All Chapters of เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นสตรีบ้านป่า: Chapter 101 - Chapter 110

160 Chapters

บทที่ 101

การเดินทางเข้าเมืองหลวงคราวนี้ใช้เวลาในการเดินทางห้าวัน ทุกคนต่างช่วยกันขนของเข้าพักที่จวนเหมันต์ยกเว้นเพียงหม่าชางเหวินที่แยกไปพักที่จวนของหม่ากั๋วกงปีนี้สุขภาพของหม่ากั๋วกงกลับมาแข็งแรงแล้ว เขาจึงกลับมาพักอาศัยอยู่ที่เมืองหลวงเป็นหลัก แต่ยามที่อากาศหนาวเย็นจัดจึงจะย้ายกลับไปพักผ่อนที่หมู่บ้านเถียนซี ดังนั้นหม่าชางเหวินจึงต้องกลับไปพักกับบิดามารดาบุญธรรมของเขาที่เรือนเหมันต์ยังคงงดงามและเงียบสงบเหมือนเช่นเดิม เพราะมีอาเต๋อเป็นพ่อบ้านหลักคอยช่วยดูแลจวนเหมันต์แห่งนี้เป็นอย่างดี ปีนี้อาเต๋อที่แต่งงานกับชุ่นซิ่วมาห้าปีมีบุตรชายอายุสี่ขวบหนึ่งคนแล้ว เมื่ออาเต๋อได้กลายเป็นบิดาของเด็กน้อยผู้หนึ่งจึงทำให้ลักษณะท่าทางภายนอกของเขาดูอ่อนโยนอบอุ่นขึ้นมาก"คุณหนู ข้าจัดเตรียมทำความสะอาดเรือนทุกหลังเอาไว้เพื่อต้อนรับเจ้านายทุกคนแล้วขอรับ นอกจากนี้ไป๋จือและไป่เหอยังฝากข้าบอกกับคุณหนูว่าวันนี้ให้คุณหนูพักผ่อนให้เต็มที่ก่อน พรุ่งนี้พวกนางจึงจะนำสมุดบัญชีมารบกวนคุณหนูขอรับ เป็นเพราะว่าพวกนางไม่รู้ว่าวันนี้คุณหนูจะมาถึงจวนเหมันต์ยามไหน พวกนางจึงมิได้รอต้อนรับคุณหนูด้วยตัวเองขอรับ""ไม่เป็นไร ข้ารู้ว่
last updateLast Updated : 2026-04-30
Read more

บทที่ 102

เจิ้งหรงหมิงเมื่อเห็นหม่าชางเหวินเดินเข้ามาด้านในห้อง เขารีบลุกขึ้นและวิ่งพาร่างกลมป้อมไปกอดขาของหม่าชางเหวินอย่างออดอ้อนเพื่อขอให้อีกฝ่ายอุ้มตนอย่างเคยชินซึ่งหม่าชางเหวินเองก็ไม่ปฏิเสธความต้องการของเด็กชายตัวน้อย "เหตุใดอาหมิงจึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ" หม่าชางเหวินเอ่ยถามโจวจื่อหยาอย่างนึกสงสัยโจวจื่อหยาจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานให้หม่าชางเหวินฟังอีกรอบ ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ ออกมาจากหม่าชางเหวินได้อย่างที่โจวจื่อหยาแอบนึกคิดเอาไว้เจิ้งหรงหมิงเบ้ปากแล้วจึงพูดว่า "วันนี้พี่สาวเล่าเรื่องที่ข้าร้องไห้ให้ผู้อื่นฟังหลายรอบแล้ว แทนที่ผู้อื่นจะคิดสงสารข้าที่โดนทอดทิ้งกลับหัวเราะหาว่าข้าเจ้าเล่ห์ เป็นเพราะคำพูดของพี่สาวหยาหยาคนเดียวเลย พี่ชางเหวินท่านก็คิดเหมือนกับคนอื่นหรือขอรับ"หม่าชางเหวินมองสบตากลมโตของเจิ้งหรงหมิงแล้วจึงตอบว่า "เจ้าตัวแสบ ตัวเจ้าย่อมรู้แก่ใจดีว่าเจ้าใช้น้ำตาเรียกร้องความสนใจจากพี่สาวของเจ้าหรือไม่ และตัวเจ้าย่อมรู้แก่ใจดีว่าผู้อื่นควรจะมอบความสงสารให้กับเจ้าหรือไม่ จงอย่านำความคาดหวังของตัวเองนำไปใส่ให้ผู้อื่นต้องทำตามใจเจ้า เอาล่ะพี่ชายจะไม่พูดว่าเจ้าแล้
last updateLast Updated : 2026-04-30
Read more

บทที่ 103

เมื่อกลับมาถึงจวนเหมันต์ โจวจื่อหยาลงมือทำอาหารง่ายๆในโรงครัว มีไก่หมักน้ำปลาชุบแป้งทอดกรอบ ผัดผักรวมและทำปลานึ่งราดน้ำแดง ในครัวมีน้ำซุปไก่อยู่แล้ว โจวจื่อหยาจึงใช้น้ำซุปไก่ทำแกงจืดสาหร่ายใส่เนื้อไก่ฉีก และทำเนื้อไก่ผัดพริก ใช้เวลาเพียงไม่นานทั้งโจวจื่อหยา เจิ้งหรงหมิง หม่าชางเหวินและผู้ติดตามทั้งหลายต่างได้กินอาหารอร่อยกันจนอิ่มหนำเจิ้งหรงหมิงลูบท้องกลมป่องของตนเองและเอ่ยปากชมขึ้นว่า “ไก่ทอดของพี่สาวอร่อยที่สุดเลยขอรับ”หม่าชางเหวินพยักหน้าเห็นด้วยและพูดว่า “อาหารเหล่านี้อร่อยกว่าอาหารของหอโหรวฟู่ฮ่าวเสียอีก”โจวจื่อหยาอมยิ้มและพูดขึ้นว่า "แน่นอนอยู่แล้ว อาหารของโหรวฟู่ฮ่าวส่วนใหญ่ก็มาจากรายการอาหารที่ข้าคิดขึ้นมา แต่พ่อครัวเหล่านั้นนำไปดัดแปลงสูตรเพื่อให้สามารถทำอาหารได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ดังนั้นส่วนผสมต่างๆจึงค่อนข้างตายตัว แต่อาหารที่จะอร่อยอย่างแท้จริง ควรทำไปชิมรสปรุงไปด้วยจึงจะได้รสชาติที่อร่อยถูกปากมากกว่าเจ้าค่ะ""เป็นเพราะเจ้าทำอะไรก็อร่อยมากกว่า"หม่าชางเหวินพูดด้วยท่าทางจริงใจ จึงเรียกรอยยิ้มพึงพอใจจากโจวจื่อหยาได้อย่างไม่ต้องพยายามเจิ้งหรงหมิงเหลือบตามองซ้ายมองขวาก่อนจะ
last updateLast Updated : 2026-04-30
Read more

บทที่ 104

ณ.จวนตระกูลหม่ายามเย็นบนโต๊ะอาหารมีท่านหม่ากั๋วกง หม่าเกาเฉินนั่งอยู่ตำแหน่งหัวโต๊ะ หม่าฮูหยินจวงปี้เหยานั่งทางด้านซ้ายมือ และหม่าชางเหวินนั่งทางด้านขวามือของท่านหม่ากั๋วกงหลังจากกินอาหารเย็นอิ่มเรียบร้อยแล้ว ทุกคนจึงย้ายมานั่งจิบชาเพื่อย่อยอาหารและพูดคุยกันถึงเรื่องทั่วไปในห้องอุ่น จวงปี้เหยาจึงเอ่ยถามหม่าชางเหวินเรื่องของโจวจื่อหยา"หยาหยาบอกกับข้าว่า ให้ท่านแม่บุญธรรมนัดวันและเวลาที่ท่านแม่สะดวกจะเข้าวังมาได้เลยขอรับ ประเดี๋ยวข้าจะไปบอกหยาหยาเองว่าท่านแม่จะเข้าวังได้วันไหน""อืม..ถ้าเช่นนั้นอีกสองวันหลังจากนี้ก็แล้วกัน วันนั้นฮองเฮาน่าจะว่างและไม่มีคนนอกมารบกวนข้าจะให้มามาเข้าไปแจ้งข่าวกับหม่าฮองเฮาเสียก่อน ว่าแต่เจ้าเถิดเตรียมตอบคำถามของหม่าฮองเฮาให้ดี ว่าทำไมจึงไม่ยอมหมั้นหมายและแต่งงานเสียที ทั้งๆ ที่ปีนี้ก็อายุ18ปีแล้ว""ข้ารอหยาหยาตอบรับคำขอหมั้นก่อนขอรับ อีกอย่างหยาหยาเพิ่งผ่านวัยปักปิ่นมาไม่เท่าไหร่ ข้าอยากให้นางโตกว่านี้อีกสองสามปีขอรับ ท่านอาจารย์เคยพูดกับข้าว่า เขาอยากให้หยาหยาออกเรือนยามที่นางอายุ18ปีขอรับ""นั่นมันอีกตั้งสามปีเลยเชียวนะ ถึงยามนั้นเจ้าก็อายุ21 ปีแล้ว หา
last updateLast Updated : 2026-04-30
Read more

บทที่ 105

วันนี้โจวจื่อหยาต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพื่ออาบน้ำแต่งตัวสวมใส่ชุดที่สุภาพและดูเป็นทางการ ชุดเหล่านี้เป็นชุดที่ต้องพิถีพิถันในการสวมใส่หลายขั้นตอนจึงต้องให้สาวใช้ที่มีประสบการณ์มาคอยช่วยเหลือ ซึ่งไป่เหอและไป๋จือต่างก็มาช่วยโจวจื่อหยาแต่งตัวอย่างคล่องแคล่ว"คุณหนูเจ้าคะพาข้าไปคอยรับใช้คุณหนูด้วยดีไหมเจ้าคะ" ไป๋จือเสนอตัวด้วยความเป็นห่วงอีกครั้ง เพราะเพียนเพียนและเพ่ยเพ่ยต่างไม่ค่อยคุ้นชินมารยาทภายในวังหลวง ไป๋จือจึงเป็นห่วงว่าสาวใช้สองคนนี้จะทำอะไรผิดพลาดแล้วทำให้โจวจื่อหยาต้องรู้สึกขายหน้า“ไม่เป็นไรหรอก พี่เพ่ยเพ่ยตามข้าเข้าไปในวังพร้อมไป๋จือหลายรอบแล้วนางน่าจะดูแลพี่เพียนเพียนได้ วันนี้พวกเจ้าไปดูแลร้านเหรินฟู่ซินตามปกติเถิด มิต้องเป็นห่วงข้า”เพ่ยเพ่ยและเพียนเพียนต่างก็ยืนยันกับไป๋จือและไป่เหออีกครั้งว่าจะระมัดระวังตัวเป็นอย่างดี ดังนั้นวันนี้โจวจื่อหยาจึงเข้าวังโดยมีผู้ติดตามเป็นเพียนเพียนและเพ่ยเพ่ยเจิ้งฮุ่ยผิงมิได้เข้าวังด้วย ช่วงนี้ชื่อเสียงทางการแพทย์ของเจิ้งฮุ่ยผิงเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ดังนั้นนางจึงมักได้รับเชิญจากผู้สูงศักดิ์หลายคนให้ช่วยไปตรวจอาการสตรีในเรือนหลัง ซึ่งโจว
last updateLast Updated : 2026-04-30
Read more

บทที่ 106

ปีนี้เป็นปีต้าหมิงปีที่18 ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันผู้มีนามว่าจูหงหยวน มีพระชนมายุ60 ปี พระองค์ยังทรงแข็งแรงรูปร่างสูงใหญ่กำยำ หากไม่บอกอายุเมื่อมองด้วยสายตาคนทั่วไปอาจจะคิดว่าปีนี้จูหงหย่วนมีอายุเพียง40ปลายๆ หรือ50ต้นๆ เท่านั้นเนื่องจากฮ่องเต้จูหงหยวนมีชาติกำเนิดมาจากครอบครัวชนชั้นกลางมีฐานะธรรมดา แต่เดิมเป็นเพียงบัณฑิตที่ตัดสินใจทิ้งพู่กันแล้วหันมาใช้มือกวัดแกว่งอาวุธต่อสู้ในภายหลัง จนสามารถเปลี่ยนฟ้าพลิกแผ่นดินได้สำเร็จ พระองค์จึงทรงไม่ถือตัวและไม่เคร่งพิธีการในราชสำนักหรือเคร่งกฎเกณฑ์ในวังหลวงมากนักฮ่องเต้จูหงหยวนพระองค์ทรงเสด็จเดินเข้ามาในห้องโถงของพระตำหนักเสิ่นหนิงด้วยท่าทางสง่างามและดูเป็นมิตร ด้านหลังของพระองค์มีขันทีและบุรุษหน้าตาหล่อเหลาเดินเคียงคู่มากับหม่าชางเหวินอีกหนึ่งคน ทุกคนในห้องโถงของพระตำหนักเสิ่นหนิงต่างรีบก้มหน้าคำนับรอรับเสด็จฮ่องเต้อย่างพร้อมเพรียงกัน ซึ่งพระองค์รีบเดินมาประคองห้ามมิให้หม่าฮองเฮาทำความเคารพตนเต็มพิธีการ และบอกให้คนอื่นๆ ทำตัวตามสบาย"พวกเจ้าไม่ต้องเคร่งมารยาทกันมากนัก ที่นี่มีแต่คนกันเอง ข้าแค่อยากมาทักทายน้องสะใภ้ของฮองเฮาตามประสาคนที่เป็นเครือญา
last updateLast Updated : 2026-05-01
Read more

บทที่ 107

ภายใต้แสงตะวันอบอุ่นที่สอดส่องลงมายังสวนดอกไม้ของพระตำหนักเสิ่นหนิง โจวจื่อหยาเดินเคียงคู่ไปกับหม่าชางเหวิน โดยมีผู้ติดตามมาด้านหลังมากมายหลายคน สวนดอกไม้แห่งนี้มีดอกไม้กำลังบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมจางลอยวนอยู่ในอากาศ ทำให้เมื่อได้สูดดมแล้วจิตใจสดชื่นแจ่มใสและรู้สึกผ่อนคลายยิ่งนัก"พี่มิได้พูดอะไรถึงเจ้ากับเสด็จปู่เลยนะ เจ้าอย่าได้เข้าใจพี่ผิด"หม่าชางเหวินคิดคำนวณอยู่นานกว่าที่จะหาโอกาสเข้ามาพูดคุยกับโจวจื่อหยาสองต่อสองยามที่โจวจื่อหยาขอตัวเดินแยกออกมาดูบ่อปลาในสวนของพระตำหนักเสิ่นหนิง"พี่มิได้พูด แต่คนอื่นคงจะมาพูดเรื่องของข้ากับฮ่องเต้แล้วเป็นแน่ พี่ชางเหวินท่านทำให้คนอื่นรู้กันไปทั่วหมดแล้ว เช่นนี้ข้าจะแต่งงานกับผู้อื่นได้อย่างไร" โจวจื่อหยาหน้ามุ่ยและพูดตัดพ้อขึ้นด้วยเสียงไม่พอใจ“พี่ยังไม่ได้พูดอะไรกับใครเลย แค่ทำตามหัวใจของตนเองเท่านั้น ในเมื่อไม่ชอบก็แสดงว่าไม่ชอบ หากว่าชอบก็แสดงว่าชอบ แต่พี่ก็ไม่ได้ไปป่าวประกาศบอกกับผู้อื่นว่าพี่ชอบใครสักหน่อย เพราะแม้แต่กับเจ้าพี่ก็ยังไม่เคยพูดความในใจของพี่เลย เพราะรู้ว่าเจ้ายังไม่อยากฟัง หรือว่าเวลานี้เจ้าอยากฟังความในใจของพี่แล้ว”"ไม่ต้อง..
last updateLast Updated : 2026-05-01
Read more

บทที่ 108

เมื่อโจวจื่อหยากลับถึงจวนเหมันต์ก็เป็นยามเย็นแล้ว โจวจื่อหยานึกถึงเรื่องที่ตระกูลเซียวคิดจะส่งสตรีมาแต่งงานเข้าตระกูลโจว นางจึงคิดจะบอกเรื่องนี้กับโจวจื่อหวาย นางจึงถามหาพี่ชายของตนเองกับสาวใช้ทันที และสาวใช้บอกให้รู้ว่ายามนี้โจวจื่อหวายกำลังฝึกวรยุทธอยู่ที่ลานของเรือนด้านทิศเหนือ โจวจื่อหยาจึงรีบเดินกลับห้องพักส่วนตัวของตนเพื่อกลับไปเปลี่ยนชุดเป็นพิธีการออก เมื่อเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วจึงเดินไปตามหาพี่ชายของตนทันทีที่ลานฝึกวรยุทธมีโจวจื่อหวายกำลังประลองฝีมืออยู่กับเจิ้งหรงมู่ คนทั้งคู่ผลัดกันรุกผลัดกันรับอยู่นานพักใหญ่ โจวจื่อหยาแม้จะไม่ได้ฝึกวรยุทธแต่ก็พอดูออกว่ายามนี้เจิ้งหรงมู่โดนบีบคั้นอยู่ทั้งทางซ้ายและขวา เจิ้งหรงมู่รับมือโจวจื่อหวายอย่างลนลานจนดูน่าสงสาร นางจึงส่งเสียงเรียกพี่ชายทั้งสองของตนว่า “พวกพี่หยุดพักกันก่อนเถิดเจ้าค่ะ”เจิ้งหรงมู่รีบพูดขึ้นว่า"ดี..พัก...พักก่อนจื่อหวาย ข้าขอพักก่อน"โจวจื่อหวายจึงชะลอมือการโจมตีลง และถอยร่างออกมาจากการพัวพันกับเจิ้งหรงมู่ ก่อนจะพูดว่า “พี่หรงมู่ช้าไปประมาณสามสี่ช่วงตัว ยังต้องฝึกความรวดเร็วเพิ่ม” โจวจื่อหวายพูดด้วยเสียงเคร่งขรึม"ได้ข้าจ
last updateLast Updated : 2026-05-01
Read more

บทที่ 109

วันต่อมาหม่าชางเหวินมาถึงจวนเหมันต์จึงได้รู้ว่าเวลานี้โจวจื่อหยาอยู่กับเจิ้งหรงมู่และโจวจื่อหวายที่สนามยิงธนูด้านหลังของจวน เขาจึงรีบเดินไปหาคนทั้งสามที่สนามยิงธนูทันทีสนามยิงธนูแห่งนี้โจวจวินสั่งให้คนสร้างขึ้นมาใหม่พร้อมกับสร้างคอกม้าและสนามขี่ม้า ลานยิงธนูมีหุ่นฟางเป็นเป้านิ่งให้คนฝึกซ้อมยิงธนูอยู่หลายตัว ทางด้านหลังเป็นกำแพงทึบและสูงมากเพื่อป้องกันมิให้คนอื่นโดนลูกหลงจากการฝึกซ้อมยิงธนูเจิ้งหรงมู่ยืนอยู่ข้างสนามยืนมองโจวจื่อหวายและโจวจื่อหยาถือคันธนูยิงไปยังเป้าสลับกันไปมาเพื่อแข่งขันกันว่าใครยิงโดนจุดตายของเป้ามากกว่ากัน เมื่อเห็นหม่าชางเหวินเดินมาแต่ไกลเขาจึงตะโกนทักทายอย่างอารมณ์ดี"อาเหวินเจ้ามาแล้วหรือกินอาหารเช้ามาหรือยัง"เจิ้งหรงมู่ถามหม่งชางเหวินแต่สายตายังคงมองการแข่งขันกันของคู่พี่ชายน้องสาวตระกูลโจวที่กำลังสลับกันยิงธนูอย่างขะมักเขม้น“ข้ากินอาหารเช้ามาจากจวนตระกูลหม่าแล้ว วันนี้พี่หรงมู่ไม่ออกไปข้างนอกหรือขอรับ”"วันนี้คงไม่ออกไปข้างนอก พี่ชายคิดว่าจะพักอยู่ในจวนสักสองสามวันเพื่อดูสถานการณ์อะไรบางอย่างก่อน อีกอย่างช่วงนี้อาหมิงต้องอยู่เรียนทบทวนตำรากับอาจารย์ที่เชิญมา
last updateLast Updated : 2026-05-01
Read more

บทที่ 110

โจวจื่อหยารู้ว่าพี่ชายของตนกำลังโกรธเคืองตนอยู่ นางจึงทำตัวเป็นน้องสาวที่อ่อนหวานร่าเริงและขี้อ้อนตามแบบฉบับที่โจวจื่อหวายชื่นชอบทันที"กลางวันนี้ข้าจะเข้าครัวทำแป้งอบราดพริกผัดเนื้อดีไหมเจ้าคะ" โจวจื่อหยาพยายามเดินกอดแขนข้างขวาของโจวจื่อหวายโดยไม่สนใจว่าพี่ชายของตนจะพยายามดันร่างของตนออกห่างรุนแรงแค่ไหน และยิ่งไม่สนใจใบหน้านิ่งขรึมของโจวจื่อหวายด้วย เพราะรู้ว่าพี่ชายของตนต้องง้อด้วยวิธีหน้าหนาเช่นนี้เท่านั้นเขาจึงจะหายโกรธรวดเร็วที่สุดโจวจื่อหวายถอนหายใจอย่างยอมแพ้ก่อนจะปล่อยให้โจวจื่อหยากอดแขนของเขาเดินตามความดื้อรั้นของนาง แต่เขายังคงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “นั่นไม่ใช่อาหารที่ข้าโปรดปราน”โจวจื่อหยาอมยิ้มและพูดว่า "มิใช่อาหารที่พี่จื่อหวายชอบแต่มันเป็นอาหารที่พี่ปิงหยูชื่นชอบนี่เจ้าคะ" ก่อนจะหันไปบอกกับเพียนเพียนว่า "พี่เพียนเพียนช่วยให้คนไปรับพี่ปิงหยูที่ตระกูลเซี่ยทีเถิดเจ้าค่ะ บอกพี่ปิงหยูว่าข้าทำแป้งอบหน้าเนื้อผัดพริกกินเป็นอาหารมื้อกลางวันจึงขอเชิญพี่ปิงหยูมากินอาหารที่จวนเหมันต์เจ้าค่ะ" เมื่อเห็นเพียนเพียนรับปากและปลีกตัวออกไปโจวจื่อหยาจึงอมยิ้มและหันมาพูดกับโจวจื่อหวายว่า
last updateLast Updated : 2026-05-01
Read more
PREV
1
...
910111213
...
16
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status