LOGINเมื่อสามีที่เป็นซีอีโอของฉันรู้ว่าฉันยอมยกโปรเจกต์มูลค่าหลายสิบล้านให้ผู้ช่วยสาวคนโปรดของเขาอย่างเต็มใจ เขาก็คิดว่าการทำสงครามเย็นกับฉันมาตลอดสามเดือนนั้นได้ผล เขาจึงเป็นฝ่ายเสนอตัวว่าจะพาฉันไปฮันนีมูนที่ไอซ์แลนด์ ทว่าเมื่อผู้ช่วยสาวรู้เรื่องเข้ากลับหึงหวงอย่างหนัก และโวยวายจะลาออกจากบริษัท สามีที่คอยตามใจเธอมาตลอดถึงกับลนลาน หลังจากตามง้อเธออยู่สามวันสามคืน เขาก็ใช้ข้ออ้างเรื่องไปคุยงานเพื่อเททริปฮันนีมูนอีกครั้ง แล้วเอาตั๋วฮันนีมูนอีกใบไปให้เธอ หลังจากนั้นเขาก็อธิบายกับฉันอย่างไม่ใส่ใจนักว่า "เรื่องความรักเป็นแค่เรื่องเล็ก เรื่องงานสำคัญที่สุดต่างหาก ในฐานะเจ้านายผมต้องเอาเรื่องงานมาเป็นอันดับแรก" "คุณเป็นภรรยาของผม คงจะสนับสนุนผมใช่ไหม" ฉันมองดูโพสต์ที่ผู้ช่วยสาวเพิ่งลงในมือถือ รวมถึงรูปคู่ที่ทั้งสองคนเอาหัวพิงกันและทำมือเป็นรูปหัวใจ ฉันไม่ได้พูดอะไรออกไป ทำเพียงแค่พยักหน้า สามีคิดว่าฉันกลายเป็นคนใจกว้างและรู้ความ เขาพอใจมาก พร้อมทั้งลั่นวาจาว่ากลับประเทศมาเมื่อไหร่จะชดเชยทริปฮันนีมูนที่โรแมนติกยิ่งกว่านี้ให้ฉัน แต่เขาไม่รู้เลย ว่าฉันได้ยื่นใบลาออกไปแล้ว และเขาก็ได้เซ็นหนังสือหย่าไปตั้งนานแล้วเช่นกัน เขากับฉัน จะไม่มีอนาคตร่วมกันอีกต่อไป
View Moreแต่ฉันกลับได้ยินเสียงร้องไห้โฮดังมาจากด้านหลังในเสียงร้องไห้นั้นมีความเสียใจและสิ้นหวังแต่ฉันรู้ดีว่า นี่ไม่ใช่เพราะเขาสำนึกผิด แต่เป็นเพราะเขาคิดไม่ถึงว่าจะต้องรับโทษเช่นนี้ต่างหากแต่ต่อให้ย้อนเวลากลับไปได้ เขาก็ยังคงเลือกทางเดินเดิมอยู่ดีคดีความของเสิ่นอวี้เหิงแพ้ราบคาบอย่างไม่ต้องสงสัย อีกฝ่ายเรียกร้องให้เขาชดใช้ค่ามัดจำสามเท่า ซึ่งคิดเป็นเงินนับหลายล้านบาทเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทไม่เพียงพอ เสิ่นอวี้เหิงจึงงัดเอาเงินเก็บทั้งหมดของตัวเองออกมา ขายของมีค่าทุกชิ้น แต่สุดท้ายก็ยังขาดเงินอีกหลายแสน เสิ่นอวี้เหิงจึงจำใจต้องขายบ้านหลังเล็กที่แอบซื้อไว้ก่อนหน้านี้ผลปรากฏว่าตอนที่กำลังจะขายบ้าน เขาถึงเพิ่งพบว่าชื่อบนโฉนดที่ดินเปลี่ยนเป็นของคนอื่นไปแล้วนั่นคือ "โจวเวย"ตอนที่รู้ข่าว ไม่มีใครแปลกใจเลยสักนิดในเมื่อตอนนั้นเสิ่นอวี้เหิงเชื่อใจเธอขนาดนั้น การโอนบ้านสักหลังจึงเป็นเรื่องง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ"พี่อวี้เหิง บ้านหลังนี้ตอนแรกพี่บอกเองว่าจะยกให้ฉัน ฉันก็เลยไปโอนชื่อมา มันมีปัญหาอะไรเหรอคะ?"ตอนที่เสิ่นอวี้เหิงตามมาหา โจวเวยกำลังนอนเอนกายบนโซฟาอย่างสบายอารมณ์ กินองุ่น
วันที่ได้รับหมายศาล เสิ่นอวี้เหิงก็วิ่งมาหาฉันเพื่อขอความช่วยเหลืออีกครั้งท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนอง เขายืนคำรามเสียงต่ำอยู่กลางสายฝน ร้องไห้จนสุดเสียง เอาแต่ขอโทษฉันไม่หยุด ขอให้ฉันให้โอกาสเขาอีกครั้ง และสาบานกับฉันว่าต่อไปจะไม่มีทางทำผิดพลาดแบบนี้อีกฉันปิดผ้าม่าน ใส่ที่อุดหู แล้วนอนลงบนเตียงใหญ่ที่แสนนุ่มสบายไม่รู้สึกสงสารเลยแม้แต่น้อยเขาแค่ตากฝนเพียงครั้งเดียว แต่ชีวิตแต่งงานห้าปีของฉันกลับเป็นความเปียกปอนที่ยาวนานเดิมทีคิดว่าถ้าฉันไม่ออกไป เสิ่นอวี้เหิงก็คงจะล่าถอยกลับไปเอง ใครจะรู้ว่าจนกระทั่งฟ้าสางของวันที่สอง เสิ่นอวี้เหิงก็ยังคงยืนอยู่หน้าลานบ้านน้ำฝนสาดเปียกเส้นผมของเขาจนลู่แนบแก้ม ใบหน้าซีดเซียวไม่มีสีเลือดเลยสักนิดฉันไม่เคยเห็นเขามีสภาพทุลักทุเลขนาดนี้มาก่อนเลยเดิมทีไม่อยากเจอเขา แต่ทำไงได้ ฉันยังต้องไปทำงานเป็นไปตามคาด เพิ่งจะเดินออกจากประตูบ้าน เสิ่นอวี้เหิงก็รีบสาวเท้าเข้ามาตรงหน้าฉัน มองฉันด้วยแววตาน่าสงสาร"คุณไม่ต้องมามองฉันแบบนี้หรอก ฉันไม่ช่วยคุณแน่"น้ำเสียงของฉันเด็ดขาด"ผมรู้ว่าคุณโกรธผม ตลอดทั้งคืนนี้ผมคิดได้แล้ว ผมไม่หวังให้คุณมาช่วยผมอีก แต่ขอโ
ตอนนี้ในที่สุดเสิ่นอวี้เหิงก็เปิดดูบันทึกของฉัน พอเห็นว่าตรงช่องผู้ยื่นคำร้องเขียนชื่อของฉันเอาไว้ เขาก็เบิกตากว้าง แล้วเดินเซถอยหลังไปสองก้าวสบถคำหยาบออกมาหนึ่งคำ"ใครอนุมัติให้คุณลาออก? พวกเขาไม่รู้ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับผมหรือไง?"เสิ่นอวี้เหิงโทรศัพท์หาบริษัทราวกับคนบ้าปลายสายรับอย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันได้พูดอะไร เสิ่นอวี้เหิงก็ด่ากราดใส่อีกฝ่ายเป็นชุด"เรื่องที่สวี่ฮวนเหยียนลาออก แกเคยตรวจสอบกับฉันบ้างไหม? ใครใช้ให้แกทำอะไรโดยพลการ?""แต่ว่า ท่านประธานเสิ่นครับ ก่อนหน้านี้คุณเคยบอกไว้ไม่ใช่เหรอครับว่า...""ฉันเคยพูดอะไร? ฉันเคยบอกให้แกไล่เธอออกงั้นเหรอ? เธอเป็นภรรยาฉัน แกไม่รู้หรือไง? สรุปแล้วแกทำงานประสาอะไร?! แยกแยะไม่ออกแล้วใช่ไหมว่าใครเป็นเจ้านายของแก!""ตอนนี้ไสหัวออกไปจากบริษัทซะ แล้วอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าแกอีก!"เสิ่นอวี้เหิงด่าทออีกฝ่ายด้วยความโมโหจัด จากนั้นก็หันมามองฉันด้วยท่าทีประจบประแจง "ฮวนเหยียน ผมไม่คิดเลยจริงๆ ว่าเขาจะทำกับคุณแบบนี้ คุณกลับมาเถอะนะ ดีไหม?"ดูเหมือนกำลังออกรับแทนฉันแต่ถ้าไม่ใช่เพราะเขาและโจวเวยคอยให้ท้าย ทุกคนจะกล้าทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไ
ดูเหมือนเขาจะนึกขึ้นมาได้แล้วเหมือนกันก่อนหน้านี้หลังจากที่เสิ่นอวี้เหิงแย่งแผนงานจากฉันไปโยนให้โจวเวย ฉันก็มักจะไม่วางใจ คอยตามเช็ดตามล้างข้อผิดพลาดที่มีช่องโหว่เต็มไปหมดให้โจวเวยอยู่เสมอ จนกว่าแผนงานจะเสร็จสมบูรณ์แต่ทุกครั้งเสิ่นอวี้เหิงก็มักจะหัวเราะแล้วตำหนิฉันเบาๆ ว่าชอบแส่หาเรื่อง และบอกว่าโจวเวยสามารถทำเองจนเสร็จได้และพอเกิดปัญหา เสิ่นอวี้เหิงก็จะโยนความผิดมาลงที่หัวฉัน บ่นว่าฉันตรวจสอบไม่ละเอียด ข้อผิดพลาดชัดเจนขนาดนั้นยังมองไม่เห็นอีกดังนั้นครั้งนี้ ฉันจึงไม่ได้ชายตามองเลยแม้แต่นิดเดียวเขาบอกว่าโจวเวยทำเองได้ งั้นฉันก็จะให้โอกาสเธอได้สร้างผลงานก็แล้วกัน"ไม่ได้ตรวจ" ฉันส่ายหน้าเสิ่นอวี้เหิงขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นว่าเขากำลังจะโกรธ ฉันจึงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "นี่คืองานของโจวเวย ไม่ใช่หน้าที่ของฉัน ฉันไม่มีสิทธิ์ และไม่มีหน้าที่ที่จะต้องเข้าไปก้าวก่ายจริงๆ""แต่คุณเป็นภรรยาผมนะ""แล้วยังไงล่ะ?"ฉันแค่นหัวเราะ "ฉันเป็นภรรยาคุณ ก็เลยสมควรที่จะต้องมาคอยตามเช็ดตามล้างให้คุณ ยอมรับฟังคำด่าทอจากคุณ ปล่อยให้คุณทำสงครามเย็นใส่ และปล่อยให้คุณตามใจทุกคนให้มารังแกและเยาะเ





