All Chapters of สถาปนิกสาวเกิดใหม่พาครอบครัวสู่ความร่ำรวย ภาค 2: Chapter 101 - Chapter 110

163 Chapters

บทที่ 100 ข้ากลับมากำจัดขุนนางเช่นท่าน 1/1

ทางด้านรัชทายาทเมื่อกลับเข้าวังหลวงจึงตรงไปยังตำหนักทรงอักษร เพื่อถวายรายงานเรื่องที่ตนอาสาไปจัดการต่อพระบิดาว่าสามารถจับตัวคนได้ และส่งไปยังกรมอาญาให้ใต้เท้าเซี่ยช่วยดูแลเป็นที่เรียบร้อยแล้วฮ่องเต้ทรงทราบผลการทำงานครั้งนี้ของรัชทายาทก็พยักพระพักตร์อย่างพอพระทัย ไม่เพียงเท่านั้นยังทรงแสร้งเล่นงิ้วกับรัชทายาทว่าทรงกริ้วหนักหลังทรงทราบว่า ขบวนเดินทางของหรงจวินนั้นถูกดักปล้นฆ่าอย่างโหดเหี้ยม และมีรับสั่งปิดตำหนักงดการประชุมเป็นเวลาเจ็ดวันยิ่งมีข่าวลือหลุดไปถึงหูขุนนางที่ร่วมมือกันส่งคนไปจัดการหรงจวิน ได้ยินเช่นนั้นพวกเขายิ่งหัวเราะชอบใจอย่างมีความสุข เพราะคิดว่าคนที่ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานถูกกำจัดไปแล้วและเงินจำนวนมากก็จะเป็นของพวกตนเพียงแต่พวกเขามีความสุขได้แค่สิบวันฮ่องเต้ก็ทรงเรียกประชุมตามปกติ โดยอ้างว่าต้องการปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณที่ถูกโจรภูเขาดักปล้นไปจนเกลี้ยง ทั้งที่จริงแล้วมีแผนซ้อนอยู่ในการประชุมครั้งนี้กลุ่มคนที่คิดว่าตนได้ผลประโยชน์มหาศาลมาอยู่ในมือจึงแสร้งทำทีว่าผิดหวังและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่กระนั้นก็ยังมิวายเสนอให้ฮ่องเต้เก็บภาษีเพิ่มจากเดิมเพื่อเติมเต็ม
Read more

บทที่ 101 ข้ากลับมากำจัดขุนนางเช่นท่าน 1/2

คนอื่นจะคิดอย่างไรไม่รู้แต่กับใต้เท้าต้วนแล้วนี่คือคำพูดแทงใจดำที่สุด จนโทสะปะทุประกาศท้าทายหรงจวินให้นำหลักฐานออกมาชี้ตัวแทนคำพูด“ใต้เท้าจางถ้าท่านมั่นใจว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโจรภูเขาล่ะก็ ไยท่านไม่นำหลักฐานมายืนยันความบริสุทธิ์ของท่านต่อหน้าพวกเราล่ะ”“ในเมื่อใต้เท้าต้วนต้องการหลักฐานข้าย่อมมีมามอบให้ท่านอยู่แล้ว” หรงจวินไม่พูดเปล่าเขาล้วงเข้าไปในแขนเสื้อ หยิบหลักฐานออกมาแสดงทั้งยังทูลขอบางอย่างกับฮ่องเต้อีกด้วย“ทูลฝ่าบาทนี่คือป้ายประจำตัวและสัญญาว่าจ้างโจรภูเขากับนักฆ่า ที่ต้องการเอาชีวิตของกระหม่อมกับใต้เท้าหยาง รวมถึงต้องการฮุบเงินทั้งหมดเข้ากระเป๋าตนเองนอกจากนี้ยังมีพยานบุคคลที่รองแม่ทัพเกาจับตัวเอาไว้ได้กลับมาด้วย ซึ่งพวกเขาถูกคุมตัวมารออยู่ด้านนอกท้องพระโรงแล้วเพื่อเข้าเฝ้าชี้ตัวผู้บงการ ขอฝ่าบาทโปรดอนุญาตให้นำตัวพวกเขาเข้ามาด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”“ถ้าหลักฐานและพยานที่ใต้เท้าจางนำมาสามารถชี้ตัวผู้กระทำผิดได้ เจิ้นจะสั่งลงโทษคนเหล่านี้สถานหนักให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ขุนนางที่คิดไม่ซื่อ อนุญาตให้นำตัวพยานเข้ามาได้จวงกงกงนำหลักฐานนั่นมาให้เจิ้นเดี๋ยวนี้!”จวงกงกงเดินมารับหลัก
Read more

บทที่ 102 ฮ่องเต้ทรงอนุญาตใครกล้าขัด 1/1

ระยะเวลาเดินทางจากเมืองชายแดนเหนือกลับเข้าเมืองหลวงนั้น อาจล่าช้าไปหลายวันกว่าจะพ้นเขตที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ เพื่อเข้าสู่เขตที่อบอุ่นมากขึ้นด้วยแสงแดดเนื่องจากแคว้นชิ่งเป็นแคว้นขนาดกลางที่อุดมสมบูรณ์การเดินทางจากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่งจึงมิได้ใช้เวลาเดินทางมากมายเช่นแคว้นใหญ่ ๆ ดังนั้นการนำกองทัพกับคณะทูตกลับเมืองหลวงของแม่ทัพมู่และองค์ชายสิบจึงใช้เวลาในการเดินทางเพียงยี่สิบวันเท่านั้นทันทีที่แม่ทัพมู่ขี่ม้านำทหารกล้าบางส่วนผ่านเข้าประตูเมืองหลวง เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีก็ดังกึกก้องไปทั่วสองข้างอย่างพร้อมเพรียงกัน ไม่เพียงเท่านั้นสตรีที่ถึงวัยออกเรือนจำนวนไม่น้อยยังโยนถุงหอมไปยังบุรุษที่ตนหมายปองหนึ่งในนั้นย่อมไม่พ้นองค์ชายสิบผู้สง่างามอยู่บนหลังม้าด้วยท่าทางสงบนิ่งไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ต่อให้มีถุงหอมโยนลงมามากมาย เฉินตงกับเซิงเทาจะทำหน้าที่ปัดทิ้งจนเมื่อยแขนแทนเจ้านายแต่ในเวลานี้มีเจ้าของถุงหอมสีชมพูอ่อนคนหนึ่งกำลังรู้สึกไม่พอใจ ที่ถูกองครักษ์ขององค์ชายสิบใช้ดาบปัดถุงหอมของตนกระเด็นไปทิศใดก็ไม่รู้ และเจ้าของถุงหอมใบนี้ก็คือ ‘เซียงเมี่ยวเมี่ยว’นางเป็นหลานสาวคนโปรดที่สุดของเซียงฮูหยิ
Read more

บทที่ 103 ฮ่องเต้ทรงอนุญาตใครกล้าขัด /12

ฮ่องเต้ก็ทรงรู้สึกสงสัยในท่าทีของโอรสคนโปรดไม่ต่างกับรัชทายาท “หือ เจ้าอยากให้เจิ้นอนุญาตแต่ไม่ยอมบอกว่าเรื่องอะไร แล้วเจิ้นจะรู้ถึงความต้องการของเจ้าได้อย่างไรล่ะองค์ชายสิบ”“ลูกอยากให้เสด็จพ่อทรงอนุญาตให้เสี่ยวซีเข้าร่วมการเจรจาพ่ะย่ะค่ะ”สิ้นเสียงการบอกสิ่งที่ต้องการขององค์ชายสิบก็มีเสียงกระซิบกระซาบจากเหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋นขึ้นมาทันที พวกเขาส่วนมากยังยึดติดกับเรื่องที่ว่าบุรุษต้องเป็นใหญ่จึงมีคนกล้าออกมาคัดค้านเรื่องนี้เลี่ยวซือเหิงรองเสนาบดีกรมพิธีการผู้ที่หัวโบราณคร่ำครึมากที่สุด ก้าวออกมากล่าวไม่เห็นด้วยกับองค์ชายสิบด้วยการอ้างถึงกฎเกณฑ์ราชสำนัก“ไม่ได้เด็ดขาดพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทเรื่องนี้กระหม่อมและขุนนางหลายคนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง การเมืองในราชสำนักไม่อาจให้สตรีเข้ามายุ่งเกี่ยวได้ นี่เป็นกฎระเบียบที่มีมาช้านานขอฝ่าบาทโปรดพิจารณาด้วยพ่ะย่ะค่ะ”“กระหม่อมก็ไม่เห็นด้วยกับองค์ชายสิบเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ”“ขอฝ่าบาทโปรดพิจารณาด้วยพ่ะย่ะค่ะ”ด้านรัชทายาทพอได้ทราบถึงความต้องการของอนุชาต่างมารดาคนนี้ ก็พยักหน้าและสนับสนุนอย่างไม่มีข้อแม้และคิดว่าองค์ชายสิบย่อมมีเหตุผลที่ทูลขอต่อพระบิดาเป็นแน่ แต่พอ
Read more

บทที่ 104 อาหารมื้อนี้อิ่มทั้งท้องอิ่มทั้งใจ 1/1

ด้านคนที่องค์ชายสิบเอาแต่เฝ้ารอให้นางมาถึงเมืองหลวงโดยเร็ว ก็กำลังเตรียมเดินทางด้วยช่องทางพิเศษพร้อมกับเถาอาหารเถาใหญ่สามชั้น ซึ่งนางได้ร้องขอให้มารดากับป้าสะใภ้ช่วยทำอาหารหลายอย่างส่วนเหตุผลในการร้องขอน่ะหรือก็เพราะอยากให้พี่ชายจวนข้าง ๆ ได้กินของอร่อยทันทีที่ได้เจอกันอย่างไรล่ะ“ขอบคุณท่านแม่ ขอบคุณท่านป้าสะใภ้ที่ช่วยทำอาหารมากมายให้ซีซี พี่จื้ออวี่ต้องดีใจมากแน่ ๆ ที่ได้กินของอร่อยฝีมือพวกท่านเจ้าค่ะ”“หุบยิ้มบ้างก็ได้นะหลานรักของลุง ยิ่งเจ้าใกล้จะปักปิ่นก็ยิ่งงดงามขืนยิ้มเช่นนี้ให้บุรุษได้เห็น มีหวังธรณีประตูบ้านของเราคงต้องเปลี่ยนใหม่แล้ว”“ท่านพ่อของพี่พูดถูกเพราะรูปร่างหน้าตาของซีซีอาจทำให้คนไม่หวังดีมีความคิดชั่วร้ายก็ได้นะ” เฟยซวนเห็นการเติบโตของอวิ๋นซีมาตั้งแต่นางยังเด็ก ยิ่งตอนนี้นางถือว่าใกล้ถึงวัยผู้ใหญ่เต็มทีด้วยใบหน้าที่งดงามอาจไปเข้าตาบุรุษเจ้าชู้เอาได้“เช่นนั้นซีซีของพ่อต้องสามผ้าคลุมหน้ายามออกไปนอกจวนทุกครั้งนะ อย่าได้อยู่ห่างม่ายเซียนกับซือเฉินล่ะ เพราะคนชั่วมักจะรอโอกาสลงมือฉุดคร่าเอาตัวเจ้าไปทำมิดีมิร้ายได้” เฟิงหยางก็กล่าวเตือนบุตรสาวด้วยความเป็นห่วงเช่นเดียวกั
Read more

บทที่ 105 อาหารมื้อนี้อิ่มทั้งท้องอิ่มทั้งใจ 1/2

แม้จะไม่มีความสามารถด้านการทำอาหารแต่เรื่องเล็กน้อยอย่างการจัดวางจานอาหารอวิ๋นซีย่อมทำได้เอง ตั้งแต่อวิ๋นซีมาถึงจวนองค์ชายสิบก็ไม่อาจละสายตาไปจากร่างบางได้เลยไม่ว่านางจะขยับตัวทำสิ่งใดสำหรับองค์ชายสิบแล้วทุกท่าทางของนางช่างน่ามองไปเสียทุกอิริยาบถ เพียงแต่อาการที่องค์ชายสิบแสดงออกมานั้นก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาขององครักษ์คนสนิทไปได้เช่นเคย‘อื้อหือ สายตานี้ขององค์ชายหากเหล่าคุณหนูในเมืองหลวงได้เห็นละก็ พวกนางคงรีบกลับจวนขอให้บิดาทูลขอสมรสพระราชทานแน่ ๆ ว่าไหมเซิงเทา’‘อืม แต่พวกนางคงไม่มีบุญวาสนาที่จะได้รับสายตาเช่นนี้จากองค์ชายของพวกเราหรอกเฉินตง เพราะสายตาที่แสดงออกถึงความรักความห่วงใยนี้น่ะมีเพียงท่านหญิงอวิ๋นเยว่เพียงผู้เดียวที่องค์ชายจะมอบให้’อวิ๋นซีที่จัดโต๊ะอาหารเสร็จจึงหันไปเชิญพี่ชายคนสนิทกินของอร่อย แค่เพียงเสี้ยวลมหายใจยามที่นางหันไปก็ทันได้เห็นสายตาขององค์ชายสิบ และสายตาของเขาทำเอาหัวใจดวงน้อยเต้นไม่ส่ำจนต้องเรียกสติกลับมาโดยเร็ว“เอ่อ พี่จื้ออวี่ ๆ ซีซีจัดอาหารเสร็จแล้วรีบกินเถิดเจ้าค่ะ”“โอ๋ว มีแต่ของชอบพี่ทั้งนั้นเลยหรือเสี่ยวซี เจ้าเองก็มานั่งกินด้วยสิ”“เพราะพี่จื้ออวี่ได้
Read more

บทที่ 106 เจ้าดูถูกผิดคนแล้ว

หลังจากวันที่อวิ๋นซีมาถึงและได้พูดคุยกับองค์ชายสิบเรื่องพิธีเจรจา ระหว่างรอให้ถึงวันงานนางได้นำแผนงานที่เตรียมไว้มาปรึกษาขอความเห็นองค์ชายสิบที่จวน เมื่อองค์ชายสิบได้เห็นแผนงานของอวิ๋นซีก็เอ่ยชื่นชมยกใหญ่เนื่องจากความคิดของอวิ๋นซีนอกจากจะหาเงินให้ครอบครัวตนเองได้ ยังมีแผนช่วยให้เผ่าเหยียนซานำสิ่งที่พวกเขามีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ยิ่งไปกว่านั้นองค์ชายสิบชื่นชอบวิธีการปลูกผักที่นางเตรียมไว้อย่างยิ่งซึ่งองค์ชายสิบเชื่อเหลือเกินว่าหากเหยียนอ๋องได้เห็นสิ่งที่อวิ๋นซีคิด คงอยากให้นางรีบเดินทางไปเยี่ยมเยียนเผ่าเหยียนซาในเร็ววันเป็นแน่ เพียงแต่เรื่องนี้เขาไม่มีทางให้นางไปเพียงลำพังเป็นอันขาดในที่สุดการเข้าร่วมประชุมกับขุนนางในท้องพระโรงของอวิ๋นซีก็มาถึง องค์ชายสิบนั้นไปรอรับเหยียนอ๋องยังเรือนรับรอง ส่วนอวิ๋นซีตื่นโดยการปลุกของม่ายเซียนวันนี้นางต้องแต่งกายเต็มยศเข้าวังหลวงยามร่างบางของเด็กสาวใกล้วัยปักปิ่นปรากฏตัวอยู่ในท้องพระโรง ก็เรียกสายตาของขุนนางในราชสำนักและคณะทูตของเผ่าเหยียนซาได้ไม่น้อย แต่สายตาของพวกเขานั้นคิดอันใดอยู่นางย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจเช่นกัน‘เชอะ ดูถูกข้าเพียงเพราะคำว
Read more

บทที่ 107 ข้ามีความสามารถเพียงน้อยนิด

องค์ชายสิบอาสานำตัวอย่างแผนงานการสร้างโรงเรือนรวมถึงวิธีการควบคุมอากาศภายในโรงเรือน ให้เหมาะแก่การปลูกพืชไปมอบให้เหยียนอ๋อง ซึ่งท่าทางตกตะลึงของเหยียนอ๋องและผู้ติดตามก็ไม่ต่างจากเขาที่อวิ๋นซีนำมาให้เขาได้ดูเช่นกันภาพวาดประกอบและขั้นตอนต่าง ๆ ที่ได้เขียนกำกับไว้อย่างละเอียด ทำให้เหยียนอ๋องขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะไม่อยากเชื่อว่าจะมีวิธีเช่นนี้ขึ้นมาได้ แม้แต่คนที่ฉลาดที่สุดในเผ่าของตนยังไม่เคยมีใครคิดได้อย่างอวิ๋นซี“ท่านหญิงอวิ๋นเยว่ท่านมั่นใจมากน้อยเพียงใดว่า การปลูกผักอย่างที่เจ้าบอกจะประสบผลสำเร็จได้จริง”“ทูลเหยียนอ๋องเรื่องการปลูกผักนี้หม่อมฉันมั่นใจเต็มสิบส่วนเพคะ ถ้าคนของพระองค์ทำตามวิธีของหม่อมฉันอย่างเคร่งครัดรับรองว่าจะมีผักให้กินแน่นอนเพคะ” ถ้าไม่มั่นใจอวิ๋นซีไม่มีทางเอามาเสนอต่อหน้าทุกคนแน่ ๆ“ยอดเยี่ยม! ถ้าวิธีปลูกผักเป็นอย่างที่ท่านหญิงอวิ๋นเยว่กล่าวมาจริง ๆ คนในเผ่าของเปิ่นหวางคงมีผักให้ทำอาหารอีกหลายรายการเชียวล่ะ ฮ่า ๆ ๆ”อาการตกตะลึงนี้มิได้มีแค่เหยียนอ๋องแต่ขุนนางใหญ่อย่างกัวเฟิงเลี่ย ยังออกมายอมรับว่าอวิ๋นซีเป็นเด็กสาวที่ฉลาดและมีความรู้ที่กว้างขวางอีกคน“ช่างน่าอ
Read more

บทที่ 108 อุ๊ย! มีคนอับอายเพราะคำท้าทายของตนเอง 1/1

โดยเฉพาะองค์หญิงเจ็ดคู่กรณีคนล่าสุดที่ฮ่องเต้เพิ่งมีรับสั่งยกเลิกการลงโทษมาได้ไม่นาน พอเห็นว่าเซียงเมี่ยวเมี่ยวคิดเล่นงานอวิ๋นซีจึงถือโอกาสเข้าร่วมเพื่อทำให้อวิ๋นซีต้องอับอายเป็นการแก้แค้น“โย่ว ท่านหญิงอวิ๋นเยว่ผู้มากความสามารถเหตุใดไม่ยอมกางภาพวาดให้พวกเราทุกคนได้ดูล่ะ หรือว่าภาพที่เจ้าวาดออกมามันน่าเกลียดเกินไปถึงได้ไม่อยากให้ใครเห็นกันแน่”“แย่จังข้าไม่รู้มาก่อนว่าท่านหญิงจะวาดภาพไม่เก่ง ข้าต้องขออภัยที่ทำให้ท่านต้องขายหน้าแล้ว” เซียงเมี่ยวเมี่ยวแสร้งพูดด้วยน้ำเสียงสำนึกผิดและแสดงออกว่าเห็นใจอวิ๋นซีหนักหนาองค์ชายสิบได้ยินคำพูดของเซียงเมี่ยวเมี่ยวก็ทนไม่ได้ที่สตรีในดวงใจถูกคนกลั่นแกล้ง เขารีบปลอบใจกับอวิ๋นซีและเรียกให้นางกลับไปนั่งข้าง ๆ ตน“เสี่ยวซีอย่าเก็บคำพูดไม่น่าฟังพวกนั้นมาใส่ใจเลย กลับมานั่งกินขนมที่เจ้าชอบดีกว่า”“ใช่เสี่ยวซีแค่เรื่องวาดภาพธรรมดา ๆ ไม่ต้องคิดมากให้ปวดหัวหรอก พี่เพิ่งให้พ่อครัวหลวงทำขนมมาเพิ่มให้เจ้าแล้วนะ” รัชทายาทก็เอาใจอวิ๋นซีเพราะคิดว่านางจะน้อยใจอวิ๋นซีแทบกลั้นขำไม่ไหวที่พวกเขาเข้าใจผิดเพียงแค่นางยังไม่ได้เปิดภาพวาดฝีมือของตนให้ดู พอได้จังหวะที่เหมาะ
Read more

บทที่ 109 อุ๊ย! มีคนอับอายเพราะคำท้าทายของตนเอง 1/2

"คุณหนูเซียงท่านไม่รู้หรือว่าหากคำกล่าวหาของท่านไม่เป็นความจริงจะต้องรับโทษโบยยี่สิบไม้เชียวนะ ท่านคงไม่อยากอับอายกลายเป็นขี้ปากชาวบ้านทันทีที่กลับถึงจวนกระมัง” ใต้เท้าเซี่ยที่รู้จักตระกูลจางมานานลุกขึ้นถามเซียงเมี่ยวเมี่ยวไปตามตรงและข่มขู่นางไปเล็กน้อย“หละ หละ หลักฐานหรือ ระ ระ เรื่องนี้ข้าไม่มี...” เซียวเมี่ยวเมี่ยวพูดไม่ออกเมื่อถูกใต้เท้าเซี่ยผู้รักษากฎหมายเอ่ยถามกับตน แม้แต่คนที่เพิ่งเข้าข้างนางยังไม่กล้าออกหน้าเหมือนที่เพิ่งทำเช่นกันองค์ชายสิบที่ไม่พอใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พออวิ๋นซีถูกใส่ร้ายว่าโกงก็ยิ่งรับไม่ได้กับการกระทำของเซียวเมี่ยวเมี่ยว“ทูลเสด็จพ่อเพียงการกล่าวหาลอย ๆ ไร้ซึ่งหลักฐานที่ใช้ยืนยันได้ว่าเสี่ยวซีโกงการวาดภาพ และทุกคนในที่นี้ล้วนเห็นอยู่เต็มตาว่าทั้งสองคนต่างนั่งวาดภาพอยู่ในพื้นที่ของตน แม้แต่สาวใช้ข้างกายของพวกนางยังต้องยืนรออยู่ด้านนอกฉากกั้นการกล่าวหาคนของคุณหนูเซียงและองค์หญิงเจ็ดถือว่าไร้สาระสิ้นดี ขอเสด็จพ่อทรงตัดสินและลงโทษเพื่อมิให้เป็นเยี่ยง ต่อให้อิจฉาริษยาเพียงใดก็ควรมีขอบเขตและยอมรับความจริงให้ได้พ่ะย่ะค่ะ”‘หึ พวกเจ้าสองคนอยากรังแกเสี่ยวซีของข้าต
Read more
PREV
1
...
910111213
...
17
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status