ฟินลีย์หันไปมองด้านข้างทันที เมื่อโทเบียสพูดจบประโยค เขารีบก้มหน้าหมุดลงไปบนแผงอกแกร่งของคนพี่ ทำท่าทางลุกลี้ลุกลนเหมือนเด็กน้อยทำความผิด ใบหน้ามนร้อนผ่าวเมื่อเห็นพ่อกับแม่ของตนเพ่งมองมาด้านใน“กลัวอะไรไม่เห็นหรอกน่า หึ หึ หึ”ร่างกำยำเอ่ยขึ้นพลางหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ราวกับว่าเรื่องตรงหน้าเป็นเรื่องตลก แต่ฟินลีย์ไม่ขำด้วย กำปั้นเล็ก ๆ ทุบลงบนแผ่งอกแกร่งระรัวแต่ฟินลีย์ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองหน้าร้อนเหมือนไฟสุม เมื่อเขาแค่ขยับตัวไปมาเพียงเล็กน้อย แต่ส่วนแข็งขืนที่ยังคงฝังอยู่ในกายตัวเอง มันกระตุกทักทายเขา“อย่าขยับเดี๋ยวมันตื่น หึ หึ หึ”โทเบียสเอ่ยเสียงแหบพร่า ไม่วายหัวเราะคนน้อง ที่ทำตาเขียวปัดใส่ตัวเอง ฟินลีย์ทั้งกลัว ทั้งอาย จนทำตัวไม่ถูก ถึงแม้ว่าตนจะไม่ขยับตัวแล้วตอนนี้ แต่ทว่ากลางกายของโทเบียสก็ยังคงกระตุกทักทายเขาอยู่ดี“หยุดลูกชายคุณเดี๋ยวนี้เลยนะ...จะไม่เห็นอะไรได้ยังไง รถโยกขนาดนั้น”“มองดูอยู่บนดาวอังคารยังรู้เลยว่าคนข้างในทำอะไรกัน”คนน้องทำหน้างอง้ำ บ่นกระปอดกระแปดใส่คนพี่ ที่ทำให้ตัวเองตกที่นั่งลำบาก แล้วแบบนี้เขาจะเอาหน้าไปบอกพ่อกับแม่ของตนว่าอย่างไร “คิดสิ...คิดสิ...คิดสิฟิ
Read more