ครั้นฟื้นขึ้นมาแล้ว รุ่ยชางไม่คิดโกรธนางแม้เพียงเสี้ยวหนึ่งของใจ รีบมาที่เรือนสกุลซ่งเพื่อพบหน้าคนที่คิดถึง รอยยิ้มงดงามยังคงเป็นเหมือนวันวาน ความห่วงใยที่มีไม่ลดน้อยลงเลย ทั้งยังได้เห็นอีกว่านางมีท่าทีเอาแต่ใจ ไม่สบอารมณ์ยามหย่งชางคนอื่นเข้าใกล้แต่กับเขาแล้ว นางรอที่จะได้พบหน้าเช่นเดียวกัน“รุ่ยชาง… ข้าดีใจยิ่งนักที่เจ้าฟื้นแล้ว” ยามได้อยู่กันเพียงลำพังจึงเอ่ยความในใจ “หากรู้ว่าเสด็จอาจะลงโทษเจ้าหนักหนาถึงเพียงนี้ ข้ายอมให้คนผู้นั้นทำกับข้ายังดีกว่า”“ไม่ได้ขอรับ!” รุ่ยชางปฏิเสธเสียงแข็ง “ข้ายอมเช่นนั้นไม่ได้ขอรับ”“แต่ข้าเกือบเสียเจ้าไปแล้ว ไม่รู้เลยหรือว่าข้ากินไม่ได้นอนไม่หลับทุกค่ำคืน เอาแต่เป็นห่วงเจ้าทุกลมหายใจ ข้าไปเยี่ยมเจ้าที่ฐานไม่ได้ด้วยซ้ำ ไม่รู้เลยว่าจะได้เห็นหน้าเจ้าอีกหรือไม่” ดวงตาคู่งามมีหยาดน้ำเกาะแพขนตา “ข้ากลัวว่าคนที่ข้ารักจะทิ้งข้าไป…”“นายหญิง…”“อืม…” ใบหน้างามขยับเข้าใกล้อย่างมีความนัยแล้วเอ่ยว่า “ข้าคิดถึงเจ้า… จูบข้าสิรุ่ยชาง ช่วยปลอบประโลมข้าได้หรือไม่”“ขอรับ…” หลังจากวันนั้นยามที่ได้อยู่กันตามลำพัง เถียนเหม่ยหลินมักเอ่ยคำพูดวาบหวามล่อลวงชายหนุ่มกลัดมั
Read more