ยามค่ำคืนภายนอกเรือนของหลิวอวี้ลู่มีสายลมเย็นพัดลอดหลังคาไม้ กลิ่นดอกเหมยปลายฤดูลอยมาตามลมเบา ๆ แต่ภายในห้องนอนกลับร้อนระอุราวกับกักเก็บไอรักไว้ทั้งคืนผ้าม่านโปร่งสีงาช้างปลิวไหวเพียงเล็กน้อยจากลมหายใจหนักของสองร่างแสงตะเกียงน้ำมันข้างเตียงส่องสว่างกระทบผิวสองคนจนเกิดเงาไหวระริกบนผนังเตียงไม้แกะสลักลวดลายเมฆมงคลสั่นไหวแผ่ว ๆ ตามแรงขยับของชายผู้โอบกอดสตรีในอ้อมแขนอย่างแนบชิดไม่ปล่อยห่าง“ลู่เอ๋อร์… ตรงนั้นของน้องยัง ‘กลืนกิน’ พี่ไม่หยุดเลยนะ…”เสียงทุ้มของเขาเครือพร่าข้างใบหูนาง แม้พูดเหมือนหยอกเย้าแต่ลมหายใจร้อนผ่าวที่รดต้นคอนั้นบอกชัดว่าไฟปรารถนาในอกเขายังไม่มอดลงแม้แต่น้อย“พี่หยางเจ๋อ คนบ้า! ก็ของท่านยัง…อยู่ในตัวน้องนี่!”หลิวอวี้ลู่หน้าแดงก่ำ ยกมือทุบไหล่เขาแรง ๆ แล้วก้มลงกัดเนื้อไหล่เขาอย่างมันเขี้ยวแต่แทนที่เขาจะหลบ ไป๋หยางเจ๋อกลับขยับตัวเข้าหา ให้ริมฝีปากนางได้กัดแน่นขึ้นราวกับต้องการทุกสัมผัสของนางไม่ว่าจะแผ่วอ่อนหรือเร่าร้อนเพียงใด พร้อมกันนั้นเอวแข็งแรงของเขาก็ขยับแทรกชิดเข้าออกช้า ๆ แบบแนบเนียนจนนางสะท้านวูบอย่างห้ามไม่ทันช่องทางอุ่นแน่นของนางตอดรับการเคลื่อนไหวนั้นราวกั
Baca selengkapnya