All Chapters of หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย: Chapter 171 - Chapter 175

175 Chapters

บทที่ 172 เมื่อเสือสิ้นลาย

“ข้ามิรู้เรื่อง ! อย่างไรเสียข้าก็เป็นผู้บริสุทธิ์ !” จวินเฉียนหลิงจนปัญญาจะโต้แย้งด้วยเหตุผลกับลั่วชิงหวง จึงทำได้เพียงยืนกรานกระต่ายขาเดียว“พอได้แล้ว !” จวินอู่เฉินไร้อารมณ์จะสดับรับฟังต่อ เขาไอโขลกออกมาขัดจังหวะจวินเฉียนหลิงพลางตรัสว่า“ในเมื่อไร้หลักฐานมัดตัวก็ให้เรื่องมันผ่านไปเสีย ! ข้ามิปรารถนาจะเห็นเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำสองอีก !”เมื่อเห็นจวินอู่เฉินทรงกริ้ว ทุกคนต่างพากันนิ่งเงียบ เรื่องราววุ่นวายพร้อมกับการตายของลั่วชิงเฉิงจึงถูกปิดลงอย่างคลุมเครือเช่นนี้.....“ผ่านเรื่องนี้ไป ขุมกำลังของจวินเฉียนหลิงคงมิอาจแข็งแกร่งดังเดิมได้อีก”ลั่วชิงหวงเหยียดยิ้มที่มุมปาก ในหมู่ขุนนางคนสำคัญ อัครเสนาบดีหลิวย่อมยืนอยู่ฝ่ายรัชทายาทแน่นอน ส่วนบิดาของนางที่เดิมทีเอนเอียงไปทางจวินเฉียนหลิง เมื่อเจอเหตุการณ์นี้เข้าไป เกรงว่า...คงเริ่มลังเลเสียแล้วในบรรดาเสนาบดีหกกรม กรมการปกครอง กรมพิธีการ และกรมคลัง ล้วนเป็นฝ่ายจวินเฉียนหลิง ส่วน ‘ซ่งกัง’ เจ้ากรมหมาน เดิมที...เป็นคนของจวินหงเฟิง ทว่า...หลังจากเรื่องของจวินหงเฟิงและซ่งหลิงจบลง ตำแหน่งของเขาก็สั่นคลอนมิมั่นคง ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ลั่วช
Read more

บทที่ 173 หมากกระดานวังหลวง

“พอดีอากาศมันค่อนข้างร้อนน่ะ” ลั่วอวิ๋นจื่ออดมิได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสลับกับมองจวินชิงอวี่ที่สวมอาภรณ์เพียงชั้นเดียว แล้วย้อนกลับมามองตนเองที่สวมเสื้อผ้าหนาเตอะถึงสามชั้น มุมปากของเขาเริ่มกระตุกวูบ อากาศร้อนงั้นรึ ? เหตุใดเขาจึงมิรู้สึกสักนิด ? เมื่อเห็นสีหน้าเห็นอกเห็นใจจากลั่วชิงหวง ลั่วอวิ๋นจื่อก็ได้แต่ลูบจมูกตัวเองพลางพึมพำกับตนเองว่า“หรือว่า...ข้าจะมีไข้จริงๆ”.....เจ็ดวันผันผ่านไปในชั่วพริบตา กลิ่นอายแห่งต้นฤดูใบไม้ผลิอบอวลไปทั่วทั้งนครหลวง ภายในลานบ้าน แมกไม้เริ่มแตกกิ่งก้านผลิดอกออกใบ แต่งแต้มสีสันแห่งชีวิตชีวาไปทั่วทุกหย่อมหญ้า แม้แต่ชุดโต๊ะเก้าอี้ที่เคยเย็นชืดก็ดูเหมือนจะซึมซับบรรยากาศอันอบอุ่นของฤดูใบไม้ผลินี้ไว้ด้วยลั่วชิงหวงยืนอยู่ภายในห้อง ริมฝีปากประดับรอยยิ้มอ่อนโยนอบอุ่นดุจแสงตะวันยามเช้า นางสวมอาภรณ์สีแดงสดใส ขับเน้นให้ทั้งร่างดูงดงามหยาดเยิ้มและเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณ“คุณหนู เกี้ยวมาถึงแล้วเจ้าค่ะ” เซียงหลิงเห็นลั่วชิงหวงยังคงยืนนิ่งอยู่ในห้อง จึงอดมิได้ที่จะเร่งเร้า“วันนี้...แม้จะเป็นงานเลี้ยงว่านเจีย แต่...ก็เป็นวันพระราชทานสมรสให้แก่เหล่าองค์ชายและองค์ห
Read more

บทที่ 174 อาภรณ์สีเพลิงกับจารีตที่ถูกทำลาย

จวินชิงอวี่คลี่ยิ้มลึกลับ แววตาไหวระริกดูสง่างามเหนือผู้ใด เขาเอ่ยอย่างผ่อนคลายว่า“เสด็จพ่อทรงมิพอพระทัยเฉียนหลิง ย่อมต้องอาศัยโอกาสในงานเลี้ยงครั้งนี้เพื่อลิดรอนอำนาจวาสนาของเขา เพื่อให้เหล่าขุนนางได้ประจักษ์ถึงโฉมหน้าอีกด้านหนึ่งของเขาให้ชัดเจน”ลั่วชิงหวงปรายสายตามองจวินชิงอวี่ด้วยความชื่นชม ในใจอดมิได้ที่จะทอดถอนใจ คนอื่นต่างพากันยกย่องว่านางฉลาดปราดเปรื่อง ปัญญาเลิศล้ำและมีความคิดอ่านถี่ถ้วน ทว่า...หากนำมาเปรียบกับแผนการในใจของจวินชิงอวี่แล้ว เรื่องของนางกลับมิควรค่าแก่การเอ่ยถึงเลยแม้แต่น้อยขณะที่จวินอู่เฉินประทับอยู่บนแท่นประธาน สายตาของพระองค์พลันเหลือบไปเห็นเงาร่างในชุดสีแดงสองร่างยืนอยู่ไม่ไกล ทั้งคู่ดูสง่างามโดดเด่นเหนือใคร รอยยิ้มบนพระพักตร์จึงเริ่มมีความอบอุ่นพาดผ่าน เมื่อทอดพระเนตรเห็นว่าเหล่าแขกเหรื่อมากันเกือบครบครันแล้ว จึงตรัสขึ้นว่า“ในเมื่อมากันครบแล้ว ก็จงนั่งลงเถิด” เมื่อสิ้นกระแสรับสั่งของจวินอู่เฉิน ทุกคนต่างพากันเข้าประจำที่ลั่วชิงหวงตั้งใจจะเดินไปยังที่นั่งที่จัดเตรียมไว้ให้จวนแม่ทัพใหญ่ ทว่า...กลับถูกจวินชิงอวี่รั้งแขนไว้ นางมองเขาด้วยความฉงน พยายามส่งสัญ
Read more

บทที่ 175 จุมพิตใต้แสงจันทร์

ท่ามกลางงานเลี้ยง เสียงพิณและขลุ่ยยังคงดังแว่วมามิขาดสาย ทว่า...หลิวซือเข่อกลับทำราวกับเป็นคนหูหนวก นิ้วเรียวยาวสั่นเทาขณะกำจอกสุราแน่น เขาดื่มลงไปจอกแล้วจอกเล่าราวดั่งคนมิรู้จักอิ่ม ใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับหยกยามนี้...กลับถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกแห่งความทุกข์ระทม“สุราทำร้ายกาย หลิวกงจื่อควรจะดื่มให้น้อยลงบ้าง” น้ำเสียงอ่อนหวานดังขึ้นข้างหูของหลิวซือเข่อหลิวซือเข่อมิได้มีท่าทีหวั่นไหว เขาเงยหน้าขึ้น แววตายังคงพร่าเลือนด้วยฤทธิ์สุราจนมิอาจมองเห็นอารมณ์ที่แท้จริงในยามนี้ได้ มุมปากของเขาหยักยิ้มอย่างสง่างามและมีมารยาทตามความเคยชิน“ขอบพระทัยองค์หญิงสิบเอ็ดที่ทรงเป็นห่วง” องค์หญิงสิบเอ็ด ‘จวินโม่หลี’ เมื่อเห็นรอยยิ้มอันสงบนิ่งนั้นของหลิวซือเข่อ ใบหน้าของนางก็พลันแดงระเรื่อ นางรีบก้มหน้าลงมิกล้าสบตาเขาพระมารดาขององค์หญิงสิบเอ็ดมีฐานะมิสูงส่งและสิ้นพระชนม์ไปนานแล้ว ด้วยเหตุนี้ องค์หญิงสิบเอ็ดจึงมักถูกผู้คนมองข้ามมาโดยตลอด กระทั่งมิได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานสังคมสำคัญๆ เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนก็มักจะจำได้เพียงองค์หญิงสองนาง และลืมเลือนตัวตนขององค์หญิงสิบเอ็ดไปจนสิ้นองค์หญิงนางนี้มิได้งดงามล้ำเลิศ
Read more

บทที่ 176 รหัสลับแห่งบุปผา

ขณะที่สีหน้าของหลิวหยวนเจิงและลั่วหยวนกลับเต็มไปด้วยความครุ่นคิด ยามนี้...พระพลานามัยของฮ่องเต้นับวันยิ่งทรุดโทรม เกรงว่า...จะทรงยืนหยัดอยู่ได้อีกไม่กี่ปี ตำแหน่งรัชทายาทก็ถูกปลดและยังมิได้แต่งตั้งใหม่ ฮ่องเต้ทรงพระราชทานบุปผาในยามนี้ ชะรอยจะทรงใช้การมอบดอกไม้เพื่อสื่อถึงพระทัยที่แท้จริงเป็นแน่“พระราชทานองค์ชายใหญ่จวินเสียนฉีดอกท้อ” ขันทีขานราชโองการตามที่จวินอู่เฉินเขียนไว้ล่วงหน้าสีหน้าของจวินเสียนฉีเปลี่ยนไปทันที ใบหน้าของเขาหมองคล้ำลง มิใช่โบตั๋น ! ดอกโบตั๋นคือราชาแห่งมวลบุปผา ตัวเขานั้นเคยเป็นถึงรัชทายาท ตามหลักแล้วควรจะได้รับดอกโบตั๋น ทว่า...เสด็จพ่อกลับมอบดอกท้อให้ แม้ดอกท้อจะงดงามสะคราญตา แต่...ความหมายแฝงนั้นกลับเทียบมิได้กับโบตั๋นเลยแม้แต่น้อย ดูท่า...เสด็จพ่อคงทรงตัดสินพระทัยเด็ดขาดแล้วว่าจะมิคืนตำแหน่งให้เขา เขาอยากจะรู้นักว่าเสด็จพ่อจะมอบโบตั๋นนี้ให้แก่ผู้ใด ? จวินเฉียนหลิงหรือจวินชิง อวี่ ?“พระราชทานองค์ชายรอง จวินเฉียนหลิงดอกโบตั๋นแดง”เสียงขันทีขานตะเบ็งแหลมสูงด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอดังเดิม ทว่า...ประโยคนี้กลับทำให้ทุกคนในงานหน้าถอดสี ใบหน้าของจวินเฉียนหลิงฉายแววยินดี
Read more
PREV
1
...
131415161718
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status