Short
หย่ารักทริปฮันนีมูนลวง

หย่ารักทริปฮันนีมูนลวง

By:  คนรวยCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
12Chapters
1.5Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เมื่อสามีที่เป็นซีอีโอของฉันรู้ว่าฉันยอมยกโปรเจกต์มูลค่าหลายสิบล้านให้ผู้ช่วยสาวคนโปรดของเขาอย่างเต็มใจ เขาก็คิดว่าการทำสงครามเย็นกับฉันมาตลอดสามเดือนนั้นได้ผล เขาจึงเป็นฝ่ายเสนอตัวว่าจะพาฉันไปฮันนีมูนที่ไอซ์แลนด์ ทว่าเมื่อผู้ช่วยสาวรู้เรื่องเข้ากลับหึงหวงอย่างหนัก และโวยวายจะลาออกจากบริษัท สามีที่คอยตามใจเธอมาตลอดถึงกับลนลาน หลังจากตามง้อเธออยู่สามวันสามคืน เขาก็ใช้ข้ออ้างเรื่องไปคุยงานเพื่อเททริปฮันนีมูนอีกครั้ง แล้วเอาตั๋วฮันนีมูนอีกใบไปให้เธอ หลังจากนั้นเขาก็อธิบายกับฉันอย่างไม่ใส่ใจนักว่า "เรื่องความรักเป็นแค่เรื่องเล็ก เรื่องงานสำคัญที่สุดต่างหาก ในฐานะเจ้านายผมต้องเอาเรื่องงานมาเป็นอันดับแรก" "คุณเป็นภรรยาของผม คงจะสนับสนุนผมใช่ไหม" ฉันมองดูโพสต์ที่ผู้ช่วยสาวเพิ่งลงในมือถือ รวมถึงรูปคู่ที่ทั้งสองคนเอาหัวพิงกันและทำมือเป็นรูปหัวใจ ฉันไม่ได้พูดอะไรออกไป ทำเพียงแค่พยักหน้า สามีคิดว่าฉันกลายเป็นคนใจกว้างและรู้ความ เขาพอใจมาก พร้อมทั้งลั่นวาจาว่ากลับประเทศมาเมื่อไหร่จะชดเชยทริปฮันนีมูนที่โรแมนติกยิ่งกว่านี้ให้ฉัน แต่เขาไม่รู้เลย ว่าฉันได้ยื่นใบลาออกไปแล้ว และเขาก็ได้เซ็นหนังสือหย่าไปตั้งนานแล้วเช่นกัน เขากับฉัน จะไม่มีอนาคตร่วมกันอีกต่อไป

View More

Chapter 1

บทที่ 1

เมื่อสามีที่เป็นซีอีโอของฉันรู้ว่าฉันยอมยกโปรเจกต์มูลค่าหลายสิบล้านให้ผู้ช่วยสาวคนโปรดของเขาอย่างเต็มใจ เขาก็คิดว่าการทำสงครามเย็นกับฉันมาตลอดสามเดือนนั้นได้ผล

เขาจึงเป็นฝ่ายเสนอตัวว่าจะพาฉันไปฮันนีมูนที่ไอซ์แลนด์

ทว่าเมื่อผู้ช่วยสาวรู้เรื่องเข้ากลับหึงหวงอย่างหนัก และโวยวายจะลาออกจากบริษัท

สามีที่คอยตามใจเธอมาตลอดถึงกับลนลาน หลังจากตามง้อเธออยู่สามวันสามคืน เขาก็ใช้ข้ออ้างเรื่องไปคุยงานเพื่อเททริปฮันนีมูนอีกครั้ง แล้วเอาตั๋วฮันนีมูนอีกใบไปให้เธอ

หลังจากนั้นเขาก็อธิบายกับฉันอย่างไม่ใส่ใจนัก

"เรื่องความรักเป็นแค่เรื่องเล็ก เรื่องงานสำคัญที่สุดต่างหาก ในฐานะเจ้านายผมต้องเอาเรื่องงานมาเป็นอันดับแรก"

"คุณเป็นภรรยาของผม คงจะสนับสนุนผมใช่ไหม"

ฉันมองดูโพสต์ที่ผู้ช่วยสาวเพิ่งลงในมือถือ รวมถึงรูปคู่ที่ทั้งสองคนเอาหัวพิงกันและทำมือเป็นรูปหัวใจ ฉันไม่ได้พูดอะไรออกไป ทำเพียงแค่พยักหน้า

สามีคิดว่าฉันกลายเป็นคนใจกว้างและรู้ความ เขาพอใจมาก พร้อมทั้งลั่นวาจาว่ากลับประเทศมาเมื่อไหร่จะชดเชยทริปฮันนีมูนที่โรแมนติกยิ่งกว่านี้ให้ฉัน

แต่เขาไม่รู้เลย

ว่าฉันได้ยื่นใบลาออกไปแล้ว และเขาก็ได้เซ็นหนังสือหย่าไปตั้งนานแล้วเช่นกัน

เขากับฉัน จะไม่มีอนาคตร่วมกันอีกต่อไป

วันที่สองของทริปฮันนีมูนระหว่างเสิ่นอวี้เหิงกับโจวเวยผู้ช่วยสาวของเขา ฉันจัดการส่งมอบงานทั้งหมดเสร็จสิ้น และไปหาฝ่ายบุคคลเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการลาออก

ผ่านไปไม่ถึงสิบนาที ก็ได้รับการแจ้งเตือน "อนุมัติ" จากเสิ่นอวี้เหิง

"ดูทรงแล้ว ท่านประธานเสิ่นคงอยากจะไล่เธอออกตั้งนานแล้วล่ะมั้ง เธอก็ช่างรู้ตัวดีเสียจริง"

"นั่นสิ ขืนอยู่บริษัทต่อไปก็มีแต่จะทำให้ท่านประธานเสิ่นไม่สบอารมณ์ สู้รีบๆ ไปซะยังจะดีกว่า แค่ไม่รู้ว่าหลังจากนี้เธอจะเอายังไงต่อ"

"พวกมนุษย์เงินเดือนหลักหมื่นอย่างพวกเราจะไปห่วงเธอทำไม ยังไงซะเธอก็เป็นถึงภรรยาของท่านประธานเสิ่น ต่อให้ลาออกกลับไปอยู่บ้านเฉยๆ ก็มีเงินให้ใช้ไม่หวาดไม่ไหวอยู่ดี"

ตอนที่กำลังเก็บของ พวกเพื่อนร่วมงานต่างพากันมองฉันเป็นตัวตลกด้วยน้ำเสียงอิจฉาริษยา

ฉันชินชาเสียแล้ว

ทุกคนรู้ดีว่าฉันกับโจวเวยไม่ถูกกัน เสิ่นอวี้เหิงในฐานะสามีของฉัน กลับเข้าข้างโจวเวยไปเสียทุกเรื่อง และมักจะทำให้ฉันต้องอับอายต่อหน้าผู้คนเพราะโจวเวยอยู่บ่อยครั้ง

ด้วยเหตุนี้ พวกหล่อนจึงแย่งกันตั้งตนเป็นปรปักษ์กับฉัน เพื่อจะได้ไปประจบเอาความดีความชอบจากผู้ช่วยสาว

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ฉันก็แค่นหัวเราะออกมา

"ขอโทษทีนะ ที่ฉันไปครั้งนี้คือการย้ายงาน มีบริษัทหนึ่งเสนอเงินเดือนให้ฉันมากกว่าเดิมสองเท่า สวัสดิการต่างๆ ก็ดีกว่าที่นี่มาก"

พูดจบ ฉันก็ไม่สนใจสีหน้าเขียวคล้ำด้วยความอิจฉาของพวกหล่อน หิ้วข้าวของส่วนตัวที่เก็บเรียบร้อยแล้วเดินออกจากบริษัทไป

ผลปรากฏว่าเพิ่งจะเดินพ้นประตูใหญ่ ก็ได้รับสายโทรศัพท์จากเสิ่นอวี้เหิง

เดิมทียังคิดอยู่ว่าจะอธิบายเรื่องลาออกอย่างไรดี แต่พอรับสาย เสิ่นอวี้เหิงกลับพูดว่า "ส่งไฟล์งานให้คุณแล้ว ทำให้เสร็จภายในหนึ่งชั่วโมงแล้วส่งกลับมาให้ผมด้วย"

ที่แท้เขาก็ยังไม่รู้เรื่องที่ฉันลาออก

ฉันรู้สึกขบขันขึ้นมาวูบหนึ่ง แล้วกดเปิดไฟล์ดู

พบว่าเป็นโปรเจกต์ที่ฉันเพิ่งจะยกให้โจวเวยไปเมื่อไม่นานมานี้

เป็นไปตามคาด

ชื่อเสียงเงินทองโจวเวยเป็นคนรับไป งานหนักฉันเป็นคนทำ พอเกิดปัญหาก็เป็นฉันที่ต้องรับเคราะห์

แรกเริ่มฉันก็เคยปฏิเสธ แต่เสิ่นอวี้เหิงกลับสรรหาสารพัดวิธีมาเกลี้ยกล่อม พอเห็นว่าฉันยืนกรานที่จะไม่ทำ เขาก็ทำสงครามเย็นกับฉัน จงใจไม่พูดกับฉันไปหลายวัน

ก่อนแต่งงานพ่อกับแม่มักจะบอกฉันเสมอว่า การใช้ชีวิตคู่ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยอมก้มหัวให้ก่อน

ฉันไม่อยากให้ความสัมพันธ์ต้องตึงเครียด สุดท้ายจึงได้แต่ยอมโอนอ่อนรับงานมาทำ

เดิมทีคิดว่าสักวันหนึ่งเสิ่นอวี้เหิงคงจะเข้าใจความหวังดีของฉัน

แต่ครั้งนี้ เพื่อให้โจวเวยได้เลื่อนตำแหน่ง เขาถึงกับทะเลาะกับฉันยกใหญ่ และทำสงครามเย็นไปถึงสามเดือน

ต่อให้ฉันไข้ขึ้นสูงถึงสี่สิบองศาจนต้องถูกหามส่งโรงพยาบาล เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองฉันสักนิด เพียงเพื่อบีบบังคับให้ฉันยกโปรเจกต์มูลค่าหลายสิบล้านที่ต้องอดหลับอดนอนทำมาเป็นเดือนให้กับโจวเวย ในวินาทีนั้น ฉันก็ตัดใจได้อย่างเด็ดขาดเสียที
Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
12 Chapters
บทที่ 1
เมื่อสามีที่เป็นซีอีโอของฉันรู้ว่าฉันยอมยกโปรเจกต์มูลค่าหลายสิบล้านให้ผู้ช่วยสาวคนโปรดของเขาอย่างเต็มใจ เขาก็คิดว่าการทำสงครามเย็นกับฉันมาตลอดสามเดือนนั้นได้ผลเขาจึงเป็นฝ่ายเสนอตัวว่าจะพาฉันไปฮันนีมูนที่ไอซ์แลนด์ทว่าเมื่อผู้ช่วยสาวรู้เรื่องเข้ากลับหึงหวงอย่างหนัก และโวยวายจะลาออกจากบริษัทสามีที่คอยตามใจเธอมาตลอดถึงกับลนลาน หลังจากตามง้อเธออยู่สามวันสามคืน เขาก็ใช้ข้ออ้างเรื่องไปคุยงานเพื่อเททริปฮันนีมูนอีกครั้ง แล้วเอาตั๋วฮันนีมูนอีกใบไปให้เธอหลังจากนั้นเขาก็อธิบายกับฉันอย่างไม่ใส่ใจนัก"เรื่องความรักเป็นแค่เรื่องเล็ก เรื่องงานสำคัญที่สุดต่างหาก ในฐานะเจ้านายผมต้องเอาเรื่องงานมาเป็นอันดับแรก""คุณเป็นภรรยาของผม คงจะสนับสนุนผมใช่ไหม"ฉันมองดูโพสต์ที่ผู้ช่วยสาวเพิ่งลงในมือถือ รวมถึงรูปคู่ที่ทั้งสองคนเอาหัวพิงกันและทำมือเป็นรูปหัวใจ ฉันไม่ได้พูดอะไรออกไป ทำเพียงแค่พยักหน้าสามีคิดว่าฉันกลายเป็นคนใจกว้างและรู้ความ เขาพอใจมาก พร้อมทั้งลั่นวาจาว่ากลับประเทศมาเมื่อไหร่จะชดเชยทริปฮันนีมูนที่โรแมนติกยิ่งกว่านี้ให้ฉันแต่เขาไม่รู้เลยว่าฉันได้ยื่นใบลาออกไปแล้ว และเขาก็ได้เซ็นหนังสื
Read more
บทที่ 2
"ฉันไม่ได้อยู่บริษัท" ฉันตอบเขากลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย"ไม่ได้อยู่บริษัท?"น้ำเสียงของเสิ่นอวี้เหิงเย็นชาลงกะทันหัน "ผมจำได้ว่าตอนนี้เป็นเวลาทำงานนะ สวี่ฮวนเหยียน คุณละทิ้งหน้าที่ในเวลางานโดยพลการ รู้หรือเปล่าว่าตามกฎบริษัทต้องโดนหักเงินเดือนหนึ่งวัน""รู้สิ แต่ฉัน..."เพิ่งจะเอ่ยปากบอกความจริงเรื่องลาออก ตอนนั้นเองก็มีเสียงอ่อนหวานของโจวเวยดังมาจากปลายสาย"พี่อวี้เหิงคะ ถ้าพี่ฮวนเหยียนไม่เต็มใจก็อย่าไปบังคับพี่เขาเลยค่ะ ให้ฉันทำเองดีกว่า""ไม่ได้ เมื่อวานคุณอดนอนมาตั้งนาน วันนี้ต้องพักผ่อนนะ"น้ำเสียงของเสิ่นอวี้เหิงอ่อนโยนลงแตกต่างจากท่าทีที่มีต่อฉันเมื่อครู่นี้ราวกับเป็นคนละคนโจวเวยยังคงอธิบายว่าตัวเองไม่เหนื่อย แต่เสิ่นอวี้เหิงกลับมีท่าทีแข็งกร้าว "ผมเป็นเจ้านาย การให้คุณพักผ่อนคือคำสั่งของผม คุณกล้าขัดคำสั่งเหรอ?"โจวเวยแลบลิ้นใส่อย่างซุกซน "ฉันก็แค่รู้สึกว่ามันจะลำบากพี่ฮวนเหยียนเกินไปน่ะค่ะ""เธอจะลำบากเท่าคุณได้ยังไง? คุณมาทำงานต่างเมืองยังต้องมานั่งจัดการเรื่องสัญญาอีก แต่เธออยู่บริษัททุกวันไม่ได้ทำอะไรเลย""ยิ่งไปกว่านั้น เธอเป็นภรรยาผม บริษัทยังไงก็มีส่วนของ
Read more
บทที่ 3
มาคิดดูตอนนี้ เอาเวลานี้ไปขยันทำงาน คิดหาทางหาเงินยังจะดีกว่ายังไงซะใจคนก็เปลี่ยนกันง่าย แต่เงินไม่มีวันทรยศเราเมื่อคิดได้ดังนี้ ฉันก็เดินออกจากบริษัททันที พลางครุ่นคิดถึงเรื่องที่ลาออกทว่ารถเพิ่งจะขับออกจากลานจอดรถ มือถือก็ดังขึ้นสองครั้งพอกดดูก็พบว่าเป็นข้อความแจ้งเตือนการชำระเงินเสิ่นอวี้เหิงเอาบัตรของฉันไปรูดเงินอีกหนึ่งล้านบาทใครๆ ต่างก็คิดว่าที่ฉันคบกับเสิ่นอวี้เหิงเป็นเพราะเงินแต่ในความเป็นจริง บัตรของฉันล้วนตกอยู่ในกำมือเขา เขาบอกว่าเงินของเขาต้องเอาไปหมุนในบริษัท ดังนั้นค่าใช้จ่ายตลอดหลายปีที่ผ่านมาจึงใช้เงินเดือนและรายได้เสริมของฉันทั้งนั้นฉันคิดเสมอว่าครอบครัวคือสิ่งที่คนสองคนต้องร่วมกันสร้าง ไม่ควรมานั่งคำนวณว่าใครจ่ายมากใครจ่ายน้อย ด้วยเหตุนี้ฉันจึงไม่เคยคิดเล็กคิดน้อยกับเขาเลยจนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ฉันถึงเพิ่งค้นพบว่า รายได้ของตัวเองก็ตั้งมากมาย แต่กลับเก็บเงินไม่อยู่เลย หนำซ้ำยังมักจะไม่พอใช้ด้วยซ้ำฉันอดไม่ได้ที่จะไปตรวจสอบรายละเอียดการใช้จ่ายถึงได้รู้ว่า เสิ่นอวี้เหิงมักจะรูดบัตรของฉันไปซื้อของขวัญให้โจวเวยเขาเคยซื้อลิปสติกรุ่นลิมิเต็ดแท่งละหลา
Read more
บทที่ 4
"ให้เวลาคุณสิบนาที ไม่อย่างนั้นผมจะโกรธแล้วนะ"ดูเหมือนกลัวว่าฉันจะไม่ยอมทำตาม ก่อนวางสายเสิ่นอวี้เหิงจึงพูดข่มขู่ตบท้ายมาอีกประโยคเมื่อก่อนทุกครั้งที่เขาบอกว่าตัวเองโกรธ ฉันก็จะยอมทำตามอย่างว่าง่าย แต่เขาคงไม่รู้ว่าฉันไม่ได้กลัวเขาโกรธ เพียงแค่รู้สึกว่าเขาทำงานบริษัทก็เหนื่อยมากพอแล้ว ไม่อยากทำให้เขาต้องรำคาญใจอีกตอนนี้ฉันถึงเพิ่งเข้าใจ ฉันพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของเขา แต่เรื่องน่าปวดหัวทั้งหลายแหล่เขามักจะเป็นคนหามาใส่ตัวทั้งนั้นในเมื่อเป็นแบบนี้ แล้วฉันจะไปแส่หาเรื่องทำไม"คุณไม่ได้พกบัตรมา ก็ไปหาเลขาฯ หรือไม่ก็ไปหาโจวเวยสิ ยังไงซะที่มาทำงานต่างเมืองครั้งนี้ก็เพื่อโปรเจกต์ของเธออยู่แล้ว ให้เธอสำรองจ่ายไปก่อนก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน"พิมพ์ข้อความตอบกลับเขาเสร็จ ฉันก็ปิดเครื่องมือถือ แล้วขับรถกลับบ้านไปเก็บของทันทีบ้านหลังนี้ฉันซื้อด้วยเงินสด เป็นแปลนบ้านและชั้นที่เขาชอบ ตอนแรกฉันตั้งใจจะใส่ชื่อเขาลงในโฉนดที่ดินด้วย แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้มีความคิดหนึ่งแวบเข้ามา ฉันจึงใส่แค่ชื่อของตัวเองลงไปมาคิดดูตอนนี้ ฉันรู้สึกโชคดีมากที่ตอนนั้นยังเหลือทางถอยให้ตัวเองหลังจาก
Read more
บทที่ 5
แต่เขาดูเหมือนจะลืมไปว่า ความรู้สึกก็เหมือนเงินในกระปุกออมสินมีแต่ถอนออกแต่ไม่เคยฝากเข้า สักวันมันก็ต้องว่างเปล่าเพราะฉันตั้งราคาขายบ้านไว้ต่ำมาก ผ่านไปไม่ถึงสัปดาห์ บ้านก็ขายออกอย่างราบรื่นฉันแวะไปที่หน้าร้านของนายหน้า เซ็นสัญญาและตกลงวันส่งมอบบ้านกับผู้ซื้อเสร็จ ก็กลับมาที่บ้านปรากฏว่าเพิ่งจะผลักประตูเข้าไป ก็ได้ยินเสียงหัวเราะหยอกล้อออดอ้อนดังมาจากในบ้านรองเท้าแตะคู่รักตรงโถงทางเข้าหายไปแล้วแทนที่ด้วยรองเท้าส้นสูงหนึ่งคู่ กับรองเท้าหนังผู้ชายที่เสิ่นอวี้เหิงชอบที่สุด ซึ่งเป็นคู่ที่โจวเวยซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดเขาฉันรู้ได้ทันทีว่าคนที่อยู่ข้างในคือเสิ่นอวี้เหิงกับโจวเวยพวกเขาไม่ได้จะกลับมาในอีกสองวันข้างหน้าหรอกเหรอ?ในขณะที่กำลังคิดอยู่ โจวเวยที่ได้ยินเสียงก็เดินออกมา เธอสวมรองเท้าแตะของฉัน สวมชุดนอนของฉัน ปล่อยผมสยายเคลียไหล่ดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย ท่าทางเกียจคร้าน ทำตัวราวกับเป็นเจ้าของบ้าน"พี่ฮวนเหยียน ทำไมกลับมาตอนนี้ล่ะคะ? ฉันจำได้ว่าเวลานี้บริษัทยังไม่เลิกงานไม่ใช่เหรอ"ระหว่างที่พูด เธอก็โยนองุ่นเข้าปาก แล้วคายเมล็ดองุ่นทิ้งลงในแก้วน้ำข้างๆ อย่างหน้าตาเฉยฉ
Read more
บทที่ 6
เสิ่นอวี้เหิงแค่นเสียงเย็นชา "สวี่ฮวนเหยียน แต่ละวันคุณไม่เอาใจใส่เรื่องงาน แต่พอเป็นเรื่องไร้สาระพวกนี้กลับกระตือรือร้นถามนักนะ""แต่ว่า อย่าคิดนะว่าทำแบบนี้แล้วผมจะให้อภัยคุณ""คุณเอาแต่ใจไปอายัดบัตรธนาคาร ทำให้ผมต้องเสียหน้าต่อหน้าคู่ค้า สุดท้ายก็เป็นเวยเวยที่ต้องไปวิ่งเต้นยืมเงินมาจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมด""จะให้ผมให้อภัยคุณก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้หรอกนะ""แต่ก่อนหน้านั้น เราต้องชดเชยให้เวยเวยอย่างที่เธอสมควรได้รับเสียก่อน""บ้านที่เธออยู่ตอนนี้กำลังตกแต่งใหม่ ชั่วคราวนี้เลยยังเข้าอยู่ไม่ได้ คุณก็เคลียร์ห้องนอนห้องนี้ให้เธออยู่ไปก่อนสักพักแล้วกัน เรื่องนี้ผมก็จะไม่เอาความคุณแล้ว"ฉันส่ายหน้า "แต่ว่าบ้านหลังนี้ฉันขายไปแล้ว""ขายแล้ว?" เสิ่นอวี้เหิงเบิกตากว้างยังไม่ทันที่เขาจะได้ถาม โจวเวยก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน "พี่ฮวนเหยียนตั้งใจจะขายบ้านหลังนี้ เพื่อซื้อหลังที่ใหญ่กว่าเป็นการไถ่โทษให้พี่หรือเปล่าคะ?"เสิ่นอวี้เหิงรู้สึกว่ามีเหตุผล หัวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันจึงคลายออกทันที"ก็จริง บ้านหลังนี้เราก็อยู่มานานแล้ว สมควรจะซื้อหลังที่ใหญ่กว่านี้ได้แล้ว ถึงตอนนั้นผมจะออกเงินให้คุณส่วนหนึ่ง บ้า
Read more
บทที่ 7
รอยยิ้มบนมุมปากของเสิ่นอวี้เหิงแข็งค้าง"หมายความว่ายังไง คุณจะหย่ากับผมเหรอ?"สีหน้าของเขาไม่ได้ดูดีใจอย่างที่ฉันคิดไว้แต่แรก ผิดคาดที่กลับมีความโกรธเคืองเจืออยู่สายหนึ่งโจวเวยชะงักไปเพียงครู่เดียว ประกายความดีใจก็พาดผ่านลึกเข้าไปในดวงตาอย่างรวดเร็วแต่น้ำเสียงกลับแสร้งทำเป็นตำหนิ"พี่ฮวนเหยียนคะ ทำไมพี่ถึงได้อีคิวต่ำแบบนี้ล่ะคะ?""ที่พี่อวี้เหิงพูดเรื่องหย่ากับพี่เมื่อกี้ก็แค่อยากให้พี่ง้อเขา ไม่ได้อยากจะหย่ากับพี่จริงๆ หรอกนะคะ""พี่รีบเก็บหนังสือหย่ากลับไปเถอะค่ะ อย่ากวนเลย พี่อวี้เหิงเหนื่อยมาตั้งนาน กว่าจะได้กลับประเทศ พี่อย่าทำให้เขาโมโหสิคะ"ดูเหมือนกำลังพูดแทนฉัน แต่ฉันรู้ดีว่าเธอจงใจกระตุ้นอารมณ์เสิ่นอวี้เหิงต่างหากวิธีการแบบนี้เธอใช้มานับครั้งไม่ถ้วน และก็ได้ผลทุกครั้ง เมื่อก่อนเสิ่นอวี้เหิงเคยประชดด้วยการปลดฉันออกจากตำแหน่ง และเคยประชดด้วยการหักเงินเดือนฉันไปสองเดือนเดิมทีคิดว่าเสิ่นอวี้เหิงจะประชดยอมรับเรื่องหย่าอีกแต่ใครจะรู้ เขากลับมีสีหน้าดำทะมึนผ่านไปพักใหญ่ถึงเอ่ยว่า "ผมจะไม่หย่ากับคุณ""สวี่ฮวนเหยียน ตอนนี้พวกเรามีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกันตั้งมากมาย..
Read more
บทที่ 8
"เรื่องระหว่างเรา ยังไม่ถึงตาเธอมาสอดปาก""ถ้าไม่มีอะไรแล้วเธอก็กลับไปก่อนเถอะ"โจวเวยไม่ยอม "พี่อวี้เหิงคะ พี่ลืมไปแล้วเหรอ? บ้านที่ฉันเช่าอยู่ตอนนี้มันอยู่ไม่ได้...""บ้านอยู่ไม่ได้ก็ไปอยู่โรงแรมสิ เธอเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ แก้ปัญหาแค่นี้ไม่เป็นหรือไง?""หรือว่าเธอจะให้ฉันเสกบ้านออกมาให้เธอสักหลังล่ะ?"น้ำเสียงของเสิ่นอวี้เหิงดูไร้เยื่อใยแต่ฉันกลับสังเกตเห็นว่า เขาแอบส่งสายตาให้โจวเวยเขาคิดว่าตัวเองทำได้แนบเนียน แต่กลับไม่รู้เลยว่าฉันรู้ตั้งนานแล้ว ว่าเขาแอบซื้อบ้านหลังเล็กๆ แถบชานเมืองไว้อีกหลังโดยปิดบังฉันโจวเวยเข้าใจความหมายของเขาอย่างเห็นได้ชัดเธอแสร้งทำเป็นน้อยใจแล้วเบะปาก แอบล้วงกุญแจออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ตของเขาที่แขวนอยู่บนราวแขวนหมวกและเสื้อผ้า จากนั้นก็เดินออกจากประตูไปฉันไม่ได้แฉการแอบทำข้อตกลงลับๆ ของพวกเขาทั้งสองคนยังไงซะฉันก็ไม่ได้สนใจพวกเขาอีกต่อไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น แฉไปก็เปล่าประโยชน์ ในนามแล้วบ้านหลังนั้นก็เป็นของเสิ่นอวี้เหิง ส่วนเขาอยากจะยกให้ใคร มันก็เป็นสิทธิของเขาหลังจากที่เธอจากไป เสิ่นอวี้เหิงก็ถอนหายใจออกมา พอหันมามองฉันอีกครั้ง น้ำเสียงก็อ่อนโย
Read more
บทที่ 9
ดูเหมือนเขาจะนึกขึ้นมาได้แล้วเหมือนกันก่อนหน้านี้หลังจากที่เสิ่นอวี้เหิงแย่งแผนงานจากฉันไปโยนให้โจวเวย ฉันก็มักจะไม่วางใจ คอยตามเช็ดตามล้างข้อผิดพลาดที่มีช่องโหว่เต็มไปหมดให้โจวเวยอยู่เสมอ จนกว่าแผนงานจะเสร็จสมบูรณ์แต่ทุกครั้งเสิ่นอวี้เหิงก็มักจะหัวเราะแล้วตำหนิฉันเบาๆ ว่าชอบแส่หาเรื่อง และบอกว่าโจวเวยสามารถทำเองจนเสร็จได้และพอเกิดปัญหา เสิ่นอวี้เหิงก็จะโยนความผิดมาลงที่หัวฉัน บ่นว่าฉันตรวจสอบไม่ละเอียด ข้อผิดพลาดชัดเจนขนาดนั้นยังมองไม่เห็นอีกดังนั้นครั้งนี้ ฉันจึงไม่ได้ชายตามองเลยแม้แต่นิดเดียวเขาบอกว่าโจวเวยทำเองได้ งั้นฉันก็จะให้โอกาสเธอได้สร้างผลงานก็แล้วกัน"ไม่ได้ตรวจ" ฉันส่ายหน้าเสิ่นอวี้เหิงขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นว่าเขากำลังจะโกรธ ฉันจึงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "นี่คืองานของโจวเวย ไม่ใช่หน้าที่ของฉัน ฉันไม่มีสิทธิ์ และไม่มีหน้าที่ที่จะต้องเข้าไปก้าวก่ายจริงๆ""แต่คุณเป็นภรรยาผมนะ""แล้วยังไงล่ะ?"ฉันแค่นหัวเราะ "ฉันเป็นภรรยาคุณ ก็เลยสมควรที่จะต้องมาคอยตามเช็ดตามล้างให้คุณ ยอมรับฟังคำด่าทอจากคุณ ปล่อยให้คุณทำสงครามเย็นใส่ และปล่อยให้คุณตามใจทุกคนให้มารังแกและเยาะเ
Read more
บทที่ 10
ตอนนี้ในที่สุดเสิ่นอวี้เหิงก็เปิดดูบันทึกของฉัน พอเห็นว่าตรงช่องผู้ยื่นคำร้องเขียนชื่อของฉันเอาไว้ เขาก็เบิกตากว้าง แล้วเดินเซถอยหลังไปสองก้าวสบถคำหยาบออกมาหนึ่งคำ"ใครอนุมัติให้คุณลาออก? พวกเขาไม่รู้ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับผมหรือไง?"เสิ่นอวี้เหิงโทรศัพท์หาบริษัทราวกับคนบ้าปลายสายรับอย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันได้พูดอะไร เสิ่นอวี้เหิงก็ด่ากราดใส่อีกฝ่ายเป็นชุด"เรื่องที่สวี่ฮวนเหยียนลาออก แกเคยตรวจสอบกับฉันบ้างไหม? ใครใช้ให้แกทำอะไรโดยพลการ?""แต่ว่า ท่านประธานเสิ่นครับ ก่อนหน้านี้คุณเคยบอกไว้ไม่ใช่เหรอครับว่า...""ฉันเคยพูดอะไร? ฉันเคยบอกให้แกไล่เธอออกงั้นเหรอ? เธอเป็นภรรยาฉัน แกไม่รู้หรือไง? สรุปแล้วแกทำงานประสาอะไร?! แยกแยะไม่ออกแล้วใช่ไหมว่าใครเป็นเจ้านายของแก!""ตอนนี้ไสหัวออกไปจากบริษัทซะ แล้วอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าแกอีก!"เสิ่นอวี้เหิงด่าทออีกฝ่ายด้วยความโมโหจัด จากนั้นก็หันมามองฉันด้วยท่าทีประจบประแจง "ฮวนเหยียน ผมไม่คิดเลยจริงๆ ว่าเขาจะทำกับคุณแบบนี้ คุณกลับมาเถอะนะ ดีไหม?"ดูเหมือนกำลังออกรับแทนฉันแต่ถ้าไม่ใช่เพราะเขาและโจวเวยคอยให้ท้าย ทุกคนจะกล้าทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status