تسجيل الدخولจากสตรีที่เป็น 'รักแรก' กลายมาเป็น 'น้องสาวบุญธรรม' เมื่อความรักเปลี่ยนเป็นความแค้น ไป๋หยางเจ๋อจึงพร้อมทำทุกอย่างให้นางกลายมาเป็นของเขา “ร้องอีกสิอวี้ลู่ ยิ่งเจ้าอ้อนวอน ข้าก็ยิ่งอยากทำให้แรงกว่าเดิม”
عرض المزيدบรรยากาศยามค่ำคืน แสงจันทร์ส่องกระทบบนหน้าต่างห้องนอนของ ‘แม่ทัพไป๋หยางเจ๋อ’ ผู้ขึ้นชื่อด้านความเด็ดขาดในสนามรบ เย็นชาและไร้หัวใจ
ภายในห้องตะเกียงวาบไหวไปตามแรงอารมณ์ เงาร่างสองร่างทาบซ้อนกันแทบไร้ช่องว่าง ทุกการเคลื่อนไหวของเขาบดขยี้ความอ่อนโยนของ ‘หลิวอวี้ลู่’ ราวกับต้องการช่วงชิงลมหายใจของนางไปให้สิ้น
เสียงหอบพร่ากระทบกันระหว่างริมฝีปากแผ่วร้อนของเขากับลมหายใจสั่นพร่าของนาง ทำให้บรรยากาศยิ่งร้อนแรง ดิบเถื่อนและเต็มไปด้วยความลุ่มหลง
“พะ...พี่หยางเจ๋อ...อื้ออ!..ระ แรงเกินไปแล้ว เบาหน่อยเถิด!”
หลิวอวี้ลู่ครางเสียหวาน มือเล็กจิกไหล่กว้างแน่น ขณะที่สะโพกแกร่งกระแทกใส่นางอย่างไร้ความปรานี
ไป๋หยางเจ๋อจดจ้องริมฝีปากจิ้มลิ้มที่เผยอครางด้วยสายตาร้อนแรงปนคับแค้น เขาก้มลงบดจูบกลืนเสียงนางไปทั้งหมด ทิ้งไว้เพียงเสียงเนื้อกระทบเนื้อที่หนักหน่วงก้องกังวาน แน่นอนว่าเขาไม่ลดแรงตามคำขอแม้แต่น้อย
‘อวี้ลู่…ข้าจะทำให้เจ้าไม่มีวันลืมว่าเจ้าคือของผู้ใด!’
‘และเมื่อรุ่งสางมาถึง…ข้าจะใช้เจ้าเป็นมีดที่ทิ่มแทงหัวใจมารดาเจ้า
ให้รู้ถึงความเจ็บปวดเฉกเช่นที่นางเคยทำไว้กับมารดาของข้า!’
เสียงในอกเขาคำรามดังก้องราวสัตว์ป่าที่ถูกกักขังมานานเกินไป
ความคับแค้นที่เก็บกดในใจหลายเดือนเดือดพล่านขึ้นจนประสาทเขาแทบแตกเป็นเสี่ยง ๆ แต่ยิ่งพยายามจะเกลียด…ภาพของนางกลับยิ่งฉายชัดราวกับยั่วเย้าให้เขาสูญเสียสติหนักกว่าเดิม
เขาก้มลงกดริมฝีปากหยาบร้อนของตนเข้ากับลำคอขาวเนียนของนางแรงขึ้นอีก ไม่ใช่เพียงจูบแต่เป็นการกัดที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น ความปรารถนาและต้องการครอบครองรวมถึงความสิ้นหวังที่ผสมปนกันยุ่งเหยิง
เสียงดูดกัดดังชัดเจนในความเงียบของค่ำคืนร่องรอยแดงเข้มผุดขึ้นบนผิวของนางราวกับเขากำลัง “ตีตรา” ย้ำชัดทุกสัมผัสว่านางหนีจากคืนนี้ไม่ได้ และเขา…ก็หนีจากความรู้สึกอันบิดเบี้ยวนี้ไม่ได้เช่นกัน
“ร้องอีกสิ…อวี้ลู่” เพียงแค่เสียงทุ้มต่ำที่เปล่งออกมาข้างใบหู
สันหลังนางก็ไหววูบราวถูกลมร้อนพัดขึ้นมา อารมณ์ที่เข้มข้นเกินควบคุมค่อย ๆ กลืนกินสติของสตรีบอบบางใต้ร่างอย่างเชื่องช้าแต่ลึกซึ้งจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง
“ยิ่งเจ้าอ้อนวอน…” ปลายนิ้วหยาบลากผ่านเอวคอดเป็นเส้นยาว
เป็นสัมผัสที่ไม่รีบร้อน ทว่าเต็มไปด้วยความถือสิทธิ์
“…ข้าก็ยิ่งอยากทำให้แรงกว่าเดิม” น้ำเสียงนั้นดิบเถื่อนจนหัวใจนางสะท้านวาบ
หลิวอวี้ลู่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดครั้งนี้เขาจึงไม่อ่อนโยนเหมือนครั้งแรกที่นางมอบกายให้ แม้จะบอกให้เขาเบาแรงแต่ร่างกายกลับตอบสนองอย่างซื่อตรง สะโพกเล็กแอ่นรับแรงกระแทกของเขาอย่างเต็มใจ มือเล็กจิกไหล่แกร่งแน่นขึ้นกว่าเดิม ดวงตากลมโตสั่นระริก ฉ่ำไปด้วยน้ำตาแห่งความล้นทะลักของอารมณ์ ไม่ใช่ความเจ็บปวดแต่เป็นความเร่าร้อนที่มากเกินจะรับมือ
ไป๋หยางเจ๋อเห็นปฏิกิริยานั้น...นางกำลังอ่อนไหว สั่นสะท้านและต้องการสัมผัสของเขาอย่างหมดหนทางปฏิเสธ ยิ่งทำให้สติสุดท้ายของเขาพังลงในพริบตา
มือหนาตะกรุยรั้งเอวนางเข้าหาตัวอย่างหิวกระหาย ท่อนแขนที่แข็งแกร่งบีบรั้งสะโพกนางแน่นจนร่างเล็กเชิดขึ้นตามแรงของเขา
“อย่าคิดว่าเจ้าเป็นอะไรที่พิเศษสำหรับข้า”
เสียงทุ้มกระซิบชิดหู กร้าวกระด้างแต่แฝงความสั่นพร่าที่เจ้าของเสียงพยายามกดกลืน
“สตรีอย่างเจ้า…ไม่ต่างอะไรจากนางโลม
ที่บุรุษซื้อหาเพื่อสำเร็จความใคร่เพียงชั่วครั้งชั่วคราว!!”
คำพูดหยาบคายถูกบีบเคล้นออกมาจากลำคอด้วยแรงโกรธที่หันเข้าหาตัวเองมากกว่านาง ราวกับหากทำให้นางเจ็บปวดได้สักนิดความแค้นที่ฝังรากลึกจะคลายลงบ้าง
ริมฝีปากร้อนจัดของเขาเลื่อนไปตามผิวเนียนละเอียดกระทั่งหยุดตรงส่วนอ่อนไหวที่สุด
ยอดอกสีหวานที่สั่นไหวตามลมหายใจของนางเพียงแค่ปลายจมูกแตะร่างเล็กก็สะท้านจนแผ่นหลังแอ่นขึ้นรับโดยไม่รู้ตัว แล้วเขาก็ฝังริมฝีปากลงไปดูดดึงทุกส่วนของนางจนหมดสิ้น ความรู้สึกอุ่นจัดและหนักแน่นนั้นทำให้ยอดอกอ่อนนุ่มในปากเขาตึงชูขึ้นทันที จากสีชมพูอ่อนค่อย ๆ กลายเป็นแดงเข้มเหมือนดอกไม้ที่ถูกความร้อนกลืนกินทีละน้อย
“อ๊า!...พี่หยางเจ๋อ
อย่าดูดแรงแบบนั้น!...น้องจะไม่ไหวแล้ว”
หลิวอวี้ลู่สะท้านทั้งตัว ต้นคอเงยขึ้นเล็กน้อยอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงครางหวานสั่นพร่าหลุดออกมาดังจนเจ้าตัวยังตกใจ
แต่ยิ่งอายร่างกายกลับยิ่งตอบสนองตอดรัดแรงกว่าเดิม สะโพกเล็กสั่นตามแรงหอบจนสัมผัสของเขาเหมือนจมลึกลงไปในร่างนางทุกครั้งที่ขยับ
เสียงครางกระเส่าทำให้แววตาของไป๋หยางเจ๋อเข้มขึ้นจนเกือบดำสนิทเขาปล่อยให้เสียงร้องนั้นเป็นตัวเร่งอารมณ์ของเขามากกว่าจะหยุด
ริมฝีปากร้อนกัดขบอีกครั้ง ตรงปลายยอดอ่อนไหวทำให้ร่างบางสะดุ้งเฮือกขึ้นอย่างรุนแรงจนลมหายใจขาดห้วง มือหนาตรึงข้อมือเล็กแน่นเหนือศีรษะ ร่างแกร่งกระแทกสอดใส่ไม่ยั้ง ทว่าทุกครั้งที่เสียงหวานครางพร่าเล็ดลอด หัวใจที่พยายามแข็งกระด้างกลับปั่นป่วนยิ่งกว่าเดิม
เพราะ…ความรักลึกซึ้งที่มีต่อนาง
มันมากเกินกว่าความแค้นที่พยายามย้ำเตือนตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เขายืนขึ้นช้า ๆ มือใหญ่ประคองสะโพกนางไว้มั่นคง พลิกกายบางให้หันหน้าเข้าหาโต๊ะวางชุดหน้ากระจกบานใหญ่ แผ่นหลังบางถูกดึงแนบอกกว้าง ลมหายใจร้อนจัดพ่นรดใบหู“ตอนนี้…ถึงเวลาใส่แล้ว” เสียงทุ้มต่ำกระซิบขณะที่ปลายนิ้วเขาลากผ่านต้นแขนนาง ไล่ลงมาถึงแก้มก้นก่อนจะรวบกระโปรงขึ้นสูง เผยเรียวขาขาวและความชุ่มฉ่ำที่ไหลระหว่างต้นขาด้านในสะท้อนแสงโคมวูบไหวเขาแนบกายเข้ามาจากด้านหลัง ความร้อนแกร่งชัดเจนแนบชิดจนหลิวอวี้ลู่สะดุ้งเบา ๆ แท่งหยกร้อนถูแทรกกลางร่องรักช้า ๆ ให้กลีบเนื้อสีสวยของนางค่อย ๆ ปรับตัวมือใหญ่บีบกระชับเอวบางแน่นขึ้น แล้วสอดใส่ทีเดียวจนสุดลำ จังหวะเคลื่อนไหวด้านหลังหนักแน่นกว่าเดิม เสียงลมหายใจหอบประสานกันในพื้นที่แคบ เสียงเนื้อผ้าเสียดสีกับผิวเนื้อดังชัดเจนในความเงียบของร้านตัดชุดที่ไร้ผู้ใดมาก่อกวนหลิวอวี้ลู่เผลอครางออกมาเบา ๆ เมื่อแรงขยับนั้นลึกและชัดเจนกว่าเดิม“อื้ออ!…ช้าหน่อยเจ้าค่ะ…”แต่คำขอของนางกลับยิ่งจุดไฟในดวงตาคม ไป๋หยางเจ๋อก้มลงกัดเบา ๆ ที่ต้นคอ ก่อนจะเร่งจังหวะขึ้นอีกเล็กน้อย สะโพกกระทบเข้าหากันถี่ขึ้นจนกระจกสั่นไหวเบา ๆพั่บ! พั่บ! เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังขึ้นตามแรงเคลื่อ
ไป๋หยางเจ๋อเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นทั้งสองกระซิบกันแต่ยังคงยืนสงบนิ่ง รอคำตอบด้วยความอดทน หลิวอวี้ลู่หันกลับมามองเขา คราวนี้ดวงตาไม่ได้หลบหนีอีกต่อไปแม้แก้มยังแดงระเรื่อ แต่แววตากลับเปล่งประกายกล้าขึ้นเล็กน้อยเมื่อทั้งร้านเหลือเพียงหลิวอวี้ลู่และไป๋หยางเจ๋อ ความเงียบก็แผ่คลุมราวม่านบางอีกชั้นหนึ่งหลิวอวี้ลู่ก้าวเข้าไปหาเขาช้า ๆ หลังมือขาวลูบไล้แขนแกร่งลงมาถึงข้อมืออย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นไม่ได้เร่งเร้าแต่ชัดเจนว่าเชื้อเชิญ“…น้องยังไม่ได้ลองชุดเลยเจ้าค่ะ” เสียงหวานต่ำจนแทบกลืนไปกับลมหายใจไป๋หยางเจ๋อรู้สึกความร้อนแล่นวาบจากตำแหน่งที่นางแตะต้อง ขณะที่นางเขยิบเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนปลายจมูกแทบแตะสันกรามของเขา“ช่วย…ใส่ให้น้องหน่อยได้ไหมเจ้าคะ”คำว่า ช่วย ถูกเอ่ยยืดยาว ราวกับตั้งใจทดสอบความอดทนของเขาไป๋หยางเจ๋อกัดริมฝีปากแน่น พลางหัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างพึงใจไม่คิดว่าสตรีที่เคยเขินเพียงถูกมอง วันนี้จะกล้าหยอกล้อถึงเพียงนี้“อืม…” เสียงเขาแหบต่ำลงโดยไม่รู้ตัว“...ใส่อย่างอื่นด้วยได้หรือเปล่า?”หลิวอวี้ลู่ไม่ตอบเพียงยื่นมือไปหยิบชุดสีชมพูในมือเขา ก่อนจะหันหลังเดินไปยังห้องลองชุดอย่างไม่
ตลอดช่วงสาย ไป๋หยางเจ๋อยืนอยู่ข้างกายหลิวอวี้ลู่ไม่ห่างแม้แต่ครึ่งก้าว ตอนช่างวัดตัว เขาเป็นคนจัดชายผ้าให้เรียบร้อย ตอนเลือกสีและเนื้อผ้าเขาก็ใช้นิ้วลูบผ่านผ้าไหมสีแดงชาดอย่างพินิจพิเคราะห์เพื่อให้หลิวอวี้ลู่ใส่ได้อย่างสบายตัวและงดงามที่สุด“ลายหงส์คู่นี้เหมาะกับน้องยิ่งนัก” น้ำเสียงของเขาอ่อนหวานราวน้ำผึ้ง แต่สายตากลับลุกโชนจนหลิวอวี้ลู่ต้องหลบตา ใบหูแดงเรื่อโดยไม่อาจควบคุม แม้จัดการทุกอย่างจนเสร็จสิ้นแล้วแต่เขากลับยังไม่ยอมพานางกลับจวน กระทั่งรถม้าหยุดหน้าร้านหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องตัดชุดนอนให้สตรีงดงามราวกับภาพฝัน“หืม…เหตุใดร้านถึงไม่มีลูกค้าอื่นอยู่เลย?” หลิวอวี้ลู่พึมพำกับตัวเองขณะมองประตูร้านที่ปิดสนิท ม่านบางสีไข่มุกถูกดึงลง เงียบสงบราวกับรอคอยใครบางคน“วันนี้เวลาของทั้งร้าน…เป็นของน้อง” เขากระซิบชิดใบหูนาง ลมหายใจอุ่นแตะผิวเนียนจนหัวใจนางสะท้าน“…พี่อยากช่วยน้องเลือกชุดนอนด้วยตนเอง”หลิวอวี้ลู่ชะงัก ใบหน้าร้อนผ่าว เรื่องเช่นนี้สำหรับสตรีถือว่าน่าเขินอายยิ่งนักแต่เพียงสบตาคมเข้มนั้นนางก็รู้ทันเจตนา‘พี่หยางเจ๋อคนบ้า!...ทำมาเป็นบอกว่าช่วยเลือก แท้จริงอยากให้น้องใส่แบบที่ตัวเอ
เสียงอื้ออึงของข่าวลือยังไม่ทันจาง หนึ่งเดือนให้หลังเมืองหลวงกลับมีข่าวลืออีกเรื่องที่ทำให้บรรยากาศชื่นมื่นแตกต่างกับข่าวก่อนหน้าราวฟ้ากับเหว“พวกเจ้าได้ข่าวหรือยัง!?” หญิงขายผ้าในตลาดเอ่ยด้วยดวงตาเป็นประกาย “ฝ่าบาทประทานพระราชโองการสมรสให้แม่ทัพไป๋หยางเจ๋อกับคุณหนูหลิวอวี้ลู่แล้ว!”ชื่อของ แม่ทัพไป๋หยางเจ๋อ และ หลิวอวี้ลู่ ถูกเอ่ยขึ้นพร้อมเสียงฮือฮา“ได้ยินว่าที่ผ่านมาพวกเขาแสร้งทำเป็นพี่น้อง เพราะแผนจับกบฏของรัชทายาท แต่ความจริงต่างตกหลุมรักกันมานานแล้ว”“ที่สำคัญยังเป็นรักแรกพบของท่านแม่ทัพไป๋ตั้งแต่ถูกคุณหนูหลิวช่วยชีวิตไว้ตอนทำภารกิจที่แคว้นเหอเสียด้วย...”หิมะยังตกเบา ๆ แต่คราวนี้เสียงหัวเราะดังขึ้นแทนเสียงกระซิบหวาดกลัว“เห็นว่าจะจัดงานแต่งถึงสองแห่ง ทั้งเมืองหลวงและแคว้นเหอ!”“ท่านแม่ทัพไป๋คงรักว่าที่ฮูหยินมากนัก ถึงยอมจัดพิธียิ่งใหญ่ถึงเพียงนั้น”“โอ้ย…ข้าได้ยินมาว่าเสนาบดีไป๋เตรียมสินเดิมของเจ้าสาวยาวเป็นหางว่าว รถม้าบรรทุกผ้าไหม ทองคำ และหยกบริสุทธิ์ต่อแถวจนสุดถนน!”ผู้คนเริ่มพูดถึงร้านตัดชุดเจ้าสาวชื่อดัง รวมถึงเครื่องประดับที่สั่งทำจากช่างหลวงยังไม่รวมถึงของล้ำค่าที่รัชทา

















