LOGIN“อยากได้ก็เข้าด้านหลัง” เสียงแหบทุ้มเจือความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ ดวงตาดุกร้าวตวัดมองลูกสมุนคนสนิทที่นั่งอยู่ด้านข้าง มันกำลังยื่นหน้าเข้ามาดูบทละเลงรักระยะประชิดไม่ยอมไปไหนจนพาลให้นึกหงุดหงิด
เมื่อได้รับอนุญาตไม่รีรอ รีบลุกขึ้นไปยืนซ้อนหลังหญิงสาว ผิวขาวราวน้ำนมสะท้อนแสงจากคบเพลิงชวนให้คนมองกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เสียงกิจกรรมเข้าจังหวะจากตอนแรกเพียงผิวเนื้อสัมผัสกัน นานเข้ากลายเป็นเสียงเฉอะแฉะ มือหยาบกร้านที่รูดรั้งกลางกายสั่นน้อยๆ เมื่อมันกำลังตื่นเต้น
ตั้งแต่เกิดมาจนป่านนี้ พบสตรีและบุรุษหนุ่มหน้าตาหมดจรดมามากมายนับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยพานพบใครงดงามเย้ายวนเช่นนี้มาก่อน กลิ่นหอมอ่อนของดอกซากุระที่โชยออกมาจากตัวราวกับยาปลุกกำหนัด คล้ายถูกจิ้งจอกสาวล่อลวงให้มัวเมาในรสราคะก็มิปาน
“อึก!! ยะ…อย่า” ร่างขาวนวลสะดุ้งเฮือกเมื่อรับรู้ได้ว่ามีบางสิ่งที่ทั้งร้อนทั้งใหญ่ไม่น้อยหน้าไปกว่าสิ่งที่อยู่ในท้องตอนนี้กำลังถูกดันเข้ามาอย่างเชื่องช้า โดยไร้ซึ่งการเบิกทางเมื่ออีกฝ่ายทนไม่ไหวอีกต่อไป
เสียงร้องห้ามปรามน่าสงสาร ไฉนเลยฟังไปมาคล้ายกำลังเชิญชวน
“หัวหน้าข้าเข้าไปไม่ถนัด ท่านยืนขึ้นได้หรือไม่” เมื่อถูกความคับแน่นรัดรึง กอปรกับท่วงท่าไม่เป็นใจทำให้ไม่สามารถเข้าไปได้โดยง่าย น้ำเสียงแหบพร่าเจือเว้าวอนถูกส่งไปให้บุรุษร่างใหญ่ผู้เป็นลูกพี่ แม้เวลาอื่นลูกสมุนทุกคนจะเกรงกลัวเขา แต่สถานการณ์ในตอนนี้แตกต่างออกไป
ต่อให้ต้องถูกหัวหน้าชักดาบออกมาฟันตัวขาดครึ่ง ขอเพียงได้เข้าไปในร่างโฉมงามก็ถือว่าตนนอนตายตาหลับแล้ว
แม้จะมีเสียงฮึดฮัดดังในลำคอ ถึงกระนั้นคนขี้รำคาญกลับยอมลงให้คนสนิท ร่างใหญ่โตลุกขึ้นจากแคร่ไม้ที่นั่งมานานจนเหน็บกิน แขนกำยำโอบอุ้มร่างแน่งน้อยขึ้นมาโดยที่กึ่งกลางกายยังคงสอดประสาน ไม่ยอมให้หลุดออกตั้งแต่ได้เข้าไป
ผู้ที่รอจังหวะนี้มานานจ่อปลายหัวหยักปริ่มน้ำเข้าที่บั้นท้ายกลมกลึงอีกครั้ง ค่อยๆ ดันเข้าไปอย่างเชื่องช้าเมื่อถูกผนังนุ่มภายในต่อต้านราวกับเป็นสิ่งแปลกปลอม
เสียงกรีดร้องปิ่มจะขาดใจดังสะท้อนไปทั่วทั้งผืนป่า เมื่อลำลึงค์กระแทกเข้ามาสุดลำในคราเดียว ดวงตาคู่งามเหลือกถลนยามถูกรุกล้ำเข้ามาในเขตหวงห้ามอย่างไร้ความปรานี เลือดสีสดไหลออกจากรอยฉีกขาดเปรอะเปื้อนบั้นท้ายงอนงาม อาบไล้ไปทั่วกายชายที่กระตุกทันทีเมื่อเข้าไป
ส่วนปลายหัวพ่นน้ำสีขุ่นออกมาผสมกับเลือด ไหลอาบเรียวขาขาวเป็นทางยาว
“เบาๆ หน่อย เดี๋ยวได้ตายก่อนพอดี” ดวงตาแข็งกร้าวตวัดมองคนทำอย่างตำหนิระคนดูแคลน ไม่ได้นึกเป็นห่วงร่างบอบบางหากแต่กังวลว่าของบำเรอชิ้นใหม่จะพังเพียงเท่านั้น
“ซี๊ด!! ก็นางคับแน่นถึงเพียงนี้” คล้ายถูกมองว่าเป็นโจรราคะอ่อนประสบการณ์ เมื่อเสร็จสมทันทีที่สอดใส่ ใบหน้าเหยเกถึงกับเปลี่ยนเป็นดำคล้ำ เกิดมาไม่เคยรู้สึกอับอายเท่านี้มาก่อน พูดแก้ต่างไปตอนนี้ก็ดูเหมือนจะฟังไม่ขึ้น ซ้ำเสียงกลั้วหัวเราะจากรอบกายพานให้ขบเคี้ยวเขี้ยวฟันในใจ
เหอะ!! หัวเราะไปเถิด ลองพวกเจ้าได้เข้ามาในวิมานแสนหวาน สรวงสวรรค์ชั้นฟ้า ไฉนเลยจะทานทนไหว
ร่างอวบอัดถูกประกบหน้าหลังแทบไร้ช่องว่างให้อากาศลอดผ่าน นางทำได้เพียงครางแผ่วในลำคอ เกยคางไว้บนลาดไหล่หนาอย่างอ่อนแรง ขณะที่ดวงตาอ่อนล้าหลับพริ้ม ลำลึงค์ร้อนสองแท่งขยับเข้าออกพร้อมเพรียงสร้างความทรมานระคนกระสันซ่านจนแทบแยกไม่ออก ว่าความรู้สึกใดที่มีมากกว่ากัน
ดวงตาหลายคู่จับจ้องภาพนั้นตาไม่กะพริบ พร้อมเข้ามาฉีกกระชากรุมขย้ำได้ทุกเมื่อ จวบจนหัวหน้าพวกมันพอใจถึงได้ปล่อยร่างอ่อนเปลี้ยให้ลูกสมุนที่ชักรูดท่อนลำร้อนจนน้ำแทบหมดตัว
〰〰〰🐈〰〰〰
สองสามีภรรยาทะเลาะกันอีหรอบไหนไม่ทราบได้จึงมีร่างเปลือยเปล่าพัวพันกันอยู่ในน้ำ ถึงตอนนี้มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรและบทขับขานของนกน้อย ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตที่พูดได้อยู่โดยรอบ เสวี่ยอิ๋งจำได้ว่าถูกหางของสุนัขปากเสียดึงลงไปในน้ำ ทว่าถูกเปลื้องผ้าตอนไหนนั้นจำไม่ค่อยได้ ด้วยกำลังเมารสจูบร้อนแรงที่ถูกป้อนให้ไม่ขาด บุปผากลางกายปลิ้นเข้าออกตามการสอดใส่ของท่อนลึงค์ น้ำในสระกระเพื่อมไหวเป็นจังหวะรับกับสะโพกสอบ ไร้ลำลึงค์เติมเต็มรูก็เปรียบดั่งไร้ซึ่งชีวิต นางชอบที่จะขาดใจตายคาท่อนลำของบุรุษเพศมากกว่าขาดของ ดังนั้นแมวขาวจึงลืมความโกรธเกรี้ยวก่อนหน้าไปจนสิ้นยกแขนโอบรอบลำคอหนา พลางบดจูบเร่งเร้าให้กลางกายอวบใหญ่เพิ่มแรงกระทำขึ้นอีก กลีบบอบบางแดงก่ำแถมยังบวมเบ่งทว่าผู้เป็นเจ้าของหาได้รู้สึกเจ็บ รูกลางกลีบถูกชำเราไม่หยุดพักนางยิ่งได้ใจ ลีลาวาดเอวโยกเข้าออกและหมุนคว้านเป็นวงกลมของอู๋ซั่วเยียนนับว่าพัฒนาขึ้นมาก ตราบใดที่เขารับประทานอร่อยนางก็ยังคงไม่ไปไหน “แรงกว่านี้ไม่ได้แล้ว เดี๋ยวพวกเด็กๆจะเจ็บเอานะ” อู๋ซั่วเยียนทราบความปรารถนาของนา
แมวขาวถูกอุ้มไม่ปล่อย นางเองก็ชมชอบจึงไม่ได้ทักท้วง ซ้ำยังไม่แม้แต่จะขัดเขินยามมีผู้อื่นพบเห็น “จะพาข้าไปที่ใด” เสวี่ยอิ๋งอดสงสัยไม่ได้เมื่อเห็นว่าเดินมาไกลยังไม่ถึงเสียที ซ้ำยังเป็นทางทอดยาวไม่คุ้นตา รู้เพียงว่าทิวทัศน์ไม่เลวเลยทีเดียว อู๋ซั่วเยียนเผยรอยยิ้มลึกลับ เดินทอดน่องอย่างสบายใจ แม้จะตอบคำถามก็ไม่ได้คลายข้อสงสัยให้แมวขาวเลย “ไปถึงเจ้าก็จะรู้เอง” ผ่านมาหนึ่งก้านธูปมาหยุดหน้ากำแพงสีขาวสูงสามเมตร เหนือประตูมีป้ายทองคำสลักตัวอักษรสีดำไว้สองพยางค์ ‘ไป๋เฮย’ แมวขาวหรี่ตาลงเมื่อเห็นชื่อไม่เข้าตา พลันคิดว่าช่างไร้รสนิยมเสียจริง ทว่าดูเหมือนผู้คิดชื่อจะมองไม่เห็น อู๋ซั่วเยียนอมยิ้มดวงตาเปล่งประกายคล้ายจะเรืองแสงได้ กล่าวอย่างภาคภูมิใจ “นี่คือตำหนักไป๋เฮย ข้าเตรียมไว้ให้พวกเด็กๆ เจ้าชอบหรือไม่” เสวี่ยอิ๋งครางอืมในลำคอ แม้ชื่อจะไม่น่าอภิรมย์ ทว่าภายในนั้นไม่มีตำหนิเลย มองไปที่ใดล้วนงดงามราวกับจำลองมาจากสวรรค์ สวนถูกจัดอย่างเป็นระเบียบ แบ่งแยกพักผ่อนและวิ่งเล่นออกจากกันชัดเจน มุมจิบน้ำชาทานของ
“ข้าไม่คิดจะเชื่อมสัมพันธไมตรีกับผู้ใดทั้งนั้น” ยังไม่ทันที่ขันทีหน้าห้องจะขานนามผู้มาใหม่ ประตูบานใหญ่พลันเปิดออกอีกครั้ง พร้อมการปรากฏตัวของจักรพรรดิหนุ่ม ร่างสูงใหญ่สวมอาภรณ์ดำปักดิ้นทอง ใบหน้าหล่อเหลาเรียบนิ่งทว่าคิ้วกลับขมวดเล็กน้อย แรงกดดันสายหนึ่งกระจายโอบล้อมทั่วบริเวณ “ถวายพระพรฝ่าบาท” ขุนนางคุกเข่าลงก้มศีรษะจรดพื้นคำนับเจ้าชีวิต องค์หญิงน้อยเองก็คุกเข่าก้มหน้าลง นางแอบชำเลืองมองเขาทว่าอู๋ซั่วเยียนกลับไม่แม้แต่จะชายตามองนาง เดินผ่านดรุณีน้อยขึ้นไปบนบัลลังก์ที่มีแมวขาวนั่งเท้าคางด้วยท่าทางเกียจคร้านเช่นเคย “หากข้ามาช้ากว่านี้ เกรงว่าเจ้าคงรับนางเข้าวังหวังแล้วกระมัง” ยังไม่ทันอ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ แล้วเหตุใดอู๋ซั่วเยียนจะอ่านแววตาระริกระรี้ของแมวขาวไม่ออก เรื่องล้อเล่นกับความรู้สึกผู้อื่นเสวี่ยอิ๋งนั้นบรรลุขั้นสูงสุดแล้ว อู๋ซั่วเยียนยกร่างอวบขึ้นก่อนที่เขาจะลงไปนั่งแทน และวางนางไว้บนตักอีกที แมวขาวไม่มีท่าทีสะทกสะท้านไม่พอยังโน้มลำคออีกคนลงมา ตามด้วยประกบปากแนบชิดแลกลิ้นกันด้วยความเคยชิน เหล่าขุนนางยังคงก้มห
ภาพในตอนนี้จะว่าปกติก็ปกติ จะว่าแปลกประหลาดก็เพียงเล็กน้อย แมวขาวนั่งเอกเขนกอยู่บนบัลลังก์มังกรโดยมีเหล่าขุนนางยืนเรียงแถวตอนยาวอยู่ด้านล่าง แบ่งเป็นสองฝั่งบู๊และบุ๋น บรรยากาศเงียบสงบภายใต้กิริยาอันสำรวมของขุนนาง ราวกับว่ากำลังอยู่ในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ก็มิปาน เสวี่ยอิ๋งเองก็ไม่ใช่คนมิรู้สถานการณ์ นางวางท่วงท่าสูงส่งเฉกเช่นราชินีได้อย่างเหมาะสม ใบหน้างดงามจนคนมองลืมหายใจเชิดสูง ดวงตากดต่ำมองผู้ใต้อาณัติของสามี “เรียนองค์ราชินี บัดนี้แคว้นจ้าวยอมสวามิภักดิ์ต่อแคว้นอู๋ของพวกเราแล้ว อีกหนึ่งเดือนให้หลังจะส่งของบรรณาการมาให้พ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพวัยกลางคนก้าวออกมารายงานเป็นผู้แรก เหลือบมองพระพักตร์งดงามเพียงชั่วครู่ก่อนจะรีบก้มหน้าลง บุรุษเช่นตนอยู่ชายแดนมาแรมปีเพิ่งกลับถึงวังหลวง ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างของผู้คนกล่าวถึงราชินี นับว่าไม่เกินจริงแต่อย่างใด งดงามล่มสามภพ!! ไม่แปลกใจที่จักรพรรดิผู้อยู่เหนือกษัตริย์หลายพระองค์จะลุ่มหลง แมวขาวผู้ไม่รู้สี่รู้แปดหูผึ่ง ในหัวจินตนาการถึงของนุ่มฟู เพชรนิลจินดาล้วนอยู่นอกสายตา ฟูกนิ่มและอาภ
“อุก…อ้วก” เสียงดังรบกวนการนอนของแมวอวบ ดวงตาสีอำพันปรือขึ้นอย่างเชื่องช้าเมื่อแสงแรกของวันแยงตา ร่างที่เคยนอนกกกอดมอบความอบอุ่นไม่อยู่แล้ว เหลือเพียงความว่างเปล่าและผ้าปูที่นอนอันเย็นชืดบ่งบอกว่าเจ้าตัวลุกออกไปนานพอสมควร เสวี่ยอิ๋งงัวเงียลุกขึ้นมา คิ้วเรียวขมวดเป็นปมด้วยความหงุดหงิด เป็นเช่นนี้มาถึงหนึ่งสัปดาห์ ทุกเช้านางจะต้องตื่นเพราะเสียงอาเจียนของทาสที่โตแต่ตัว ทว่าหากจะดุด่าก็ทำไม่ลง ที่อู๋ซั่วเยียนเป็นเช่นนี้ก็เพราะมีนางเป็นต้นเหตุ แต่จะโทษว่าเป็นความผิดเสวี่ยอิ๋งคนเดียวก็ไม่ได้ โทษว่าเป็นความผิดของสองแม่ลูกจะเหมาะสมกว่า ใช่แล้ว!! เสวี่ยอิ๋งตั้งครรภ์ได้แปดสัปดาห์ เข้าสัปดาห์ที่เจ็ดสุนัขตัวโตก็มีอาการแพ้ท้องแทนนาง คนที่กินไม่ค่อยอิ่มเพราะทาสให้อาหารไม่ตรงเวลาทว่ายังคงหลับสบายเดินเข้าไปในห้องสรงน้ำ เห็นนางกำนัลยื่นอ่างใบใหญ่รองรับของเหลวพร้อมส่งอ่างน้ำใบเล็กให้บ้วนปาก แมวขาวย่นจมูกเมื่อได้กลิ่นไม่พึงประสงค์ ทว่าก็กลั้นใจเดินเข้าไปดูอาการของคนที่นั่งหมดแรงอยู่ข้างสระขนาดใหญ่ที่พวกตนใช้เสพสังวาสอยู่
เสวี่ยอิ๋งพลิกตัวนอนหงายกางแขนขาออกกว้างอย่างเกียจคร้าน กิจวัตรประจำวันของนางมีเพียงไม่กี่อย่าง ตื่นเช้ามานอนผึ่งแดดรอทานอาหารเช้า หลังจากทาสไปทำงานนางก็นอนกลิ้งไปมาบนเตียงขนหงส์แสนนุ่มนิ่มจนผล็อยหลับไป ตอนบ่ายไปเดินเล่น เหนื่อยก็หยุดพักนั่งจิบชาชมสวน ตกเย็นกลับมารอรับประทานอาหารเช่นเคย ทว่าวันนี้ดูเหมือนจะเลยเวลามาพอสมควร ดูสิ!! พระอาทิตย์ตกดินไปนานแล้ว “เจ้ามาช้า” ทันทีที่เห็นหน้าทาสผู้หล่อเหลาแมวขาวก็ทำหน้าบึ้งตึง นางหรือก็อุตส่าห์ขัดสีฉวีวรรณคอยท่า รอจนเมื่อยเขาเพิ่งโผล่หัวมา “ขออภัยเจ้าด้วย วันนี้มีปัญหาเข้ามาจนทำข้าเสียเวลาไปมากทีเดียว” อู๋ซั่วเยียนมีหรือจะรอให้แมวโกรธ แค่นางพองขนใส่เขาก็รีบเข้าไปโอบกอดด้วยความคิดถึงแล้ว เดิมทีเสวี่ยอิ๋งคิดว่าจะด่าไปสักสองสามประโยค พอสบกับดวงตาอ่อนล้าและท่าทางเหนื่อยอ่อนของสุนัขตัวโตทว่าขี้อ้อนเป็นที่หนึ่งก็พลันใจอ่อนยวบ นางจะยอมให้วันหนึ่งก็ได้ ว่าแล้วก็ผลักร่างสูงใหญ่นอนราบไปกับเตียง จัดการขึ้นคร่อมแล้วเปลื้องผ้าบุรุษด้วยความชำนาญ ภายในช
“แมวน้อย เจ้าช่างใจกล้านัก หากไม่กลัวตายข้าจะสนองให้ ถึงตอนนั้นต่อให้เจ้าร้องขอชีวิตก็อย่าคิดว่าข้าจะปรานี” ถ้อยคำหยาบโลนและแววตาหื่นกระหายพร้อมจะฉีกกระชากร่างแน่งน้อยออกเป็นสองส่วน ไม่ทำให้เสวี่ยอิ๋งตื่นตระหนกแต่อย่างใด ใบหน้าอ่อนเยาว์แย้มยิ้มเชิญชวน ก่อนร่างเปล่าเปลือยจะอ้าขาออกตั้งชันกับ
ร่างสีขาวโลดแล่นไปมาในป่า โผล่ตรงโน้นผลุบตรงนี้ที พวงหางนุ่มฟูแกว่งไกวไปมาเมื่อมันกำลังอารมณ์ดี จะไม่ให้อารมณ์ดีได้อย่างไร ในเมื่อก่อนจากกลุ่มโจรราคะมา มันได้ยินบางสิ่งที่เข้าหูยิ่งนัก อีกทั้งได้หยิบของบางอย่างติดมือมาด้วย งานประมูลที่จะเกิดขึ้นอีก 3 ราตรีในเมืองหยางจง อย่าง
ถ้ำคับแคบด้านหลังและกลีบดอกไม้ด้านหน้าไม่ว่างเว้นจากการถูกชำเรา รวมถึงปากน้อยๆ ที่อ้าจนตึงเมื่อถูกจิกกระชากผมให้รับท่อนเนื้อสีเข้มเข้าไป กลิ่นคาวลอยคละคลุ้งในอากาศชวนให้คลื่นเหียน เสียงหัวเราะของหัวหน้ากลุ่มโจรดังมาเป็นระยะเมื่อมันอารมณ์ดีอย่างหาได้ยาก จิบสุราพูดคุยกับลูกสมุนทั้งที่
‘เสวี่ยอิ๋ง’ ปีศาจแมวสีขาวราวหิมะ ร่างแปลงคือโฉมงามล่มเมือง นางมิต้องการบำเพ็ญตบะเพื่อเป็นเทพเซียน หากเพียงเพื่อคงความอ่อนเยาว์เท่านั้น หนทางสู่การเป็นเซียนสำหรับปีศาจคือการบำเพ็ญตบะ ทว่าหนทางสู่การเป็นอมตะคือการเสพสังวาสกับสิ่งมีชีวิต 10,000 ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือปีศ







