียวจึงพาเซี่ยหลานเฟิง เสิ่นจื้อเหลียงและเมิ่งเซียงออกไปเที่ยวเล่นในป่าไม่ไกลจากค่ายฝึกแม่ทัพใหญ่แทบทุกวันต่างฝ่ายต่างดวลธนูท้าทายกันอย่างไม่มีใครยอมใคร แม้น้องเล็กที่เพิ่งเข้ามาใหม่จะมีฝีมือพัฒนาขึ้นมากกว่าเดิมจนหัวหน้าอย่างหยางเสวี่ยเฟยสงสัยแต่กลับไม่รู้เบื้องหลังว่าคนที่คอยลับคมฝีมือให้เสิ่นจื้อเหลียงคือคุณหนูสกุลมู่บางครั้งทั้งสี่คนก็เล่นเพลินจนลืมเวลา มืดค่ำไม่ยอมกลับจวนถูกยุงกัดจนแดงแทบทั้งตัว เมิ่งเซียงถึงกับขู่ว่าจะส่งจดหมายฟ้องแม่ทัพใหญ่ว่าบุตรสาวของพวกเขาหาเรื่องทำให้ตัวเองโดนยุงกัดจนไม่สบาย คุณหนูของนางจึงยอมฟังสาวใช้คนสนิทบ้างกระทั่งหยางเสวี่ยเฟยที่มักรอฟังรายงานจากลูกน้องยังทนไม่ไหวรีบถามไถ่ทันทีที่เห็นหน้าเสิ่นจื้อเหลียง“เหตุใดจึงกลับมาช้า นางแอบไปทำอันใดลับหลังอยู่หรือ”“วันนี้อากาศดี ท้องฟ้าปลอดโปร่งแล้วสวนดอกไม้ตรงหมู่บ้านกำลังผลิบาน คุณหนูจึงใช้เวลาอยู่ที่นั่นนานกว่าทุกวันขอรับ” เสิ่นจื้อเหลียงรายงานเหมือนเคย “นอกจากนั้นก็มัวแต่เที่ยวเ
Read more
ตอนที่ 9 น่ารำคาญ
สายตาที่เปลี่ยนไปของรองแม่ทัพทำให้นางมั่นใจว่าต่อให้สาธยายความผิดของนางผู้นั้นจนเช้าอีกวัน เขาจะยังคงฟังนางไม่มีเบื่อหน่าย“นางเป็นสตรีไม่มีทางเข้าหอราตรีได้ บางทีเจ้าอาจตาฝาดไปกระมัง” แม้ปากจะพูดอย่างนั้นแต่ใจกลับเชื่อว่าคนอย่างนางมักทำในสิ่งที่ตนเองต้องการเสมอเพียงแต่หอราตรีมีอันใดน่าสนใจจึงอยากรู้อยากเห็นนัก“รองแม่ทัพหยาง หากข้าไม่ได้เห็นกับตาคงไม่มีทางปริปากพูดสิ่งใดหรอก” เหออันเหลียนยิ้มมุมปากคิดว่าการใส่ความกำจัดศัตรูหัวใจนั้นง่ายนิดเดียว หากไม่มีมู่หรงเซียวแล้ว การเขี่ยเสิ่นอวี้หลานออกไปยิ่งง่ายกว่าปอกกล้วยเพราะหญิงสาวผู้นั้นอ่อนแอเสียยิ่งกว่าผู้ใด ทั้งยังไม่มีใครหนุนหลังอีกด้วย“คืนก่อนนั้น ข้าเห็นนางแต่งกายเป็นบุรุษเดินออกมาจากหอราตรี กลิ่นสุราคลุ้งกระจายแถมยังกอดคอแนบชิดอยู่กับบุรุษร่างสูงอีกคนหนึ่ง ผู้อื่นอาจจะไม่รู้ว่าเป็นนางแต่ข้าหูตาดีย่อมสังเกตได้ ในเยว่จวนนั้น ผู้มีดวงตาสีทับทิมหาได้ยากยิ่งโดยเฉพาะยามที่ดวงตาคู่นั้นต้องแสงจันทร์เกิดประกายแวววาวยิ่งมีน้อยคนไปอีก ต่อให้ข้าจำนางไม่ได้แต่คนข้างกายคือเซี่ยหลานเฟิงไม่มีผิดเป็นแน่”หยางเสวี่ยเฟยหลับตาลงพลางแสยะยิ้มนึกถึงเด็
Read more
ตอนที่ 10 ไม่สบอารมณ์
เช้าวันต่อมามู่หรงเซียวไม่เห็นหน้าเสิ่นจื้อเหลียงจึงนึกเป็นห่วง ได้ยินมาว่าถูกหัวหน้าลงโทษอย่างหนักเพราะขัดคำสั่งไม่ยอมรายงานเรื่องของนางไปตามตรงไม่ว่าจะมองไปทางใดก็ไม่เห็นเงาของเด็กหนุ่มที่มักจะมายิงธนู เที่ยวเล่นหรือช่วยนางทำอาหารเหมือนอย่างเคยได้แต่รอฟังข่าวจากคนที่ส่งไปจวนสกุลหยาง“คุณหนูขอรับ” หนึ่งในบ่าวรับใช้รีบวิ่งหน้าตาตื่นมาหาเจ้านายของตน “เจ้าเด็กนั่นถูกโบยห้าสิบไม้ ตอนนี้นอนรักษาบาดแผลอยู่ที่พักของทหารขอรับ”“หนักมากหรือไม่” “คุณหนูไม่ต้องห่วงไปหรอกขอรับ อาเหลียงผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายครั้ง เจ็บกว่านี้ก็เคยโดนมาแล้ว หากเป็นผู้อื่นที่ขัดคำสั่งอาจจะโดนสักร้อยครั้งแล้วไล่ออกจากหน่วยแต่กลับโดนโทษเพียงเท่านั้น” เขารู้ดีว่าทหารที่ไม่เชื่อฟังคำสั่งจะต้องถูกลงโทษอย่างไรบ้างยังนึกแปลกใจอยู่ดีว่าเหตุใดจึงถูกโบยไปแค่ห้าสิบครั้ง “อืม ขอบใจที่ส่งข่าว เจ้าไปทำงานต่อเถอะ” นางโบกมือแล้วเรียกเมิ่งเซียงมาหา “ไปทำข้าวต้มกันเถอะ”&ld
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status