บ่วงรักในเงาอาชญา

บ่วงรักในเงาอาชญา

last updateLast Updated : 2026-04-29
By:  อินทิตาUpdated just now
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
31Chapters
140views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

แฟนเก่าที่ตายไปแล้ว "กลับมามีชีวิตอีกครั้ง" และพยานปริศนาที่เขาเริ่มหลงรัก อาจเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม ทุกอย่างเหมือนกำลังหลอกหลอนเขา เมื่อ “อดีต” กับ “ปัจจุบัน” ปะทะกัน ใครกันแน่ที่เขาควรเชื่อใจ?

View More

Chapter 1

บทนำ

"ความตาย" ควรเป็นจุดจบ

แต่บางครั้ง มันคือ "จุดเริ่มต้น" ของบางอย่างที่น่ากลัวกว่านั้น

ในเมืองที่แสงไฟสว่างไสวตลอดคืน มีบางสิ่งกำลังถูกซื้อขายอยู่ในความมืด

หัวใจ ไต ปอด ดวงตา และ "ชีวิตของมนุษย์"

ไม่มีใครรู้ว่า “ดอกลิลลี่สีดำ” คือใคร

ไม่มีใครรู้ว่าพวกมันควบคุมอะไรได้บ้าง

แต่ทุกคนรู้ว่า อย่าขวางมัน ถ้ายังอยากมีลมหายใจ

โทเบียส ไนท์ สายลับพิเศษแห่ง FBI คือชายที่เชื่อในตรรกะ เหตุผล และกฎ

เขาไม่เคยอ่อนโยน ไม่เคยลังเล และไม่เคยปล่อยให้หัวใจควบคุมภารกิจ

จนกระทั่งคดีนี้เริ่มซ้อนทับเข้ากับอดีตที่เขาพยายามลืม

เมื่อคนรักที่ตายไปแล้ว กลับมา “มีชีวิต” อีกครั้ง!!

เมื่อองค์กรลับที่ไล่ล่าเขา และเขาพยายามสืบหาความจริง มีเบื้องหลังซ่อนเร้นยิ่งกว่าแค่การค้าอวัยวะ

เมื่อพยานปริศนาเข้ามาในชีวิต พร้อมแววตาที่เขาเหมือนรู้จักและคุ้นชิน

และเมื่อความรู้สึกบางอย่างที่เขาเก็บฝังไว้ เริ่มขยับตัวขึ้นจากความเงียบ ก่อตัวขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ใครบางคนกำลังโกหก

ใครบางคนกำลังจะถูกเปิดโปง

และใครบางคน…จะต้องตาย!! เพื่อให้ความจริงเปิดเผย

แต่ระหว่าง "หน้าที่" กับ "หัวใจ"

เขาจะเลือกอะไร? ในเมื่อทั้งสองอย่างสวนทาง ไม่วันบรรจบลงด้วยกัน

_______________________________

เช้าวันใหม่ที่สำนักงานสืบสวนพิเศษ (เอฟบีไอ) อาคารสูงในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ทุกคนที่นี่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความเร่งรีบ เจ้าหน้าที่ทยอยเดินเข้ามาในตึกอย่างต่อเนื่อง เสียงแตะบัตรผ่านที่ประตูบานหมุนดัง “ปิ๊บ” เป็นจังหวะถี่ ๆ แทบทุกวินาที ขณะที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยติดอาวุธยืนประจำการอยู่ด้านข้าง คอยกวาดสายตาตรวจตราอย่างเคร่งครัด

แต่ละคนในชุดสูทเข้ม เดินถือแฟ้มรายงาน บางคนถือแก้วกาแฟในมือ บางคนก้าวฉับ ๆ อย่างเร่งรีบตรงไปยังลิฟต์ที่กำลังปิด บางคนหยุดทักทายกันเพียงเสี้ยววินาที ก่อนรีบแยกย้ายขึ้นไปยังชั้นที่ตนเองทำงาน

บนสำนักงานหลัก ๆ บนโต๊ะทำงานจะเต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารประทับตรา “Confidential” กองสูงพะเนิน รายงานภาคสนามเมื่อคืนถูกส่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เสียงโทรศัพท์ดังไม่หยุด ข้อมูลใหม่ปรากฏขึ้นบนจอมอนิเตอร์กลางห้อง เจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวกรองก้มหน้าพิมพ์คีย์บอร์ดรวดเร็วราวกับแข่งกับเวลา

บรรยากาศในที่นี้คือความโกลาหลที่มีระเบียบ ทุกคนต่างรู้หน้าที่ของตนดี แต่ก็เร่งรีบเหมือนเวลาถูกบีบให้สั้นลงกว่าปกติ เช้าวันนี้ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความสงบเลยสักนิด แต่เป็นอีกหนึ่งวันทำงาน ที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน การสั่งการสั้น ๆ และการวิ่งไล่ตามข้อมูลที่อาจเปลี่ยนแปลงทิศทางของคดีทั้งประเทศได้ในพริบตา

โทเบียส ไนท์ ชายหนุ่มวัยสามสิบสองปี เจ้าหน้าที่ทีมสืบสวนพิเศษ กำลังจดจ้องอยู่กับแฟ้มคดีสำคัญตรงหน้า นี่เป็นคดีที่เขาได้รับมอบหมายให้เป็นคนดูแล คนนัยน์ตาสีเทากำลังเพ่งมองที่รูปของเหยื่อ เธอเป็นหญิงสาวผิวขาว ผมสีบลอนด์ทอง หน้าตาสะสวย

เหยื่อเคราะห์ร้ายรายนี้ อยู่ในสภาพท่อนบนเปลือยเปล่า ส่วนท่อนล่างยังคงสวมกางเกงยีนส์สีดำรัดรูป เธอไม่ได้ถูกข่มขืน แต่เธอถูกผ่าท้องเอาอวัยวะภายในออกไปจนไม่เหลือซาก ร่องรอยของใบมีดกรีดลงบนหน้าท้อง ตั้งแต่กลางหน้าอกมายันท้องน้อย

ความคมของมีดที่คนร้ายใช้คงจะคมมาก ๆ เพราะเนื้อของเธอไม่มีรอยยุ่ยเลยแม้แต่นิดเดียว แต่น่าแปลกที่คนร้ายกลับทิ้งสัญลักษณ์ปริศนาเอาไว้ตรงกลางหน้าอกเหนือรอยกรีดนั่น

“รอยนี้มัน...แล้วทำไมมันถึงต้องทิ้งรอยนี้ไว้ด้วย ทำไมต้องเป็นรูปนี้?”

โทเบียสบ่นพึมพำอยู่ในลำคอคนเดียว หัวคิ้วทั้งสองขมวดเข้าหากันอย่างห้ามไม่ได้ เมื่อเห็นสัญลักษณ์ที่อยู่บนตัวของเหยื่อเคราะห์ร้าย “สัญลักษณ์นี้มัน...แต่มันอาจจะไม่ใช่ก็ได้นะอาจจะแค่บังเอิญ แต่ทำไมมันเหมือนกันจังเลย นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?” ความคิดในหัวโทเบียสเริ่มตีกันไม่หยุด

เหมือนกับหมอกควันลอยฟุ้งอยู่ในอากาศที่ยังไม่จางหาย สัญลักษณ์นีัเป็นสัญลัษณ์ที่เขาคุ้นเคย แต่มันกลับมาอยู่บนตัวเหยื่อ จนเขาเริ่มสับสนว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมสัญลักษณ์นี้ถึงไปอยู่บนตัวของเหยื่อเคราะห์ร้ายรายนี้ได้

นี่เป็นเพียง “คดีฆาตกรรม” ของไอ้พวกโรคจิตฆาตกรต่อเนื่อง หรือมันเป็นฆาตกรรม “ค้าอวัยวะมนุษย์” เพื่อเอาอวัยวะมนุษย์ไปขายกันแน่ แต่การลงมือกับเหยื่อลักษณะนี้ บ่งบอกถึงสภาพจิตของคนร้าย ว่ามันต้องผิดปกติอย่างแน่นอน

หรือไม่ก็ต้องหมกมุ่นในเรื่องการฆ่า การทรมานคน มันถึงกรีดมีดลงลึกเป็นเส้นตรงอย่างใจเย็น มันตรงจนเหมือนกับว่าถูกวัดด้วยไม้บรรทัดเลยก็ว่าได้

แต่จะให้ตีความว่าเป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่องก็ยังไม่น่าจะใช่ เพราะนี่เพิ่งเป็นศพแรกที่เจอ ถ้าเป็นการฆาตกรรมต่อเนื่องต้องมีศพต่อไปแน่ ๆ แต่นี่ผ่านมาหลายอาทิตย์แล้ว ยังไม่มีใครแจ้งเหตุคดีคล้าย ๆ เหยื่อรายนี้เลย

มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นมาลูบที่ใบหน้าอันแสนหล่อเหลาของตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า เขาเอนหลังพิงพนักพิงเก้าอี้ทำงาน พลางเงยหน้าหลับตาลงช้า ๆ ด้วยความเหนื่อยล้า

โทเบียสยังไม่ได้กลับบ้านไปอาบน้ำเลยเสียด้วยซ้ำ เมื่อคืนเขานั่งทำงานที่นี่ทั้งคืน มัวแต่หมกมุ่นอยู่กับแฟ้มคดีนี้ พยายามสืบหาข้อมูลทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ แต่ตอนนี้ก็ยังไร้วี่แวว

โทเบียสอาศัยอยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เดิมทีก่อนหน้านี้ บ้านของเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ เขาอยู่ที่รัฐมอนแทนา เมืองบิลลิงส์ แต่เขาต้องย้ายมาอาศัยอยู่ที่นี่ เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของตัวเอง ที่เป็นปมอยู่ในใจของเขา

โทเบียส ไนท์ ในวัยเด็กมีฐานะทางบ้านค่อนข้างยากจน แต่เขาเป็นคนขยันและเรียนเก่ง เลยได้ทุนการศึกษาจน จบด้านความมั่นคงภายในประเทศ และหลังจากเรียนจบไม่นาน ในที่สุดเขาก็ได้เข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนพิเศษแห่งนี้ ที่ที่เขาใฝ่ฝันว่าสักวันเขาจะได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในสำนักงานสืบสวนพิเศษ

เสียงฝีเท้าก้าวเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของโทเบียส แต่ผู้ชายคนนั้นยังไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรออกมา เขาเพ่งพินิจพิจารณาใบหน้าที่แสนหล่อเหลาของคนตรงหน้า คิ้วดำขลับโก่งราวกับคันธนู ใบหน้าที่เรียวมน เห็นกรอบหน้าอย่างชัดเจน ช่วยเพิ่มมิติบนใบหน้าของโทเบียสให้ดูดียิ่งขึ้น ริมฝีปากสีชมพูอมน้ำตาลน่าสัมผัส จนคนที่เพิ่งมาใหม่อยากจะสัมผัสมัน

ชายผู้มาเยือนยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย สายตาคู่กลมจ้องมองคนที่กำลังหลับตาพริ้ม ราวกับว่าถูกต้องมนต์สะกด ไม่สามารถที่จะละสายตาได้ ฟินลีย์ เร็น ชายหนุ่มวัยยี่สิบเก้าปี จ้องมองโทเบียสอยู่อย่างนั้น ฟินลีย์ยกมือข้างขวาขึ้นมาจัดทรงผมสีน้ำตาลเข้มของเขาให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนที่จะเอ่ยเรียกอีกฝ่าย

“คุณจะเริ่มสอบปากคำเลยไหมครับ?”

เสียงนุ่มหูเอ่ยขึ้น มันช่วยดึงสติโทเบียสออกจากภวังค์ เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมามองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คนตัวสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร เดินอ้อมโต๊ะทำงานของตัวเอง แล้วมาหยุดอยู่ตรงหน้าของฟินลีย์

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
31 Chapters
บทนำ
"ความตาย" ควรเป็นจุดจบแต่บางครั้ง มันคือ "จุดเริ่มต้น" ของบางอย่างที่น่ากลัวกว่านั้นในเมืองที่แสงไฟสว่างไสวตลอดคืน มีบางสิ่งกำลังถูกซื้อขายอยู่ในความมืดหัวใจ ไต ปอด ดวงตา และ "ชีวิตของมนุษย์"ไม่มีใครรู้ว่า “ดอกลิลลี่สีดำ” คือใครไม่มีใครรู้ว่าพวกมันควบคุมอะไรได้บ้างแต่ทุกคนรู้ว่า อย่าขวางมัน ถ้ายังอยากมีลมหายใจโทเบียส ไนท์ สายลับพิเศษแห่ง FBI คือชายที่เชื่อในตรรกะ เหตุผล และกฎเขาไม่เคยอ่อนโยน ไม่เคยลังเล และไม่เคยปล่อยให้หัวใจควบคุมภารกิจจนกระทั่งคดีนี้เริ่มซ้อนทับเข้ากับอดีตที่เขาพยายามลืมเมื่อคนรักที่ตายไปแล้ว กลับมา “มีชีวิต” อีกครั้ง!!เมื่อองค์กรลับที่ไล่ล่าเขา และเขาพยายามสืบหาความจริง มีเบื้องหลังซ่อนเร้นยิ่งกว่าแค่การค้าอวัยวะเมื่อพยานปริศนาเข้ามาในชีวิต พร้อมแววตาที่เขาเหมือนรู้จักและคุ้นชินและเมื่อความรู้สึกบางอย่างที่เขาเก็บฝังไว้ เริ่มขยับตัวขึ้นจากความเงียบ ก่อตัวขึ้นโดยไม่รู้ตัวใครบางคนกำลังโกหกใครบางคนกำลังจะถูกเปิดโปงและใครบางคน…จะต้องตาย!! เพื่อให้ความจริงเปิดเผยแต่ระหว่าง "หน้าที่" กับ "หัวใจ"เขาจะเลือกอะไร? ในเมื่อทั้งสองอย่างสวนทาง ไม่วันบรรจบลงด้วย
Read more
บทที่ 1 พยานคนสำคัญ
“คุณจะเริ่มสอบปากคำเลยไหมครับ?”เสียงนุ่มหูเอ่ยขึ้น มันช่วยดึงสติโทเบียสออกจากภวังค์ เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมามองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คนตัวสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร เดินอ้อมโต๊ะทำงานของตัวเอง แล้วมาหยุดอยู่ตรงหน้าของฟินลีย์“รอก่อน...นี่มันยังไม่ถึงเวลางานของฉันเลยด้วยซ้ำ""ใครเขาปล่อยให้นายเดินเพ่นพ่านเข้ามาที่นี่ง่าย ๆ แบบนี้เนี่ย ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นนะ”น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความดุดัน เคร่งขรึมจนน่าเกรงขาม แววตาเฉยชาราวกับคนไร้ความรู้สึกของโทเบียส ทำให้ฟินลีย์ถึงกับหน้าถอดสี แต่ใช่ว่าเขาจะยอมคนง่าย ๆ เสียเมื่อไร ฟินลีย์ไม่ใช่คนยอมคน เขาเป็นคนที่ไม่ยอมใคร อย่าหวังว่าเขาจะยอมให้โทเบียสพูดจาไม่ดีใส่เขาได้ ฟินลีย์ไม่ยอมแน่นอน“ก็คุณไงครับ...นัดผมมาสอบปากคำวันนี้ลืมไปแล้วเหรอ? ทำงานจนสมองเบลอแล้วหรือยังไง ถึงจำคำพูดตัวเองไม่ได้”ฟินลีย์เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ พลางจ้องมองโทเบียสตาขวาง ใบหน้ามนงอง้ำบ่งบอกถึงความไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก แสดงออกไปให้โทเบียสได้เห็นฟินลีย์เป็นคนเดียวที่กล้าต่อปากต่อคำกับโทเบียส ปกติแล้วไม่มีใครหน้าไหนกล้าจะเล่
Read more
บทที่ 2 สอบปากคำพยานเพียงหนึ่งเดียว
ภายในห้องสี่เหลี่ยมสีเทาเข้ม มีโต๊ะสีดำตรงกลางห้องหนึ่งตัว และเก้าอี้สีดำเพียงตัวเดียวสำหรับผู้ถูกสอบสวน แสงไฟถูกจัดให้ไม่สว่างและไม่มืดจนเกินไป เพื่อให้เห็นสีหน้าท่าทางของผู้ถูกสอบสวนได้อย่างชัดเจนกระจกสองด้านถูกติดไว้ ซึ่งให้เจ้าหน้าที่หรือผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในห้องข้างเคียงสามารถมองเห็นการสอบสวนได้ โดยที่ผู้ถูกสอบสวนมองไม่เห็น ซึ่งอีกด้านของกระจกนี้ เป็นห้องสำหรับบันทึกการสนทนาและการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ถูกสอบสวนภายในห้องยังมีระบบกล้องวงจรปิด ระบบบันทึกเสียง และระบบเสียงที่ดี ช่วยเก็บเสียงไม่ให้เล็ดลอดออกไปภายนอก และป้องกันเสียงจากภายนอกเข้ามารบกวนสมาธิของคนภายในห้องด้วย“นั่ง!!”คำสั่งสั้น ๆ ของโทเบียสเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเย็นยะเยือก เขาปรายตามองฟินลีย์ เพื่อเป็นการบอกกลาย ๆ ว่าให้นั่งลงที่เก้าอี้ ฟินลีย์ทำตามอย่างว่าง่าย โทเบียสค่อย ๆ ก้าวเท้า แล้วเอามือไพล่หลังเดินวนรอบโต๊ะ ก่อนที่จะหยุดอยู่ตรงหน้าฟินลีย์ แล้วเอามือเท้าโต๊ะ เขาช้อนสายตาคมขึ้นมาจ้องมองฟินลีย์ สายตาคมคู่นั้นยากที่จะคาดเดา จนคนตรงหน้าถึงกับกลืนน้ำลายก้อนใหญ่ลงคอ ราวกับว่าตัวเองเป็นคนทำผิดมหันต์ ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นเพี
Read more
บทที่ 3 ชิงตัว
“แล้วนายรอดมาได้ยังไง?”โทเบียสเอ่ยถามด้วยโทนเสียงราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยพลังอำนาจบางอย่าง สายตาคมคู่นั้นของโทเบียสจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของคนนัยน์ตาสีเทา ทำให้ฟินลีย์เหมือนต้องมนต์สะกด เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ แต่ยังคงจ้องตาโทเบียสไม่กะพริบ“ผม...ผม...”“หืม?”ฟินลีย์นิ่งงันไปครู่หนึ่ง เขากำลังเรียบเรียงความคิดว่าจะตอบคำถามของโทเบียสว่าอย่างไรดี เพราะตอนนี้เขารู้สึกกดดันจนแทบคิดอะไรไม่ออก ไม่ใช่เพราะว่าเขาทำผิด แต่สายตาของโทเบียสต่างหาก ที่ทำให้เขารู้สึกกดดันจนทำอะไรไม่ถูก“เงียบทำไม...นายรอดมาได้ยังไง?”เสียงเคร่งขรึมเอ่ยขึ้น โทเบียสถามย้ำอีกครั้ง เขาจ้องมองฟินลีย์ตาไม่กะพริบ พลางเปลี่ยนท่าเอามือกอดอกตัวเองไว้ แล้วเอียงศีรษะมองอีกฝ่ายด้วยแววตานิ่งเรียบแต่ดูกดดันในคราวเดียวกัน ภายในหัวของโทเบียสเต็มไปด้วยความสงสัย ว่าพยานคนนี้ของเขารอดมาจากเหตุการณ์ระทึกขวัญนั้นได้อย่างไรกัน“ผมไม่มีอะไรจะคุยกับคุณแล้ว ผมบอกไปหมดแล้ว คุณจะถามซ้ำเพื่ออะไร!!”“หรือนายกลัวว่าจะตอบไม่เหมือนเดิม?”โทเบียสเอ่ยเสียงราบเรียบ พลางเลิกคิ้วขึ้นสูงจ้องมองฟินลีย์ด้วยสายตากวน ๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย แต่มันไม่ได้
Read more
บทที่ 4 เดิมพันด้วยชีวิต
“แม่งเอ๊ย!!...ติดซิวะไอ้ลูกพ่อ อย่ามางอแงตอนนี้สิวะ”ร่างกำยำพยายามสตาร์ทรถอยู่สองสามครั้ง เครื่องยนต์ก็ยังไม่ทำงาน เขาเลยถือวิสาสะไปที่รถของฟินลีย์ แล้วสตาร์ทรถขับตามรถคันนั้นไปมือข้างขวาของโทเบียสทำหน้าที่บังคับพวงมาลัยรถ ส่วนมือข้างซ้ายรีบล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง เพื่อต่อสายหาเซบาสเตียนคู่หูของเขา(“ว่าไงพวก”)((“ไม่ว่าไงหรอกพวก...รีบขับรถตามฉันมา ฉันขับรถของฟินลีย์มา ฟินลีย์โดนจับตัวไป ตอนนี้อยู่ที่ ถนนคอนสติติวชัน อเวนิว เอ็นดับเบิลยู ฉันเพิ่งขับออกมาไม่ถึงสามนาที”))(“ทำไมขับรถของฟินลีย์ไป?”)((“ไม่ต้องถามรีบตามมา”))(“ได้ ๆ เดี๋ยวฉันจะรีบตามไป”)พูดจบโทเบียสก็รีบวางสายทันที แล้วเหยียบคันเร่งสุดแรงเพื่อเร่งเครื่องตามรถตู้คันสีดำให้ทัน ตอนนี้เขาอยู่ห่างกันไม่เท่าไรนัก โทเบียสขับตามไปสักพักเขาต้องรีบหักหลบอย่างไว เมื่อมีรถบรรทุกเลี้ยวตัดหน้าเขาอย่างจังจนแทบเสียหลัก“แม่งเอ๊ย!!”มือหนาทั้งสองข้างบีบแตรรถอย่างดัง โทเบียสทุบพวงมาลัยรถด้วยความโมโห “คนยิ่งรีบ ๆ อยู่” เขานึกฉุนในใจแต่ก็ไม่มีเวลาที่จะคิดอะไรมากนักโทเบียสรีบหันหัวรถกลับไปทางเดิม แล้วรีบเหยียบคันเร่งตามรถคั
Read more
บทที่ 5 แน่จริงก็เอาเลย
“อ๊ากกกกกก”เสียงร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด เมื่อเสียงปืนดังขึ้นติดต่อกันสามนัด โทเบียสหันปลายกระบอกปืนไปยังคนร้ายอีกคน ที่นอนทรุดอยู่กับพื้น มันกำลังจะหยิบปืนขึ้นมายิงเขา แต่ก็ยังช้ากว่าโทเบียสอยู่ดี สามวินาทีมันก็มากเกินพอแล้วสำหรับโทเบียส กระสุนสองนัดตัดผ่านเส้นเอ็นข้อมือข้างขวาของมัน จนเลือดพุ่งกระฉูด ปืนหลุดออกจากมือตอนนี้มือข้างขวาของมันใช้การไม่ได้ ส่วนอีกนัดนั้นโดนเต็ม ๆ ที่หน้าขาของมัน “ไม่ต้องให้มันตาย...แค่พูดได้ก็พอ ฉันจะรู้ให้ได้ว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้” โทเบียสคิดในใจ ดวงตายังคงนิ่งไม่ไหวเอน เขายังไม่ต้องการให้พวกมันตาย โทเบียสอยากรู้ว่าใครกัน ที่ส่งคนมาจับพยานคนสำคัญของเขา“เฮ้พวก!!...จะยิงก็ยิงสักทีสิ ฉันรอดูอยู่ รีบหน่อยฉันไม่ชอบรออะไรนาน ๆ”น้ำเสียงยียวนกวนประสาทเอ่ยขึ้น โทเบียสเอียงคอมองคนร้ายอีกคน ที่กำลังจับฟินลีย์เป็นตัวประกัน รอยยิ้มเย้ยหยันของโทเบียสมันทำให้อีกฝ่ายแทบคลั่งทำอะไรไม่ถูก“ไอ้คนบ้าเอ๊ย!!...คุณมันบ้า ถ้ามันฆ่าผมจริง ๆ ขึ้นมาล่ะ”“ฉันรอดูอยู่นี่ไง...มันจะฆ่านายตอนไหน?”คำพูดตอบกลับของคนตัวสูง มันเหมือนมีดแหลมที่ทิ่มแทงใจฟินลีย์ เมื่อได้ย
Read more
บทที่ 6 ฆ่ามันทำไม
ปัง!!!เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด เลือดสีแดงสดย้อยลงมาตรงกลางหน้าผาก แล้วค่อย ๆ หยดลงมาที่ใบหน้าเป็นทางยาวตามแรงโน้มถ่วงของโลก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเต็มไปหมดคนตัวใหญ่รูปร่างกำยำสวมเสื้อผ้าหนังสีดำ ใส่หมวกไหมพรมล้มลงไปนอนกองกับพื้น ฟินลีย์รีบหันไปดูว่าใครกันที่เป็นคนยิงไอ้สารเลวนั่น แต่ที่แน่ ๆ ไม่ใช่โทเบียสอย่างแน่นอน“เป็นไงบ้างฟินลีย์!!”โดมินิค สตีล เอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง เขารีบวิ่งมาหาฟินลีย์แล้วดึงตัวฟินลีย์เข้าไปหาตัวเองอย่างไว สายตาที่แสนห่วงใยถูกทอดมองมายังฟินลีย์ คนตัวเล็กโผลกอดโดมินิคแน่นราวกับว่าไม่อยากให้เขาไปไหน ถ้าไม่ได้โดมินิคเขาคงกลายเป็นผีไปแล้วแน่ ๆโดมินิค สตีล ชายวัย 35 ปี ผมสีน้ำตาลเข้ม นัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเล ช่วยดึงดูดสายตาของใครหลาย ๆ คนที่ได้สบตาเขา คนตัวสูง 185 เซนติเมตร เดินขยับเข้ามาใกล้ ๆ ฟินลีย์ โดมินิคเป็นหัวหน้าทีมของหน่วยสืบสวนพิเศษ (เอฟบีไอ) เขาเป็นเจ้านายของโทเบียสและเซบาสเตียนปัง!!!เสียงปืนดังขึ้นมาอีกหนึ่งนัด โทเบียสรีบหันไปดูตามเสียงทั
Read more
บทที่ 7 ตัวภาระ
“ก็หมายความว่าคุณต้องเอาฟินลีย์ไปอยู่กับคุณไง หรือไม่ก็คุณต้องคอยเฝ้าฟินลีย์ที่บ้านเขา ไม่ให้คาดสายตาไงล่ะ”“แล้วแต่คุณจะเลือกเลยว่าต้องการแบบไหน อย่างแรกหรืออย่างหลัง แต่คำสั่งของผมคือคุณต้องคอยดูแลฟินลีย์ไม่ให้ตกอยู่ในอันตราย" "และต้องดูแลเขาให้ดีที่สุดด้วยโทเบียส”โดมินิคเอ่ยเน้นย้ำด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม จริงจังอย่างที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน ทำให้โทเบียสถึงกับต้องหันกลับไปจ้องมองนายของตัวเอง “อะไรนะ...นี่บอสจะบ้าไปแล้วเหรอ? ให้ฉันดูแลเจ้าเด็กคนนี้เนี่ยนะ!!” หัวคิ้วเขาขมวดเข้าหากันทันทีที่โดมินิคพูดจบประโยค ความคิดที่อยู่ในหัวมันมีมากมายเต็มไปหมด ความอัดอั้นตันใจมันแน่นเต็มอก จนโทเบียสอดไม่ได้ที่จะพูดมันออกมา“บอสจะบ้าหรือเปล่าครับ? เอาหมอนี่ไปอยู่กับผมเนี่ยนะ บอสก็เอาไปอยู่ด้วยเองสิครับ ทำไมต้องมาให้ผมรับผิดชอบชีวิตหมอนี่ด้วยล่ะ”สุ้มเสียงที่เปล่งออกมาแสดงถึงความไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก โทเบียสทำหน้านิ่งราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไร กับสิ่งที่นายตัวเองสั่งการออกมา เขาทำราวกับว่าสิ่งที่ได้ยินเป็นเรื่องน่าตลกใบหน
Read more
บทที่ 8 ตัวภาระ2
“เอากุญแจรถแกมาเซบาสเตียน...ฉันจะกลับแล้ว ส่วนแกก็ขับรถฟินลีย์พาหมอนั่นกลับไปด้วยก็แล้วกัน”โทเบียสยื่นมือข้างขวาแบไปตรงหน้าเซบาสเตียน เพื่อรอรับกุญแจรถจากคู่หูตัวเอง คำสั่งของโดมินิคเสมือนเสียงแว่วลอยตามลม เขาไม่ได้สนใจคำพูดของโดมินิคเลยด้วยซ้ำ“โทเบียส...คุณไม่ได้ฟังที่ผมสั่งคุณก่อนหน้านี้เหรอ? ว่าคุณต้องเป็นคนดูแลฟินลีย์ แล้วจะให้ฟินลีย์ไปกับเซบาสเตียนได้ยังไง?”โทนเสียงราบเรียบ ไม่ได้แสดงถึงความไม่พอใจ แต่มันชัดถ้อยชัดคำทุกประโยค โดมินิคเอ่ยกับโทเบียสอย่างใจเย็น เขารู้ดีว่าลูกน้องคนนี้หัวดื้อแค่ไหน แต่เรื่องนี้เขายอมไม่ได้จริง ๆเพราะคดีนี้สำคัญมาก ๆ และฟินลีย์เป็นพยานคนเดียวที่เห็นเหตุการณ์ แถมตอนนี้ฟินลีย์ยังตกอยู่ในอันตราย คนที่รับผิดชอบทำคดีนี้คือโทเบียส ดังนั้นโทเบียสก็ต้องเป็นคนที่ดูแลพยานคนนี้ให้ดีที่สุด มันคือหน้าที่ที่โทเบียสต้องรับผิดชอบ “ให้ผมดูแลฟินลีย์เนี่ยนะ...ให้ตายสิ!!” “ใช่...คุณต้องดูแลฟินลีย์” โดมินิคเลิกคิ้วขึ้นสูงทั้งสองข้าง พลางเอียงคอมองหน้าลูกน้องหัวแข็ง น้
Read more
บทที่ 9 ชายปริศนา
รถสปอร์ตคันสีดำของฟินลีย์ ขับลัดเลาะมาตามถนนมอนติกิว ถนนเส้นหลักสายเงียบที่ทอดยาวใจกลางบรู๊คลิน โทเบียสขับมาในระยะทางราว 4.8 กิโลเมตร ก็พาพวกเขาเข้าสู่ย่าน บรู๊คลิน ไฮท์ส ย่านเก่าแก่ฝั่งบรู๊คลิน ที่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของอดีต ที่นี่อบอวลด้วยความสงบร่มรื่น และมีทิวทัศน์ของแมนฮัตตันอยู่ไม่ไกลบ้านอิฐสีน้ำตาลสองชั้นหลังหนึ่งตั้งอยู่ริมทาง ดูเรียบง่ายแทบจะกลืนหายไปกับแถวบ้านที่เรียงราย แต่นั่นแหละคือสิ่งที่เจ้าของต้องการ ความธรรมดา ที่ปลอดภัยเมื่อล้อรถหยุดหมุน โทเบียสเหลือบหางตาไปมองคนที่อยู่ข้าง ๆ เล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา สีหน้าที่นิ่งเรียบเย็นชาไร้ความรู้สึก มันยิ่งทำให้ฟินลีย์อึดอัดจนแทบอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้โทเบียสไม่แม้แต่จะเอ่ยปากชวนให้เขาลงจากรถเข้าไปด้านในเลยด้วยซ้ำ มือหนาเอื้อมไปเปิดประตูรถ แล้วก้าวเท้าพาตัวเองออกไปจากรถ ก่อนที่จะทำการปิดประตูลงอย่างแรง ราวกับว่าจะให้มันหลุดคามือ“ไอ้บ้าเอ๊ย!!...ปิดเบา ๆ ไม่ได้หรือยังไง นี่มันรถผมนะ!!”ฟินลีย์บ่นอุบเมื่อรถหรูคู่ใจของเขา ถูกโทเบียสใช้แรงม
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status