Semua Bab หย่ารักทริปฮันนีมูนลวง: Bab 1 - Bab 10

12 Bab

บทที่ 1

เมื่อสามีที่เป็นซีอีโอของฉันรู้ว่าฉันยอมยกโปรเจกต์มูลค่าหลายสิบล้านให้ผู้ช่วยสาวคนโปรดของเขาอย่างเต็มใจ เขาก็คิดว่าการทำสงครามเย็นกับฉันมาตลอดสามเดือนนั้นได้ผลเขาจึงเป็นฝ่ายเสนอตัวว่าจะพาฉันไปฮันนีมูนที่ไอซ์แลนด์ทว่าเมื่อผู้ช่วยสาวรู้เรื่องเข้ากลับหึงหวงอย่างหนัก และโวยวายจะลาออกจากบริษัทสามีที่คอยตามใจเธอมาตลอดถึงกับลนลาน หลังจากตามง้อเธออยู่สามวันสามคืน เขาก็ใช้ข้ออ้างเรื่องไปคุยงานเพื่อเททริปฮันนีมูนอีกครั้ง แล้วเอาตั๋วฮันนีมูนอีกใบไปให้เธอหลังจากนั้นเขาก็อธิบายกับฉันอย่างไม่ใส่ใจนัก"เรื่องความรักเป็นแค่เรื่องเล็ก เรื่องงานสำคัญที่สุดต่างหาก ในฐานะเจ้านายผมต้องเอาเรื่องงานมาเป็นอันดับแรก""คุณเป็นภรรยาของผม คงจะสนับสนุนผมใช่ไหม"ฉันมองดูโพสต์ที่ผู้ช่วยสาวเพิ่งลงในมือถือ รวมถึงรูปคู่ที่ทั้งสองคนเอาหัวพิงกันและทำมือเป็นรูปหัวใจ ฉันไม่ได้พูดอะไรออกไป ทำเพียงแค่พยักหน้าสามีคิดว่าฉันกลายเป็นคนใจกว้างและรู้ความ เขาพอใจมาก พร้อมทั้งลั่นวาจาว่ากลับประเทศมาเมื่อไหร่จะชดเชยทริปฮันนีมูนที่โรแมนติกยิ่งกว่านี้ให้ฉันแต่เขาไม่รู้เลยว่าฉันได้ยื่นใบลาออกไปแล้ว และเขาก็ได้เซ็นหนังสื
Baca selengkapnya

บทที่ 2

"ฉันไม่ได้อยู่บริษัท" ฉันตอบเขากลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย"ไม่ได้อยู่บริษัท?"น้ำเสียงของเสิ่นอวี้เหิงเย็นชาลงกะทันหัน "ผมจำได้ว่าตอนนี้เป็นเวลาทำงานนะ สวี่ฮวนเหยียน คุณละทิ้งหน้าที่ในเวลางานโดยพลการ รู้หรือเปล่าว่าตามกฎบริษัทต้องโดนหักเงินเดือนหนึ่งวัน""รู้สิ แต่ฉัน..."เพิ่งจะเอ่ยปากบอกความจริงเรื่องลาออก ตอนนั้นเองก็มีเสียงอ่อนหวานของโจวเวยดังมาจากปลายสาย"พี่อวี้เหิงคะ ถ้าพี่ฮวนเหยียนไม่เต็มใจก็อย่าไปบังคับพี่เขาเลยค่ะ ให้ฉันทำเองดีกว่า""ไม่ได้ เมื่อวานคุณอดนอนมาตั้งนาน วันนี้ต้องพักผ่อนนะ"น้ำเสียงของเสิ่นอวี้เหิงอ่อนโยนลงแตกต่างจากท่าทีที่มีต่อฉันเมื่อครู่นี้ราวกับเป็นคนละคนโจวเวยยังคงอธิบายว่าตัวเองไม่เหนื่อย แต่เสิ่นอวี้เหิงกลับมีท่าทีแข็งกร้าว "ผมเป็นเจ้านาย การให้คุณพักผ่อนคือคำสั่งของผม คุณกล้าขัดคำสั่งเหรอ?"โจวเวยแลบลิ้นใส่อย่างซุกซน "ฉันก็แค่รู้สึกว่ามันจะลำบากพี่ฮวนเหยียนเกินไปน่ะค่ะ""เธอจะลำบากเท่าคุณได้ยังไง? คุณมาทำงานต่างเมืองยังต้องมานั่งจัดการเรื่องสัญญาอีก แต่เธออยู่บริษัททุกวันไม่ได้ทำอะไรเลย""ยิ่งไปกว่านั้น เธอเป็นภรรยาผม บริษัทยังไงก็มีส่วนของ
Baca selengkapnya

บทที่ 3

มาคิดดูตอนนี้ เอาเวลานี้ไปขยันทำงาน คิดหาทางหาเงินยังจะดีกว่ายังไงซะใจคนก็เปลี่ยนกันง่าย แต่เงินไม่มีวันทรยศเราเมื่อคิดได้ดังนี้ ฉันก็เดินออกจากบริษัททันที พลางครุ่นคิดถึงเรื่องที่ลาออกทว่ารถเพิ่งจะขับออกจากลานจอดรถ มือถือก็ดังขึ้นสองครั้งพอกดดูก็พบว่าเป็นข้อความแจ้งเตือนการชำระเงินเสิ่นอวี้เหิงเอาบัตรของฉันไปรูดเงินอีกหนึ่งล้านบาทใครๆ ต่างก็คิดว่าที่ฉันคบกับเสิ่นอวี้เหิงเป็นเพราะเงินแต่ในความเป็นจริง บัตรของฉันล้วนตกอยู่ในกำมือเขา เขาบอกว่าเงินของเขาต้องเอาไปหมุนในบริษัท ดังนั้นค่าใช้จ่ายตลอดหลายปีที่ผ่านมาจึงใช้เงินเดือนและรายได้เสริมของฉันทั้งนั้นฉันคิดเสมอว่าครอบครัวคือสิ่งที่คนสองคนต้องร่วมกันสร้าง ไม่ควรมานั่งคำนวณว่าใครจ่ายมากใครจ่ายน้อย ด้วยเหตุนี้ฉันจึงไม่เคยคิดเล็กคิดน้อยกับเขาเลยจนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ฉันถึงเพิ่งค้นพบว่า รายได้ของตัวเองก็ตั้งมากมาย แต่กลับเก็บเงินไม่อยู่เลย หนำซ้ำยังมักจะไม่พอใช้ด้วยซ้ำฉันอดไม่ได้ที่จะไปตรวจสอบรายละเอียดการใช้จ่ายถึงได้รู้ว่า เสิ่นอวี้เหิงมักจะรูดบัตรของฉันไปซื้อของขวัญให้โจวเวยเขาเคยซื้อลิปสติกรุ่นลิมิเต็ดแท่งละหลา
Baca selengkapnya

บทที่ 4

"ให้เวลาคุณสิบนาที ไม่อย่างนั้นผมจะโกรธแล้วนะ"ดูเหมือนกลัวว่าฉันจะไม่ยอมทำตาม ก่อนวางสายเสิ่นอวี้เหิงจึงพูดข่มขู่ตบท้ายมาอีกประโยคเมื่อก่อนทุกครั้งที่เขาบอกว่าตัวเองโกรธ ฉันก็จะยอมทำตามอย่างว่าง่าย แต่เขาคงไม่รู้ว่าฉันไม่ได้กลัวเขาโกรธ เพียงแค่รู้สึกว่าเขาทำงานบริษัทก็เหนื่อยมากพอแล้ว ไม่อยากทำให้เขาต้องรำคาญใจอีกตอนนี้ฉันถึงเพิ่งเข้าใจ ฉันพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของเขา แต่เรื่องน่าปวดหัวทั้งหลายแหล่เขามักจะเป็นคนหามาใส่ตัวทั้งนั้นในเมื่อเป็นแบบนี้ แล้วฉันจะไปแส่หาเรื่องทำไม"คุณไม่ได้พกบัตรมา ก็ไปหาเลขาฯ หรือไม่ก็ไปหาโจวเวยสิ ยังไงซะที่มาทำงานต่างเมืองครั้งนี้ก็เพื่อโปรเจกต์ของเธออยู่แล้ว ให้เธอสำรองจ่ายไปก่อนก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน"พิมพ์ข้อความตอบกลับเขาเสร็จ ฉันก็ปิดเครื่องมือถือ แล้วขับรถกลับบ้านไปเก็บของทันทีบ้านหลังนี้ฉันซื้อด้วยเงินสด เป็นแปลนบ้านและชั้นที่เขาชอบ ตอนแรกฉันตั้งใจจะใส่ชื่อเขาลงในโฉนดที่ดินด้วย แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้มีความคิดหนึ่งแวบเข้ามา ฉันจึงใส่แค่ชื่อของตัวเองลงไปมาคิดดูตอนนี้ ฉันรู้สึกโชคดีมากที่ตอนนั้นยังเหลือทางถอยให้ตัวเองหลังจาก
Baca selengkapnya

บทที่ 5

แต่เขาดูเหมือนจะลืมไปว่า ความรู้สึกก็เหมือนเงินในกระปุกออมสินมีแต่ถอนออกแต่ไม่เคยฝากเข้า สักวันมันก็ต้องว่างเปล่าเพราะฉันตั้งราคาขายบ้านไว้ต่ำมาก ผ่านไปไม่ถึงสัปดาห์ บ้านก็ขายออกอย่างราบรื่นฉันแวะไปที่หน้าร้านของนายหน้า เซ็นสัญญาและตกลงวันส่งมอบบ้านกับผู้ซื้อเสร็จ ก็กลับมาที่บ้านปรากฏว่าเพิ่งจะผลักประตูเข้าไป ก็ได้ยินเสียงหัวเราะหยอกล้อออดอ้อนดังมาจากในบ้านรองเท้าแตะคู่รักตรงโถงทางเข้าหายไปแล้วแทนที่ด้วยรองเท้าส้นสูงหนึ่งคู่ กับรองเท้าหนังผู้ชายที่เสิ่นอวี้เหิงชอบที่สุด ซึ่งเป็นคู่ที่โจวเวยซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดเขาฉันรู้ได้ทันทีว่าคนที่อยู่ข้างในคือเสิ่นอวี้เหิงกับโจวเวยพวกเขาไม่ได้จะกลับมาในอีกสองวันข้างหน้าหรอกเหรอ?ในขณะที่กำลังคิดอยู่ โจวเวยที่ได้ยินเสียงก็เดินออกมา เธอสวมรองเท้าแตะของฉัน สวมชุดนอนของฉัน ปล่อยผมสยายเคลียไหล่ดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย ท่าทางเกียจคร้าน ทำตัวราวกับเป็นเจ้าของบ้าน"พี่ฮวนเหยียน ทำไมกลับมาตอนนี้ล่ะคะ? ฉันจำได้ว่าเวลานี้บริษัทยังไม่เลิกงานไม่ใช่เหรอ"ระหว่างที่พูด เธอก็โยนองุ่นเข้าปาก แล้วคายเมล็ดองุ่นทิ้งลงในแก้วน้ำข้างๆ อย่างหน้าตาเฉยฉ
Baca selengkapnya

บทที่ 6

เสิ่นอวี้เหิงแค่นเสียงเย็นชา "สวี่ฮวนเหยียน แต่ละวันคุณไม่เอาใจใส่เรื่องงาน แต่พอเป็นเรื่องไร้สาระพวกนี้กลับกระตือรือร้นถามนักนะ""แต่ว่า อย่าคิดนะว่าทำแบบนี้แล้วผมจะให้อภัยคุณ""คุณเอาแต่ใจไปอายัดบัตรธนาคาร ทำให้ผมต้องเสียหน้าต่อหน้าคู่ค้า สุดท้ายก็เป็นเวยเวยที่ต้องไปวิ่งเต้นยืมเงินมาจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมด""จะให้ผมให้อภัยคุณก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้หรอกนะ""แต่ก่อนหน้านั้น เราต้องชดเชยให้เวยเวยอย่างที่เธอสมควรได้รับเสียก่อน""บ้านที่เธออยู่ตอนนี้กำลังตกแต่งใหม่ ชั่วคราวนี้เลยยังเข้าอยู่ไม่ได้ คุณก็เคลียร์ห้องนอนห้องนี้ให้เธออยู่ไปก่อนสักพักแล้วกัน เรื่องนี้ผมก็จะไม่เอาความคุณแล้ว"ฉันส่ายหน้า "แต่ว่าบ้านหลังนี้ฉันขายไปแล้ว""ขายแล้ว?" เสิ่นอวี้เหิงเบิกตากว้างยังไม่ทันที่เขาจะได้ถาม โจวเวยก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน "พี่ฮวนเหยียนตั้งใจจะขายบ้านหลังนี้ เพื่อซื้อหลังที่ใหญ่กว่าเป็นการไถ่โทษให้พี่หรือเปล่าคะ?"เสิ่นอวี้เหิงรู้สึกว่ามีเหตุผล หัวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันจึงคลายออกทันที"ก็จริง บ้านหลังนี้เราก็อยู่มานานแล้ว สมควรจะซื้อหลังที่ใหญ่กว่านี้ได้แล้ว ถึงตอนนั้นผมจะออกเงินให้คุณส่วนหนึ่ง บ้า
Baca selengkapnya

บทที่ 7

รอยยิ้มบนมุมปากของเสิ่นอวี้เหิงแข็งค้าง"หมายความว่ายังไง คุณจะหย่ากับผมเหรอ?"สีหน้าของเขาไม่ได้ดูดีใจอย่างที่ฉันคิดไว้แต่แรก ผิดคาดที่กลับมีความโกรธเคืองเจืออยู่สายหนึ่งโจวเวยชะงักไปเพียงครู่เดียว ประกายความดีใจก็พาดผ่านลึกเข้าไปในดวงตาอย่างรวดเร็วแต่น้ำเสียงกลับแสร้งทำเป็นตำหนิ"พี่ฮวนเหยียนคะ ทำไมพี่ถึงได้อีคิวต่ำแบบนี้ล่ะคะ?""ที่พี่อวี้เหิงพูดเรื่องหย่ากับพี่เมื่อกี้ก็แค่อยากให้พี่ง้อเขา ไม่ได้อยากจะหย่ากับพี่จริงๆ หรอกนะคะ""พี่รีบเก็บหนังสือหย่ากลับไปเถอะค่ะ อย่ากวนเลย พี่อวี้เหิงเหนื่อยมาตั้งนาน กว่าจะได้กลับประเทศ พี่อย่าทำให้เขาโมโหสิคะ"ดูเหมือนกำลังพูดแทนฉัน แต่ฉันรู้ดีว่าเธอจงใจกระตุ้นอารมณ์เสิ่นอวี้เหิงต่างหากวิธีการแบบนี้เธอใช้มานับครั้งไม่ถ้วน และก็ได้ผลทุกครั้ง เมื่อก่อนเสิ่นอวี้เหิงเคยประชดด้วยการปลดฉันออกจากตำแหน่ง และเคยประชดด้วยการหักเงินเดือนฉันไปสองเดือนเดิมทีคิดว่าเสิ่นอวี้เหิงจะประชดยอมรับเรื่องหย่าอีกแต่ใครจะรู้ เขากลับมีสีหน้าดำทะมึนผ่านไปพักใหญ่ถึงเอ่ยว่า "ผมจะไม่หย่ากับคุณ""สวี่ฮวนเหยียน ตอนนี้พวกเรามีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกันตั้งมากมาย..
Baca selengkapnya

บทที่ 8

"เรื่องระหว่างเรา ยังไม่ถึงตาเธอมาสอดปาก""ถ้าไม่มีอะไรแล้วเธอก็กลับไปก่อนเถอะ"โจวเวยไม่ยอม "พี่อวี้เหิงคะ พี่ลืมไปแล้วเหรอ? บ้านที่ฉันเช่าอยู่ตอนนี้มันอยู่ไม่ได้...""บ้านอยู่ไม่ได้ก็ไปอยู่โรงแรมสิ เธอเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ แก้ปัญหาแค่นี้ไม่เป็นหรือไง?""หรือว่าเธอจะให้ฉันเสกบ้านออกมาให้เธอสักหลังล่ะ?"น้ำเสียงของเสิ่นอวี้เหิงดูไร้เยื่อใยแต่ฉันกลับสังเกตเห็นว่า เขาแอบส่งสายตาให้โจวเวยเขาคิดว่าตัวเองทำได้แนบเนียน แต่กลับไม่รู้เลยว่าฉันรู้ตั้งนานแล้ว ว่าเขาแอบซื้อบ้านหลังเล็กๆ แถบชานเมืองไว้อีกหลังโดยปิดบังฉันโจวเวยเข้าใจความหมายของเขาอย่างเห็นได้ชัดเธอแสร้งทำเป็นน้อยใจแล้วเบะปาก แอบล้วงกุญแจออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ตของเขาที่แขวนอยู่บนราวแขวนหมวกและเสื้อผ้า จากนั้นก็เดินออกจากประตูไปฉันไม่ได้แฉการแอบทำข้อตกลงลับๆ ของพวกเขาทั้งสองคนยังไงซะฉันก็ไม่ได้สนใจพวกเขาอีกต่อไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น แฉไปก็เปล่าประโยชน์ ในนามแล้วบ้านหลังนั้นก็เป็นของเสิ่นอวี้เหิง ส่วนเขาอยากจะยกให้ใคร มันก็เป็นสิทธิของเขาหลังจากที่เธอจากไป เสิ่นอวี้เหิงก็ถอนหายใจออกมา พอหันมามองฉันอีกครั้ง น้ำเสียงก็อ่อนโย
Baca selengkapnya

บทที่ 9

ดูเหมือนเขาจะนึกขึ้นมาได้แล้วเหมือนกันก่อนหน้านี้หลังจากที่เสิ่นอวี้เหิงแย่งแผนงานจากฉันไปโยนให้โจวเวย ฉันก็มักจะไม่วางใจ คอยตามเช็ดตามล้างข้อผิดพลาดที่มีช่องโหว่เต็มไปหมดให้โจวเวยอยู่เสมอ จนกว่าแผนงานจะเสร็จสมบูรณ์แต่ทุกครั้งเสิ่นอวี้เหิงก็มักจะหัวเราะแล้วตำหนิฉันเบาๆ ว่าชอบแส่หาเรื่อง และบอกว่าโจวเวยสามารถทำเองจนเสร็จได้และพอเกิดปัญหา เสิ่นอวี้เหิงก็จะโยนความผิดมาลงที่หัวฉัน บ่นว่าฉันตรวจสอบไม่ละเอียด ข้อผิดพลาดชัดเจนขนาดนั้นยังมองไม่เห็นอีกดังนั้นครั้งนี้ ฉันจึงไม่ได้ชายตามองเลยแม้แต่นิดเดียวเขาบอกว่าโจวเวยทำเองได้ งั้นฉันก็จะให้โอกาสเธอได้สร้างผลงานก็แล้วกัน"ไม่ได้ตรวจ" ฉันส่ายหน้าเสิ่นอวี้เหิงขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นว่าเขากำลังจะโกรธ ฉันจึงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "นี่คืองานของโจวเวย ไม่ใช่หน้าที่ของฉัน ฉันไม่มีสิทธิ์ และไม่มีหน้าที่ที่จะต้องเข้าไปก้าวก่ายจริงๆ""แต่คุณเป็นภรรยาผมนะ""แล้วยังไงล่ะ?"ฉันแค่นหัวเราะ "ฉันเป็นภรรยาคุณ ก็เลยสมควรที่จะต้องมาคอยตามเช็ดตามล้างให้คุณ ยอมรับฟังคำด่าทอจากคุณ ปล่อยให้คุณทำสงครามเย็นใส่ และปล่อยให้คุณตามใจทุกคนให้มารังแกและเยาะเ
Baca selengkapnya

บทที่ 10

ตอนนี้ในที่สุดเสิ่นอวี้เหิงก็เปิดดูบันทึกของฉัน พอเห็นว่าตรงช่องผู้ยื่นคำร้องเขียนชื่อของฉันเอาไว้ เขาก็เบิกตากว้าง แล้วเดินเซถอยหลังไปสองก้าวสบถคำหยาบออกมาหนึ่งคำ"ใครอนุมัติให้คุณลาออก? พวกเขาไม่รู้ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับผมหรือไง?"เสิ่นอวี้เหิงโทรศัพท์หาบริษัทราวกับคนบ้าปลายสายรับอย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันได้พูดอะไร เสิ่นอวี้เหิงก็ด่ากราดใส่อีกฝ่ายเป็นชุด"เรื่องที่สวี่ฮวนเหยียนลาออก แกเคยตรวจสอบกับฉันบ้างไหม? ใครใช้ให้แกทำอะไรโดยพลการ?""แต่ว่า ท่านประธานเสิ่นครับ ก่อนหน้านี้คุณเคยบอกไว้ไม่ใช่เหรอครับว่า...""ฉันเคยพูดอะไร? ฉันเคยบอกให้แกไล่เธอออกงั้นเหรอ? เธอเป็นภรรยาฉัน แกไม่รู้หรือไง? สรุปแล้วแกทำงานประสาอะไร?! แยกแยะไม่ออกแล้วใช่ไหมว่าใครเป็นเจ้านายของแก!""ตอนนี้ไสหัวออกไปจากบริษัทซะ แล้วอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าแกอีก!"เสิ่นอวี้เหิงด่าทออีกฝ่ายด้วยความโมโหจัด จากนั้นก็หันมามองฉันด้วยท่าทีประจบประแจง "ฮวนเหยียน ผมไม่คิดเลยจริงๆ ว่าเขาจะทำกับคุณแบบนี้ คุณกลับมาเถอะนะ ดีไหม?"ดูเหมือนกำลังออกรับแทนฉันแต่ถ้าไม่ใช่เพราะเขาและโจวเวยคอยให้ท้าย ทุกคนจะกล้าทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไ
Baca selengkapnya
Sebelumnya
12
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status