Share

บทที่ 3

Author: คนรวย
มาคิดดูตอนนี้ เอาเวลานี้ไปขยันทำงาน คิดหาทางหาเงินยังจะดีกว่า

ยังไงซะใจคนก็เปลี่ยนกันง่าย แต่เงินไม่มีวันทรยศเรา

เมื่อคิดได้ดังนี้ ฉันก็เดินออกจากบริษัททันที พลางครุ่นคิดถึงเรื่องที่ลาออก

ทว่ารถเพิ่งจะขับออกจากลานจอดรถ มือถือก็ดังขึ้นสองครั้ง

พอกดดูก็พบว่าเป็นข้อความแจ้งเตือนการชำระเงิน

เสิ่นอวี้เหิงเอาบัตรของฉันไปรูดเงินอีกหนึ่งล้านบาท

ใครๆ ต่างก็คิดว่าที่ฉันคบกับเสิ่นอวี้เหิงเป็นเพราะเงิน

แต่ในความเป็นจริง บัตรของฉันล้วนตกอยู่ในกำมือเขา เขาบอกว่าเงินของเขาต้องเอาไปหมุนในบริษัท ดังนั้นค่าใช้จ่ายตลอดหลายปีที่ผ่านมาจึงใช้เงินเดือนและรายได้เสริมของฉันทั้งนั้น

ฉันคิดเสมอว่าครอบครัวคือสิ่งที่คนสองคนต้องร่วมกันสร้าง ไม่ควรมานั่งคำนวณว่าใครจ่ายมากใครจ่ายน้อย ด้วยเหตุนี้ฉันจึงไม่เคยคิดเล็กคิดน้อยกับเขาเลย

จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ฉันถึงเพิ่งค้นพบว่า รายได้ของตัวเองก็ตั้งมากมาย แต่กลับเก็บเงินไม่อยู่เลย หนำซ้ำยังมักจะไม่พอใช้ด้วยซ้ำ

ฉันอดไม่ได้ที่จะไปตรวจสอบรายละเอียดการใช้จ่าย

ถึงได้รู้ว่า เสิ่นอวี้เหิงมักจะรูดบัตรของฉันไปซื้อของขวัญให้โจวเวย

เขาเคยซื้อลิปสติกรุ่นลิมิเต็ดแท่งละหลายพันบาทไปจนถึงกระเป๋าแบรนด์เนมใบละหลายหมื่นบาท กระทั่งในวันเกิดของโจวเวย เขายังยอมควักเงินหลายแสนบาทปิดโรงแรมห้าดาวเพื่อฉลองให้เธอ

แต่ตลอดหลายปีมานี้ เสื้อผ้าที่ฉันใส่มาสองปีเขายังเสียดายไม่อยากจะซื้อใหม่ให้ ของขวัญราคาเกินห้าร้อยบาทเขาก็บ่นว่าแพง แล้วก็เขียนการ์ดอวยพรส่งๆ มาให้ฉันใบหนึ่ง พร้อมกับบอกว่าต้องประหยัดเงินไว้เพื่ออนาคตของเรา

ฉันทนไม่ไหวจึงไปคาดคั้นถามเรื่องนี้ เสิ่นอวี้เหิงหน้าตึง ด่าว่าฉันไม่เชื่อใจเขา แล้วก็ทำสงครามเย็นใส่ฉัน แถมยังลั่นวาจาว่าจะไม่ใช้เงินฉันอีกแม้แต่บาทเดียว

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ฉันก็ยังคงตัดสินใจโทรหาเสิ่นอวี้เหิง

ปรากฏว่าโทรไปเป็นสิบสาย ปลายสายก็ไม่ยอมรับ

เมื่อเห็นดังนั้น ฉันจึงไม่ลังเลอีกต่อไป มุ่งตรงไปยังธนาคารแล้วแจ้งอายัดบัตรทันที

ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งนาที เสิ่นอวี้เหิงก็รีบโทรกลับมา

"เมื่อกี้ผมยุ่งอยู่เลยไม่เห็นที่คุณโทรมา มีอะไรหรือเปล่า" เขาแสร้งทำเป็นใสซื่อ

ฉันตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ไม่มีอะไรแล้วล่ะ"

"อ้อ"

"บัตรของคุณมีปัญหา มันถูกอายัดน่ะ" เขาบอก

"ฉันรู้" ฉันไม่ได้ปิดบัง และสารภาพกับเขาไปตรงๆ "ฉันเป็นคนอายัดเองแหละ"

"อยู่ดีๆ คุณไปอายัดบัตรทำไม ว่างนักหรือไง"

"จะคิดแบบนั้นก็ได้ แต่ก่อนหน้านี้คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าจะไม่รูดบัตรของฉันอีกแล้ว"

เสิ่นอวี้เหิงสะอึกไปชั่วขณะ

เมื่อก่อนฉันไม่เคยคิดเล็กคิดน้อยเรื่องเงินกับเขาเลย

ตอนที่บริษัทเพิ่งก่อตั้งได้ไม่นาน ฉันป่วยหนัก ค่าผ่าตัดต้องใช้เงินห้าแสนบาท ซึ่งบังเอิญเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เขาแอบเอาเงินทั้งหมดไปลงทุนในโปรเจกต์หนึ่งจนเจ๊งไม่เป็นท่า

เขาคิดว่าฉันจะโกรธ จึงตาแดงก่ำเอ่ยปากขอโทษฉัน

แต่ฉันทำเพียงแค่ปลอบใจเขา และบอกเขาว่าเรื่องเงินเป็นเรื่องเล็ก เงินของฉันให้เขาเอาไปใช้ก่อนได้เลย

ฉันคิดว่าการใช้ใจแลกใจจะทำให้ความรักของเรามั่นคงยิ่งขึ้น แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะยิ่งทำให้เขาได้ใจจนไม่เกรงกลัวอะไรเลย

ทว่าเสิ่นอวี้เหิงดูเหมือนจะไม่ได้คิดอะไรมาก หลังจากเงียบไปสองวินาที เขาก็ถอนหายใจออกมา

ทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายผิดแต่กลับทำเสียงแข็ง

"เอาเถอะ ผมรู้แล้ว คุณยังโกรธที่ผมไม่ได้ไปฮันนีมูนด้วย ก็เลยมาประชดผม"

"สวี่ฮวนเหยียน อุตส่าห์คิดว่าคุณจะรู้ความขึ้นแล้วเสียอีก ไม่คิดเลยว่าจะยังใจแคบแบบนี้"

"ผมรับปากคุณเลยว่า หลังจากเสร็จงานนี้ ผมจะทิ้งงานทุกอย่างแล้วไปฮันนีมูนกับคุณ พอใจหรือยัง"

"ออกมาคราวนี้ผมไม่ได้พกบัตรมา ตอนนี้คุณไปปลดอายัดบัตรซะ อย่าเอาแต่ใจให้มันมากนัก เดี๋ยวผมมีคุยงานต่อ ซึ่งมันสำคัญมากจริงๆ"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หย่ารักทริปฮันนีมูนลวง   บทที่ 12

    แต่ฉันกลับได้ยินเสียงร้องไห้โฮดังมาจากด้านหลังในเสียงร้องไห้นั้นมีความเสียใจและสิ้นหวังแต่ฉันรู้ดีว่า นี่ไม่ใช่เพราะเขาสำนึกผิด แต่เป็นเพราะเขาคิดไม่ถึงว่าจะต้องรับโทษเช่นนี้ต่างหากแต่ต่อให้ย้อนเวลากลับไปได้ เขาก็ยังคงเลือกทางเดินเดิมอยู่ดีคดีความของเสิ่นอวี้เหิงแพ้ราบคาบอย่างไม่ต้องสงสัย อีกฝ่ายเรียกร้องให้เขาชดใช้ค่ามัดจำสามเท่า ซึ่งคิดเป็นเงินนับหลายล้านบาทเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทไม่เพียงพอ เสิ่นอวี้เหิงจึงงัดเอาเงินเก็บทั้งหมดของตัวเองออกมา ขายของมีค่าทุกชิ้น แต่สุดท้ายก็ยังขาดเงินอีกหลายแสน เสิ่นอวี้เหิงจึงจำใจต้องขายบ้านหลังเล็กที่แอบซื้อไว้ก่อนหน้านี้ผลปรากฏว่าตอนที่กำลังจะขายบ้าน เขาถึงเพิ่งพบว่าชื่อบนโฉนดที่ดินเปลี่ยนเป็นของคนอื่นไปแล้วนั่นคือ "โจวเวย"ตอนที่รู้ข่าว ไม่มีใครแปลกใจเลยสักนิดในเมื่อตอนนั้นเสิ่นอวี้เหิงเชื่อใจเธอขนาดนั้น การโอนบ้านสักหลังจึงเป็นเรื่องง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ"พี่อวี้เหิง บ้านหลังนี้ตอนแรกพี่บอกเองว่าจะยกให้ฉัน ฉันก็เลยไปโอนชื่อมา มันมีปัญหาอะไรเหรอคะ?"ตอนที่เสิ่นอวี้เหิงตามมาหา โจวเวยกำลังนอนเอนกายบนโซฟาอย่างสบายอารมณ์ กินองุ่น

  • หย่ารักทริปฮันนีมูนลวง   บทที่ 11

    วันที่ได้รับหมายศาล เสิ่นอวี้เหิงก็วิ่งมาหาฉันเพื่อขอความช่วยเหลืออีกครั้งท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนอง เขายืนคำรามเสียงต่ำอยู่กลางสายฝน ร้องไห้จนสุดเสียง เอาแต่ขอโทษฉันไม่หยุด ขอให้ฉันให้โอกาสเขาอีกครั้ง และสาบานกับฉันว่าต่อไปจะไม่มีทางทำผิดพลาดแบบนี้อีกฉันปิดผ้าม่าน ใส่ที่อุดหู แล้วนอนลงบนเตียงใหญ่ที่แสนนุ่มสบายไม่รู้สึกสงสารเลยแม้แต่น้อยเขาแค่ตากฝนเพียงครั้งเดียว แต่ชีวิตแต่งงานห้าปีของฉันกลับเป็นความเปียกปอนที่ยาวนานเดิมทีคิดว่าถ้าฉันไม่ออกไป เสิ่นอวี้เหิงก็คงจะล่าถอยกลับไปเอง ใครจะรู้ว่าจนกระทั่งฟ้าสางของวันที่สอง เสิ่นอวี้เหิงก็ยังคงยืนอยู่หน้าลานบ้านน้ำฝนสาดเปียกเส้นผมของเขาจนลู่แนบแก้ม ใบหน้าซีดเซียวไม่มีสีเลือดเลยสักนิดฉันไม่เคยเห็นเขามีสภาพทุลักทุเลขนาดนี้มาก่อนเลยเดิมทีไม่อยากเจอเขา แต่ทำไงได้ ฉันยังต้องไปทำงานเป็นไปตามคาด เพิ่งจะเดินออกจากประตูบ้าน เสิ่นอวี้เหิงก็รีบสาวเท้าเข้ามาตรงหน้าฉัน มองฉันด้วยแววตาน่าสงสาร"คุณไม่ต้องมามองฉันแบบนี้หรอก ฉันไม่ช่วยคุณแน่"น้ำเสียงของฉันเด็ดขาด"ผมรู้ว่าคุณโกรธผม ตลอดทั้งคืนนี้ผมคิดได้แล้ว ผมไม่หวังให้คุณมาช่วยผมอีก แต่ขอโ

  • หย่ารักทริปฮันนีมูนลวง   บทที่ 10

    ตอนนี้ในที่สุดเสิ่นอวี้เหิงก็เปิดดูบันทึกของฉัน พอเห็นว่าตรงช่องผู้ยื่นคำร้องเขียนชื่อของฉันเอาไว้ เขาก็เบิกตากว้าง แล้วเดินเซถอยหลังไปสองก้าวสบถคำหยาบออกมาหนึ่งคำ"ใครอนุมัติให้คุณลาออก? พวกเขาไม่รู้ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับผมหรือไง?"เสิ่นอวี้เหิงโทรศัพท์หาบริษัทราวกับคนบ้าปลายสายรับอย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันได้พูดอะไร เสิ่นอวี้เหิงก็ด่ากราดใส่อีกฝ่ายเป็นชุด"เรื่องที่สวี่ฮวนเหยียนลาออก แกเคยตรวจสอบกับฉันบ้างไหม? ใครใช้ให้แกทำอะไรโดยพลการ?""แต่ว่า ท่านประธานเสิ่นครับ ก่อนหน้านี้คุณเคยบอกไว้ไม่ใช่เหรอครับว่า...""ฉันเคยพูดอะไร? ฉันเคยบอกให้แกไล่เธอออกงั้นเหรอ? เธอเป็นภรรยาฉัน แกไม่รู้หรือไง? สรุปแล้วแกทำงานประสาอะไร?! แยกแยะไม่ออกแล้วใช่ไหมว่าใครเป็นเจ้านายของแก!""ตอนนี้ไสหัวออกไปจากบริษัทซะ แล้วอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าแกอีก!"เสิ่นอวี้เหิงด่าทออีกฝ่ายด้วยความโมโหจัด จากนั้นก็หันมามองฉันด้วยท่าทีประจบประแจง "ฮวนเหยียน ผมไม่คิดเลยจริงๆ ว่าเขาจะทำกับคุณแบบนี้ คุณกลับมาเถอะนะ ดีไหม?"ดูเหมือนกำลังออกรับแทนฉันแต่ถ้าไม่ใช่เพราะเขาและโจวเวยคอยให้ท้าย ทุกคนจะกล้าทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไ

  • หย่ารักทริปฮันนีมูนลวง   บทที่ 9

    ดูเหมือนเขาจะนึกขึ้นมาได้แล้วเหมือนกันก่อนหน้านี้หลังจากที่เสิ่นอวี้เหิงแย่งแผนงานจากฉันไปโยนให้โจวเวย ฉันก็มักจะไม่วางใจ คอยตามเช็ดตามล้างข้อผิดพลาดที่มีช่องโหว่เต็มไปหมดให้โจวเวยอยู่เสมอ จนกว่าแผนงานจะเสร็จสมบูรณ์แต่ทุกครั้งเสิ่นอวี้เหิงก็มักจะหัวเราะแล้วตำหนิฉันเบาๆ ว่าชอบแส่หาเรื่อง และบอกว่าโจวเวยสามารถทำเองจนเสร็จได้และพอเกิดปัญหา เสิ่นอวี้เหิงก็จะโยนความผิดมาลงที่หัวฉัน บ่นว่าฉันตรวจสอบไม่ละเอียด ข้อผิดพลาดชัดเจนขนาดนั้นยังมองไม่เห็นอีกดังนั้นครั้งนี้ ฉันจึงไม่ได้ชายตามองเลยแม้แต่นิดเดียวเขาบอกว่าโจวเวยทำเองได้ งั้นฉันก็จะให้โอกาสเธอได้สร้างผลงานก็แล้วกัน"ไม่ได้ตรวจ" ฉันส่ายหน้าเสิ่นอวี้เหิงขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นว่าเขากำลังจะโกรธ ฉันจึงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "นี่คืองานของโจวเวย ไม่ใช่หน้าที่ของฉัน ฉันไม่มีสิทธิ์ และไม่มีหน้าที่ที่จะต้องเข้าไปก้าวก่ายจริงๆ""แต่คุณเป็นภรรยาผมนะ""แล้วยังไงล่ะ?"ฉันแค่นหัวเราะ "ฉันเป็นภรรยาคุณ ก็เลยสมควรที่จะต้องมาคอยตามเช็ดตามล้างให้คุณ ยอมรับฟังคำด่าทอจากคุณ ปล่อยให้คุณทำสงครามเย็นใส่ และปล่อยให้คุณตามใจทุกคนให้มารังแกและเยาะเ

  • หย่ารักทริปฮันนีมูนลวง   บทที่ 8

    "เรื่องระหว่างเรา ยังไม่ถึงตาเธอมาสอดปาก""ถ้าไม่มีอะไรแล้วเธอก็กลับไปก่อนเถอะ"โจวเวยไม่ยอม "พี่อวี้เหิงคะ พี่ลืมไปแล้วเหรอ? บ้านที่ฉันเช่าอยู่ตอนนี้มันอยู่ไม่ได้...""บ้านอยู่ไม่ได้ก็ไปอยู่โรงแรมสิ เธอเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ แก้ปัญหาแค่นี้ไม่เป็นหรือไง?""หรือว่าเธอจะให้ฉันเสกบ้านออกมาให้เธอสักหลังล่ะ?"น้ำเสียงของเสิ่นอวี้เหิงดูไร้เยื่อใยแต่ฉันกลับสังเกตเห็นว่า เขาแอบส่งสายตาให้โจวเวยเขาคิดว่าตัวเองทำได้แนบเนียน แต่กลับไม่รู้เลยว่าฉันรู้ตั้งนานแล้ว ว่าเขาแอบซื้อบ้านหลังเล็กๆ แถบชานเมืองไว้อีกหลังโดยปิดบังฉันโจวเวยเข้าใจความหมายของเขาอย่างเห็นได้ชัดเธอแสร้งทำเป็นน้อยใจแล้วเบะปาก แอบล้วงกุญแจออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ตของเขาที่แขวนอยู่บนราวแขวนหมวกและเสื้อผ้า จากนั้นก็เดินออกจากประตูไปฉันไม่ได้แฉการแอบทำข้อตกลงลับๆ ของพวกเขาทั้งสองคนยังไงซะฉันก็ไม่ได้สนใจพวกเขาอีกต่อไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น แฉไปก็เปล่าประโยชน์ ในนามแล้วบ้านหลังนั้นก็เป็นของเสิ่นอวี้เหิง ส่วนเขาอยากจะยกให้ใคร มันก็เป็นสิทธิของเขาหลังจากที่เธอจากไป เสิ่นอวี้เหิงก็ถอนหายใจออกมา พอหันมามองฉันอีกครั้ง น้ำเสียงก็อ่อนโย

  • หย่ารักทริปฮันนีมูนลวง   บทที่ 7

    รอยยิ้มบนมุมปากของเสิ่นอวี้เหิงแข็งค้าง"หมายความว่ายังไง คุณจะหย่ากับผมเหรอ?"สีหน้าของเขาไม่ได้ดูดีใจอย่างที่ฉันคิดไว้แต่แรก ผิดคาดที่กลับมีความโกรธเคืองเจืออยู่สายหนึ่งโจวเวยชะงักไปเพียงครู่เดียว ประกายความดีใจก็พาดผ่านลึกเข้าไปในดวงตาอย่างรวดเร็วแต่น้ำเสียงกลับแสร้งทำเป็นตำหนิ"พี่ฮวนเหยียนคะ ทำไมพี่ถึงได้อีคิวต่ำแบบนี้ล่ะคะ?""ที่พี่อวี้เหิงพูดเรื่องหย่ากับพี่เมื่อกี้ก็แค่อยากให้พี่ง้อเขา ไม่ได้อยากจะหย่ากับพี่จริงๆ หรอกนะคะ""พี่รีบเก็บหนังสือหย่ากลับไปเถอะค่ะ อย่ากวนเลย พี่อวี้เหิงเหนื่อยมาตั้งนาน กว่าจะได้กลับประเทศ พี่อย่าทำให้เขาโมโหสิคะ"ดูเหมือนกำลังพูดแทนฉัน แต่ฉันรู้ดีว่าเธอจงใจกระตุ้นอารมณ์เสิ่นอวี้เหิงต่างหากวิธีการแบบนี้เธอใช้มานับครั้งไม่ถ้วน และก็ได้ผลทุกครั้ง เมื่อก่อนเสิ่นอวี้เหิงเคยประชดด้วยการปลดฉันออกจากตำแหน่ง และเคยประชดด้วยการหักเงินเดือนฉันไปสองเดือนเดิมทีคิดว่าเสิ่นอวี้เหิงจะประชดยอมรับเรื่องหย่าอีกแต่ใครจะรู้ เขากลับมีสีหน้าดำทะมึนผ่านไปพักใหญ่ถึงเอ่ยว่า "ผมจะไม่หย่ากับคุณ""สวี่ฮวนเหยียน ตอนนี้พวกเรามีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกันตั้งมากมาย..

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status