All Chapters of พันธกาลเร้นรัก: Chapter 121 - Chapter 130

188 Chapters

บทที่ 121

หมู่นี้นางพักผ่อนไม่เพียงพอเท่าใดนักเรื่องพระราชทานสมรสเมื่อครู่ เดิมทีก็ก่อคลื่นลมลูกใหญ่โหมกระหน่ำในใจนาง นางยังคงอยู่ในระหว่างพยายามทำใจยอมรับซ้ำยังต้องมาเผชิญหน้ากับคนที่ทำให้นางรังเกียจเดียดฉันท์เช่นโจวจื้อซ่าง นางจึงมิอาจอดกลั้นได้อีกต่อไป นางเกาะกำแพงเอาไว้พลางอาเจียนจนแทบจะสำรอกน้ำดีออกมา น้ำตาก็พลอยร่วงหล่นลงมาเป็นสาย“แม่นางเจียง เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”ประจวบเหมาะกับที่โจวจื้อซ่างยังเดินเข้ามาเอ่ยถามเจียงโย่วหนิงไม่สนใจเขา หมุนกายเดินจากไป หากต้องมองเพิ่มอีกเพียงปราดเดียว นางคงได้อาเจียนออกมาอีกเป็นแน่นางหานเดินตามมาแล้วเอ่ยว่า “วันนี้ถือว่าพวกเจ้าได้พบหน้ากันแล้ว หลังจากนี้ก็จงทำความรู้จักกันให้ดีเถิด”เจียงโย่วหนิงสาวเท้าก้าวเร็วมุ่งหน้าไปยังเรือนเยาเยว่ น้ำตาร่วงหล่นมาตลอดทางนางไม่เข้าใจเลยนางหานเกลียดชังนาง ตอนเด็กก็เคยทอดทิ้งนาง ภายหลังเห็นอยู่ชัด ๆ ว่ามีโอกาสนับครั้งไม่ถ้วนที่จะเอาชีวิตน้อย ๆ ของนาง…ต่อให้นางตายไปก็ไม่มีผู้ใดมาสืบสาวราวเรื่องไม่รู้ว่าเหตุใดนางหานจึงยังเลี้ยงดูนางจนเติบใหญ่ แล้วค่อยจับนางแต่งงานกับคนเช่นโจวจื้อซ่างอีกเพียงเพื่อต้องก
Read more

บทที่ 122

“เจียงโย่วหนิง เจ้าต้องการตัดขาดกับข้าอย่างนั้นหรือ?”จ้าวหยวนเช่อจ้องมองนางด้วยแววตาที่เย็นชาลงในฉับพลัน หางตาปรากฏรอยแดงระเรื่อบางเบา“ใช่เจ้าค่ะ” เจียงโย่วหนิงหลุบตาลง แพขนตายาวงอนสั่นระริก “ท่านมีคู่หมั้นของท่าน ข้าเองก็มีการแต่งงานของข้า ภายหน้าพวกเราอย่าได้ไปมาหาสู่กันอีกเลย หากท่านยังมาหาข้าอีก ข้าจะไปบอกกล่าวกับท่านแม่”นางพยายามอย่างยิ่งที่จะควบคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบ ทว่าก็ยังมิอาจกลั้นความสั่นเครือเอาไว้ได้ ทว่าถ้อยคำที่เอ่ยออกไปนั้นกลับเด็ดเดี่ยวถึงขีดสุด สองมือเผลอกำเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัวพวกเขาไม่สมควรมีความสัมพันธ์เช่นนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วเรื่องราวในครั้งนั้น เป็นเพียงเหตุสุดวิสัยอันที่จริงนางควรจะตัดขาดกับเขามาตั้งนานแล้ว โทษก็แต่ตัวนางที่ใจอ่อนโลเลเกินไป ฉวยโอกาสในยามที่ยังไม่มีผู้ใดล่วงรู้ มาตัดขาดกันตอนนี้ก็คงจะยังไม่สายเกินไป“การแต่งงานของเจ้า? กับโจวจื้อซ่างงั้นหรือ?” จ้าวหยวนเช่อแค่นเสียงเย้ยหยัน “เจียงโย่วหนิง เจ้ามิใช่สตรีบริสุทธิ์ผุดผ่องอีกต่อไปแล้ว บุรุษทั่วไปย่อมไม่มีทางยอมรับได้ การแต่งให้กับบุรุษวิปริตอย่างโจวจื้อซ่างผู้นั้น เจ้าคิดว่าตนเองจะมีท
Read more

บทที่ 123

“เก็บของขึ้นมา แล้วถอนคำพูดเมื่อครู่กลับไปเสีย”น้ำเสียงของจ้าวหยวนเช่อกลับมาราบเรียบเย็นชาดุจเดิม“ขะ…ข้าไม่เก็บ”เจียงโย่วหนิงลืมตาขึ้น นัยน์ตาที่ชุ่มชื้นเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงเขากลับมิได้กล่าวโทษนาง ทั้งยังมิได้ลงมือตอบโต้กลับมาหรือ?“อย่าให้ข้าต้องกล่าวเป็นหนที่สอง”จ้าวหยวนเช่อขยับดึงคอเสื้อเล็กน้อยน้อยครั้งนักที่เขาจะเผยท่าทีร้อนรนกระวนกระวายใจเช่นนี้ออกมา“ข้าตบตีท่าน ท่านก็ตบตีคืนได้ ข้ากล่าวว่าตัดขาดก็คือตัดขาด ไม่มีวันถอนคำพูด ท่านนำของของท่านแล้วกลับไปเถิด”เจียงโย่วหนิงเบือนหน้าหนีเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น น้ำเสียงของนางแม้นุ่มนวลทว่าหนักแน่นเด็ดขาด เอ่ยปากไล่เขาออกไปบัดนี้เขาตกเป็นคู่หมั้นของผู้อื่นแล้ว นางไม่อยากเผชิญหน้ากับเขาอีกหมัดของจ้าวหยวนเช่อพลันเงื้อจู่โจมเข้ามาเจียงโย่วหนิงตกใจกลัวจนหลับตาแน่น ทว่ากลับไม่ยอมหลบเลี่ยงหากเขาต้องการทุบตีก็ทำเถิด เป็นนางที่ลงมือก่อนนี่คือสิ่งที่นางสมควรแบกรับทว่าความเจ็บปวดที่คาดคิดไว้กลับมิได้เกิดขึ้นข้างหูแว่วเสียงดังทึบหนัก เป็นเสียงเนื้อกระดูกกระแทกเข้ากับบานประตูไม้เจียงโย่วหนิงชำเลืองหางตาไปมองตามสัญชาตญ
Read more

บทที่ 124

การหมั้นหมายครั้งนี้เป็นความประสงค์ของฮูหยิน เจียงโย่วหนิงไม่ยินยอมก็ต้องยินยอมเจียงโย่วหนิงบีบเทียบเชิญใบนั้นไว้ รู้สึกราวกับมันหนักอึ้งนับพันชั่ง“จะทำอย่างไรดีเจ้าคะ”ฟางเฟยร้อนรนใจนางได้ยินเรื่องของโจวจื้อซ่างมาแล้ว คุณหนูจะแต่งให้คนเช่นนั้นไม่ได้เป็นอันขาด“ข้าจะไปพูดกับเขาให้รู้เรื่อง”เจียงโย่วหนิงกลับสงบลง ทอดสายตามองตัวอักษรบนเทียบเชิญในมือวันเกิดมารดาของโจวจื้อซ่าง เขาคงไม่กล้าทำเรื่องเหลวไหลตระกูลโจวคงมีลูกหลานมาร่วมงานไม่น้อย ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย อย่างไรโจวจื้อซ่างก็เป็นถึงขุนนางขั้นสี่ คงไม่ถึงขั้นทำเรื่องเสื่อมเสียเกียรติกระมัง?“คุณหนู...”ฟางเฟยวิตกกังวล“คุณหนู ท่านพกสิ่งนี้ไปด้วยเถิดเจ้าคะ”ฟู่อวี้เดินเข้ามาจากด้านข้าง นางวางกริชเล่มเล็กกะทัดรัดเล่มหนึ่งลงบนมือของเจียงโย่วหนิงกริชเล่มนั้นส่องประกายเย็นเยียบ เพียงมองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นอาวุธล้ำค่าที่ตัดเหล็กได้ราวกับตัดหยวกเจียงโย่วหนิงเงยหน้ามองนางฟู่อวี้ก้มหน้าอธิบายด้วยความประหม่า “เป็นบ่าวที่นำมาให้ท่านเพื่อใช้ป้องกันตัวเจ้าค่ะ...”นางมิกล้าบอกว่าเป็นความต้องการของนายท่าน หากบอกไป คุณหนู
Read more

บทที่ 125

เจียงโย่วหนิงใจสั่นระรัว คิดอยากจะวิ่งหนีเอาชีวิตรอด“แม่นางเจียง ข้าแซ่โจวถูกใจเจ้าโดยไม่ถามถึงชาติกำเนิด ยิ่งไปกว่านั้นต่อให้เจ้าเป็นเพียงบุตรบุญธรรม ทว่าก็เป็นถึงบุตรีบุญธรรมของจวนกั๋วกง มิใช่ผู้ใดจะเทียบเทียมได้ เจ้าอย่าได้ดูถูกตนเองไปเลย”โจวจื้อซ่างไม่เสแสร้งอีกต่อไป เขาค่อย ๆ เผยธาตุแท้ออกมา พลางขวางหน้าและยิ้มให้นางอย่างเยือกเย็น“ท่านก็รู้ว่าข้าคือบุตรีบุญธรรมของจวนกั๋วกง” เจียงโย่วหนิงสูดลมหายใจเข้าลึก บังคับตนเองให้ใจเย็นลง “ท่านล่วงเกินและไม่เคารพความสมัครใจของข้าเช่นนี้ เคยคิดหรือไม่ว่าจะอธิบายต่อจวนเจิ้นกั๋วกงเช่นไร?”นางพยายามนึกย้อนถึงตำราที่จ้าวหยวนเช่อเคยสอนให้อ่าน รวมถึงเนื้อหาในตำราพิชัยสงครามยามที่กำลังของตนเองไม่เพียงพอ ต้องรู้จักใช้บารมีข่มขู่ผู้อื่น เวลานี้จึงสมควรขอยืมบารมีของจวนเจิ้นกั๋วกงมากดดันโจวจื้อซ่าง“ต้องอธิบายอันใดเล่า?” โจวจื้อซ่างเตะประตูให้ปิดลง ก่อนจะยื่นมือหมายไปสัมผัสใบหน้าของนาง “งานมงคลของเจ้ากับข้า ฮูหยินเจิ้นกั๋วกงเป็นผู้อนุญาตแล้ว แต่โบราณมาเรื่องแต่งงานล้วนต้องฟังคำสั่งบิดามารดาและแม่สื่อ ทำไม? หรือเจ้ากล้าขัดคำสั่งของฮูหยินเจิ้นกั๋
Read more

บทที่ 126

ภายในห้องโถงข้างของจวนตระกูลโจวถึงกับตระเตรียมของพรรค์นี้เอาไว้ เห็นได้ชัดว่าโจวจื้อซ่างย่อมเป็นผู้เจนจัดช่ำชองนางอยู่ที่นี่ ร้องเรียกฟ้าฟ้าก็ไม่ขาน ร้องเรียกดินดินก็ไม่รับครานี้เกรงว่าคงไร้ทางรอดแล้ว“ที่นี่คือถิ่นของข้า ต่อให้เจ้าแหกปากร้องจนคอแตกก็ไม่มีผู้ใดสนใจหรอก จงมองข้า!”โจวจื้อซ่างบีบปลายคางของนางไว้แน่นแล้วตวาดกร้าวเจียงโย่วหนิงหวาดกลัวจนร้องไห้ไม่ออกจู่ ๆ โจวจื้อซ่างก็กระชากกางเกงของตนเองออก แล้วหันหลังโค้งตัวลงเบื้องหน้านางเขากลับยัดแท่งหยกเทียมขนาดมหึมาสองแท่งเข้าไปในช่องทวาร!ช่างอุจาดตานัก!เจียงโย่วหนิงเคยพบเห็นเรื่องพรรค์นี้ที่ใดกัน? ใบหน้าของนางซีดเผือดจนแทบจะโปร่งใส ภายในกระเพาะปั่นป่วนอย่างรุนแรงจนต้องอ้าปากขย้อนออกมาเพียงปราดตามอง นางก็เบือนหน้าหนีทันที อาการคลื่นเหียนอย่างหนักบีบคั้นให้น้ำตาของนางไหลรินโจวจื้อซ่างผู้นี้มีรสนิยมชวนสะอิดสะเอียนอันใดกัน?น่าขยะแขยงเกินไปแล้ว!“มองสิ ให้ตายเถอะ ข้าบอกให้มอง!”โจวจื้อซ่างกระชากเรือนผมของนาง นัยน์ตาทั้งสองแดงก่ำ ใบหน้าที่เคยดูอ้อนแอ้นกลับบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ ราวกับภูตผีร้ายที่ปีนป่ายขึ้นมาจากขุมนรก
Read more

บทที่ 127

อย่างไรเสียเขาก็เป็นถึงขุนนางเกลือขั้นสี่ แม้มิอาจกล่าวได้ว่ามีอำนาจล้นฟ้าในราชสำนัก ทว่าก็เป็นตัวตนที่บรรดาขุนนางใหญ่ขั้นหนึ่งยังมิกล้าล่วงเกินโดยง่ายเขาไม่เชื่อหรอกว่าจ้าวหยวนเช่อจะยอมแตกหักกับเขาเพียงเพื่อน้องสาวบุญธรรมคนหนึ่งใบหน้าของจ้าวหยวนเช่อเขียวคล้ำ ไม่เอ่ยสิ่งใด ริมฝีปากเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง เขารวบตัวเจียงโย่วหนิงเข้าสู่อ้อมแขน ก้าวฉับ ๆ ไปข้างหน้าสองสามก้าวแล้วยกเท้าถีบเข้าที่ใบหน้าของโจวจื้อซ่างถีบซ้ำแล้วซ้ำเล่าโจวจื้อซ่างกลิ้งเกลือกคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวดอยู่บนพื้น พลางร้องขอความเมตตา “ซื่อจื่อโปรดไว้ชีวิตด้วย ข้าไม่กล้าแล้ว...”เขานึกหวาดกลัวขึ้นมาแล้วจ้าวหยวนเช่อจงใจจะสังหารเขาให้ตายคาที่อย่างชัดเจน!ยามนี้เขามิอาจสนใจสิ่งใดได้อีก หวังเพียงรักษาชีวิตรอดเท่านั้น“นายท่าน อย่าถีบแล้วขอรับ! จะถึงแก่ชีวิตเอาได้!”ชิงเจี้ยนรีบพุ่งเข้าไปห้ามปรามดวงตาของจ้าวหยวนเช่อแดงก่ำ แผ่จิตสังหารพลุ่งพล่าน สองเท้ายังคงกระหน่ำลงไปไม่หยุดหย่อนชิงเจี้ยนมิอาจห้ามปรามได้เลย ท่ามกลางความชุลมุนเขาจึงรีบหันไปขอร้องเจียงโย่วหนิง “แม่นางเจียง ท่านช่วยเกลี้ยกล่อมนายท่านทีเถิดขอร
Read more

บทที่ 128

เจียงโย่วหนิงกะพริบตาด้วยความงุนงงนางเพิ่งจะรอดพ้นจากอันตราย ในหัวย่อมสับสนมึนงงอยู่บ้าง ผนวกกับไม่อยากใกล้ชิดเขา ภายในใจจึงรู้สึกอึดอัด ชั่วขณะจึงตอบสนองไม่ถูก“จุดประสงค์ของเจ้าคืออันใด?”จ้าวหยวนเช่อเอ่ยเตือนนางเจียงโย่วหนิงตั้งสติ ค่อย ๆ ขบคิดอย่างละเอียดเรื่องสำคัญที่สุดของนางในยามนี้คือการตัดความสัมพันธ์กับโจวจื้อซ่างให้ชัดเจนการแต่งงานครั้งนี้ นางหานเป็นผู้ตัดสินใจยามนี้ โจวจื้อซ่างกระทำเรื่องบัดสีเช่นนี้ นางย่อมต้องฉวยโอกาสใช้ความผิดของโจวจื้อซ่างไปอธิบายแก่นางหานให้รู้เรื่องนางหานเกลียดชังนางทว่านางหานย่อมต้องรักษาหน้าตาของจวนเจิ้นกั๋วกง โจวจื้อซ่างทำเรื่องงามหน้าถึงเพียงนี้ หากนางหานยังดึงดันจะยัดเยียดนางให้จวนตระกูลโจวอีกก็คงจะฟังไม่ขึ้นลำแขนของจ้าวหยวนเช่อโอบเอวบางของนางไว้อย่างหลวม ๆ รอคอยให้นางขบคิดอย่างเงียบ ๆรถม้าค่อย ๆ ชะลอความเร็วลง“ถึงเรือนแล้ว”จ้าวหยวนเช่อหลุบตาลงมองนาง“ข้าจะไปพบท่านแม่”เจียงโย่วหนิงหยัดกายลุกขึ้นในเมื่อคิดจะไปฟ้องร้องความผิดของโจวจื้อซ่าง ย่อมต้องไปปรากฏตัวต่อหน้านางหานด้วยสภาพที่ดูอเนจอนาถที่สุดหลังจากครุ่นคิดอยู่คร
Read more

บทที่ 129

นางพลันรู้สึกว่าตนเองมิได้ไร้ค่าถึงเพียงนั้น การต่อต้านของนางนับว่าได้ผลนางมิได้ตระหนักเลยว่าสภาพจิตใจของตนเองได้แปรเปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว“ไม่รู้ว่าโจวจื้อซ่างบาดเจ็บหนักเพียงใดหรือ?” นางหานเอ่ยถามจ้าวหยวนเช่อหากบาดเจ็บสาหัสจริง เกรงว่าเรื่องนี้คงมิอาจจบลงด้วยดี“ไม่ถึงตายหรอกขอรับ” จ้าวหยวนเช่อทอดสายตามองไปที่เจียงโย่วหนิง “วันหน้า เรื่องการแต่งงานของนาง ท่านแม่มิต้องยุ่งอีก”“จ้าวอวี้เหิง คำพูดของเจ้าหมายความว่าอย่างไร? หรือคิดว่าข้ามิได้คำนึงถึงโย่วหนิงกัน!” นางหานขมวดคิ้ว ใบหน้าเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ “ข้าเห็นว่าชาติตระกูลของตระกูลโจวไม่เลว ทั้งตัวเขายังมีความก้าวหน้า จึงได้พยักหน้าตกลงการแต่งงานนี้ หากข้ารู้ล่วงหน้าว่าโจวจื้อซ่างเป็นคนเช่นนั้น ต่อให้พูดอย่างไรก็ไม่มีทางยอมเด็ดขาด”นางรีบร้อนเอ่ยแก้ตัวชั่วขณะหนึ่งนางก็คิดไม่ออกว่าเหตุใดจ้าวหยวนเช่อจึงกล่าวเช่นนี้กะทันหัน หรือเขาล่วงรู้ถึงแผนการที่นางมีต่อเจียงโย่วหนิงแล้ว?เจียงโย่วหนิงเองก็ตื่นตระหนกอยู่บ้างแม้จ้าวหยวนเช่อจะมีนิสัยเย็นชา ทว่ายังคงเคารพรักนางหานผู้เป็นมารดาเป็นอย่างยิ่ง นางไม่เคยเห็นเขาใช้น้ำเสียง
Read more

บทที่ 130

ทิวทัศน์งดงามดุจภาพวาดน่าเสียดายที่นางกลับไม่มีกะจิตกะใจจะชื่นชมแม้แต่น้อยได้แต่หวาดระแวงว่าจู่ ๆ จะมีคนเดินออกมาจากพุ่มไผ่สวรรค์ ทั้งยังกังวลว่าเบื้องหลังใบกล้วยแผ่นใหญ่จะมีผู้ใดซ่อนตัวอยู่ หรืออาจมีคนเดินผ่านมาตามระเบียงทางเดินจ้าวหยวนเช่อบีบปลายคางของนาง ปลายนิ้วคลึงเบา ๆ บนพวงแก้มที่บวมแดงกลิ่นหอมของยาทาแผ่ซ่าน ความรู้สึกแสบร้อนบนใบหน้าค่อย ๆ บรรเทาลง“อยากให้ข้าหาการแต่งงานเช่นไรให้เจ้าหรือ?”เขาจดจ่ออยู่กับการกระทำในมือ น้ำเสียงเยียบเย็น“มะ…ไม่รบกวนท่านพี่เจ้าค่ะ...”เจียงโย่วหนิงเบือนหน้าหนี หันมองไปทางอื่นทว่าในสายตากลับมิอาจหลบเลี่ยงโครงหน้าของเขาได้ยาลดรอยบวมแดงทาอยู่บนใบหน้า กลับทำให้นางหน้าแดงยิ่งกว่าเดิมนางใจสั่นจนแทบขาดใจนี่คือระเบียงทางเดินด้านนอกประตูชั้นสอง อาจมีบ่าวรับใช้หรือสาวใช้เดินผ่านมายามใดก็ได้หากพวกเขามองเห็นจ้าวหยวนเช่อและนางกอดเกี่ยวแนบชิดกันเช่นนี้…ริมฝีปากของนางแห้งผาก ก้อนเนื้อในอกเต้นระรัวดั่งตีกลองนางมิกล้าคิดสืบไปเลยจริง ๆ“ดี เช่นนั้นก็อยู่เป็นเพื่อนข้าในจวน”จ้าวหยวนเช่อตอบรับอย่างเด็ดขาด นัยน์ตาดำขลับไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใด
Read more
PREV
1
...
1112131415
...
19
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status