วันต่อมาซือหยางยังคงตัวติดกับลู่ฟางเซียนเหมือนเป็นเงา ไม่ว่านางจะขยับไปทางไหน เดินไปที่ใดย่อมเห็นชายร่างสูงใหญ่ หนวดเครารกรุงรังยืนอยู่ข้างกายสีหน้าบอกบุญไม่รับทำเอาใครหลายคนไม่กล้าเข้าใกล้ เวลาเดินอยู่ในตลาดทุกคนก็พร้อมใจกันหลีกทางให้เป็นวงกว้าง “เจ้าอยากกินแกงจืดสาหร่ายกระดูกหมูหรือไม่” ลู่ฟางเซียนรู้ว่าเป็นของโปรดของเขา เมื่อก่อนแค่ได้ยินว่านางจะทำให้ทาน ดวงตาสองสีเป็นประกายลุกวาว น้ำลายสอแต่ยามนี้ไม่อยากอาหารเสียอย่างนั้น“ข้าป้อน…” เสียงหวานยังเอ่ยไม่จบดี“กิน… ข้าหิวแล้ว” เจ้าตัวตอบทันควัน ไม่รอช้าโอบเอวบางเดินเข้าไปในร้าน “ข้ากินสองชามได้หรือไม่”“เฮ้อ…” หญิงสาวเห็นสีหน้าเช่นนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจ ไม่เข้าใจว่าเหตุใดท่าทีเปลี่ยนไปจากไม่กี่วันก่อนมากเพียงนี้ แต่พอชายหนุ่มได้ยินเสียงถอนหายใจกลับเข้าใจผิด“ข้ากินแค่ชามเดียวก็ได้” “แค่ชามเดียวจะไปอิ่มได้อย่างไร” นางพูดจบก็สั่งแกงจืดมาสามชามพร้อมข้าวร้อน ๆ สองถ้วยเพราะคนตรงหน้าชอบกินกับมากกว่าข้าวในใจไม่ได้คิดจะป้อนคนตัวโตอย่างที่พูด แต่กลับกลา
Read More