All Chapters of เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นสตรีบ้านป่า: Chapter 21 - Chapter 30

160 Chapters

บทที่ 21

เจิ้งฮุ่ยผิงกลับมาบ้านของตนเองแล้วนั่งปรุงยาทาแก้ฟกช้ำ เพื่อนำมามอบให้เจียงฝานและพี่สะใภ้ทั้งสองของนางเจียงฝานนั่งอุ้มโจวจื่อหยานั่งมองทิวทัศน์ป่าไม้บนภูเขาอย่างเหม่อลอย"ท่านแม่ ข้าทำยานำมาทาให้ท่านแม่เจ้าค่ะ""แม่ไม่บาดเจ็บตรงไหน อาผิงไม่ต้องลำบากหรอก""มีสิเจ้าคะ ตรงแก้มข้างซ้ายมีรอยช้ำ ยังจะมาบอกว่าไม่ได้บาดเจ็บอีก"เจียงฝานยกมือแตะแก้มซ้ายของตนแล้วจึงเพิ่งรู้ตัวว่าเจ็บ เมื่อเห็นเจิ้งฮุ่ยผิงเปิดตลับยา และใช้นิ้วเรียวขาวเตรียมจะทายาให้ตน จึงหลบแล้วพูดเสียงเบาว่า "จะรบกวนท่านได้อย่างไร""ท่านแม่ ท่านเป็นแม่ของข้ามิใช่หรือเจ้าค่ะ เช่นนั้นท่านต้องรับการปรนนิบัติจากข้าเจ้าค่ะ"เจียงฝานจึงยิ้มและมองเจิ้งฮุ่ยผิงตรงหน้าตนด้วยสายตารักใคร่ เจิ้งฮุ่ยผิงก็ยิ้มและแต้มยาทาที่ใบหน้าของเจียงฝานอย่างเบามือ"แม่ไม่เคยเสียใจเลยที่แบกท้องฮุ่ยผิงข้ามน้ำข้ามทะเลไปที่นั่น ไม่รู้ว่าทำความดีมากมายแค่ไหนจึงได้มีโอกาสไปอาศัยอยู่ที่นั่น ฮุ่ยผิงก็รักที่นั่นมากจนไม่ยอมกลับมาอยู่ที่นี่ แต่ตอนนี้แม่ยังโชคดีที่มีอาผิง""ที่นี่ก็ดีมากเช่นกันเจ้าค่ะ ท่านพ่อใจดี พี่ชายทั้งสองก็ดีมาก พี่สะใภ้ทั้งคู่ข้าชอบพวกนางมาก ห
last updateLast Updated : 2026-04-16
Read more

บทที่ 22

แคว้นต้าหมิงราชวงศ์หมิงปีที่13 ปีนี้ โจวจื่อหยาอายุ8ขวบ บ้านตระกูลเจิ้งของเจิ้งฝูไฉ สร้างบ้านหลังใหม่โดยขยับถอยหลังมาใกล้ภูเขามากขึ้น คนในหมู่บ้านเถียนซียามนี้เรียกบ้านเจิ้งของเจิ้งฝูไฉ ว่าบ้านเจิ้งใหญ่ เนื่องจากขนาดบ้านที่ใหญ่มาก และผู้ครองบ้านยังเป็นบุตรชายคนโตบ้านเจิ้งใหญ่ โจวจื่อหยาช่วยออกแบบให้เป็นลักษณะเรือนสี่ประสานประยุกต์ รูปแบบคล้ายบ้านโจวบนเนินเขา แต่มีขนาดใหญ่กว่า และมีเรือนย่อยหลายหลังกว่าเรือนด้านหลังแบ่งออกเป็นสี่เรือนคือเรือนของเจิ้งหลี่ ที่ปีนี้อายุ63 ปีแล้ว บ่าวรับใช้ของตระกูลเจิ้งจะเรียกว่านายท่านผู้เฒ่าเจิ้ง ซึ่งอาศัยอยู่กับนายหญิงผู้เฒ่าเจิ้ง เจียงซื่อที่ยามนี้อายุ54ปีเรือนหลังของเจิ้งฝูไฉและถงซื่อ ปีนี้ทั้งคู่อายุ 35 ปี คำเรียกที่พวกบ่าวรับใช้เรียกคือ นายท่านใหญ่และนายผู้หญิงใหญ่เรือนหลังของเจิ้งหรงเจี้ยน ปีนี้เขามีอายุ 17ปี คำเรียกที่พวกบ่าวและสาวใช้เรียกคือคุณชายใหญ่เจิ้งเรือนหลังของเจิ้งหรงจิ้ง ปีนี้เขามีอายุ 13 ปีคำเรียกที่พวกบ่าวและสาวใช้เรียกคือคุณชายรองเจิ้งเจิ่งฝูไฉยามนี้มีที่ไร่ที่นาและที่สวน จำนวนมาก แต่กิจการที่เป็นรายได้หลักก็คือกิจการเผาถ่านไม
last updateLast Updated : 2026-04-16
Read more

บทที่ 23

เจิ้งฝูไฉอมยิ้มและพูดว่า "เรื่องการแต่งงานของอาเจี้ยน ข้าจะไม่บังคับเขา หากตระกูลชุ่ยสนใจจะเกี่ยวดองต้องให้สตรีตระกูลของพวกเขามาให้อาเจี้ยนดูตัวก่อนว่าเขาชอบไหม หากอาเจี้ยนชอบ ข้าก็จะตอบตกลง"โจวจวินจึงเอ่ยเพิ่มว่า "ให้จื่อหยาได้พบหน้าสตรีผู้นั้นด้วยสิ พวกท่านก็รู้ว่าหยาหยามองนิสัยคนออกว่ามีนิสัยดีหรือไม่ดี"ทุกคนจึงนึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อหลายปีก่อนโจวจื่อหยาได้ช่วยพวกเขาจับโจร และชี้ตัวคนทุจริตให้พวกเขารู้ทันความคิดร้ายกาจของพวกคนเลวอยู่หลายครั้ง บางครั้งมีสาวใช้คิดปีนเตียงเจ้านาย โจวจื่อหยาก็รู้ทันและบอกป้าสะใภ้ของนางให้รีบจัดการคนก่อนที่จะเกิดเรื่องไม่งามขึ้นได้ทุกครั้ง เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้วเจิ้งฝูไฉก็อมยิ้มและแอบเหลือบตามองน้องชายรองของเขา เรื่องสตรีนอกบ้าน เจิ้งฝูหลิงโดนหลานสาวจับได้ทุกครั้ง และแน่นอนว่าชุ่ยเหนียนต้องรู้เรื่องด้วย จนยามนี้เจิ้งฝูหลิงเข็ดขยาดไม่กล้ามีใครแล้ว"เรื่องนี้ไม่ต้องให้น้องเขยเตือนข้าก็ต้องให้หยาหยาช่วยเลือกด้วย หากได้พี่สะใภ้นิสัยไม่ดี หยาหยาก็คงจะพลอยไม่มีความสุขไปด้วย นอกจากอาเจี้ยนแล้ว ข้ายังจะต้องตามใจหยาหยาด้วยอย่างแน่นอน" ลุงใหญ่ผู้ตามใจหลานสาวที่ส
last updateLast Updated : 2026-04-16
Read more

บทที่ 24

หนังเสือมีราคาแพงที่สุด รองลงมาคือกระดูกและเนื้อของเสือ สำหรับโจวจื่อหยา กระดูกของเสือหากนำมาตากแห้งแล้วบดเป็นผงมันคือวัตถุดิบในการปรุงยาเพื่อเพิ่มพลังให้ร่างกายโจวจวิน ใช้พลังที่เหนือคนทั่วไปทำการต่อสู้ในสนามรบมาตั้งแต่เขาอายุยังน้อย และยังใช้แรงที่มากเกินกว่าใครตีเหล็กหลอมดาบหลอมอาวุธอยู่เสมอตอนนี้โจวจวินอายุ 30 ปี ยังคงเป็นชายหนุ่มที่ยังมีพลังกล้ามเนื้อแข็งแรง แต่หากสูงวัยมากกว่านี้พลังที่มีมากเกินใครจะส่งผลให้กระดูกและร่างกายของโจวจวินทรุดโทรมลงเร็วกว่าคนปกติ เขาจะแก่ไวจนมีอายุสั้น ดังนั้นโจวจื่อหยาจึงอยากบำรุงรักษาร่างกายของบิดาของตนให้มีกระดูกและกล้ามเนื้อที่แข็งแรง นางจึงเห็นว่าสมุนไพรที่เพิ่มพลังกล้ามเนื้อและกระดูกเหล่านี้ล้ำค่ามากอยู่เสมอในเมื่ออ่านความคิดของชายหนุ่มผู้นี้ไม่ออกจึงอ่านความคิดของคนอื่น คนเหล่านี้ต่างก็แปลกใจที่คุณชายของพวกเขาสนใจเด็กบ้านป่ากลุ่มนี้แต่มีอยู่หนึ่งคน เขาดูจะฉลาดกว่าคนอื่น ยามที่เขาเห็นหัวลูกศรธนู เขาตื่นเต้นมากและรีบดึงลูกดอกธนูนำไปให้สวีป๋ายฮ่าวดู"มีอะไรสือหาน""คุณชายดูคมธนูสิขอรับ ทั้งแหลมคมและหัวเป็นสามแฉก ทะลุทะลวงได้ดีและหากโดนยิงแล้ว
last updateLast Updated : 2026-04-16
Read more

บทที่ 25

โจวจื่อหวายถือคันธนูเดินกลับมา ก่อนจะนำธนูสะพายไหล่และยกถุงผ้าขึ้นมาสะพายหลังอย่างคล่องแคล่ว ในถุงนี้มีแร่เหล็กอยู่ในก้อนหิน น้องสาวของพวกเขานางเก่งมาก นางสามารถบอกได้ว่าบริเวณไหนมีแร่หินที่นำไปหลอมเป็นแร่ใช้ตีอาวุธได้ความสามารถพิเศษของน้องสาวมีหลายอย่าง ท่านพ่อบอกว่าต้องเก็บเป็นความลับให้ผู้อื่นรู้ไม่ได้ดังนั้นในเวลาต่อมาพี่เจิ้งเจี้ยนบอกกับเขาเสียงเบาว่า "หยาหยาบอกกับผู้อื่นว่า เจ้าชอบสะสมหิน"ดังนั้นโจวจื่อหวาย เขาจึงต้องกลายเป็นคนที่ชอบสะสมหินตามที่น้องสาวพูด "......"เด็กชายทั้งสามตระกูลเจิ้ง และโจวจื่อหวายเติบโตอยู่ใกล้ชิดกับโจวจื่อหยามาตลอดเวลา ดังนั้นพวกเขาจึงรู้เรื่องความสามารถพิเศษของน้องสาว แต่นางมีความสามารถพิเศษอะไรบ้าง พวกเขาไม่รู้รายละเอียดแน่ชัด แต่พวกเขาพร้อมใจกันช่วยปกปิดความลับของน้องสาวไม่ให้ผู้ใหญ่และคนอื่นรู้ เพราะอาเขยบอกกับพวกเขาว่า หากมีผู้อื่นรู้ว่าโจวจื่อหยาไม่เหมือนกับคนธรรมดาทั่วไป นางอาจจะโดนคนอื่นจับไปถ่วงน้ำหรืออาจจะโดนจับไปเผาไฟทั้งเป็นได้ในสายตาของพวกเขาโจวจื่อหยาเป็นเหมือนกับเทพธิดาตัวน้อย ไม่ใช่ปีศาจร้าย พวกเขาจึงให้คำสาบานกับท่านอาเขยว่า พวกเขาจ
last updateLast Updated : 2026-04-16
Read more

บทที่ 26

สามวันต่อมาขณะที่โจวจื่อหยานั่งปรุงยา เพื่อจะพยายามทำยาห้ามเลือด หลังจากปรุงยาเสร็จกำลังคิดว่าจะนำยาไปลองใช้ที่ไหนดี คงต้องรอให้มีคนบาดเจ็บ จึงแบ่งยาใส่ขวดแก้วขนาดเล็กที่ท่านลุงรองเจิ้งฝูหลิงหาซื้อมาให้นาง เอาไว้ใช้ใส่ยาเพื่อพกติดตัว ขวดแก้วแบบนี้เป็นผลผลิตของชาวเผ่าหูที่นำสินค้ามาค้าขาย คนในยุคนี้มีความพัฒนาไม่เลวเลย โจวจื่อหยาชื่นชมอยู่ในใจ เพียงแต่ราคาสินค้าบางอย่างสูงเกินไปเช่นขวดแก้วหรือกระจกโจวจื่อหยามีกระเป๋าผ้าคู่ใจ ที่ป้าสะใภ้รองทำให้นาง ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ใส่ของและนำสะพายไหล่ได้ซึ่งโจวจื่อหยามักนำกระเป๋าใบนี้ติดตัวไปด้วยทุกที่ จึงจัดให้มีของใช้อยู่ในกระเป๋าใบนี้เตรียมพร้อมไว้เสมอโจวจื่อหยาเดินออกมาจากห้องปรุงยาเพื่อผ่อนคลาย ขณะเดินผ่านห้องโถงกลับได้ยินเสียงท่านยายเจียงฝางนั่งร้องไห้เสียงเบา และพูดคุยอยู่กับเจิ้งฮุ่ยผิงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ"ในที่สุดก็รู้จักส่งข่าวกลับมาบ้าน ปล่อยให้ข้าคิดว่านางตายไปแล้ว""เจ้าใบ้เป็นคนนำจดหมายมาส่งด้วยตัวเอง ต่อไปนี้เจ้าใบ้จะมาอยู่ที่นี่กับท่านพี่เจ้าค่ะ""ที่ดินมีตั้งเยอะแยะ จะสร้างบ้านหลังใหม่หรือเขาจะอยู่ที่บ้านหลังนี้กับพวกเจ้า""เห็นข
last updateLast Updated : 2026-04-17
Read more

บทที่ 27

โจวจื่อหยา กลับมาที่บ้านบนเนินเขาเพื่อต้มยาให้หม่าชางเหวิน เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ที่บ้าน จึงคิดเดาว่า ท่านแม่ของนางคงพาท่านยายเจียงฝานไปหาป้าสะใภ้รองชุ่ยเหนียนชุ่ยเหนียนยามนี้ท้องแก่ใกล้คลอดเต็มที่แล้ว เจิ้งฝูหลิงจึงจ้างแม่หมอตำแยมาเฝ้ารอช่วยทำคลอดที่บ้านรองเจิ้ง แต่ทั้งเจียงฝานและเจิ้งฮุ่ยผิงกลับรู้สึกไม่วางใจ ทุกวันหากไม่มีธุระอะไร พวกนางจะไปนั่งเฝ้าคอยอยู่เป็นเพื่อนชุ่ยเหนียน รวมทั้งถงลิ่วนีด้วยเมื่อโจวจื่อหยาต้มยาเสร็จ จึงเทยาใส่โถเก็บความร้อน แล้วจัดพวกสุรากลั่น ผ้าสะอาดและอุปกรณ์ทำแผลถือเดินกลับไปที่บ้านดินริมลำธาร แผลของหม่าชางเหวินเป็นแผนที่คล้ายกับโดนของมีคมปาด บาดแผลไม่ลึกแต่ไม่ได้รับการรักษา หากไม่มีพลังของแก้วดวงจิต คนผู้นี้ก็คงต้องลงไปนอนคุยกับรากต้นไม้ที่อยู่ใต้ดินแทนแล้ว ร่างกายคงต้องกลายเป็นอาหารของรากไม้...ที่บ้านดินยามนี้เหลือเพียงเจิ้งหรงจิ้งนั่งเฝ้าเด็กชายอยู่หน้าบ้าน เขายังคงขยันไม่อยู่นิ่งเฉยนำเชือกมานั่งถักเป็นตาข่ายเพื่อนำไปไว้ใส่ของ หรือนำไปทำกระชอนตักปลาชีวิตในวัยเด็กของเจิ้งหรงจิ้งเขาแทบจะไม่เคยได้กินข้าวสวยที่มีสีขาวเลย ต้องกินข้าวผสมธัญพืชเพื่อเป็นกา
last updateLast Updated : 2026-04-17
Read more

บทที่ 28

ยามเย็นโจวจื่อหยาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่น หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จเปลี่ยนชุดใหม่ แล้วเดินออกมาจากห้องส่วนตัวของตน กลิ่นน้ำแกงหอมหวานลอยมาตามลม โจวจื่อหยาจึงเร่งซอยเท้าไปยังเรือนฝั่งขวาซึ่งมีห้องครัวอยู่ที่นั่นทันที "กลิ่นน้ำแกงไก่ หอมมากเลยเจ้าค่ะท่านแม่"โจวจื่อหยาพูดทักเมื่อเห็นเจิ้งฮุ่ยผิงกำลังก้มหน้าคนน้ำแกงที่อยู่ในหม้อขนาดใหญ่อยู่พอดี เจิ้งฮุ่ยผิงหันมามองหน้าโจวจื่อหยา เมื่อเห็นสีหน้าบุตรสาวสดชื่น ไม่มีท่าทางอ่อนเพลียให้เห็นจึงยิ้มอย่างอารมณ์ดี "หยาหยา เจ้าตื่นแล้วหรือ น้ำแกงไก่ยังไม่ได้ที่เลย เจ้าไปนั่งรอแม่ที่โต๊ะอีกสักครู่ เดี๋ยวเจ้าจะได้กินอาหารเย็นพร้อมกับท่านพ่อของเจ้า" "ให้ข้าช่วยท่านแม่ทำอาหารดีกว่าเจ้าค่ะ มีอะไรที่ข้าพอจะช่วยได้บ้างเจ้าค่ะ" "ไม่มีอะไรให้ช่วยแล้ว เหลือเพียงรอให้ไก่ตุ๋นเนื้อนิ่มกว่านี้ก็เสร็จแล้วล่ะ" "เช่นนั้นข้าช่วยยกอาหารที่ทำเสร็จแล้วขึ้นโต๊ะนะเจ้าคะ" เมื่อพูดเสร็จก็ลงมือทำโดยทันที จัดการเปิดดูว่ามีอะไรกินบ้างก่อนจะจัดใส่ชามและยกไปวางที่โต๊ะอาหารที่อยู่อีกห้อง "จื่อหยา เจ้าไม่ต้องทำหรอกไปนั่งเถิดเดี๋ยวพ่อช่วยแม่ของเจ้าเอง" โจวจวินเดินถือถ
last updateLast Updated : 2026-04-17
Read more

บทที่ 29

การกินปลาย่างรอบกองไฟ ไม่ได้ทำให้อิ่มท้องสำหรับเด็กหนุ่มและเด็กชาย สุดท้ายอาเต๋อก็ต้องหิ้วไก่ที่เลี้ยงไว้นำมาให้คนที่นี่ เพื่อนำมาเชือดและกลายสภาพเป็นไก่ย่างให้เด็กชายที่กำลังโต และบุรุษหนุ่มที่โตแล้ว และบุรุษที่โตมานานแล้ว ได้กินเนื้อจนอิ่มท้องอย่าเห็นว่าฐานะตระกูลเจิ้งรวยกว่าเมื่อก่อนแล้ว คุณชายตระกูลเจิ้งทั้งสามและคุณชายโจวอีกหนึ่งจะมีนิสัยฟุ่มเฟือยจนนำไก่มาเชือดกินง่ายดายแบบนี้ แน่นอนคนในกลุ่มนี้มีคนนิสัยรวยอยู่คนเดียว คือโจวจวินเจิ้งหรงเจี้ยนตั้งใจจะเลือกยึดอาชีพตีเหล็กผลิตอาวุธและยังเป็นนายพรานเลียนแบบอาเขยของเขา แต่เขามีความตั้งใจอันแน่วแน่ว่าจะไม่ใช้จ่ายเงินอย่างอาเขยเป็นเด็ดขาด เพราะเขารู้ดีว่ากว่าจะได้เงินแต่ละหนึ่งตำลึงทองมันยากและเหน็ดเหนื่อยขนาดไหน"กินไปเถิดน่า วันนี้พวกเจ้าทำงานช่วยอาเขย แค่ไก่สองตัวทำมาเป็นเกรงใจ วางใจเถิดอาเขยจะใช้งานพวกเจ้าในวันพรุ่งนี้ให้คุ้มค่ากับอาหารที่พวกเจ้ากินอย่างแน่นอน" โจวจวินพูดเช่นนี้ ทุกคนจึงหันมากินไก่กันอย่างเต็มที่โจวจื่อหยาอมยิ้มและมองเหล่าพี่ชายด้วยแววตาอบอุ่น ชาติที่แล้วโจวจื่อหยามีชีวิตที่เงียบเหงา เมื่อมีน้องสาวเพิ่มมาหนึ่งคน
last updateLast Updated : 2026-04-17
Read more

บทที่ 30

โจวจื่อหยามองท่าทางหลบเลี่ยงนางของหม่าชางเหวินแล้วรู้สึกพูดอะไรไม่ออก นางเองก็ไม่อยากสู้รบกับคนป่วยผู้นี้ จึงใช้แก้วดวงจิตตรวจดูบาดแผล เมื่อรู้ว่าสภาพแผลดีขึ้น จึงเดินออกมาเพื่อต้มยาให้คนป่วยเจิ้งหรงจิ้งรีบวางตะเกียบและมาช่วยน้องสาวคีบถ่านร้อนไปใส่เตาเล็กที่ใช้สำหรับต้มยาโดยเฉพาะ"พี่รองไปกินอาหารเถิดเจ้าค่ะ ข้าทำเองได้""ไม่เป็นไร ถ่านมันร้อน เดี๋ยวพี่คีบถ่านใส่เตาให้หยาหยาเสร็จ ก็จะรีบกลับไปกินอาหารต่อ เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงว่าพี่รองจะกินไม่อิ่มหรอก"โจวจื่อหยาจึงยิ้มและพูดขอบคุณเสียงอ่อนหวาน "ขอบคุณพี่รองมากเจ้าค่ะ"เจิ้งหรงจิ้งมองเห็นรอยยิ้มอ่อนหวานของโจวจื่อหยาแล้ว เขารู้สึกเอ็นดูน้องสาวมากจนอยากเอามือไปลูบหัวน้องสาวตามปกติที่เคยทำ แต่ตอนนี้มือของเขาสกปรก จึงต้องหักห้ามใจตนเองเมื่อเจิ้งหรงจิ้งกลับไปกินอาหารต่อ โจวจื่อหยาจึงนั่งต้มยาอย่างใจเย็น ยาจะมีสรรพคุณที่ดีสุดคือใช้ไฟอ่อนกลางค่อยๆต้มจนน้ำเดือดจึงใช้เวลามากกว่าหนึ่งเค่อ เจิ้งหรงจิ้งกินอาหารเช้าเสร็จ โจวจื่อหยาจึงหันไปขอร้องเจิ้งหรงจิ้งว่า"พี่รองเจ้าคะ พี่ช่วยแกะผ้าพันแผลและนำน้ำยาขวดนี้ล้างแผล นำขวดผงยานี้โรยแผล แล้วช่วยเปลี่
last updateLast Updated : 2026-04-17
Read more
PREV
123456
...
16
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status