บททั้งหมดของ สัมพันธ์รักทายาทมาเฟียคนสุดท้าย: บทที่ 21 - บทที่ 30

172

บทที่ 21

"เพื่อให้เธอยอมมาพบคุณด้วยความเต็มใจ แบบที่ไม่ต้องมีการบีบบังคับ" และนั่นเป็นคำตอบของมือขวาอย่างลูเซิร์น ผู้ที่ไม่เคยทำให้คาลวินรู้สึกผิดหวังในตัวของเขา "กูไว้ใจมึง ! แต่กูก็ไม่ได้มีเวลามากมายขนาดนั้น มึงเร่งให้กูด้วย ทายาทคนต่อไปของซาร์เดญญ่า เซสส์น็อกของกูรอไม่ได้" "ทราบแล้วครับ ผมจะรีบปิดงานนี้ให้เร็วที่สุด" "ดี" พูดจบก็เบนความสนใจไปทางบอดี้การ์ดคนสนิทที่ยืนขนาบอยู่ทางด้านหลังของเขา "ฟอร์ลัน มึงรีบจัดการให้คนเตรียมห้องของเทียนสี่เอาไว้ได้เลย กูจะให้เธอนอนที่ชั้นสองห้องใกล้ ๆ กับมือขวาของกู เพราะเทียนสี่จะได้มีเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้ ตลอดเวลาที่เธออยู่ที่นี่" "ทราบแล้วครับ" หลายวันต่อมา เทียนสี่นั่งเคร่งใช้สมาธิอยู่บนเก้าอี้ ขณะที่เป็นการสอบวิชาสุดท้ายของเทอมนี้ หลังจากที่เข้มงวดกับการสอบไล่เพื่อสำเร็จการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย และ เตรียมพร้อมกับการเริ่มต้นใหม่ในอีกขั้นสำหรับชีวิตของการทำงาน หลายวันที่ผ่านมานี้ มาเฟียกระจอกพวกนั้นไม่ได้มาก่อความวุ่นวาย หรือ กลับมาข่มขู่รีดไถขาวบ้านระแวกนั้นอีกหลังจากวันที่เกิดเรื่อง เช่นเดียวกับเธอและลูเซิร์นที่ไม่ได้มีการติดต่อกันเลยนับตั้งแต่
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 22

"เบื้องต้นคุณยายถูกรถชนกระแทกเข้าที่ขา กระดูกต้นขาหัก และ ร้าวเป็นบางส่วน ต้องใช้การผ่าตัดเพื่อใส่อุปกรณ์ช่วยดามเข้าไป" เป็นคำกล่าวรายงานของคุณหมอเจ้าของไข้ที่รับรักษาคุณยายกลิ่นเกษรของเธอที่วินิจฉัยออกมา "ค่าใช้จ่ายล่ะคะ สูงแค่ไหน ?" เทียนสี่สีหน้าไม่ดีแสดงออกถึงความกังวลใจที่มีอยู่ไม่น้อย "ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้เลยครับ รู้สึกว่าเคสคุณยายของคุณ จะมีคนดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายให้หมดแล้ว" "อะไรนะคะ ?" "เบื้องต้น หมอขออนุญาตแจ้งญาติของคนไข้เท่านี้ก่อน" พูดเพียงเท่านั้นเทียนสี่ก็ลุกขึ้นออกจากห้องของคุณหมอท่านนั้น โดยมีเจ๊หวานที่นั่งฟังอยู่ด้วยกันลุกตามออกไป ทันทีที่เปิดประตูออกมาดวงตาโฉบเฉี่ยวของเทียนสี่ก็ประสานเข้ากับสายตาอันคมกริบของคนที่ยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่หน้าห้องในฝั่งตรงกันข้าม ทำให้เธอรู้สึกแปลกใจเมื่อได้เห็นเขาในเวลานี้ "ลูเซิร์น คุณมาที่นี่ได้ยังไงคะ" เธอเอ่ยถาม ในตอนที่เขาตรงเข้ามาหา "ก็นี่แหละ คนที่พายายษรมาส่ง" เป็นเจ๊หวานที่พูดขึ้น พลางสะกิดเข้าที่ต้นแขนเรียวขาว
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 23

"ไม่ได้เจอคุณหลายวัน ผมแค่อยากแวะไปหา" คำตอบของเขา ทำให้เทียนสี่รู้สึกประหลาดใจในสิ่งที่เป็นอยู่ "ฉันไม่รู้ว่า เราสนิทกันแค่ไหนแล้ว คุณถึงได้มายืนอยู่ตรงนี้" คำว่า ตรงนี้ ! ของเทียนสี่หมายถึง ตรงที่พอเธอมีเรื่องหรือว่าปัญหา ก็มักจะเป็นเขาอยู่เสมอที่คอยยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ "ก็น่าจะมากพอที่คุณไม่ควรต้องเกรงใจ เวลาที่ผมช่วยเหลืออะไรคุณได้แล้ว" "ไม่ได้หรอกค่ะ ยิ่งสนิท ฉันก็ยิ่งรู้สึกเกรงใจ" "เกรงใจได้ครับ แต่ไม่ควรต้องคิดมาก" "ฉัน..." เทียนสี่ก้มหน้าอย่างสับสน ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอควรหยุดคิดมาก และ ยอมให้เขาช่วยเหลือ หรือ ควรโฟกัสกับสิ่งไหนก่อนดี "คุณอยากอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็กลับไปจัดกระเป๋ามาเฝ้าของยายคุณที่นี่ไหม" คำถามของลูเซิร์นตรงกับความคิดในหัวของเทียนสี่ที่แล่นเข้ามาพอดี ทำให้เธอเลือกที่จะพยักหน้าแทนการตอบคำถาม ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินลงมาที่ลานจอดรถ "เป็นห่วงยายของคุณเหรอ" ลูเซิร์นหันไปถามคนข้างกายภายในรถหรู ที่นั่งมาด้วยโดยไม่พูดไม่จากันมาตลอดทาง "ตั้งแต่เล็กจนโต ฉันไม่เคยเห็นหน้าพ่อแม่เลย ฉันมีแค่ยาย ถ้ายายเป็นอะไรไป ก็ไม่รู้ว่าฉันจะอยู่ต่อไปยังไง" เทียนสี่ได้แต่
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 24

"ใช่ค่ะ ตั้งแต่ตอนที่ฉันอายุไม่กี่เดือนเท่านั้นเอง" เทียนสี่เดินตรงเข้ามา แล้วยืนมองไปที่ภาพถ่ายเก่า ๆ ใบนั้น "ที่เกาหลี ?" "ยายบอกแบบนั้น" เธอตอบ เพราะเคยบอกเขาว่าตัวเองเกิดที่นั่น ซึ่งมันก็คือเรื่องจริง "พ่อแม่ของคุณละครับ" "ยายบอกว่าท่านเสียไปหมดแล้ว ไม่กี่วัน หลังจากที่ฉันถ่ายรูปนี้" เทียนสี่เงียบไปภายหลังจากที่ได้ตอบคำถาม "เสียใจด้วยนะครับ" ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้แล้วมองรูปถ่ายใบเดียวกัน C-a-n-d-l-e "Candle ?" คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน เมื่อมองเห็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ ซึ่งอ่านออกเสียงว่า แคนเดิล ที่ปรากฏอยู่บนรูปถ่ายใบนั้น "ยายบอกมันแปลว่าเทียนก็เลยเขียนเอาไว้" คำตอบของเทียนสี่เรียกรอยยิ้มมุมปากให้กับคนที่ได้ฟัง "ครับ แคนเดิล ที่แปลว่า เทียน" ลูเซิร์นยิ้มรับในคำตอบ เทียนสี่พยักหน้าแล้วก้มลงไปหยิบกระเป๋าสะพายที่วางอยู่ขึ้นมาถือไว้ "ฉันพร้อมแล้ว เราไปกันเลยไหมคะ" เทียนสี่สบตาแล้วบอกกับเขา ก่อนที่ลูเซิร์นจะอาสาช่วยหิ้วกระเป๋าสะพายใบนั้นให้กับเธอแล้วเดินไปที่รถพร้อมกัน แต่ทว่า พอมาถึงอยู่ ๆ เทียนสี่ก็มีอาการแปลก ๆ เธอก้มหน้าก้มตายกมือขึ้นกุมขมับบางของตัวเองแค่เพียงชั่วคร
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 25

เทียนสี่ส่ายหน้าน้อย ๆ พลางกวาดสายตามองออกไปนอกรถแล้วไม่ตอบอะไรออกไป เพราะยังนึกไม่ออกอยู่ดี รู้สึกแค่ว่าตอนนี้ร่างกายกำลังต้องการของอะไรที่หวาน ๆ เย็น ๆ สดชื่นช่วยให้กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาสักหน่อย "คิดออกแล้ว ! ขอเป็นชานมไข่มุกได้ไหมคะ" "ตอนนี้เนี่ยเหรอครับ ?" ลูเซิร์นเหลือบมองบนหน้าปัดนาฬิกาเรือนหรู บ่งบอกเวลาเกือบถึงเที่ยงคืน แล้วหลุดขำออกไปในตอนที่ถาม "ไม่ได้เหรอคะ" เทียนสี่ย่นจมูกราวกับคนโดนเอ็ด เสมือนว่าเป็นเด็กน้อยที่ถูกงดขนมหวาน เพราะไม่ยอมทานข้าวทานปลาและผักแสนอร่อย "ได้สิครับ รอสักครู่ เดี๋ยวผมไปหามาให้นะ" ลูเซิร์นยิ้มให้กับเธออย่างนึกเอ็นดูพลางปลอบใจว่ายังไงเขาก็จะหามาให้ได้ แม้ในเวลาแบบนี้ก็ตาม "ขอ 2 แก้วเลยนะคะ" "โอเคครับ" เทียนสี่ยกสองนิ้วตามความต้องการ ก่อนที่อีกฝ่ายจะพยักหน้ารับคำของหญิงสาวที่ในตอนนี้ดูราวกับเด็กน้อย แล้วตรงไปที่จุดขายอาหาร โดยมีสายตาคู่หวานมองตามแผ่นหลังกว้างของเขาจนลับสายตาไปด้วยความประทับใจอย่างไม่รูัตัว ไม่นานนักลูเซิร์นก็เคาะกระจกรถปลุกคนที่เผลองีบหลับไปอีกครั้งนานกว่าสิบนาทีให้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเปิดกระจกรับเอาของที่เขานำกลับมาฝาก
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 26

ท่าทางเงอะ ๆ งัน ๆ แสดงออกถึงความไม่ประสีประสาของเทียนสี่ ทำให้อีกฝ่ายรับรู้ได้ เพียงแต่ไม่ได้ทำให้เขาหยุดการกระทำนั้น อีกทั้งยังอาศัยจังหวะโดยใช้เรียวลิ้นอันอุ่นชื้นดันก้อนกลม ๆ ของเม็ดมุกสีน้ำตาลเข้มหวานนุ่มส่งเข้าไปในโพรงปากอันหวานล้ำของเธอทีละเม็ด ๆ อย่างช้า ๆ ทำปลายลิ้นของทั้งสองเกี่ยวพันกันแม้ไม่ได้ตั้งใจเสมือนเป็นการยืนยันว่าเขาไม่ชอบไข่มุกอย่างที่ว่านั่นจริง ๆ ถึงเลือกดื่มเฉพาะชา แต่กลับป้อนไข่มุกแสนหวานเหล่านั้นส่งคืนกลับมาในโพรงปากนุ่ม ๆ ของคนที่บอกว่าชอบแทน จนเธอสัมผัสได้ถึงความหอมหวานละมุนที่ส่งผ่านมาจากเรียวลิ้นอันชุ่มฉ่ำที่เกี่ยวพันกันอย่างวาบหวามทำร่างเธอสั่นสะท้านไปทั้งตัว "อึก !" เทียนสี่ยกมือขึ้นดึงรั้งที่แขนเสื้อของเขาจนยับย่น ไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอจิกเล็บลงไปโดนผิวหนังบนตัวของเขาด้วยหรือเปล่า นั่นเป็นสิ่งที่เธอไม่มั่นใจ "แค่ก แค่ก แค่ก !" เธอป้องปากของตัวเอง ในตอนที่เขาถอนจูบออกไปแล้ว พร้อมกับเผลอกลืนเม็ดไข่มุกลงคอทั้งที่ยังไม่ได้เคี้ยว จนแทบจะล้นสำลักมันออกมา ในขณะที่ใบหน้ายังคงเห่อร้อนจนแก้มขึ้นสี "ถ้าอยากให้ผมดื่มชาแก้วนั้น ก็คงต้องทำแบบนี้ คุณโอเครึเปล่า" ลูเ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 27

"ใครเจ๊ ?" คิ้วสวยขมวดเข้าหากัน เป็นเชิงตั้งคำถาม แม้ในใจจะนึกไปถึงคน ๆ เดียวกันกับที่เจ๊หวานพูดถึงอยู่ก็ตาม "อ้าวนังนี่ ! ก็คุณลูเซิร์นที่เขาช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลยายษรนั่นไง ทำอินโนเซนต์ไปได้" เจ๊หวานทำเสียงกระแนะกระแหนท่าทางไม่จริงจังเท่าไหร่นัก "จะบ้ารึไงเจ๊ ไม่ใช่แฟนฉันสักหน่อย" เทียนสี่รีบยกมือขึ้นปิดปากเจ๊หวานไว้ เพราะกลัวว่าใครจะมาได้ยินเข้า "อะไรของแกวะ ไม่ใช่แฟนแล้วเขาจะมาช่วยนั่นช่วยนี่แกทำไม บ้ารึเปล่า !" "เจ๊นั่นแหละที่บ้า เขาแค่ให้ฉันยืมเงินเท่านั้น เดี๋ยวพอฉันมีเงิน ฉันก็ต้องคืนเขาทั้งหมดทุกบาททุกสตางค์" "ไม่เอาตัวเข้าแลกไปเลยล่ะวะ หล่อนะเว้ย ลูกออกมาท่าจะน่ารัก ข้าอยากอุ้มว่ะ" เจ๊หวานกำลังทำท่าฝันกลางวัน หลุดเพ้อไปถึงไหนต่อไหน ทำเทียนสี่ถึงกับกลอกตาไปมาแล้วถอนหายใจทิ้ง "บ้าไปกันใหญ่แล้วเจ๊" "แกน่ะสิบ้า ดูไม่ออกรึไงว่าผู้ชายเขาชอบ" เจ๊หวานยังคงเถียงกลับคอเป็นเอ็น เพราะแกชอบใช
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 28

"ไม่เลยค่ะ" เทียนสี่ก้าวเข้าไปหาแล้วนั่งลงตรงเก้าอี้ว่างข้างเตียงสบตากับหญิงชราใกล้ ๆ "ขอโทษนะลูก ที่ยายมีให้หนูได้เท่านี้ ถ้าพ่อกับแม่ของหนูยังอยู่..." พูดยังไม่ทันจบ เทียนสี่ก็โผเข้าไปสวมกอดคุณยายกลิ่นเกษรด้วยความรัก และ ผูกพันที่มีให้กันมาช้านาน แม้ว่าเธอจะไม่ใช่หลานสาวแท้ ๆ ของคุณยายกลิ่นเกษรก็ตาม "อะไรกันคะ ไหนว่าเราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้กันแล้วไง อะไรที่ผ่านมาแล้ว ก็ให้มันผ่านไปเถอะนะคะ เรากลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้ แค่ทำทุกวันนี้ให้ดีขึ้นก็พอแล้ว" '...หนูช่างแสนดีจริง ๆ' "เมื่อกี้ยายว่าอะไรนะคะ" เพราะคำพูดที่เบามาก ทำให้เทียนสี่จับใจความไม่ได้ในประโยคเมื่อครู่นี้ของคุณยายกลิ่นเกษร ที่เอาแต่จับจ้องมองดวงหน้าที่สวยสง่าไม่ต่างจากมารดาของเธอเลยแม้แต่น้อย แต่ไม่ทันที่จะได้ถามเอาความไปมากกว่านี้ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะ ก่อนจะมีเจ้าหน้าที่ของทางโรงพยาบาลนำอาหารเข้ามาเสิร์ฟ ดึงความสนใจของเทียนสี่ให้ผุดกายขึ้นไปรับอาหารถาดนั้นมาวางไว้ที่โต๊ะของผู้ป่วย "ได้เวลาอาหารเย็นพอดี ดูซิว่ามื้อนี้มีอะไรอร่อย ๆ ให้กินบ้าง" ว่าแล้วก็เปิดอาหารหลากหลายเมนูบนถาดที่ถูกยกเข้ามาเสิร์ฟดู ก
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 29

"ว้าว ! ตั้งสองแก้วเชียวเหรอคะ รู้ได้ยังไงว่าฉันกำลังจะลงไปหาไอ้เจ้านี่อยู่พอดี" "เห็นคุณบอกว่าชอบ ผมก็เลยแวะซื้อมาฝาก หวานน้อยเหมือนเดิมครับ" "ขอบคุณนะคะ" เทียนสี่ระบายยิ้มออกมาเล็ก ๆ ก่อนที่ลูเซิร์นจะหันกลับไปสบตากับลูกน้องคนสนิททั้งสองคนที่มาด้วยกัน "เซย์ยะ อันมิ่ง ฝากนายสองคนเอาของเยี่ยมพวกนี้ไปให้คุณยายกลิ่นเกษรแทนฉันหน่อยแล้วกัน" "ได้ครับ" "ส่วนคุณ ผมขอคุยด้วยเป็นการส่วนตัวหน่อยครับ" ลูเซิร์นหมุนตัวกลับมาหาคนที่ก้มหน้าก้มตาเอาแต่ดื่มชานมไข่มุกอย่างเพลิดเพลินอยู่ "ได้ค่ะ" เธอตอบพลางกะพริบตาปริบ ๆ เมื่อถูกขัดจังหวะการกินและการดื่ม แต่ทว่าก็รีบตอบตกลงไป "เชิญครับ" ว่าแล้วก็ผายมือเชิญเธอให้นำหน้าเข้าไปในลิฟต์ตัวที่รออยู่ ก่อนที่เขาจะก้าวตามเข้าไป เวลาต่อมา ลูเซิร์นพาเทียนสี่ลงมาด้านล่างมีต้นไม้และพุ่มไม้ ตกแต่งเป็นสวนหย่อมขนาดใหญ่ มีพื้นที่ร่มรื่นสวยงาม มีม้านั่งหินอ่อน ให้พอได้นั่งเล่นและสูดอากาศบริสุทธิ์กับแสงแดดอ่อน ๆ เมื่อยามที่ตะวันกำลังจะลาลับขอบฟ้า "ดื่มด้วยกันไหมคะ" เทียนสี่หมุนตัวกลับมาหาร่างสูงที่เดินตามหลังมาจนถึงม้านั่งหินอ่อน แต่ก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 30

"ผมไม่ค่อยสะดวกจะคุยเรื่องนี้เท่าไหร่ เอาเป็นว่าไว้ก่อนแล้วกันนะครับ" ลูเซิร์นบอกอย่างไม่รีบร้อน ดูใจเย็น จนเทียนสี่ยิ่งรู้สึกเกรงอกเกรงใจมากขึ้นไปอีก "แต่ว่า..." "รังเกียจที่จะรับความหวังดีแล้วก็การช่วยเหลือจากผมรึยังไงครับ" "ไม่ใช่นะคะ คุณอย่าเข้าใจผิด" "ถ้างั้น ก็ไม่ต้องรีบร้อนที่จะคืนเงินพวกนี้ เพราะผมเองก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร เอาที่คุณพร้อมจริง ๆ เถอะครับ" "ก็ได้ค่ะ แล้วนี่คุณ..." ยังไม่ทันจะได้ถามอะไร อีกคนก็พูดในสิ่งที่ตั้งใจไว้ขึ้นมาซะก่อน "ผมอยากชวนคุณไปดินเนอร์" "ว่าไงนะคะ ?!" เทียนสี่ตกใจที่ยินคำกล่าวนั้นออกจากปากของเขา แม้จะเคยทานข้าวด้วยกันมาแล้ว แต่มันคงไม่เหมือน และ ดูท่าว่าจะแตกต่างไปจากครั้งนั้น คำว่าดินเนอร์สำหรับเทียนสี่แล้ว เท่ากับการขอเดต แม้จะไม่รู้ว่าสำหรับเขามันต่างกันแค่ไหน แต่หรับเธอแล้ว ดูเหมือนมันจะเป็นคำ ๆ เดียวกัน ซึ่งเธอก็ไม่ติด แต่กำลังคิดอยู่ว่า เขาชอบเธอ แบบที่เจ๊หวานพยายามไซโคใส่หัวของเธออยู่ด้วยรึเปล่าเท่านั้นเอง "ผมอยากชวนคุณไปดินเนอร์ แล้วก็ไปเจอกับคนที่ผมนับถือเหมือนคนในครอบครัว" คำกล่าวของลูเซิร์นทำใบหน้าของเทียนสี่เริ่มขึ้นสี
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123456
...
18
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status