Tous les chapitres de : Chapitre 41 - Chapitre 50

123

บทที่ 11 หวั่นกลัว 1

บทที่ 11 หวั่นกลัว วันรุ่งขึ้นอาการตัวแข็งเพราะถูกสกัดจุดก็คลายหายไปเองก่อนที่สาวใช้จะรู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น หยางจิวหรงปฏิเสธไม่ให้พวกนางช่วยเกล้าผมแต่งตัว แต่ให้ไปสอบถามหยางเส้าหมิงว่ามีสิ่งของใดสูญหายไปจากจวนหรือไม่ นางกำลังสงสัยว่าจ้าวเฉินฟงลักลอบเข้ามาเพื่อค้นหาอะไรบางอย่าง ของสิ่งนั้นย่อมสำคัญยิ่งยวดจนถึงขนาดไท่จื่อเป็นผู้ลงมือด้วยตนเอง นางจึงพยายามเตือนให้หยางกงทราบ แต่ไม่มีใครสนใจนางเลย ทุกคนทั้งท่านปู่ ท่านพ่อและท่านอาทั้งสองล้วนเคร่งเครียด ปิดห้องคุยกันครึ่งวันค่อนวัน แม้แต่พี่หยางเส้าหมิงก็ทวีความดุดัน มีนายทหารระดับสูงหลายคนแวะเวียนเข้ามารับป้ายคำสั่งแล้วแยกย้ายกันไปทำงาน บรรยากาศดูเหมือนจะยิ่งขดเกลียวแน่นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อจวนสกุลหยางตกแต่งสถานที่ด้วยผ้าแพรสีแดงมงคลเสร็จสิ้น ทุกอย่างก็สงบลงเหมือนคลื่นลมในทะเลซึ่งพร้อมจะแปรปรวนได้ตลอดเวลา“คุณหนู องค์ชายทรงส่งของขวัญมาให้เพคะ”ของขวัญนั้นคือทับทิมผลใหญ่และสวยที่สุดเท่าที่เคยเห็น มันไม่ใช่ผลไม้จริงแต่เป็นทับทิมทองคำ หลอมขึ้นอย่างสวยงามวิจิตร เคลือบลงยาให้สวยงามดูเหมือนผลไม้ เนื้อในฝังด้วยพลอยทับทิมแดงก่ำระย
last updateDernière mise à jour : 2026-04-27
Read More

บทที่ 11 หวั่นกลัว 2

“เราเคยพบกันมาก่อน แต่ตอนนั้นเจ้ายังเล็กมาก ท่านน้าเซียงอุ้มเจ้าไปที่บ้านซือหม่า ข้าเองก็ยังประทับใจแก้มแดงๆ ของเจ้า” เขาเริ่มต้นสร้างความสนิทสนมด้วยการอ้างถึงสกุลซือหม่า ฉีกุ้ยเฟยมารดาของเขาทรงเป็นพี่สาวแท้ๆ ของซือหม่าเซียง ดังนั้นแล้วเขาจะเรียกนางว่าน้องก็ไม่ผิด“หม่อมฉันมักจะไปหาพี่อู๋ซวงกับพี่เทียนสงที่นั่นบ่อยๆ เพคะ ทรงพอจะทราบเรื่องที่พี่อู๋ซวงล้มป่วยบ้างไหมเพคะ”จ้าวลู่ได้ยินชื่ออู๋ซวง สีหน้าก็มิได้เปลี่ยนแม้แต่น้อย “เรื่องของนาง ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร เรามานั่งคุยกันก่อนเถอะ เจ้าคงรู้แล้วว่าเจ้าบ่าวตัวจริงคือผู้ใด”“...” หยางจิวหรงก้มหน้าเงียบ พยายามคิดหาทางรอด“ว่าอย่างไร เจ้าคงไม่อยากให้ท่านปู่ของเจ้าต้องลำบากใจกระมัง”“ในเมื่อเรื่องนี้กำหนดไว้แล้ว หม่อมฉันเองก็จะทำตามนั้นเพคะ”“เด็กฉลาด” จ้าวลู่หัวเราะพอใจและก้าวเข้ามาหวังจะโอบกอดนางดูสักครั้ง แต่หยางจิวหรงถอยกรูดโดยทำทีว่าอุ้มพิณหงส์จรัสแสงขึ้นมากอดแล้วส่งยิ้ม “เชิญองค์ชายเสด็จไปที่ลานกว้างในสวนเถิดเพคะ หม่อมฉันจะบรรเลงพิณถวาย”“หากข้าต้องการจะฟังเสียงร้องหวานๆ ของเจ้าล่ะ”จ้าวลู่รุกคืบ หยางจิวหรงถอยจนเผลอทำแจกันเครื่องเคลือ
last updateDernière mise à jour : 2026-04-27
Read More

บทที่ 11 หวั่นกลัว 3

จ้าวลู่พลาดจากหยางจิวหรง แต่อารมณ์เปลี่ยวยังคุกรุ่นต้องหาทางระบาย เขามองเห็นหลังคาวัด คนแรกที่ระลึกถึงก็คืออู๋ซวง ญาติผู้น้องที่แสนจะหวานหอม รสสวาทที่เคยลักลอบได้เสียกันในวัดก็หวนกลับมารัญจวนใจอีก ดังนั้นเขาจึงเดินทางไปจวนสกุลซือหม่า ประจวบเหมาะกับที่มีแม่สื่อจากตระกูลหมิงมาทาบทามอู๋ซวง ซือหม่าจิ้งทราบเรื่องอื้อฉาวในวัดจึงรีบสนับสนุนให้อู๋ซวงตบแต่งออกไปโดยเร็วที่สุด ตระกูลหมิงเป็นตระกูลแม่ทัพ ฐานะหน้าที่ไม่ได้ด้อยกว่าใคร ซือหม่าจิ้งก็พลอยดีใจ รวมทั้งเสิ่นเหนียงจื่อพยายามส่งเสริมและต้อนรับแม่สื่อเต็มที่ แต่การมาขององค์ชายจ้าวลู่ทำให้บรรยากาศกระอักกระอ่วนขึ้นมาโดยพลัน “น้องอู๋ซวงกำลังจะหมั้นหมายงั้นหรือ” จ้าวลู่คลี่พัดจีบโบกลมเข้าหาตัวเองเบาๆ มุมปากมีรอยยิ้มมอบให้แม่สื่อจากสกุลหมิง “เจ้าสาวคนนี้น่ะ เคยเสร็จข้ามาแล้ว ถ้าหมิงหลิงฝู่ยังอยากได้ ข้าก็จะยกให้” “พะ...เพคะองค์ชาย” ของของผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ใครจะกล้าบังอาจแย่ง แม่สื่อปั้นหน้าไม่ถูก ได้แต่รีบล่ำลาเจ้าบ้านและหลบฉากกลับไปรายงานโดยเร็ว ซือหม่าจิ้งกับเสิ่นเหนียงจื่อไม่พอใจ จ้าวลู่กลับหัวเราะ “อีกหน่อ
last updateDernière mise à jour : 2026-04-27
Read More

บทที่ 12 สวาทซ่าน 1

บทที่ 12 สวาทซ่าน เหลืออีกแค่วันเดียว หยางจิวหรงก็ต้องเข้าพิธีแต่งงานแล้ววันนี้นางจะต้องเข้าวังหลวงเพื่อเซ่นไหว้บรรพกษัตริย์ในหอบูชาและเข้าเฝ้าเสิ่นฮองเฮาตามธรรมเนียม ทรงพระสิริโฉมอ่อนโยนและเอ็นดูหยางจิวหรงยิ่งนัก ฮองเฮาทรงพูดคุยกับมารดาของนางอย่างเป็นกันเองอยู่นาน ดังนั้นจึงช่วยไม่ได้ที่หยางจิวหรงจะเริ่มนั่งเหม่อมองรูปสลักมังกรบนยอดเสา ปล่อยให้ใจล่องลอยไปในห้วงความคิด ที่ซึ่งนางพอจะมีความเป็นส่วนตัวอยู่บ้างในวังหลวงแห่งนี้ ช่วงหลายวันมานี้นางต้องเข้าร่วมพิธีในราชสำนักซึ่งเต็มไปด้วยพิธีรีตองและรายละเอียดจุกจิก เริ่มต้นตั้งแต่เช้ามืดไปจนถึงกลางดึก แม้จะอ่อนล้าเพียงใดก็ไม่อาจปริปากบ่น ฐานะทางราชวงศ์เรียกร้องให้นางต้องสวยงามดุจภาพวาดในหอศิลป์ ภาพลักษณ์ของนางต้องดูสง่างดงาม สงบเยือกเย็นและสูงส่ง แต่นางเหนื่อยเหลือเกิน “จิวหรง... จิวหรง... ฮองเฮาทรงถามเจ้าอยู่นะ” “อ่ะ... เอ่อ... เพคะ” หยางจิวหรงหน้าแดงด้วยความอับอาย “ขอทรงอภัยด้วยเพคะ หม่อมฉันเสียมารยาทยิ่งแล้ว” “ไม่เป็นไรๆ พวกข้าเอาแต่คุยความหลังกันเพลิน ตอนสมัยที่ข้ากับแม่เจ้ายังสาวๆ พวกเราเที่ยว
last updateDernière mise à jour : 2026-04-27
Read More

บทที่ 12 สวาทซ่าน 2

“จิวหรง เจ้าคงจะเบื่อฟังผู้ใหญ่คุยกันแต่เรื่องเก่าๆ โน่น... ไท่จื่อมาพอดี”หยางจิวหรงแข็งใจเอี้ยวตัวมองตามที่ฮองเฮาทรงพยักพเยิด เห็นร่างสูงกำยำกำลังก้าวเข้ามาในตำหนักฮองเฮาด้วยสีหน้าเรียบเฉย อันตรายในขณะเดียวกันก็น่าหลงใหล หยางจิวหรงไม่เคยพบใครที่มีดวงตาฉายพลังอำนาจได้ถึงเพียงนี้ เขาสามารถตรึงความสนใจของผู้คนนับร้อยได้เพียงแค่ก้าวเดินเข้ามาเท่านั้นเองแววตาและความเย็นชาของคนผู้นี้น่ากลัว คิ้วของเขาหนาคมเข้ม เสริมดวงตาคมกล้าให้ยิ่งดุดัน จมูกโด่งเป็นสัน หน้าตาหล่อเหลางดงามราวกับเป็นที่รักของเหล่าเทพ ชายชาตรีทุกคนได้รับคำสั่งสอนว่าต้องมีท่าทีเงียบขรึมและผึ่งผายตลอดเวลา ดังนั้นเขาจึงสบตานางด้วยสายตาเย็นเยียบ กว่าที่นางจะทำความเข้าใจได้ว่านี่เป็นท่าทีปกติของเขา นางก็แอบนึกไม่ชอบใจอยู่นาน ยิ่งนึกถึงเรื่องอุกอาจในคืนนั้น หยางจิวหรงก็ลุกขึ้นคารวะแล้วเบือนหน้าไปทางอื่น พยายามจะเลียนแบบท่าทีเย็นชาไร้ความเป็นมิตรของเขาเสียบ้าง แต่กลับกลายเป็นว่านางทำแก้มพองในสายตาของจ้าวเฉินฟงไปเสียอีก“ลูกคำนับเสด็จแม่” จ้าวเฉินฟงชันเข่าคำนับเสิ่นฮองเฮาและมองหยางจิวหรงด้วยสายตาประหนึ่งผู้บริสุทธิ์ “คุณหนูจิวหรง
last updateDernière mise à jour : 2026-04-28
Read More

บทที่ 12 สวาทซ่าน 3

“ปล่อย”“เงียบ” เขากระซิบ พ่นลมหายใจร้อนระอุตรงข้างแก้ม “ส่งเสียงดังในเขตพระราชฐาน ไม่กลัวถูกประหารรึ”หึ! ทำเป็นใหญ่ หยางจิวหรงดิ้นขลุกขลัก ใบหน้าเปลี่ยนเป็นแดงก่ำด้วยความโมโห พ่นลมออกจมูกดังพรืดอย่างหงุดหงิด“หมูป่า” เขาพูด “เจ้านี่ช่างเหมือนหมูป่าชัดๆ ใครต่อใครพากันชมความงามของเจ้า แต่บางครั้งข้าก็สับสนจนต้องมองเจ้าหลายๆ รอบ”ยิ่งเขาพูด นางก็ยิ่งโมโห ไหนเขาสัญญาว่าจะเลิกเรียกนางว่าหมูป่าแล้วไง ไออุ่นร้อนๆ จากร่างสูงใหญ่กำลังทำให้นางหายใจไม่ออก จ้าวเฉินฟงยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะดึงมีดสั้นเล็กๆ ออกมาจากรองเท้า “คราวหน้าถ้ามีใครแอบเข้าไปในเรือนของเจ้า ให้ใช้นี่” “ท่านรู้?” “ข้ารู้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเจ้า” เขาส่งมีดให้แล้วสอน “ใช้มือข้างที่ถนัดถือมีด พอคนร้ายโผเข้ามา เจ้าก็ยกแขนขึ้นกันไว้แบบนี้ จากนั้นก็เสียบเข้าที่หัวใจ ไม่ต้องลังเล” เขาดึงมือนางที่กำลังถือมีดเข้ามาเสียบที่ใต้วงแขนซ้าย บิดข้อมือนางเล็กน้อยเพื่อสอนวิธีคว้านแผลเปิดกว้าง “แทงให้มิดด้ามแล้ววิ่ง” “หม่อมฉัน... ทำไม่ได้หรอก” หยางจิวหรงเบิกตากว้างและปล่อยมีดจากมือ เขาเก็บมีดขึ้นจากพื้น
last updateDernière mise à jour : 2026-04-28
Read More

บทที่ 12 สวาทซ่าน 4

นางกำลังพูดอยู่ดีๆ คำพูดของนางพลันหายวับไป เป็นเพราะมือแกร่งดึงต้นคอนางอย่างรวดเร็วแล้วบรรจงประทับริมฝีปากลงมาบดขยี้คราวนี้เขาจูบอย่างหนักแน่น ไม่ใช่การล้อเล่นหรือฝืนบังคับเกินกว่าเหตุ เขาต้องระมัดระวังมากๆ เพราะสติกับความต้องการถูกคั่นไว้ด้วยเส้นด้ายบางๆ เพียงเส้นเดียวเท่านั้น หยางจิวหรงเบิกตากว้างพลางสำลักจูบ พยายามร้องท้วงอู้อี้ หน้าแดงก่ำสับสนไปหมด“อ๊ะๆ ใจเย็นๆ” จ้าวเฉินฟงถอนจุมพิตแล้วคว้าข้อมือของนางไว้ หยุดคมมีดไว้ได้ฉิวเฉียด “อยากลืมนะว่าพรุ่งนี้เรากำลังจะแต่งงานกัน กล้าทำร้ายเชื้อพระวงศ์เชียวหรือ”“คนทุเรศ... เก่งแต่ลวนลามผู้อื่น!” นางยังคงยื้อยุดหมายจะแทงให้จงได้ นางทุ่มตัวดันไปข้างหน้าแต่อีกฝ่ายก็ไม่ขยับเลย“ไหนเจ้าพูดปาวๆ ว่าต้องเคารพกฎหมาย เหตุใดจึงคว้ามีดจะแทงข้าเสียเล่า” จ้าวเฉินฟงกลั้วหัวเราะ “เจ้าต้องปล่อยให้เจ้าหน้าที่จัดการตามความเหมาะสมในทางที่ถูกที่ควรไปสิ”“ไม่ต้องมาพูดดี คนอย่างท่านมันเกินเยียวยาแล้ว”“เด็กโง่ บทเรียนอีกอย่างที่เจ้าควรรู้ก็คือ ถ้าแทงไม่สำเร็จ เจ้าควรรีบวิ่งหนีให้สุดชีวิต ไม่อย่างนั้นจะเป็นอย่างนี้”จ้าวเฉินฟงเพียงแค่หลุบตาลงมองเนินอกและขยับมือเ
last updateDernière mise à jour : 2026-04-28
Read More

บทที่ 13 รสสวาท 1

บทที่ 13 รสสวาท ตั้งแต่ญาติผู้สูงศักดิ์หมั้นหมายกับหยางจิวหรง เสิ่นฟงอี้อารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก อาศัยงานที่ได้รับมอบหมายช่วยให้หัวสมองโล่งจากความผิดหวังไปวันๆ ฮองเฮาซึ่งมีศักดิ์เป็นป้าเห็นว่าเขามีความรู้ดีและเชี่ยวชาญการเขียนพู่กัน พระนางจึงไหว้วานให้เขาเข้าวังมาช่วยงานเขียนป้ายอวยพรสำหรับงานมงคล เสิ่นฟงอี้อยากจะปฏิเสธใจจะขาดแต่ก็ไม่สามารถทำได้ เขาหลงรักนางมาตั้งแต่เข้าวัยรุ่น จำได้แม่นว่าวันแรกที่เขาพบนางนั้นเป็นวันตรุษ นางมาที่จวนสกุลเสิ่นเพื่อแลกเปลี่ยนของขวัญและอวยพร เด็กหญิงตัวเล็กๆ น่ารักเหมือนตุ๊กตากระเบื้องแสนเรียบร้อย นางเดินมาจับแขนเสื้อเขาแล้วชี้ไปที่ลูกพลับสุกบนต้น บอกว่าอยากกิน เดือดร้อนให้เขาต้องปีนขึ้นไปเก็บให้ แทนที่นางจะรออยู่ข้างล่างกลับปีนขึ้นมาด้วย ผลสุดท้ายแล้วก็โดนตีทั้งคู่ นับจากวันนั้นมาเขาก็สนิทสนมกับนาง ไม่มีวันไหนที่เขาไม่คิดถึงนางแต่ละตัวอักษรที่เขาจุ่มหมึกทองแล้วป้ายลงบนผืนผ้า ยิ่งเขียนมากเท่าไรก็ยิ่งทำให้เขาห่างไกลจากหยางจิวหรงมากขึ้นเท่านั้น แต่เพื่อมอบเป็นของขวัญแต่งงานให้นางแล้วเขาก็ยินดีทำให้ หลังจากคร่ำเคร่งอยู่หลายวัน ป้ายผ
last updateDernière mise à jour : 2026-04-28
Read More

บทที่ 13 รสสวาท 2

นางอยากตอบเสียงเรียกของเสิ่นฟงอี้ แต่นางทำไม่ได้ “อึ่ก... อือ...”ปีศาจร้ายที่มีดวงตาสีเข้มกำลังสอดลิ้นเข้ามาเกี่ยวรัดลิ้นนุ่มๆ ของนางอย่างเร่าร้อน มือแกร่งข้างหนึ่งตรึงต้นคอเล็กๆ ไว้ ส่วนมืออีกข้างจับใบหน้าของนางให้แหงนหงายรับรสสัมผัสวาบหวาม หยางจิวหรงพยายามผลักเขาออกไปแต่มันเป็นไปไม่ได้เลย กว่าเขาจะยอมผละริมฝีปากออกไป นางก็แทบจะสำลักตาย“แสงสะท้อนผืนน้ำเขียวมรกต ราวกับหยิบยืมสีเขียวสดจากต้นหลิว กลิ่นน้ำพุหอมกำจายสู่โลกหล้า ราวกับไม้ดอกแบ่งกลิ่นมาให้ยวนใจ”จ้าวเฉินฟงร่ายบทกวีขึ้นมาสื่อความนัย ดวงตาคมกริบจับจ้องพวงแก้มแดงๆ นั้น“ฟงอี้เขาชอบเจ้ามากเลยนะ”“หม่อมฉันก็ชอบพี่ฟงอี้!”แทนที่เขาจะโกรธกลับหัวเราะ “ตัวอยู่กับว่าที่สามี แต่ใจกลับร้องหาชายอื่น สมควรถูกลงโทษสถานใด”แก้มของหยางจิวหรงยิ่งร้อนวาบ เขาประทับตราด้วยจุมพิตแผ่วเบาตรงแอ่งชีพจร ริมฝีปากนั้นยังขบเม้มเบาๆ แสดงความเป็นเจ้าของ หยางจิวหรงนั่งก้มหน้างุดอยู่บนตักแกร่ง ทำตัวแข็งทื่อเก็บมือเก็บไม้เรียบร้อย เขาจึงเชยคางของนางขึ้นแล้วบดจูบเบาๆ ปล่อยให้กระแสเพลิงร้อนๆ ไหลเอิบอาบท่วมท้นร่างทั้งคู่ เขาจุมพิตนางอย่างลึกซึ้ง เงียบง
last updateDernière mise à jour : 2026-04-28
Read More

บทที่ 14 บทพิศวาส 1

บทที่ 14 บทพิศวาส“ไท่จื่อ ท่านจะพาหม่อมฉันไปไหน หม่อมฉันอยากกลับบ้านแล้ว”“เจ้าไม่ใช่เด็กๆ ที่เอาแต่ร้องอยากกลับบ้านแล้ว”จ้าวเฉินฟงพานางขึ้นหลังม้าศึก พร้อมด้วยทหารติดตามอีกหกเจ็ดนายวิ่งควบออกจากวังหลวง เสียงฝีเท้าม้ากึกก้องไปตามท้องถนนราวกับจงใจส่งสัญญาณอะไรบางอย่างให้ฝ่ายองค์ชายจ้าวลู่รับรู้ หยางจิวหรงตัวสั่นอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง นางเคยขี่ม้าจนเชี่ยวชาญ แต่เทียบไม่ได้เลยกับม้าศึกสีดำตัวมหึมาตัวนี้ มันคึกคะนองราวกับม้าป่า ทรงพลังและดื้อรั้นไม่ยอมรับคำสั่งใครแต่จ้าวเฉินฟงควบคุมมันได้ง่ายดาย “ม้าพายุดำเหวินไท่” เขาเอ่ยขึ้นเหมือนรู้ความคิดนางทุกอย่าง “ฝึกม้าก็เหมือนฝึกคนนั้นแหละ ต้องทำให้มันไว้ใจว่าจะฝากชีวิตไว้ที่เราได้ เพียงเท่านั้นมันก็จะยอมให้เราขี่” “...” “เจ้าก็เช่นกัน” “หม่อมฉันไม่ใช่ม้า และจะไม่มีวันยอมให้ท่านขี่ด้วย”เขายิ้มและพูดต่อไป “ม้าที่ข้าโปรดปรานที่สุดคือม้าพันธุ์ชิงไห่ชง ตัวสูงใหญ่ ใบหูเล็กแหลมแถมยังชี้ตั้งตรง ยามสะบัดก็ดูคล่องแคล่ว” เขางับใบหูของนางเบาๆ และลากปลายลิ้นไปบนต้นคอขาวผ่อง“อ๊ะ”“ม้าชั้นดีจากเกาเชอไหล่ยาวตรง เอวมีกำลัง” มือร้อ
last updateDernière mise à jour : 2026-04-28
Read More
Dernier
1
...
34567
...
13
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status