จ้าวอี้เหิงเหลือบมองนางเพียงแวบเดียวก็เห็นประกายเศร้าในดวงตากลมโต เขาจึงขยับตัวหนึ่งก้าวตั้งใจบังภาพเบื้องหลังไว้ทั้งหมดราวกับไม่อยากให้สายตาของนางต้องแตะต้องสิ่งที่ทำให้เจ็บปวด“อยากเข้าไปทักทายเขาหรือไม่…?” เขาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนกว่าทุกครั้ง“หากต้องการ...ข้าจะไปเป็นเพื่อน”ความใส่ใจนั้นอ่อนนุ่มจนหัวใจหลิวอวี้ลู่สั่นวูบ นางยิ้มบางให้เขาอย่างซาบซึ้ง รู้ดีว่าจ้าวอี้เหิงทำเช่นนี้เพื่อปกป้องความรู้สึกของนางไม่ใช่เพราะ ‘หึงหวง’ แต่เพราะ ‘ห่วงใย’และนางเองก็รู้ดีว่าไม่ควรหวั่นไหวกับภาพที่ได้เห็นเมื่อครู่แต่หัวใจของมนุษย์ไม่ใช่หินผาจะให้ไม่สะทกสะท้านเลยก็คงเป็นไปไม่ได้หลิวอวี้ลู่สูดลมหายใจอย่างแผ่วเบา เรียกสติของตนในใจ‘อวี้ลู่…ตั้งใจทำงานสิ! จะทำให้พี่หลันฮวากับช่างคนอื่น ๆ ต้องรอไม่ได้เด็ดขาด!’เมื่อตั้งสติได้นางก็เงยหน้าขึ้นส่งยิ้มอบอุ่นปนมั่นใจให้จ้าวอี้เหิง สายตากลับมาแน่วแน่ดังเดิม“ไม่เจ้าค่ะ ข้าอยากขึ้นไปพบพี่หลันฮวาเลย ไม่อยากให้ทุกคนรอนาน”จ้าวอี้เหิงมองนางอยู่หลายวินาทีก่อนที่รอยยิ้มอ่อนโยนจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเป็นยิ้มแบบที่มีเพียงเวลาเขาชื่นชมใครสักคนจริง ๆ เขายกมือขึ้นลู
閱讀更多