로그인แต่ฉันกลับได้ยินเสียงร้องไห้โฮดังมาจากด้านหลังในเสียงร้องไห้นั้นมีความเสียใจและสิ้นหวังแต่ฉันรู้ดีว่า นี่ไม่ใช่เพราะเขาสำนึกผิด แต่เป็นเพราะเขาคิดไม่ถึงว่าจะต้องรับโทษเช่นนี้ต่างหากแต่ต่อให้ย้อนเวลากลับไปได้ เขาก็ยังคงเลือกทางเดินเดิมอยู่ดีคดีความของเสิ่นอวี้เหิงแพ้ราบคาบอย่างไม่ต้องสงสัย อีกฝ่ายเรียกร้องให้เขาชดใช้ค่ามัดจำสามเท่า ซึ่งคิดเป็นเงินนับหลายล้านบาทเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทไม่เพียงพอ เสิ่นอวี้เหิงจึงงัดเอาเงินเก็บทั้งหมดของตัวเองออกมา ขายของมีค่าทุกชิ้น แต่สุดท้ายก็ยังขาดเงินอีกหลายแสน เสิ่นอวี้เหิงจึงจำใจต้องขายบ้านหลังเล็กที่แอบซื้อไว้ก่อนหน้านี้ผลปรากฏว่าตอนที่กำลังจะขายบ้าน เขาถึงเพิ่งพบว่าชื่อบนโฉนดที่ดินเปลี่ยนเป็นของคนอื่นไปแล้วนั่นคือ "โจวเวย"ตอนที่รู้ข่าว ไม่มีใครแปลกใจเลยสักนิดในเมื่อตอนนั้นเสิ่นอวี้เหิงเชื่อใจเธอขนาดนั้น การโอนบ้านสักหลังจึงเป็นเรื่องง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ"พี่อวี้เหิง บ้านหลังนี้ตอนแรกพี่บอกเองว่าจะยกให้ฉัน ฉันก็เลยไปโอนชื่อมา มันมีปัญหาอะไรเหรอคะ?"ตอนที่เสิ่นอวี้เหิงตามมาหา โจวเวยกำลังนอนเอนกายบนโซฟาอย่างสบายอารมณ์ กินองุ่น
วันที่ได้รับหมายศาล เสิ่นอวี้เหิงก็วิ่งมาหาฉันเพื่อขอความช่วยเหลืออีกครั้งท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนอง เขายืนคำรามเสียงต่ำอยู่กลางสายฝน ร้องไห้จนสุดเสียง เอาแต่ขอโทษฉันไม่หยุด ขอให้ฉันให้โอกาสเขาอีกครั้ง และสาบานกับฉันว่าต่อไปจะไม่มีทางทำผิดพลาดแบบนี้อีกฉันปิดผ้าม่าน ใส่ที่อุดหู แล้วนอนลงบนเตียงใหญ่ที่แสนนุ่มสบายไม่รู้สึกสงสารเลยแม้แต่น้อยเขาแค่ตากฝนเพียงครั้งเดียว แต่ชีวิตแต่งงานห้าปีของฉันกลับเป็นความเปียกปอนที่ยาวนานเดิมทีคิดว่าถ้าฉันไม่ออกไป เสิ่นอวี้เหิงก็คงจะล่าถอยกลับไปเอง ใครจะรู้ว่าจนกระทั่งฟ้าสางของวันที่สอง เสิ่นอวี้เหิงก็ยังคงยืนอยู่หน้าลานบ้านน้ำฝนสาดเปียกเส้นผมของเขาจนลู่แนบแก้ม ใบหน้าซีดเซียวไม่มีสีเลือดเลยสักนิดฉันไม่เคยเห็นเขามีสภาพทุลักทุเลขนาดนี้มาก่อนเลยเดิมทีไม่อยากเจอเขา แต่ทำไงได้ ฉันยังต้องไปทำงานเป็นไปตามคาด เพิ่งจะเดินออกจากประตูบ้าน เสิ่นอวี้เหิงก็รีบสาวเท้าเข้ามาตรงหน้าฉัน มองฉันด้วยแววตาน่าสงสาร"คุณไม่ต้องมามองฉันแบบนี้หรอก ฉันไม่ช่วยคุณแน่"น้ำเสียงของฉันเด็ดขาด"ผมรู้ว่าคุณโกรธผม ตลอดทั้งคืนนี้ผมคิดได้แล้ว ผมไม่หวังให้คุณมาช่วยผมอีก แต่ขอโ
ตอนนี้ในที่สุดเสิ่นอวี้เหิงก็เปิดดูบันทึกของฉัน พอเห็นว่าตรงช่องผู้ยื่นคำร้องเขียนชื่อของฉันเอาไว้ เขาก็เบิกตากว้าง แล้วเดินเซถอยหลังไปสองก้าวสบถคำหยาบออกมาหนึ่งคำ"ใครอนุมัติให้คุณลาออก? พวกเขาไม่รู้ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับผมหรือไง?"เสิ่นอวี้เหิงโทรศัพท์หาบริษัทราวกับคนบ้าปลายสายรับอย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันได้พูดอะไร เสิ่นอวี้เหิงก็ด่ากราดใส่อีกฝ่ายเป็นชุด"เรื่องที่สวี่ฮวนเหยียนลาออก แกเคยตรวจสอบกับฉันบ้างไหม? ใครใช้ให้แกทำอะไรโดยพลการ?""แต่ว่า ท่านประธานเสิ่นครับ ก่อนหน้านี้คุณเคยบอกไว้ไม่ใช่เหรอครับว่า...""ฉันเคยพูดอะไร? ฉันเคยบอกให้แกไล่เธอออกงั้นเหรอ? เธอเป็นภรรยาฉัน แกไม่รู้หรือไง? สรุปแล้วแกทำงานประสาอะไร?! แยกแยะไม่ออกแล้วใช่ไหมว่าใครเป็นเจ้านายของแก!""ตอนนี้ไสหัวออกไปจากบริษัทซะ แล้วอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าแกอีก!"เสิ่นอวี้เหิงด่าทออีกฝ่ายด้วยความโมโหจัด จากนั้นก็หันมามองฉันด้วยท่าทีประจบประแจง "ฮวนเหยียน ผมไม่คิดเลยจริงๆ ว่าเขาจะทำกับคุณแบบนี้ คุณกลับมาเถอะนะ ดีไหม?"ดูเหมือนกำลังออกรับแทนฉันแต่ถ้าไม่ใช่เพราะเขาและโจวเวยคอยให้ท้าย ทุกคนจะกล้าทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไ
ดูเหมือนเขาจะนึกขึ้นมาได้แล้วเหมือนกันก่อนหน้านี้หลังจากที่เสิ่นอวี้เหิงแย่งแผนงานจากฉันไปโยนให้โจวเวย ฉันก็มักจะไม่วางใจ คอยตามเช็ดตามล้างข้อผิดพลาดที่มีช่องโหว่เต็มไปหมดให้โจวเวยอยู่เสมอ จนกว่าแผนงานจะเสร็จสมบูรณ์แต่ทุกครั้งเสิ่นอวี้เหิงก็มักจะหัวเราะแล้วตำหนิฉันเบาๆ ว่าชอบแส่หาเรื่อง และบอกว่าโจวเวยสามารถทำเองจนเสร็จได้และพอเกิดปัญหา เสิ่นอวี้เหิงก็จะโยนความผิดมาลงที่หัวฉัน บ่นว่าฉันตรวจสอบไม่ละเอียด ข้อผิดพลาดชัดเจนขนาดนั้นยังมองไม่เห็นอีกดังนั้นครั้งนี้ ฉันจึงไม่ได้ชายตามองเลยแม้แต่นิดเดียวเขาบอกว่าโจวเวยทำเองได้ งั้นฉันก็จะให้โอกาสเธอได้สร้างผลงานก็แล้วกัน"ไม่ได้ตรวจ" ฉันส่ายหน้าเสิ่นอวี้เหิงขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นว่าเขากำลังจะโกรธ ฉันจึงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "นี่คืองานของโจวเวย ไม่ใช่หน้าที่ของฉัน ฉันไม่มีสิทธิ์ และไม่มีหน้าที่ที่จะต้องเข้าไปก้าวก่ายจริงๆ""แต่คุณเป็นภรรยาผมนะ""แล้วยังไงล่ะ?"ฉันแค่นหัวเราะ "ฉันเป็นภรรยาคุณ ก็เลยสมควรที่จะต้องมาคอยตามเช็ดตามล้างให้คุณ ยอมรับฟังคำด่าทอจากคุณ ปล่อยให้คุณทำสงครามเย็นใส่ และปล่อยให้คุณตามใจทุกคนให้มารังแกและเยาะเ
"เรื่องระหว่างเรา ยังไม่ถึงตาเธอมาสอดปาก""ถ้าไม่มีอะไรแล้วเธอก็กลับไปก่อนเถอะ"โจวเวยไม่ยอม "พี่อวี้เหิงคะ พี่ลืมไปแล้วเหรอ? บ้านที่ฉันเช่าอยู่ตอนนี้มันอยู่ไม่ได้...""บ้านอยู่ไม่ได้ก็ไปอยู่โรงแรมสิ เธอเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ แก้ปัญหาแค่นี้ไม่เป็นหรือไง?""หรือว่าเธอจะให้ฉันเสกบ้านออกมาให้เธอสักหลังล่ะ?"น้ำเสียงของเสิ่นอวี้เหิงดูไร้เยื่อใยแต่ฉันกลับสังเกตเห็นว่า เขาแอบส่งสายตาให้โจวเวยเขาคิดว่าตัวเองทำได้แนบเนียน แต่กลับไม่รู้เลยว่าฉันรู้ตั้งนานแล้ว ว่าเขาแอบซื้อบ้านหลังเล็กๆ แถบชานเมืองไว้อีกหลังโดยปิดบังฉันโจวเวยเข้าใจความหมายของเขาอย่างเห็นได้ชัดเธอแสร้งทำเป็นน้อยใจแล้วเบะปาก แอบล้วงกุญแจออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ตของเขาที่แขวนอยู่บนราวแขวนหมวกและเสื้อผ้า จากนั้นก็เดินออกจากประตูไปฉันไม่ได้แฉการแอบทำข้อตกลงลับๆ ของพวกเขาทั้งสองคนยังไงซะฉันก็ไม่ได้สนใจพวกเขาอีกต่อไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น แฉไปก็เปล่าประโยชน์ ในนามแล้วบ้านหลังนั้นก็เป็นของเสิ่นอวี้เหิง ส่วนเขาอยากจะยกให้ใคร มันก็เป็นสิทธิของเขาหลังจากที่เธอจากไป เสิ่นอวี้เหิงก็ถอนหายใจออกมา พอหันมามองฉันอีกครั้ง น้ำเสียงก็อ่อนโย
รอยยิ้มบนมุมปากของเสิ่นอวี้เหิงแข็งค้าง"หมายความว่ายังไง คุณจะหย่ากับผมเหรอ?"สีหน้าของเขาไม่ได้ดูดีใจอย่างที่ฉันคิดไว้แต่แรก ผิดคาดที่กลับมีความโกรธเคืองเจืออยู่สายหนึ่งโจวเวยชะงักไปเพียงครู่เดียว ประกายความดีใจก็พาดผ่านลึกเข้าไปในดวงตาอย่างรวดเร็วแต่น้ำเสียงกลับแสร้งทำเป็นตำหนิ"พี่ฮวนเหยียนคะ ทำไมพี่ถึงได้อีคิวต่ำแบบนี้ล่ะคะ?""ที่พี่อวี้เหิงพูดเรื่องหย่ากับพี่เมื่อกี้ก็แค่อยากให้พี่ง้อเขา ไม่ได้อยากจะหย่ากับพี่จริงๆ หรอกนะคะ""พี่รีบเก็บหนังสือหย่ากลับไปเถอะค่ะ อย่ากวนเลย พี่อวี้เหิงเหนื่อยมาตั้งนาน กว่าจะได้กลับประเทศ พี่อย่าทำให้เขาโมโหสิคะ"ดูเหมือนกำลังพูดแทนฉัน แต่ฉันรู้ดีว่าเธอจงใจกระตุ้นอารมณ์เสิ่นอวี้เหิงต่างหากวิธีการแบบนี้เธอใช้มานับครั้งไม่ถ้วน และก็ได้ผลทุกครั้ง เมื่อก่อนเสิ่นอวี้เหิงเคยประชดด้วยการปลดฉันออกจากตำแหน่ง และเคยประชดด้วยการหักเงินเดือนฉันไปสองเดือนเดิมทีคิดว่าเสิ่นอวี้เหิงจะประชดยอมรับเรื่องหย่าอีกแต่ใครจะรู้ เขากลับมีสีหน้าดำทะมึนผ่านไปพักใหญ่ถึงเอ่ยว่า "ผมจะไม่หย่ากับคุณ""สวี่ฮวนเหยียน ตอนนี้พวกเรามีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกันตั้งมากมาย..







