หลิวอวี้ลู่เดินเคียงจ้าวอี้เหิงออกมาจากเรือนรับรอง ท่ามกลางสายลมยามค่ำที่พัดกลิ่นสุราและเนื้อย่างลอยอบอวลอยู่ทั่วลานกว้าง ไฟตะเกียงนับร้อยส่องแสงวูบวาบสะท้อนชุดสีอ่อนของนางราวกับหิมะต้องเปลวเพลิง เสียงดนตรีและการร่ายรำทำให้งานเลี้ยงดูครึกครื้นยิ่งนักนางเหลียวมองไปรอบบริเวณ จนสายตาหยุดลงที่โต๊ะหนึ่งซึ่งแยกออกจากเหล่าทหาร ทว่ากลับตั้งอยู่ในจุดที่สามารถมองเห็นทุกสิ่งในงานได้ถนัด ที่นั่นเองคือจุดที่นั่งของเสนาบดีไป๋จิ้งหาวและฮูหยินรองไป๋ลู่จวี่“คารวะเสนาบดีไป๋จิ้งหาวและฮูหยินรองไป๋ลู่จวี่ขอรับ”เสียงของจ้าวอี้เหิงยังคงสุขุมและนอบน้อม ส่วนหลิวอวี้ลู่ก็ย่อกายเคารพพร้อมกับจ้าวอี้เหิงอย่างมีมารยาทหลิวลู่จวี่คลี่ยิ้มอบอุ่นในยามที่มองเห็นลูกสาวเดินเคียงข้างบุรุษหนุ่มผู้สำรวม สายตานางเต็มไปด้วยความหวัง ราวกับมองเห็นอนาคตที่ตัวเองเฝ้ารออยู่ในภาพนั้น“ยินดีต้อนรับคุณชายจ้าว งานวันนี้ครึกครื้นยิ่งนัก...เชิญร่วมงานตามสบายเถิด”พูดจบก็สั่งสาวใช้ให้จัดโต๊ะใหม่ไว้ใกล้โต๊ะตนด้วยหวังจะให้ทั้งสองได้ใกล้ชิดกันโดยไม่เป็นที่สังเกตนักขณะรอการจัดการ ไป๋จิ้งหาวที่นั่งข้างภรรยาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมแต่
Read more