جميع فصول : الفصل -الفصل 40

56 فصول

บทที่ 7.3

“แล้ว?...” เฟิ่งอวิ๋นฉีตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว“เขาก็จะพบว่าตนเองไร้ลมปราณ ไร้วรยุทธ์”นางในเวลานี้ดูร้ายกาจเจ้าเล่ห์ แต่เขาก็ชอบ!!!!“เจ้าทำลายวรยุทธ์หลี่กงกง!? สวรรค์! นั่นยอดฝีมือคนสนิทของฮองเฮาเลยนะ ฮ่าๆๆ”เสียงหัวเราะของหนานฉีหวาง ทำให้นางกำนัลที่ยืนห่างออกมาต่างประหลาดใจ พวกนางเตรียมตัวเข้าไปปรนนิบัติผู้เป็นนายกับนายหญิง แต่จนสายตะวันโด่งท่านอ๋องกับพระชายาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเรียกใช้ตอนนี้มีเสียงหัวเราะดังเล็ดลอดออกมาอย่างสำราญใจ คู่แต่งงานใหม่กลับกลมเกลียวกันถึงเพียงนี้ น่ายินดียิ่ง!!!กำหนดเดินทางกลับชายแดนเหนือได้ถูกประกาศออกไป ทว่าก่อนเดินทางหนึ่งวันหนานฉีหวางกลับทูลลาฮ่องเต้เพื่อออกเดินทางกลับชายแดนเหนือลับๆถึงอย่างนั้นเมื่อถึงกำหนดเดิมขบวนรถม้าหรูหราก็ยังคงเดินทางออกจากเมืองหลวง โดยใช้คนละเส้นทางกับขบวนจริงของหนานฉีหวาง หวางเฟย และองค์หญิงเฟิ่งจวินหนิง“ท่านต้องทำให้ซับซ้อนถึงเพียงนี้?” เซี่ยไห่ถางสวมชุดรัดกุมสีขาวเช่นบุรุษ หญิงสาวขี่ม้าสีขาวที่เฟิ่งอวิ๋นฉีหามาให้เคียงคู่ด้วยอ๋องหนุ่มซึ่งใช้ม้าสีดำพ่วงพีมองจากเบื้องหลังผู้ติดตามและผู้คุ้มกันล้วนชื่นชม เพราะไม่ว่าจะมองอย่างไร
اقرأ المزيد

บทที่ 7.4

“ข้าไม่ปฏิเสธในเรื่องนั้น เจ้าเป็นสตรีที่ข้าไม่เคยพานพบจริงๆ มาลองเดิมพันกับข้าดูหรือไม่”“เดิมพัน?”“ใช่ เดิมพันอย่างที่ข้าเคยเดิมพันกับตัวเอง ก่อนหน้านั้นได้พบเจ้าที่เสวี่ยซานข้าก็ถูกเจ้าดึงดูด ต่อมาข้าได้พบเจ้าอีกครั้งที่ชายแดนตะวันออก ตอนนั้นข้าเดิมพันกับตัวเองหากได้พบเจ้าอีกจะนับว่านี่เป็นวาสนา หลังจากนั้นเจ้าก็ควบม้ามาช่วยคนที่นอกป้อมเฉียวหงจริงๆ จากกันครานั้นยังคิดว่าไม่ได้พานพบแน่นอน ที่ไหนได้กลับเข้าเมืองหลวงข้ากลับชนะเดิมพันกับตัวเองเสียอย่างนั้น”“ชนะเดิมพันกับตัวเอง?”...มีเรื่องแบบนี้ที่ไหนกัน!!“ใช่ เพราะข้าเดิมพันกับตัวเองว่าหากพบกันอีกคราจะไม่มีวันปล่อยเจ้าไป ตอนนี้แต่งเจ้าเป็นหวางเฟย นี่ไม่ใช่การชนะเดิมพันกับตัวเองหรอกหรือ”เซี่ยไห่ถางกลอกตามองเขาราวมองคนเสียสติ นางต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่มองว่าเขาเป็นคนสุขุมน่ากลัว นางกำลังสนทนากับบุรุษวิปลาสผู้หนึ่งชัดๆ!!!“ว่าอย่างไรสนใจเดิมพันกับข้าหรือไม่”นางคร้านจะใส่ใจได้แต่ไสม้าให้ออกเดินนำหน้าไป แต่เขาไหนเลยปล่อยนาง“เจ้าลองคิดดูข้าทั้งหล่อเหลาร่ำรวย จวนที่หลานโจวก็หลังใหญ่โต ฐานะก็เป็นถึงอนุชาของฮ่องเต้ เดิมพันชนะข้าเจ้ามีแต่ไ
اقرأ المزيد

บทที่ 8.1

ตลอดการเดินทางขึ้นเหนือโดยการปิดบังฐานะ นับตั้งแต่ออกจากวังหลวงทุกอย่างล้วนราบรื่นดี กระทั่งผ่านไปสองวันหลังจากพ้นเขตเมืองหลวง เซี่ยไห่ถางก็มองออกถึงความเคร่งเครียดของผู้ติดตามมองดูเฟิ่งอวิ๋นฉีที่ยังคงมีท่าทีผ่อนคลาย บางครายังหันมายั่วโมโหนางด้วยการเกี้ยวพา หญิงสาวยังนึกว่าเขาไม่ได้รับรู้ถึงสถานการณ์ ที่ไหนได้เขากลับเพียงยิ้มและกระซิบบอกนางว่าให้ผ่อนคลาย“ผ่อนคลาย? ถูกคนลอบสะกดรอยตามท่านยังกล้าผ่อนคลาย?”“ข้าก็บอกเจ้าแล้ว ความเคยชินไม่ใช่ว่าจะสร้างขึ้นภายในวันสองวัน” เขายิ้มแต่รอยยิ้มไปไม่ถึงดวงตา “หลายปีมานี้แม้ข้าไม่หาเรื่องใส่ตัวก็ใช่ว่าผู้อื่นจะไม่หาเรื่องให้ข้า ลำบากหวางเฟยแล้วที่ต้องมากังวล แต่นอกจากข้อเสียเรื่องนี้ข้ารับรองว่านอกนั้นแล้วข้าล้วนมีแต่ข้อดี”“หุบปาก!” นางถลึงตามองเขา “เวลาอะไรยังมีหน้ามาล้อเล่น”เฟิ่งอวิ๋นฉีหัวเราะ“เข้าไปอยู่ในรถม้ากับเสี่ยวหนิง”“ได้ หวางเฟยระวังตัวด้วย” เขาทำตามที่นางบอกอย่างว่าง่าย ค่อยๆ ไสม้าไปใกล้รถม้าและกระโดดลงพร้อมขึ้นไปนั่งในรถม้าเซี่ยไห่ถางหรี่ตามองไปโดยรอบความเงียบ...คือสิ่งที่ไม่ควรมีบนถนนที่สองข้างทางเต็มไปด้วยป่ารกทึบ อย่างน้อยก็
اقرأ المزيد

บทที่ 8.2

พิษเริ่มซึมเร็วมากจนน่าตกใจ นางไม่มีเวลาได้แต่ตัดสินใจก้มลงอ้าปากงับลงไปบนบาดแผล ดูดพิษออกท่ามกลางอาการตกอกตกใจของทั้งสาวใช้และเฟิ่งหนิงหญิงสาวพ่นเลือดสีคล้ำออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า ด้านนอกยังคงวุ่นวาย รถม้าก็แทบไม่อยู่นิ่ง เจ้าม้าตกใจเพราะการต่อสู้ดีดตัวยกขาหน้าขึ้น“ออกไปคุมรถม้าให้อยู่นิ่งๆ!” หญิงสาวหันไปบอกสาวใช้จากนั้นก้มลงดูดพิษอีกครั้ง เมื่อพ่นออกมาสาวใช้นางนั้นก็หายออกไปจากรถม้า หญิงสาวหันไปมองเฟิ่งหนิง “มีสุราหรือไม่”เฟิ่งหนิงพยักหน้าค้นกุกกักในรถม้าอยู่ครู่หนึ่ง นางคว้าถุงหนังที่บรรจุสุรายื่นให้หญิงสาว เซี่ยไห่ถางใช้มันล้างปากและล้างแผลให้เฟิ่งอวิ๋นฉี มองดูบาดแผลของชายหนุ่มที่ยังคงสดใหม่ เด็กาวหน้าเสีย---เขาช่วยชีวิตข้าเอาไว้------มันเป็นเรื่องที่เขาควรทำ------เขาจะไม่เป็นไรใช่หรือไม่------ได้ยินมาว่าพิษและสมุนไพรทุกชนิดมีผลต่อร่างกายเขา ข้าดูดพิษออกจำนวนหนึ่งจะอย่างไรก็ต้องให้หมอที่เชี่ยวชาญตรวจดู---นางคลำหาชีพจรของชายหนุ่ม ชีพจรสับสนแต่ก็ยังเต้น ลมหายใจอ่อนแต่ก็นับว่ายังไม่ตาย เซี่ยไห่ถางเริ่มพันแผลห้ามเลือดจากนั้นสวมเสื้อให้เขาลวกๆด้านนอกเสียงเงียบลงแล้ว...“หวางเฟ
اقرأ المزيد

บทที่ 8.3

‘ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว...’เฟิ่งหนิงน้ำตาคลอ ---ข้าไม่อยากให้มีใครต้องตายเพื่อข้าอีก เรื่องก่อนหน้านั้นก็มากพอแล้ว เขาเพิ่งตัดสินใจช่วยข้า พาข้าออกมา แต่ตอนนี้กลับถูกลอบสังหาร---นึกถึงเรื่องที่นางกำนัลหลายคนต้องมาตายเพื่อปกป้องนาง ทุกคนล้วนต้องการให้นางอยู่รอดปลอดภัย ทุกคนล้วนมีจุดประสงค์เพื่อให้นางหนีรอดไปได้...เซี่ยไห่ถางประคองดวงหน้าเด็กสาวขึ้น “เพราะเช่นนี้เจ้าจึงยิ่งต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ดี เพื่อให้การเสียสละของพวกเขาไม่สูญเปล่า” หญิงสาวเดาได้จากท่าทีของเด็กสาวเสียงขยับตัวของคนบนเตียงทำให้ทั้งสองหันไปมอง เฟิ่งอวิ๋นฉีกำลังพยายามลุกขึ้นและนั่งพิงพนักเตียง เซี่ยไห่ถางยื่นมือช่วยประคองจากนั้นขยับออกไปนั่งลง“เสี่ยวหนิง” เฟิ่งอวิ๋นฉียิ้มให้เด็กสาว “ปลอดภัยใช่หรือไม่”เฟิ่งหนิงพยักหน้าพร้อมใช้ภาษามือ ---ท่านทำเรื่องไร้ประโยชน์อยู่ ข้าช่วยเหลือตัวเองได้---ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตากับเซี่ยไห่ถาง หญิงสาวช่วยบอกเขา “นางบอกว่าท่านเพิ่งทำเรื่องไร้ประโยชน์ นางช่วยเหลือตัวเองได้”เฟิ่งอวิ๋นฉีถอนหายใจออกมา “เสี่ยวหนิง” เขาทำหน้าลำบากใจ“ข้ากำลังคิดจะเกี้ยวหวางเฟยอยู่ ข้าอุตส่าห์ใช้แผนเจ็บตัวเพื่
اقرأ المزيد

บทที่ 8.4

ในมือของเด็กสาวมีสำรับของคนเจ็บ เมื่อวางสำรับลงบนโต๊ะข้างเตียงเฟิ่งหนิงก็ใช้ภาษามือ ---มื้อเย็น---พูดจบเด็กสาวก็นั่งลงและหยิบช้อนขึ้นมา นางตักน้ำแกงขึ้นมาดม เป่าๆ สองสามทีจากนั้น...ลองชิม!!!เฟิ่งอวิ๋นฉีรีบยื่นมือออกมาคว้าช้อน แต่เด็กสาวขยับหลบมือของเขา“แต่สำรับของข้าปกติจะมีคน...” ทดสอบพิษอยู่แล้ว ซึ่งนั่นหมายถึงสมุนไพรอื่นๆ ที่อาจส่งผลตอนที่ร่างกายของเขาอ่อนแอมองด้านนอกเงาของเสี่ยวเจิ้งจื่อกำลังยืนอยู่ด้วยท่าทางลนลาน คิดว่าสำรับนี้คงยังไม่ได้ผ่านมือเสี่ยวเจิ้งจื่อเป็นแน่---เรียบร้อย ไม่มีสมุนไพรอื่นแน่นอน รสชาติจืดชืดเหมือนที่ท่านหมอสั่งเอาไว้ ท่านรีบกินตอนร้อน ยังมีชาขับเหงื่อท่านไม่อาจดื่มยาใช่หรือไม่---ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองเซี่ยไห่ถาง นางบอกความหมายที่เฟิ่งหนิงพยายามสื่อ “ท่านคงไม่ว่าอะไรหากข้าเล่าเรื่องของท่านให้นางฟังบ้าง นางสมควรรู้”“ข้าไม่เคยคิดจะปิดบังนาง เพียงแต่ไม่คิดว่านางจะใส่ใจ ไม่เคยคิดว่าจะมีผู้ใดใส่ใจ” ประโยคหลังเขากล่าวเสียงเบามากจากนั้นรับช้อนมาถือไว้เซี่ยไห่ถางชะงัก ไม่รู้เพราะอะไรนางจึงรู้สึกว่าระหว่างเฟิ่งหนิงและเฟิ่งอวิ๋นฉีมีบางอย่างที่คล้ายคลึงกัน ยิ่ง
اقرأ المزيد

บทที่ 9.1

เช้าวันแรกในจวนหนานฉีหวางเซี่ยไห่ถางลืมตาขึ้นเพราะรับรู้ว่าคนข้างกายขยับลุก นางมองตามแผ่นหลังในชุดตัวในสีขาวของเฟิ่งอวิ๋นฉีเงียบๆ เห็นเขาค่อยๆ ลงฝีเท้าแผ่วเบาเดินไปยังฉากกั้นราวเกรงว่าจะรบกวนการนอนของนาง“ตื่นเช้าถึงเพียงนี้? ฟ้ายังไม่สาง”อ๋องหนุ่มสะดุ้งเฮือก “หวางเฟยตื่นแล้ว?”เซี่ยไห่ถางลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง “ท่านต้องทำท่าทางเกรงอกเกรงใจข้าถึงเพียงนี้?”“เอ่อ...ก็จริง” เขาหัวเราะ “ข้าจะออกไปค่ายทหาร ปกตินอนที่นั่น ตอนนี้เพิ่งกลับมาสมควร...”“ข้าจะไปด้วย”“เจ้าว่าอย่างไรนะ”“ข้าจะไปด้วย”เขาชะงักไปนานมากก่อนตอบ “ได้ ข้าจะให้เสี่ยวเจิ้งจื่อเตรียมม้าให้เจ้าด้วย”เขาดูคาดไม่ถึงว่านางอยากติดตามไปด้วย จริงๆ ก็หายากที่จะมีสตรีต้องการเข้าไปในค่ายทหารที่เต็มไปด้วยบุรุษ ยิ่งเป็นสตรีที่ได้รับการเลี้ยงดูมาในห้องหอ ถึงอย่างนั้นเขากับลืมว่าเซี่ยไห่ถางแตกต่างจากสตรีอื่นท่าทีกระตือรือร้นของเขา ทำให้หัวใจของเซี่ยไห่ถางบีบรัด นางได้ยินคนเก่าแก่ของจวนกล่าวว่าจวนนี้เงียบเหงามานาน นายเพียงคนเดียวของจวนเคยกล่าวว่าหากกลับจวนมักจะได้กินข้าวคนเดียวเพียงลำพัง กลับไปที่ค่ายทหารมีพี่น้องร่วมรบมากมายเขาไม่เ
اقرأ المزيد

บทที่ 9.2

“ก็จริง ตอนนั้นข้าไม่ได้ใคร่ครวญให้รอบคอบเพราะคิดว่ามากคนก็มากความ ข้ากับเสี่ยวหนิงไม่ชอบความวุ่นวาย ที่มีอยู่ในจวนก็นับว่าเพียงพอแล้วจึงไม่ต้องการรับคนเพิ่ม” นางกลับพยักหน้าเห็นด้วยเสวี่ยอวี้เองก็คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะมีท่าทีเช่นนี้ เขาคาดว่านางจะทระนงตนจนกล่าวว่าไม่มีทางพ่ายแพ้“แต่เอาเถิด หากมีคนชนะข้าจริงๆ ก็รับเอาไว้”“หา...” เสวี่ยอวี้อ้าปากค้าง“ไม่ดีหรือ มีคนมีฝีมือเพิ่มเข้ามาในกองทัพ นี่นับเป็นเรื่องดีของหนานฉีหวางฝู่โดยแท้”“แต่...หากคนผู้นั้นไม่ได้มีจิตคิดรับใช้บ้านเมืองเกรงว่า...”“ท่านหมายถึงคนผู้นั้นอาจอยากเป็นชายารอง?”“เอ่อ...พ่ะย่ะค่ะ”เซี่ยไห่ถางหัวเราะ “เช่นนั้นไม่ดีหรือในจวนจะได้คึกคัก”เสวี่ยอวี้ถึงกับพูดไม่ออก“กำลังสนทนากันเรื่องใดหรือ” เฟิ่งอวิ๋นฉีเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม“เรื่องชายารองของท่าน”“หา!” เฟิ่งอวิ๋นฉีอ้าปากค้าง เช่นกันกับเสวี่ยอวี้ที่คาดไม่ถึงว่าหญิงสาวจะกล่าวออกมาหน้าตาเฉย“ท่านกุนซือกล่าวมาข้าเองก็เพิ่งคิดได้”“คิดได้เรื่องใด” อ๋องหนุ่มถามนางด้วยท่าทีตระหนก“คิดได้ว่าความหมายที่ข้ากล่าวไปวันนั้น หากมีคนสามารถเอาชนะข้าได้ในสามกระบวนท่าจริงๆ นางก็อาจจะ
اقرأ المزيد

บทที่ 9.3

ขณะที่กล่าวอ๋องหนุ่มเองก็ดันหลังของนางให้ออกเดิน “เจ้ากลับไปที่จวนก่อน พาเฟิ่งหนิงกลับไปรอ...” ด้านหลังมีแรงสะกิดอ๋องหนุ่มจึงหันกลับไปมอง “เสี่ยวหนิง?”---ข้าจะไปกับท่านด้วย--- นางมองเซี่ยไห่ถางด้วยสายตาลังเล ---ได้หรือไม่ ข้าเองก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยก็อยากช่วยแบ่งเบา ถือเสียว่าเรียนรู้ในสิ่งที่ท่านทำ---เมื่อเซี่ยไห่ถางบอกถึงความหมายนั้นเฟิ่งอวิ๋นฉีก็ยิ้มให้เฟิ่งหนิง “ข้ายังไม่มั่นใจว่าจะสอนเจ้าไปในทิศทางใด ตอนนี้เจ้ากลับบอกว่าอยากเรียนรู้ในสิ่งที่ข้าทำ? เช่นนั้นอยากลองเรียนรู้ตำราพิชัยสงครามหรือไม่”“ท่านจะสอนนางทำศึก?” เซี่ยไห่ถางเลิกคิ้ว“ที่นี่คือค่ายทหาร” เขากล่าวด้วยรอยยิ้ม “ข้าเป็นแม่ทัพรักษาแดนเหนือต้าเยวี่ย เป็นศิษย์ข้าย่อมต้องรับช่วงการดูแลชายแดนเหนือ จะอย่างไรเจ้าก็ไม่ชอบเมืองหลวงอยู่แล้วใช่หรือไม่”เฟิ่งหนิงยิ้มและพยักหน้า ---ข้าไม่อยากกลับไป---“เช่นนั้นก็เหมาะสมแล้ว”“แต่...ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ ทรงทำเช่นนี้มิใช่ว่าตอนหลังฮ่องเต้ทรง...”“ฝ่าบาทให้นางกราบข้าเป็นอาจารย์แต่ไม่ได้ทรงรับสั่งนี่ว่าข้าควรหรือไม่ควรสอนสิ่งใด”เฟิ่งหนิงยิ้มกว้างคล้ายหัวเราะแต่ไร้เสียง เด
اقرأ المزيد

บทที่ 9.4

“โจ่งแจ้งเกินไป” นางกล่าวพร้อมกับสำรวจข้าวของที่กระจัดกระจาย“การเดินทางอันเร่งร้อนฮูหยินเสนาบดีจะมีเวลาจัดเตรียมข้าวของมากมายเช่นนี้ได้อย่างไร ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ กาน้ำชา ของว่าง” นางหรี่ตามองทุกอย่างกระทั่งเหลือไปเห็นรอยเลือดข้างผนังรถม้าที่ล้มตะแคง“รอยเลือดพวกนี้ไม่ได้เกิดตอนต่อสู้ แต่เป็นการสาดไปแบบไร้ทิศทางอย่างจงใจ” นางครุ่นคิดจากนั้นมองไปโดยรอบ “แย่แล้ว นี่เป็นการล่อเสือออกจากถ้ำ รีบกลับค่ายทหารเร็ว!” นางกล่าวจบก็วิ่งกลับไปขึ้นม้าเสี่ยวเฮยยังคงงุนงง “หวางเฟยเกิดอะไรขึ้นหรือพ่ะย่ะค่ะ”“นี่เป็นร่องรอยที่เกิดจากน้ำมือคนไม่ใช่การจู่โจมหรือลักพาตัว ร่องรอยพวกนั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อล่อให้คนของเราตามไป พ่อบ้านท่านอัครเสนาบดีมีปัญหา ท่านอ๋องกับองค์หญิงกำลังมีภัย รีบกลับเร็ว!”นางกระตุ้นม้าให้ออกวิ่งกลับไปยังค่ายทหาร เช่นกันกับเสี่ยวเฮยที่ตะโกนบอกคนของตนนางคาดไม่ผิดมีบางอย่างแปลกไปจริงๆ เพราะอยู่ๆ เฟิ่งอวิ๋นฉีก็พาเฟิ่งหนิงกลับจวน ทั้งที่ก่อนไปนางกำชับให้เฟิ่งหนิงรอนางอยู่ที่ค่ายทหาร และยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้ที่อีกฝ่ายจะโอนอ่อนแม้ถูกเฟิ่งอวิ๋นฉีบีบบังคับ หากว่าตัวนางยังไม่กลับมาจา
اقرأ المزيد
السابق
123456
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status