Semua Bab พันธนาการร้อนรักของท่านแม่ทัพใจร้าย: Bab 191 - Bab 200

213 Bab

บทที่ 191 พี่คิดว่าพี่ต้องชิมอีกคำ

แสงแดดยามเช้าสาดลอดม่านบางเข้ามาในห้องครัว หยาดน้ำค้างยังเกาะพราวอยู่ตามใบไม้หลังฝนตกหนักทั้งคืน อากาศเย็นสดชื่น กลิ่นดินชื้นลอยผสมกับกลิ่นขิง กระเทียม และเครื่องยาจีนที่กำลังตุ๋นอยู่ในหม้อ“เซวี่ยเหยา…นี่ข้ายังไม่ตื่นดีใช่หรือไม่?” หลิวลู่จวี่หยุดยืนอยู่หน้าประตูครัวแล้วหันมาถามสาวใช้คนสนิทเสียงเบาภาพตรงหน้าชวนให้ไม่อยากเชื่อสายตาแม่ทัพหนุ่มผู้เลื่องชื่อเรื่องความเย็นชาและเด็ดขาดกำลังยืนผูกผ้ากันเปื้อนอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ข้างบุตรสาวของนาง ใบหน้าคมคายสดใสไร้เงาความดุดัน มีเพียงรอยยิ้มอ่อนโยนที่ไม่เคยเห็นในสนามรบไป๋หยางเจ๋อกำลังหั่นผักอย่างตั้งใจ แม้ท่วงท่าจะยังแข็ง ๆ อยู่บ้าง แต่ก็พยายามเต็มที่ ขณะที่หลิวอวี้ลู่คอยชี้แนะใกล้ ๆ บางครั้งก็หัวเราะเบา ๆ เมื่อเขาหั่นชิ้นใหญ่เกินไป“พี่หยางเจ๋อ เบามือกว่านี้หน่อยเจ้าค่ะ ไม่ใช่กำลังรบกับผักนะ”หลิวอวี้ลู่เอ่ยหยอกล้อผู้เป็นสามีที่กำลังหั่นผักราวกับแกว่งดาบฟาดฟันศัตรูจนเขาหัวเราะเขิน ๆ ออกมา“พี่เกรงว่ามันจะสุกไม่ทันใจเลยกะแรงได้ไม่ถูกนัก”“เช่นนั้นเรามาค่อย ๆ ทำด้วยกันนะเจ้าคะ” นางว่าพลางยื่นมือไปจัดท่าจับมีดของเขานิ้วเรียวแตะหลังมือใหญ่อย่า
Baca selengkapnya

บทที่ 192 ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งพี่จะได้ยินเจ้าสารภาพรักต่อหน้าท่านพ่อตาเช่นนี้

สายลมยามสายพัดเอื่อยเหนือเนินเขาเขียวขจี ท้องฟ้าครามโปร่งหลังฝนเมื่อคืนยังคงสะอาดราวถูกชำระล้าง สายน้ำเบื้องล่างไหลเอื่อยสะท้อนแสงแดดระยิบระยับ เสียงธารกระทบหินดังแผ่วคล้ายบทเพลงธรรมชาติที่ขับกล่อมเนินเขาแห่งนี้ หลุมศพของบิดาหลิวอวี้ลู่ตั้งอยู่บนไหล่เขาที่มองเห็นทั้งทิวเขาซ้อนสลับและแม่น้ำสายยาวด้านล่าง เป็นสถานที่เงียบสงบ งดงาม และเปี่ยมด้วยความหมายหลิวอวี้ลู่คุกเข่าลงอย่างสำรวม จุดธูปปักลงหน้าแผ่นศิลาพร้อมโค้งคำนับช้า ๆ สายลมยกชายแขนเสื้อบางให้พลิ้วไหว“ท่านพ่อเจ้าคะ...วันนี้ลูกมีคนสำคัญอยากแนะนำให้ท่านพ่อรู้จัก” ดวงตาของนางอ่อนโยนแต่แฝงความคิดถึงลึกซึ้งไป๋หยางเจ๋อยืนอยู่ข้างหลังหนึ่งก้าว เขามองแผ่นศิลาเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะก้าวขึ้นมาคุกเข่าข้างนาง มือใหญ่ของเขาวางเครื่องบูชาอย่างเรียบร้อย ผลไม้ น้ำชา และสุราหนึ่งจอก เขารินสุราลงพื้นช้า ๆ อย่างเคารพ“ข้า...ไป๋หยางเจ๋อขอเคารพท่านพ่อตาขอรับ” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างหนักแน่นแต่สุภาพ “แม้ข้าจะไม่มีโอกาสได้พบหน้าท่านในยามที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ แต่ข้ารู้ว่าท่านคือผู้ที่หล่อหลอมให้นางเติบโตมาเป็นสตรีที่งดงามเช่นวันนี้”หลิวอวี้ลู่เงยหน้าม
Baca selengkapnya

บทที่ 193 ดอกจันทร์ราตรีโลหิตคือหัวใจของการถอนพิษนี้

กลิ่นสมุนไพรแห้งลอยอวลอยู่ทั่วโรงหมอ กลิ่นขมฝาดปะปนกับกลิ่นกำยานอ่อน ๆ ให้ความรู้สึกสงบ หลิวอวี้ลู่พาไป๋หยางเจ๋อที่มีผ้าคลุมศีรษะปิดบังใบหน้าเดินเข้าทางประตูด้านหลัง ทันทีที่คนสนิทของหมอเซี่ยวเห็นนางก็รีบนำทางไปยังห้องรับรองด้านในโดยไม่ต้องซักถามให้มากความ“สวัสดีเจ้าค่ะ ท่านหมอเซี่ยว” เสียงใสเอ่ยขึ้นเมื่อประตูไม้ถูกเปิดออก ชายวัยกลางคนผู้มีแววตาสุขุมเงยหน้าจากตำรายา“อ้าว อวี้ลู่…วันนี้เจ้าก็มาอีกแล้วหรือ” น้ำเสียงเอ็นดูอย่างอาจารย์ที่มองศิษย์รักแต่เพียงครู่เดียวสายตาของเขาก็เลื่อนไปยังบุรุษร่างสูงด้านหลัง แม้จะมีผ้าคลุมศีรษะไว้แต่ท่วงท่าแข็งแกร่งและไหล่กว้างนั้นชวนให้คุ้นตา“หืม…ท่านแม่ทัพก็มาด้วยหรือ?”ความทรงจำในวันเก่าแล่นกลับมา วันที่บุรุษผู้นี้ในนาม ‘หยางหมิง’ ตามหาหลิวอวี้ลู่ด้วยสายตาปวดร้าวและคับแค้นปนสิ้นหวังราวกับคนที่กำลังจะสูญเสียทุกสิ่งก่อนที่หมอเซี่ยวจะเอ่ยต่อ ไป๋หยางเจ๋อก็ยกมือปลดผ้าคลุมออกช้า ๆ ใบหน้าคมเข้มปรากฏชัด ดวงตานิ่งลึกแต่แฝงความเด็ดขาด เขาก้าวเข้ามายืนข้างหลิวอวี้ลู่แล้วกุมมือนางไว้แน่นโดยไม่คิดปิดบัง ท่าทางนั้นชัดเจนพอจะตอบคำถามทุกอย่างหลิวอวี้ลู่โดนคนตัวโ
Baca selengkapnya

บทที่ 194 พวกเจ้าสองคนไม่เห็นหรือไงว่าข้ายังนั่งหัวโด่อยู่ในห้องนี้!?

หลิวอวี้ลู่ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวเข้าไปหาไป๋หยางเจ๋ออย่างเงียบงัน แล้วโอบกอดเขาจากด้านหลัง แขนเรียวกระชับแน่นราวกับส่งแรงใจทั้งหมดผ่านสัมผัสนั้น นางไม่ได้เอ่ยคำใดแต่ความหมายชัดเจนยิ่งกว่าถ้อยคำใด ๆ‘…ข้าอยู่ข้างท่านเสมอและข้าเชื่อว่าท่านจะทำสำเร็จ’ไหล่กว้างที่ตึงเครียดมาตลอดคลายลงเล็กน้อย ไป๋หยางเจ๋อวางมือลงบนแขนของนาง ก่อนจะหันกลับมาดึงร่างบางเข้าสู่อ้อมกอดเต็มตัวสายตาที่เคยเย็นเฉียบเมื่อครู่ยังคงมั่นคงแต่ยามทอดมองนางกลับอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด“หากไม่ได้เจ้า…พี่คงทำไม่สำเร็จ” เสียงของเขาทุ้มต่ำแฝงความอบอุ่นจนหลิวอวี้ลู่เงยหน้าขึ้นสบตาโดยไม่รู้ตัวไป๋หยางเจ๋อยกมือเกลี่ยเส้นผมที่ตกลงข้างแก้มของนางอย่างแผ่วเบา นิ้วเรียวยาวแตะผิวแก้มอย่างทะนุถนอม ริมฝีปากร้อนอุ่นเคลื่อนใกล้ลงมาเรื่อย ๆ จนแทบจะแตะหน้าผากเนียนนั้น“แค่ก!” เสียงกระแอมไอดังขึ้นอย่างจงใจทั้งสองชะงักพร้อมกันหมอเซี่ยวยังคงนั่งอยู่ที่เดิม มือหนึ่งถือพู่กันอีกมือเท้าคาง มองภาพตรงหน้าด้วยสายตากึ่งระอากึ่งเอ็นดู“พวกเจ้าสองคนไม่เห็นหรือไงว่าข้ายังนั่งหัวโด่อยู่ในห้องนี้!?”น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดุออกจะกลั้วหัวเราะเสียมาก
Baca selengkapnya

บทที่ 195 ท่านรู้หรือไม่ว่าลูกคิดถึงท่านเพียงใด…

แสงแดดยามเย็นทอดเงายาวเหนือเรือนไม้หลังเล็กที่ตั้งอยู่ติดสถานสงเคราะห์เด็กที่หลิวอวี้ลู่กับหมอเซี่ยวเคยมาตรวจสุขภาพให้เด็ก ๆลมพัดเอื่อย ๆ พัดกลีบดอกคางหน่ายซินสีม่วง อมชมพูไหวเอนอย่างอ่อนโยนทว่าความสงบนั้นเป็นเพียงฉากหน้าใต้เงาไม้ใหญ่ มีชายฉกรรจ์ในชุดชาวบ้านยืนพิงกำแพงดินอย่างไม่สะดุดตาทว่าดวงตากลับคมกริบ กวาดมองรอบด้านไม่พลาดแม้ความเคลื่อนไหวเล็กน้อย พวกเขาคือทหารนอกเครื่องแบบที่เสนาบดีไป๋เจิ้งหาว ส่งมาคุ้มกันความปลอดภัยและความลับที่สำคัญที่สุดสตรีผู้หนึ่งยืนอยู่กลางสวนสวมชุดสีเขียวอ่อนเรียบง่าย ไร้เครื่องประดับฟุ่มเฟือยมีเพียงปิ่นหยกขาวปักบนมวยผมที่เกล้าอย่างเรียบร้อยนางยกถังไม้รดน้ำดอกไม้ด้วยท่าทีสงบทุกการเคลื่อนไหวยังสะท้อนความสง่างามของสตรีชั้นสูงโดยไม่ต้องอาศัยสิ่งใดแต่งเติมไป๋หยางเจ๋อยืนนิ่งลมหายใจเขาขาดห้วงไปชั่วขณะ เพียงเห็นแผ่นหลังและแนวไหล่ที่คุ้นตาหัวใจเขาก็สั่นสะเทือนรุนแรง“นี่มันอะไรกัน…เหตุใดถึง…!?” เสียงเขาแผ่วต่ำสั่นไหวอย่างที่หลิวอวี้ลู่ไม่เคยได้ยิน เขารู้ทันทีแม้ยังไม่เห็นใบหน้า…นั่นคือมารดาของเขาฟึบ! ไป๋หยางเจ๋อพุ่งตัวเข้าไปกอดสตรีผู้นั้นจากด้านหลังอย่างไม่อา
Baca selengkapnya

บทที่ 196 เพียงสุราถ้วยเดียว…ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปตลอดกาล

และในวินาทีนั้นเองนางถึงได้รู้ว่า คนที่ควรรักให้มากที่สุดไม่ใช่สามีที่ไม่เคยรักนางแต่คือลูกชายของนาง“แม่ขอโทษนะลูก…” เสียงนั้นแตกสลาย“แม่ขอโทษที่ไม่เคยทำหน้าที่ของแม่ให้ดีสักครั้งขอโทษที่ทำให้ลูกต้องเติบโตอย่างเดียวดายขอโทษที่ทำให้ลูกคิดว่าตนเองไม่คู่ควรกับความรัก”ไป๋ชิวหลันลุกขึ้น เดินมาหยุดตรงหน้าเขาก่อนจะคุกเข่าลงโดยไม่สนศักดิ์ศรีใด ๆ แล้วโอบกอดบุตรชายแน่นน้ำตาที่อดกลั้นมาหลายเดือน หลายปีหลั่งไหลไม่หยุดไป๋หยางเจ๋อชะงักไปชั่วขณะความทรงจำในอดีตผุดขึ้นมือคู่นี้เคยผลักไส เคยทุบตี เคยผลักเขาออกจากอ้อมแขนแต่วันนี้…ฝ่ามือนั้นกลับโอบกอดเขาอย่างหวงแหนกอดแน่นราวกลัวจะสูญเสียอีกครั้งหัวใจที่แข็งแกร่งดั่งหินผาสั่นคลอนในพริบตาเขายกแขนขึ้นกอดตอบอย่างช้า ๆ ก่อนจะซุกใบหน้าลงบนบ่ามารดาเหมือนเด็กชายคนนั้นที่เคยร้องไห้เงียบ ๆ ในมุมห้องเมื่อหลายปีก่อน ต่างกันเพียงครั้งนี้ไม่มีใครผลักเขาออกไปอีกแล้วเสียงสะอื้นของสองแม่ลูกดังแผ่วเบาในห้องเล็ก ๆ และเป็นครั้งแรกในชีวิตของไป๋หยางเจ๋อที่คำว่า ‘แม่’ ไม่ใช่ความเจ็บปวดแต่เป็นความอบอุ่นที่แท้จริงกาลเวลาล่วงเลยไปจนแสงสุดท้ายของอาทิตย์เลือนหาย แสงจันทร์
Baca selengkapnya

บทที่ 197 น้องไม่เคยเสียใจที่รักท่านเลยสักวัน

แสงจันทร์ยังคงส่องผ่านหน้าต่างโอบล้อมสองแม่ลูกที่กอดกันแน่น ภายในห้องมีเพียงเสียงสะอื้นแผ่วเบา ทว่าบรรยากาศที่เคยหนักอึ้งกลับค่อย ๆ คลายตัวลงอย่างช้า ๆ เหมือนปมที่ถูกรัดมานานกำลังถูกแก้ออกทีละเส้นด้านนอกประตู หลิวอวี้ลู่ยืนอยู่เงียบ ๆ ถาดชาร้อนในมือค่อย ๆ เย็นลงตามกาลเวลา ไอน้ำที่เคยลอยกรุ่นเลือนหายไปโดยที่นางไม่รู้ตัวนางมิได้ตั้งใจจะแอบฟังตั้งแต่แรกทว่าเมื่อเสียงสะอื้นที่แตกสลายของคนทั้งสองดังลอดออกมา นางก็ไม่อาจก้าวเข้าไปขัดจังหวะได้ ความเจ็บปวดบางอย่างจำเป็นต้องถูกปล่อยให้ไหลออกมาจนหมดสิ้นจึงจะมีที่ว่างสำหรับความเข้าใจริมฝีปากบางแย้มยิ้มอ่อนโยน นางรู้ดี…การยอมรับความผิดของตนต่อหน้าคนที่รักที่สุดต้องใช้ความกล้ามากเพียงใดเพราะมารดาของนางก็เคยยืนอยู่ในจุดเดียวกัน เคยร้องไห้ เคยกล่าวคำขอโทษและเคยยอมเปิดแผลในใจให้ลูกเห็นอย่างไม่ปิดบัง“…ท่านต้องมีความสุขได้แล้วนะเจ้าคะ” นางพึมพำเบา ๆ สายตาทอดมองเงาสองร่างที่ปลอบโยนกันใต้แสงจันทร์ แววตาเต็มไปด้วยความปรารถนาดีโดยไร้เงาความขุ่นข้องบางครั้งความสุขไม่ได้เกิดจากการลืมอดีตแต่เกิดจากการกล้ายอมรับมัน แล้วจับมือกันก้าวต่อไป และในที่สุด…สองแ
Baca selengkapnya

บทที่ 198 แค่บุรุษคนเดียว…น้องว่ามันคงไม่เร้าใจนังจิ้งจอกนั่นมากนัก

หลิวอวี้ลู่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนริมฝีปากของเขาอย่างแผ่วช้าแต่แนบแน่น มีเพียงความอ่อนโยนที่ลึกซึ้งจนแทบทำให้หัวใจสั่นไหวไป๋หยางเจ๋อชะงักไปชั่วลมหายใจก่อนมือใหญ่จะโอบรั้งเอวนางเข้าหาตัว ริมฝีปากทั้งสองแนบสนิทลมหายใจประสานกันช้า ๆ ความอบอุ่นค่อย ๆ ไหลเวียนระหว่างกันลบเลือนความเจ็บปวดทั้งหมดในอกเขาทีละนิดเวลาแห่งความสุขในแคว้นเหอผ่านไปรวดเร็วราวกับเพียงชั่วลมหายใจ เช้าวันแห่งการจากลาก็มาถึงแสงอรุณยามเช้าตรู่ยังส่องลงมาเพียงบางเบาหมอกจางลอยอ้อยอิ่งเหนือพื้นดินบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแก่การเคลื่อนไหวโดยไม่เป็นที่สะดุดตาที่หน้าประตูเรือนหลิวอวี้ลู่เดินมาหยุดข้างม้าศึกสีดำสนิท สีเดียวกับผ้าคลุมของบุรุษตรงหน้านางเงยหน้ามองเขาดวงตาอ่อนโยนฉายแววห่วงใยอย่างไม่ปิดบัง“เดินทางปลอดภัยนะเจ้าคะ” น้ำเสียงนุ่มเบาแต่เต็มไปด้วยความผูกพันที่ถ่ายทอดผ่านทุกถ้อยคำไป๋หยางเจ๋อมองนางนิ่งอยู่ครู่หนึ่งสายตาคมที่เคยเย็นชาบัดนี้อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เขายื่นมือออกไปก่อนจะดึงร่างบางเข้ามาในอ้อมแขนอ้อมกอดนั้นอบอุ่นและคุ้นเคยราวกับเป็นที่พักใจของกันและกันไป๋หยางเจ๋อก้มหน้าลง สูดกลิ่นหอมอ่อนจากเร
Baca selengkapnya

บทที่ 199 มีสตรีบางคน…ที่หม่อมฉันต้องจัดการให้น้องสาว

แสงจันทร์ยามค่ำทอดยาวผ่านบานหน้าต่าง กระทบผืนพรมในตำหนักองค์ชายสามเป็นริ้วเงินเย็นเยียบ ทว่าภายในห้องบรรทมกลับร้อนระอุราวกับเปลวเพลิง เงาร่างสูงใหญ่ทาบทับอยู่เหนือร่างอ้อนแอ้นบนเตียงกว้าง เสียงหอบหายใจปะปนเสียงครางแผ่วเล็ดลอดออกมาเป็นระยะ องค์ชายสามกดหลังคอฉู่หลันซวี่ให้จมลงกับหมอนแน่นแรงอารมณ์ที่ระอุพลุ่งพล่านถาโถมใส่นางไม่ต่างจากพายุ ทุกจังหวะของเขาหนักหน่วง รุนแรงราวกับกำลังระบายเพลิงโทสะที่สุมอก ใบหน้าหล่อเหลากลับแดงจัด ดวงตาวาววับด้วยความขุ่นเคือง ความคับแค้นที่มีต่อองค์รัชทายาทถูกเขาแปรเปลี่ยนเป็นแรงกระหน่ำที่ไม่คิดยั้งมือฉู่หลันซวี่ครางเสียงพร่า ร่างงามสั่นสะท้านอยู่ใต้การครอบครองนั้น นางรู้ดี…ยามใดที่บุรุษผู้นี้เดือดดาล เขาจะยิ่งดุดันราวสัตว์ร้ายและนางก็ชอบรสรักที่ร้อนแรงแบบนี้เสียยิ่งกว่าอะไรเวลาผ่านไปครู่ใหญ่เมื่อคลื่นอารมณ์ค่อย ๆ สงบลง ฉู่หลันซวี่ก็พลิกตัวแนบอกบุรุษผู้เป็นเจ้าของตำหนักอย่างรู้จังหวะ ริมฝีปากแดงระเรื่อคลี่ยิ้มบาง“...อารมณ์ไม่ดีหรือเพคะ?” นางเงยหน้ามองเขาอย่างรู้ทัน นิ้วเรียวไล้ผ่านอกแกร่งช้า ๆ อย่างยั่วยวนแม้นางจะเป็นเพียงพระชายารองแต่ทั้งตำหนักต่างรู้ด
Baca selengkapnya

บทที่ 200 หลิวอวี้ลู่ นังงูพิษ!!

ยามเช้าหลังกลับจากแคว้นเหอมาได้หลายสัปดาห์ผ่านไปอย่างสงบราวสายน้ำไหลเอื่อย แสงอรุณสีทองอ่อนค่อย ๆ สาดลอดผ่านกิ่งไม้สูงด้านหลังเรือนหยาดน้ำค้างยังเกาะพราวอยู่ตามใบสมุนไพร กลิ่นหอมสดชื่นลอยอวลไปทั่วสวนเล็ก ๆ ที่หลิวอวี้ลู่ลงมือดูแลด้วยตนเองหญิงสาวนั่งยอง ๆ อยู่ข้างแปลงดิน ปลายนิ้วเรียวค่อย ๆ เด็ดยอดสมุนไพรอย่างกระฉับกระเฉงแต่ดวงตากลับฉายแววครุ่นคิดอยู่ลึก ๆภาพเมืองหลวงภายนอกดูเหมือนทุกอย่างจะกลับคืนสู่ความเรียบร้อยทว่าหลิวอวี้ลู่รู้ดีว่ากระแสใต้น้ำในเมืองหลวงกำลังปั่นป่วนกว่าที่เห็น วันนี้นางตั้งใจจะนำสมุนไพรส่วนหนึ่งไปฝากจ้าวอี้เหิง...เรื่องสมุนไพรจะเป็นเพียงข้ออ้างอย่างแนบเนียนระหว่างศิษย์กับอาจารย์เท่านั้นแต่สิ่งที่นางต้องการจริง ๆ คือข่าวอาการประชวรของฮ่องเต้โดยเฉพาะเมื่อจ้าวอี้เหิงเพิ่งถูกเชิญเข้าวังไปช่วยเสนาบดีจ้าวปรุงยาถอนพิษอย่างลับ ๆ“คุณหนูเจ้าคะ…!” ขณะนางกำลังรวบยอดสมุนไพรใส่ตะกร้าเสียงของเสี่ยวมี่ดังขึ้นจากด้านหลังน้ำเสียงแฝงความฉงนอย่างปิดไม่มิด“มีอะไรหรือ?” หลิวอวี้ลู่หันกลับไปมองตามเสียงที่รีบร้อนนั้นทันที“คุณหนูฉู่เวยอิงมาขอพบคุณหนูเจ้าค่ะ” มือที่กำลังรวบสมุนไพรชะ
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1
...
171819202122
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status