LOGINเมื่อตระกูลจางมีชื่อเสียงและฐานะไม่ธรรมดาตัวข้าเติบโตถึงวัยที่แสดงความรู้สึกได้แต่บุรุษที่อยู่ในใจก็มีสตรีหมายตา ความสามารถจึงหยุดอยู่ที่เดิมไม่ได้ 'ข้าต้องทำให้ตัวเองคู่ควรกับพี่จื้ออวี่ให้ได้'
View Moreนับแต่นั้นมาหากไม่ติดเรื่องที่ฮ่องเต้กับรัชทายาทมีงานให้จัดการ และฮองเฮากับเว่ยกุ้ยเฟยยังคงต้องช่วยกันดูแลหกตำหนักในวังหลังแห่งนี้ล่ะก็ ผู้สูงศักดิ์ทั้งหลายแทบจะย้ายมาอยู่จวนชิงเฟิงอย่างถาวรแล้วอวิ๋นซีได้รับการดูแลจากทุกคนอย่างดีทั้งหมอหลวงและหมอของตน พอเหลือเวลาอีกเพียงแค่หนึ่งเดือนจะถึงกำหนดคลอดครอบครัวตระกูลจาง ก็เดินทางมาพักยังจวนจิ้งอันซึ่งยามนี้ได้ทุบกำแพงสร้างประตูเชื่อมกันไว้แล้ววันเวลาแค่หนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็วแม้แต่คนท้องยังตั้งตัวไม่ทัน ตกดึกในคืนก่อนครบกำหนดอวิ๋นซีรีบปลุกพระสวามีที่ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาทันที เมื่อนางรู้สึกถึงอาการบีบรัดตรงช่วงท้องและมีน้ำเมือกสีใสไหลจากช่องคลอดเพียงเท่านั้นในจวนชิงเฟิงก็เกิดความโกลาหลองค์ชายสิบที่เตรียมจะเรียกเฉินตงกับเซิงเทาให้ไปตามหมอตำแยมาโดยเร็ว แต่เขาต้องหยุดฟังที่อวิ๋นซีบอกและเปลี่ยนให้องครักษ์แต่ละคนไปเชิญครอบครัวมารวมตัวกันแทน“พะ พะ พี่จื้ออวี่เจ้าคะซีซีคิดว่าเจ้าตัวแสบกำลังจะคลอดแล้วเจ้าค่ะ”“เสี่ยวซีไม่ต้องห่วงพี่จะให้เฉินตงไปตามหมอตำแยมาเดี๋ยวนี้...”“ไม่เอาเจ้าค่ะซีซีไม่ต้องการหมอตำแย”“ได้ ๆ ๆ พี่จะทำตามที่เสี่ยวซีต้องก
เมื่อองครักษ์ข้างกายรับคำสั่งแล้วองค์ชายสิบจับมือบางอย่างที่เคยทำ และทั้งสองก็หายไปในอากาศภายในห้องข้างของตำหนักแห่งนี้อย่างรวดเร็ว สิ่งแรกที่อวิ๋นซีทำนั้นคือการเข้าไปหมอในโรงพยาบาลในมิติของตนทีมหมอรวมถึงพยาบาลต่างดูแลและพาอวิ๋นซีไปยังแผนกสูตินรีเวช เพื่อตรวจครรภ์ด้วยเครื่องมืออันทันสมัยจนภาพที่ปรากฏอยู่บนจอกับคำยืนยันของหมอผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า อวิ๋นซีนั้นตั้งครรภ์แฝดจริงแต่มิได้มีเพียงสองแต่เป็นแฝดสามต่างห่าง‘คุณหนูในท้องของคุณมีเจ้านายตัวน้อยอยู่ถึงสามคนเลยครับ’‘เสี่ยวซีท่านหมอผู้นี้บอกอันใดกับเจ้างั้นหรือ?’‘อ๋อ...ไม่มีอันใดมากท่านหมอแค่บอกว่าซีซีกำลังมีเจ้าตัวแสบให้ท่านถึงสามคนเท่านั้นเจ้าค่ะ’‘สะ สะ สามคน? ก็ไหนหมอหลวงหม่าบอกว่าเป็นฝาแฝดมิใช่หรือ’‘ใช่เจ้าค่ะฝาแฝดแต่เพิ่มจากสองเป็นสามอย่างไรล่ะเจ้าคะ คิ ๆ ๆ’‘แค่ฝาแฝดสองคนเจ้าก็ลำบากเหน็ดเหนื่อยมากแล้ว แต่ตอนนี้กลับมีเจ้าตัวแสบเพิ่มมาอีกหนึ่งคนเจ้าต้องระวังตัวอีกหลายเท่าเชียวล่ะ’‘สามีของคุณหนูพูดถูกครับครรภ์แฝดสามท้องของคุณหนูจะเกิดการขยายมากกว่าตั้งครรภ์เดี่ยว ดังนั้นคุณหนูจำเป็นต้องมีคนคอยดูแลตลอดเวลา โดยเฉพาะเวลาอาบน้ำหรือ
เพียงแต่หนึ่งเดือนต่อมาขณะที่ทั้งสองคนกำลังนั่งอ่านฎีกาอยู่นั้น ยามนางกำนัลทั้งหลายนำอาหารมื้อกลางวันเข้ามาในตำหนักขององค์ชายสิบ อวิ๋นซีก็พรวดพราดลุกขึ้นวิ่งหนีไปหลบอยู่ยังมุมหนึ่งของห้องอย่างรวดเร็ว“องค์ชายอาหารมื้อกลางวันจากครัวหลวงมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”พรึบ! ตึก ๆ ๆ “เสี่ยวซีเหตุใดเจ้าถึงไปหลบอยู่ที่มุมห้องเช่นนั้นล่ะ ตอนนี้ได้เวลามื้อกลางวันแล้วและยังมีแต่ของโปรดเจ้าทั้งนั้น?”“แหวะ พี่จื้ออวี่ท่านไม่เหม็นหรือเจ้าคะอาหารพวกนั้นพ่อครัวหลวงใช้วัตถุดิบที่เสียแล้วหรือไม่” อวิ๋นซีทำท่าจะอาเจียนและยังพูดด้วยน้ำเสียงอู้อี้เพราะนางใช้มือข้างหนึ่งปิดจมูกเอาไว้“เหม็นรึ? ไม่นะเสี่ยวซีอาหารพวกนี้ยังร้อน ๆ อยู่ในวังหลวงไม่มีทางใช้วัตถุดิบที่เน่าเสียแน่ ๆ” องค์ชายสิบยืนอยู่ใกล้กับอาหารบนโต๊ะก็ได้กลิ่นหอมของอาหารเช่นปกติจึงเริ่มสงสัยสิ่งที่เกิดขึ้นกับอวิ๋นซีเพียงแต่ความสงสัยนี้ของเขานั้นยังมีเหล่าองครักษ์ข้างกายทั้งสี่คนที่รู้สึกสงสัยไม่ต่างกัน โดยเฉพาะม่ายเซียนที่เป็นสตรีเหมือนกันและนางก็หลุดปากเรื่องที่คาดว่าน่าจะเป็นไปได้มากที่สุด ซึ่งคำพูดของนางทำเอาทุกคนตะลึงจนกลายเป็นลนลานรีบไปตามหมอหลวงทันท
เมื่อผ่านงานมงคลสมรสของอวิ๋นซีกับองค์ชายสิบมาได้สามเดือน ข้อเสนอที่รัชทายาทเคยทูลต่อพระบิดาของตนก็กลายเป็นความจริงขึ้นมา เนื่องจากฮ่องเต้มีรับสั่งให้จัดขบวนเสด็จเพื่อไปเยือนเผ่าเหยียนซาณ ตำหนักทรงอักษรบุรุษสูงศักดิ์ต่างวัยสี่คนกำลังปรึกษาหารือจนกระทั่งได้ข้อสรุปว่า ผู้ใดจะรับหน้าที่คอยดูแลควบคุมราชสำนักระหว่างที่ฮ่องเต้และรัชทายาทไม่อยู่ โดยผู้ที่ได้รับพระราชทานอำนาจครั้งนี้รับปากอย่างหนักแน่นว่าจะดูแลจัดการเรื่องงานตามกฎหมายบ้านเมืองแน่นอน“หนานเอ๋อร์งานนี้เจ้าคงต้องรับศึกหนักจากขุนนางเจ้าเล่ห์พักใหญ่ พ่อมอบอำนาจไว้ในมือเจ้าก็จริงแต่ควรจัดการอย่างไรเจ้าย่อมรู้ดีใช่ไหม?”“เสด็จพ่ออย่าทรงกังวลเรื่องนี้เลยลูกรู้ขอบเขตการใช้อำนาจที่ได้รับดี แต่ถ้าลูกสะใภ้คนโปรดของพระองค์พบเจอขุนนางกระทำผิดด้วยตนเอง แล้วนางอยากลงโทษให้หนักแต่โทษนั้นอยู่นอกเหนือกฎหมายล่ะจะทำอย่างไร?” องค์ชายสิบทั้งตอบและถามพระบิดากลับไปในประโยคเดียว ถึงแม้จะรู้ดีว่าเมื่อใดที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับลูกสะใภ้แซ่จางพระบิดาย่อมเข้าขางนางเสมอฮ่องเต้ทรงตรัสตอบโอรสคนโปรดโดยไม่ต้องคิดทบทวนให้มากความ “เรื่องนี้น่ะหรือ แน่นอนว่าเจ้าจะ
เมื่อผ่านพ้นค่ำคืนที่ทุกคนได้นอนบนฟูกนิ่ม ๆ ในห้องนอนที่แสนสบาย หลังมื้ออาหารที่ยังไม่ทันย่อยพ่อบ้านคนใหม่ที่อวิ๋นซีเพิ่งซื้อตัวจากร้านค้า ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามารายงานด้วยสีหน้าตื่นตระหนก แฮ่ก ๆ ๆ “นายท่านผู้เฒ่าเกิดเรื่องใหญ่ที่หน้าประตูแล้วขอรับ” “เรื่องใหญ่อันใดของเจ้าหรือฉือหลินถึงได้ทำท่าต
ส่วนเฟยซวนก็เดินไปทักทายบิดากับมารดาที่อยู่ข้าง ๆ ผู้เป็นย่าของตนเช่นกัน “ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าขอโทษด้วยนะขอรับที่ข้าไม่เลือกเป็นขุนนาง” จางเจิ้นเอ่ยกับบุตรชายด้วยท่าทางสบาย ๆ ไม่ได้ผิดหวังกับสิ่งที่บุตรชายเลือกแต่อย่างใด “ไอหยา เจ้าจะขอโทษพ่อกับแม่ไปทำไมกันเล่าอาซวน นี่เป็นสิ่งที่เจ้าตัดสินใจเลือกด
การเดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อทำงานตามสัญญาจ้างได้เสร็จสิ้นแล้ว และญาติผู้พี่อย่างจางหรงจวินก็สอบเป็นขุนนางได้อย่างที่ทุกคนหวังเอาไว้ ทั้งยังได้รับภารกิจสำคัญทันทีที่เข้ารับตำแหน่งขุนนางในกรมโยธา ส่วนตัวของอวิ๋นซีผู้ได้รับความเอ็นดูจากผู้มีอำนาจสูงสุดในวังหลวง และนางยังเป็นผู้มีพระคุณทำให้องค์ชายสิบ
จางอวิ๋นซีผู้มาเกิดใหม่ในร่างเด็กหญิงวัยแปดหนาวในโลกที่ไม่เคยได้ยินชื่อ ผู้พาครอบครัวก่อร่างสร้างตัวจากสิ่งของจากยุคสมัยที่นางจากมา ทั้งนางยังเป็นแรงผลักดันในการสอบขุนนางของญาติผู้พี่จนประสบความสำเร็จหลังจากการเดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อทำงานตามสัญญาจ้างงาน อวิ๋นซีที่ได้ยื่นมือช่วยเหลือองค์ชายสิบผู้












reviews