Share

บทที่ 4

Author: คนรวย
"ให้เวลาคุณสิบนาที ไม่อย่างนั้นผมจะโกรธแล้วนะ"

ดูเหมือนกลัวว่าฉันจะไม่ยอมทำตาม ก่อนวางสายเสิ่นอวี้เหิงจึงพูดข่มขู่ตบท้ายมาอีกประโยค

เมื่อก่อนทุกครั้งที่เขาบอกว่าตัวเองโกรธ ฉันก็จะยอมทำตามอย่างว่าง่าย แต่เขาคงไม่รู้ว่าฉันไม่ได้กลัวเขาโกรธ เพียงแค่รู้สึกว่าเขาทำงานบริษัทก็เหนื่อยมากพอแล้ว ไม่อยากทำให้เขาต้องรำคาญใจอีก

ตอนนี้ฉันถึงเพิ่งเข้าใจ ฉันพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของเขา แต่เรื่องน่าปวดหัวทั้งหลายแหล่เขามักจะเป็นคนหามาใส่ตัวทั้งนั้น

ในเมื่อเป็นแบบนี้ แล้วฉันจะไปแส่หาเรื่องทำไม

"คุณไม่ได้พกบัตรมา ก็ไปหาเลขาฯ หรือไม่ก็ไปหาโจวเวยสิ ยังไงซะที่มาทำงานต่างเมืองครั้งนี้ก็เพื่อโปรเจกต์ของเธออยู่แล้ว ให้เธอสำรองจ่ายไปก่อนก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน"

พิมพ์ข้อความตอบกลับเขาเสร็จ ฉันก็ปิดเครื่องมือถือ แล้วขับรถกลับบ้านไปเก็บของทันที

บ้านหลังนี้ฉันซื้อด้วยเงินสด เป็นแปลนบ้านและชั้นที่เขาชอบ ตอนแรกฉันตั้งใจจะใส่ชื่อเขาลงในโฉนดที่ดินด้วย แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้มีความคิดหนึ่งแวบเข้ามา ฉันจึงใส่แค่ชื่อของตัวเองลงไป

มาคิดดูตอนนี้ ฉันรู้สึกโชคดีมากที่ตอนนั้นยังเหลือทางถอยให้ตัวเอง

หลังจากเก็บของเสร็จ ฉันก็ฝากขายบ้านไว้กับนายหน้า

วันรุ่งขึ้นก็ไปที่สำนักงานเขต แล้วยื่นหนังสือหย่าที่เซ็นชื่อเรียบร้อยแล้วให้กับเจ้าหน้าที่

ตอนที่เซ็นหนังสือหย่าฉันยังคิดอยู่เลยว่าจะอธิบายกับเสิ่นอวี้เหิงยังไงดี ปรากฏว่าตอนนั้นเขากำลังรีบร้อนหิ้วกระเป๋าเดินทางจะออกจากบ้าน เขาไม่ได้มองด้วยซ้ำ พลิกไปหน้าสุดท้ายแล้วก็เซ็นชื่อตัวเองลงไปเลย

"คุณดูหน่อยเถอะ" สุดท้ายฉันก็ยังคงพูดออกไปด้วยความหวังลึกๆ

"ไม่ต้องหรอก คุณเป็นภรรยาผมนะ นี่ผมยังจะเชื่อใจคุณไม่ได้อีกหรือไง?"

ฉันยิ้มขื่น

ความเชื่อใจที่เขามีต่อฉันก่อนหน้านี้ยังสู้ที่มีให้โจวเวยไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

สิ่งที่เรียกว่าความเชื่อใจ ก็เป็นแค่การอยากจะรีบปัดรำคาญฉันให้พ้นๆ ตัวเองจะได้รีบไปขึ้นเครื่อง เพราะรีบร้อนจะไปฮันนีมูนกับโจวเวยก็แค่นั้นแหละ

ฉันยื่นเอกสารให้ เจ้าหน้าที่บอกกับฉันว่า ยังต้องให้เจ้าตัวมายืนยันว่าความสัมพันธ์แตกร้าวแล้ว ถึงจะดำเนินการตามขั้นตอนการหย่าได้

ฉันหยิบรูปถ่ายคู่สุดสวีทของเสิ่นอวี้เหิงกับโจวเวยออกมา แล้วก็หยิบรูปแต่งงานของเราที่เขาพังมันทิ้งเพื่อโจวเวยออกมาด้วย แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังคงส่ายหน้า

"ต้องให้เจ้าตัวมาพูดยอมรับด้วยตัวเองถึงจะได้ค่ะ"

ฉันจนปัญญา จึงเปิดมือถือขึ้นมา

ปรากฏว่าเพิ่งจะเปิดเครื่อง ก็มีสายที่ไม่ได้รับและข้อความที่ยังไม่ได้อ่านของเสิ่นอวี้เหิงเด้งขึ้นมาเพียบ

เป็นเพราะเรื่องที่ไม่ได้ปลดอายัดบัตร เขาถึงได้สรรหาคำพูดสารพัดมาว่าฉัน ข้อความสุดท้ายคือการด่าทอฉันอย่างสาดเสีย แถมยังลั่นวาจาว่าจะหย่ากับฉัน

ฉันเอาข้อความให้เจ้าหน้าที่ดู

เจ้าหน้าที่ยังคงส่ายหน้า ฉันไม่มีทางเลือก จึงได้แต่ต่อสายโทรศัพท์ไป กว่าปลายสายจะรับก็ผ่านไปพักใหญ่

"อวี้เหิง ความสัมพันธ์ของเรา..."

"ใครเขามีความสัมพันธ์กับคุณ ตอนนี้ไม่ว่าคุณจะพูดอะไรก็ไม่มีประโยชน์หรอก ตราบใดที่คุณยังไม่ยอมขอโทษเวยเวย ครั้งนี้ผมจะหย่ากับคุณแน่!"

เสิ่นอวี้เหิงคิดว่าฉันจะมาง้อเขาเหมือนแต่ก่อน จึงพูดแทรกขึ้นมาอย่างเย็นชา

แล้วก็วางสายไป

ในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็เชื่อคำพูดของฉัน มองฉันด้วยสายตาเห็นใจ สุดท้ายก็รับเอกสารไป แล้วบอกกับฉันว่าอีกหนึ่งเดือนหลังจากนี้ถึงจะออกใบหย่าให้ได้

ฉันรู้ดีว่าคำว่าหย่าที่หลุดออกจากปากเสิ่นอวี้เหิงนั้นไม่ใช่ความจริงใจหรอก ก็แค่คำขู่เท่านั้น

เมื่อก่อนเวลาที่ทำให้เขาไม่พอใจ เขาก็พูดแบบนี้อยู่บ่อยๆ และก็มักจะเป็นฉันที่ทำใจไม่ได้ ต้องคอยตื๊อคอยง้อขอโทษเขา ยอมทำตามข้อเรียกร้องของเขาทุกอย่าง เพื่อล้มเลิกความคิดที่จะหย่าของเขา

เขามั่นใจว่าฉันไม่อยากหย่า ดังนั้นนี่จึงกลายเป็นไพ่ตายใบสุดท้ายของเขา เขาคิดว่าแค่เอาเรื่องหย่ามาขู่ฉัน เขาก็จะได้ในสิ่งที่เขาต้องการ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หย่ารักทริปฮันนีมูนลวง   บทที่ 12

    แต่ฉันกลับได้ยินเสียงร้องไห้โฮดังมาจากด้านหลังในเสียงร้องไห้นั้นมีความเสียใจและสิ้นหวังแต่ฉันรู้ดีว่า นี่ไม่ใช่เพราะเขาสำนึกผิด แต่เป็นเพราะเขาคิดไม่ถึงว่าจะต้องรับโทษเช่นนี้ต่างหากแต่ต่อให้ย้อนเวลากลับไปได้ เขาก็ยังคงเลือกทางเดินเดิมอยู่ดีคดีความของเสิ่นอวี้เหิงแพ้ราบคาบอย่างไม่ต้องสงสัย อีกฝ่ายเรียกร้องให้เขาชดใช้ค่ามัดจำสามเท่า ซึ่งคิดเป็นเงินนับหลายล้านบาทเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทไม่เพียงพอ เสิ่นอวี้เหิงจึงงัดเอาเงินเก็บทั้งหมดของตัวเองออกมา ขายของมีค่าทุกชิ้น แต่สุดท้ายก็ยังขาดเงินอีกหลายแสน เสิ่นอวี้เหิงจึงจำใจต้องขายบ้านหลังเล็กที่แอบซื้อไว้ก่อนหน้านี้ผลปรากฏว่าตอนที่กำลังจะขายบ้าน เขาถึงเพิ่งพบว่าชื่อบนโฉนดที่ดินเปลี่ยนเป็นของคนอื่นไปแล้วนั่นคือ "โจวเวย"ตอนที่รู้ข่าว ไม่มีใครแปลกใจเลยสักนิดในเมื่อตอนนั้นเสิ่นอวี้เหิงเชื่อใจเธอขนาดนั้น การโอนบ้านสักหลังจึงเป็นเรื่องง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ"พี่อวี้เหิง บ้านหลังนี้ตอนแรกพี่บอกเองว่าจะยกให้ฉัน ฉันก็เลยไปโอนชื่อมา มันมีปัญหาอะไรเหรอคะ?"ตอนที่เสิ่นอวี้เหิงตามมาหา โจวเวยกำลังนอนเอนกายบนโซฟาอย่างสบายอารมณ์ กินองุ่น

  • หย่ารักทริปฮันนีมูนลวง   บทที่ 11

    วันที่ได้รับหมายศาล เสิ่นอวี้เหิงก็วิ่งมาหาฉันเพื่อขอความช่วยเหลืออีกครั้งท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนอง เขายืนคำรามเสียงต่ำอยู่กลางสายฝน ร้องไห้จนสุดเสียง เอาแต่ขอโทษฉันไม่หยุด ขอให้ฉันให้โอกาสเขาอีกครั้ง และสาบานกับฉันว่าต่อไปจะไม่มีทางทำผิดพลาดแบบนี้อีกฉันปิดผ้าม่าน ใส่ที่อุดหู แล้วนอนลงบนเตียงใหญ่ที่แสนนุ่มสบายไม่รู้สึกสงสารเลยแม้แต่น้อยเขาแค่ตากฝนเพียงครั้งเดียว แต่ชีวิตแต่งงานห้าปีของฉันกลับเป็นความเปียกปอนที่ยาวนานเดิมทีคิดว่าถ้าฉันไม่ออกไป เสิ่นอวี้เหิงก็คงจะล่าถอยกลับไปเอง ใครจะรู้ว่าจนกระทั่งฟ้าสางของวันที่สอง เสิ่นอวี้เหิงก็ยังคงยืนอยู่หน้าลานบ้านน้ำฝนสาดเปียกเส้นผมของเขาจนลู่แนบแก้ม ใบหน้าซีดเซียวไม่มีสีเลือดเลยสักนิดฉันไม่เคยเห็นเขามีสภาพทุลักทุเลขนาดนี้มาก่อนเลยเดิมทีไม่อยากเจอเขา แต่ทำไงได้ ฉันยังต้องไปทำงานเป็นไปตามคาด เพิ่งจะเดินออกจากประตูบ้าน เสิ่นอวี้เหิงก็รีบสาวเท้าเข้ามาตรงหน้าฉัน มองฉันด้วยแววตาน่าสงสาร"คุณไม่ต้องมามองฉันแบบนี้หรอก ฉันไม่ช่วยคุณแน่"น้ำเสียงของฉันเด็ดขาด"ผมรู้ว่าคุณโกรธผม ตลอดทั้งคืนนี้ผมคิดได้แล้ว ผมไม่หวังให้คุณมาช่วยผมอีก แต่ขอโ

  • หย่ารักทริปฮันนีมูนลวง   บทที่ 10

    ตอนนี้ในที่สุดเสิ่นอวี้เหิงก็เปิดดูบันทึกของฉัน พอเห็นว่าตรงช่องผู้ยื่นคำร้องเขียนชื่อของฉันเอาไว้ เขาก็เบิกตากว้าง แล้วเดินเซถอยหลังไปสองก้าวสบถคำหยาบออกมาหนึ่งคำ"ใครอนุมัติให้คุณลาออก? พวกเขาไม่รู้ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับผมหรือไง?"เสิ่นอวี้เหิงโทรศัพท์หาบริษัทราวกับคนบ้าปลายสายรับอย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันได้พูดอะไร เสิ่นอวี้เหิงก็ด่ากราดใส่อีกฝ่ายเป็นชุด"เรื่องที่สวี่ฮวนเหยียนลาออก แกเคยตรวจสอบกับฉันบ้างไหม? ใครใช้ให้แกทำอะไรโดยพลการ?""แต่ว่า ท่านประธานเสิ่นครับ ก่อนหน้านี้คุณเคยบอกไว้ไม่ใช่เหรอครับว่า...""ฉันเคยพูดอะไร? ฉันเคยบอกให้แกไล่เธอออกงั้นเหรอ? เธอเป็นภรรยาฉัน แกไม่รู้หรือไง? สรุปแล้วแกทำงานประสาอะไร?! แยกแยะไม่ออกแล้วใช่ไหมว่าใครเป็นเจ้านายของแก!""ตอนนี้ไสหัวออกไปจากบริษัทซะ แล้วอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าแกอีก!"เสิ่นอวี้เหิงด่าทออีกฝ่ายด้วยความโมโหจัด จากนั้นก็หันมามองฉันด้วยท่าทีประจบประแจง "ฮวนเหยียน ผมไม่คิดเลยจริงๆ ว่าเขาจะทำกับคุณแบบนี้ คุณกลับมาเถอะนะ ดีไหม?"ดูเหมือนกำลังออกรับแทนฉันแต่ถ้าไม่ใช่เพราะเขาและโจวเวยคอยให้ท้าย ทุกคนจะกล้าทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไ

  • หย่ารักทริปฮันนีมูนลวง   บทที่ 9

    ดูเหมือนเขาจะนึกขึ้นมาได้แล้วเหมือนกันก่อนหน้านี้หลังจากที่เสิ่นอวี้เหิงแย่งแผนงานจากฉันไปโยนให้โจวเวย ฉันก็มักจะไม่วางใจ คอยตามเช็ดตามล้างข้อผิดพลาดที่มีช่องโหว่เต็มไปหมดให้โจวเวยอยู่เสมอ จนกว่าแผนงานจะเสร็จสมบูรณ์แต่ทุกครั้งเสิ่นอวี้เหิงก็มักจะหัวเราะแล้วตำหนิฉันเบาๆ ว่าชอบแส่หาเรื่อง และบอกว่าโจวเวยสามารถทำเองจนเสร็จได้และพอเกิดปัญหา เสิ่นอวี้เหิงก็จะโยนความผิดมาลงที่หัวฉัน บ่นว่าฉันตรวจสอบไม่ละเอียด ข้อผิดพลาดชัดเจนขนาดนั้นยังมองไม่เห็นอีกดังนั้นครั้งนี้ ฉันจึงไม่ได้ชายตามองเลยแม้แต่นิดเดียวเขาบอกว่าโจวเวยทำเองได้ งั้นฉันก็จะให้โอกาสเธอได้สร้างผลงานก็แล้วกัน"ไม่ได้ตรวจ" ฉันส่ายหน้าเสิ่นอวี้เหิงขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นว่าเขากำลังจะโกรธ ฉันจึงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "นี่คืองานของโจวเวย ไม่ใช่หน้าที่ของฉัน ฉันไม่มีสิทธิ์ และไม่มีหน้าที่ที่จะต้องเข้าไปก้าวก่ายจริงๆ""แต่คุณเป็นภรรยาผมนะ""แล้วยังไงล่ะ?"ฉันแค่นหัวเราะ "ฉันเป็นภรรยาคุณ ก็เลยสมควรที่จะต้องมาคอยตามเช็ดตามล้างให้คุณ ยอมรับฟังคำด่าทอจากคุณ ปล่อยให้คุณทำสงครามเย็นใส่ และปล่อยให้คุณตามใจทุกคนให้มารังแกและเยาะเ

  • หย่ารักทริปฮันนีมูนลวง   บทที่ 8

    "เรื่องระหว่างเรา ยังไม่ถึงตาเธอมาสอดปาก""ถ้าไม่มีอะไรแล้วเธอก็กลับไปก่อนเถอะ"โจวเวยไม่ยอม "พี่อวี้เหิงคะ พี่ลืมไปแล้วเหรอ? บ้านที่ฉันเช่าอยู่ตอนนี้มันอยู่ไม่ได้...""บ้านอยู่ไม่ได้ก็ไปอยู่โรงแรมสิ เธอเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ แก้ปัญหาแค่นี้ไม่เป็นหรือไง?""หรือว่าเธอจะให้ฉันเสกบ้านออกมาให้เธอสักหลังล่ะ?"น้ำเสียงของเสิ่นอวี้เหิงดูไร้เยื่อใยแต่ฉันกลับสังเกตเห็นว่า เขาแอบส่งสายตาให้โจวเวยเขาคิดว่าตัวเองทำได้แนบเนียน แต่กลับไม่รู้เลยว่าฉันรู้ตั้งนานแล้ว ว่าเขาแอบซื้อบ้านหลังเล็กๆ แถบชานเมืองไว้อีกหลังโดยปิดบังฉันโจวเวยเข้าใจความหมายของเขาอย่างเห็นได้ชัดเธอแสร้งทำเป็นน้อยใจแล้วเบะปาก แอบล้วงกุญแจออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ตของเขาที่แขวนอยู่บนราวแขวนหมวกและเสื้อผ้า จากนั้นก็เดินออกจากประตูไปฉันไม่ได้แฉการแอบทำข้อตกลงลับๆ ของพวกเขาทั้งสองคนยังไงซะฉันก็ไม่ได้สนใจพวกเขาอีกต่อไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น แฉไปก็เปล่าประโยชน์ ในนามแล้วบ้านหลังนั้นก็เป็นของเสิ่นอวี้เหิง ส่วนเขาอยากจะยกให้ใคร มันก็เป็นสิทธิของเขาหลังจากที่เธอจากไป เสิ่นอวี้เหิงก็ถอนหายใจออกมา พอหันมามองฉันอีกครั้ง น้ำเสียงก็อ่อนโย

  • หย่ารักทริปฮันนีมูนลวง   บทที่ 7

    รอยยิ้มบนมุมปากของเสิ่นอวี้เหิงแข็งค้าง"หมายความว่ายังไง คุณจะหย่ากับผมเหรอ?"สีหน้าของเขาไม่ได้ดูดีใจอย่างที่ฉันคิดไว้แต่แรก ผิดคาดที่กลับมีความโกรธเคืองเจืออยู่สายหนึ่งโจวเวยชะงักไปเพียงครู่เดียว ประกายความดีใจก็พาดผ่านลึกเข้าไปในดวงตาอย่างรวดเร็วแต่น้ำเสียงกลับแสร้งทำเป็นตำหนิ"พี่ฮวนเหยียนคะ ทำไมพี่ถึงได้อีคิวต่ำแบบนี้ล่ะคะ?""ที่พี่อวี้เหิงพูดเรื่องหย่ากับพี่เมื่อกี้ก็แค่อยากให้พี่ง้อเขา ไม่ได้อยากจะหย่ากับพี่จริงๆ หรอกนะคะ""พี่รีบเก็บหนังสือหย่ากลับไปเถอะค่ะ อย่ากวนเลย พี่อวี้เหิงเหนื่อยมาตั้งนาน กว่าจะได้กลับประเทศ พี่อย่าทำให้เขาโมโหสิคะ"ดูเหมือนกำลังพูดแทนฉัน แต่ฉันรู้ดีว่าเธอจงใจกระตุ้นอารมณ์เสิ่นอวี้เหิงต่างหากวิธีการแบบนี้เธอใช้มานับครั้งไม่ถ้วน และก็ได้ผลทุกครั้ง เมื่อก่อนเสิ่นอวี้เหิงเคยประชดด้วยการปลดฉันออกจากตำแหน่ง และเคยประชดด้วยการหักเงินเดือนฉันไปสองเดือนเดิมทีคิดว่าเสิ่นอวี้เหิงจะประชดยอมรับเรื่องหย่าอีกแต่ใครจะรู้ เขากลับมีสีหน้าดำทะมึนผ่านไปพักใหญ่ถึงเอ่ยว่า "ผมจะไม่หย่ากับคุณ""สวี่ฮวนเหยียน ตอนนี้พวกเรามีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกันตั้งมากมาย..

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status