All Chapters of พันธกาลเร้นรัก: Chapter 141 - Chapter 150

188 Chapters

บทที่ 141

เมื่อจัดการทุกสิ่งเรียบร้อยแล้ว เขาก็ตระกองกอดนางไว้ในอ้อมอกแน่นเจียงโย่วหนิงนอนขดตัวนิ่งขึงไม่ไหวติง ปล่อยให้เขาโอบกอดไปมา เอาแต่หลั่งน้ำตาเพียงอย่างเดียวนางดิ้นไม่หลุด หนีไม่พ้น ได้แต่เบิกตามองเขาย่ำยีรังแกนางตามอำเภอใจท้ายที่สุดต้องให้นางทำเช่นไร เขาถึงจะยอมปล่อยนางไป?จ้าวหยวนเช่อกดใบหน้าของนางซุกเข้ากับอกตนเอง กายสาวหอมกรุ่นนุ่มนิ่มแนบชิดติดหัวใจ พานให้จิตใจคนอ่อนยวบ ทว่าหยาดน้ำตากลับเปียกชุ่มแผงอกของเขาอย่างรวดเร็วนางว่านอนสอนง่ายมาแต่ไหนแต่ไร ต่อให้ได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจใหญ่หลวงเพียงใดก็ล้วนกล้ำกลืนฝืนทนเก็บไว้ในใจ ราวกับสัตว์ตัวน้อยที่ไร้คนรักใคร่ ได้แต่หลบมุมเลียแผลใจอย่างเงียบงันอยู่เพียงลำพังการร่ำไห้ไร้สุ้มเสียงเช่นนี้ ช่างชวนให้ผู้คนปวดใจนักน่าสงสารจนถึงที่สุด“อย่าร้องไห้เลย”จ้าวหยวนเช่อประคองใบหน้าของนางขึ้นมา ค่อย ๆ เช็ดหยาดน้ำตาให้นางอย่างทะนุถนอม นัยน์ตาฉายแววหงุดหงิดใจพาดผ่านอย่างหาได้ยากยิ่งเขาข่มกลั้นอารมณ์เอาไว้มิได้เจียงโย่วหนิงแง่งอน หันหลังไปไม่สนใจเขา ก่อนจะไอออกมาอีกระลอกลำคอของนางเจ็บปวดรวดร้าว ราวกับเพิ่งกลืนคมมีดลงไปก็มิปานล้วนต้อ
Read more

บทที่ 142

นอกจากความเศร้าเสียใจแล้ว นางยังอดกังวลมิได้ อยู่ ๆ ไฉนนางหานจึงต้องส่งคนมาลาดตระเวนในเรือนหลังเพิ่มขึ้นด้วย? หรือว่าระแคะระคายสิ่งใดเข้าแล้ว? เช่นนั้นนางจะออกไปจากที่นี่ได้อย่างไร?ระหว่างที่กำลังคิดอย่างกระวนกระวายใจ มือใหญ่ข้างหนึ่งก็เชิดศีรษะของนางขึ้นมา จากนั้นหมอนนุ่มนิ่มใบหนึ่งก็สอดเข้ามารองรับไว้การหนุนหมอนย่อมสบายกว่าจริง ๆ ตอนนี้นางไร้เรี่ยวแรง อีกทั้งไม่อยากดิ้นรนให้เปล่าประโยชน์ จึงมิได้ขยับเขยื้อนกายด้านหลัง ฟูกเตียงยุบยวบลง แผงอกอุ่นร้อนแนบชิดติดแผ่นหลังของนาง ตามติดด้วยผ้าห่มต่วนที่คลุมลงมาห่มกายให้นางอย่างมิดชิด เผยให้เห็นเพียงใบหน้างดงามหาได้ยากเขาเอนกายพิงนาง ล้มตัวลงนอนอยู่เบื้องหลัง ท่อนแขนสอดเข้าไปใต้ลำคอ วางพาดกับผนังเตียงด้านในโอบกอดนางไว้อย่างหลวม ๆราวกับช้อนสองคันที่วางซ้อนทับกันเตียงป๋าปู้หลังใหญ่โต จึงเหลือพื้นที่ว่างไปกว่าค่อนเตียงเจียงโย่วหนิงขยับตัวร่นเข้าไปด้านในเตียงอีกนิด ทว่าไร้หนทางหลบเลี่ยง จึงทำได้เพียงนอนตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับนางถูกเขายั่วโทสะจนโกรธเคือง อีกทั้งลำคอยังเจ็บปวด ย่อมข่มตาหลับไม่ลงทำได้เพียงเบิกตากว้างนับเวลา รอให้ฟ้าส
Read more

บทที่ 143

อย่าแตะต้องนาง!ริมฝีปากพลันอุ่นวาบเจียงโย่วหนิงตัวแข็งทื่ออยู่ที่นั่น ใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามือแดงซ่านแล้วซ่านเล่า ในใจราวกับซุกซ่อนลูกกระต่ายไว้ตัวหนึ่ง มันกำลังกระโดดชนห้องหัวใจของนางครั้งแล้วครั้งเล่าเป็นเขาที่จุมพิตริมฝีปากนาง แผ่วเบาราวกับแมลงปอแตะผิวน้ำไม่ทันให้นางได้สติ เขาก็หยัดกายลุกขึ้นยืนเสียแล้ว“เจ้าสวมใส่เองเถิด”เขาหยิบชุดกระโปรงชุดหนึ่งวางไว้ข้างกายนาง แล้วก้าวเดินออกไปเจียงโย่วหนิงยกมือขาวเนียนเรียวยาวขึ้นแตะริมฝีปากตรงจุดที่เขาจุมพิตเมื่อครู่เหตุใดเขาจึงเตรียมชุดกระโปรงของสตรีเอาไว้ด้วย?นางหลุบตาลง พินิจมองชุดกระโปรงตัวใหม่เอี่ยมชุดนั้นอย่างละเอียดเสื้อตัวในแขนแคบทำจากผ้าต่วนฝูกวงสีขาวงาช้าง เข้าคู่กับกระโปรงจีบผ้าสู่จิ่นสีแดงสด เนื้อผ้าล้วนเป็นชั้นเลิศ สีสันก็ยังสะดุดตาเพียงแต่นางเป็นคนขี้ขลาดและระมัดระวังตัวมาแต่ไหนแต่ไร ไม่ชอบตกเป็นเป้าสายตาของผู้ใด ดังนั้นจึงไม่เคยสวมใส่เสื้อผ้าสีสันฉูดฉาดเช่นสีแดงหรือเขียวสดเลยซูอวิ๋นชิงกลับชื่นชอบสีแดงเพลิง ทุกคราที่พบเจอนางมักสวมชุดสีแดงอันร้อนแรงอยู่เสมอ ไม่ว่ายามใด นางก็ล้วนเป็นดรุณีที่สะดุดตาผู้คนที่สุดในหมู
Read more

บทที่ 144

เดิมทีมารดาสั่งให้มามาเดินทางมา ทว่านางกลับเสนอตัวมาเองเพราะเห็นแก่ปู ใครจะรู้เล่าว่าพี่ใหญ่จะรักถนอมภรรยานอกสมรสผู้นั้นถึงเพียงนี้เจียงโย่วหนิงที่อยู่ในห้องนอนฟังแล้วถึงกับอกสั่นขวัญแขวนเดิมทีคิดว่าผ่านไปสองวันแล้วคนตระกูลโจวมิได้มาหาเรื่องถึงเรือน เรื่องราวก็คงจะผ่านพ้นไปเช่นนี้คาดไม่ถึงว่าพ้นเทศกาลไหว้พระจันทร์ไปได้ไม่ทันไร มารดาโจวก็หามโจวจื้อซ่างมาเอาเรื่องถึงเรือน คิดว่าคงตั้งใจรอให้พ้นช่วงเทศกาลไปก่อนแล้วค่อยมาคิดบัญชีกับนางเป็นแน่จ้าวหยวนเช่อไล่จ้าวเชียนหัวกลับไปแล้ว เมื่อกลับเข้ามาในห้องนอนและเลิกม่านเตียงขึ้น ก็เห็นใบหน้าซีดเผือดตื่นตระหนกของเจียงโย่วหนิง ดูราวกับสัตว์ตัวน้อยที่กำลังตกใจ ทั้งดูไร้เดียงสาและทำสิ่งใดไม่ถูกเห็นได้ชัดว่า นางถูกคำพูดเมื่อครู่ของจ้าวเชียนหัวทำให้หวาดกลัวเสียแล้วเจียงโย่วหนิงสวมใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว พอเห็นเขา นางก็พลันหยัดกายลุกขึ้นยืน สองมือซ่อนไว้ด้านหลังด้วยความประหม่าเขาเอียงหน้ามองนาง ทว่ามิได้เอ่ยสิ่งใดออกมาครู่หนึ่งปกตินางมักแต่งกายด้วยสีสันเรียบง่าย ส่วนใหญ่เป็นสีเขียวอ่อนหรือสีชมพูจาง ๆ พอเปลี่ยนมาสวมเสื้อสีขาวกระโปรงสีแด
Read more

บทที่ 145

มารดาโจวหามร่างของโจวจื้อซ่างที่ถูกทุบตีจนปางตายไปยังจวนเจิ้นกั๋วกง ร้องห่มร้องไห้คร่ำครวญเพื่อทวงถามความยุติธรรมจ้าวหยวนเช่อออกหน้ารับแทนเจียงโย่วหนิงทุกประการ เอ่ยว่าเขาเป็นผู้ลงมือทุบตี และรอยกริชสองสามแผลบนร่างของโจวจื้อซ่างนั้นเขาก็เป็นผู้แทงเองจวนเจิ้นกั๋วกงมีอำนาจบารมีกว้างขวางตระกูลโจวย่อมมิกล้าปะทะโดยตรง ยิ่งมิกล้ากระทำการจนแตกหักท้ายที่สุด เรื่องราวก็จบลงโดยที่จ้าวหยวนเช่อชดใช้เงินสามพันตำลึงเงินให้แก่ตระกูลโจวจ้าวหยวนเช่อปกป้องเจียงโย่วหนิงได้เป็นอย่างดี เด็กสาวผู้นั้นถึงกับมิได้เผยโฉมหน้าออกมาเลยตั้งแต่ต้นจนจบเซี่ยหวยอวี่มองเห็นโอกาสสอดมือเข้าแทรกแซงจากเรื่องราวในครานี้เขาให้หนานเฟิงหาโอกาสสังหารโจวจื้อซ่าง แล้วโยนความผิดให้จ้าวหยวนเช่อโจวจื้อซ่างสมควรตายอยู่แล้วส่วนจ้าวหยวนเช่อนั้น ย่อมมิอาจสังหารให้ตายได้โดยง่าย ทว่าก็พอจะสร้างความขุ่นข้องหมองใจให้เขาได้บ้าง“อยากได้รางวัลอันใด?”เซี่ยหวยอวี่เงยหน้าขึ้นแย้มยิ้มมองหนานเฟิงทำงานได้รวดเร็วปานนี้ สมควรได้รับรางวัล“องค์ชาย เรื่องนี้มิใช่ฝีมือของพวกเราขอรับ”หนานเฟิงขมวดคิ้ว นัยน์ตาแฝงความคลางแคลงใจไม
Read more

บทที่ 146

“เจียงโย่วหนิง เปิดประตู”น้ำเสียงกังวานใสของจ้าวหยวนเช่อดังขึ้นที่นอกประตูไร้ซึ่งความยินดีหรือขุ่นเคืองเขาเป็นเช่นนี้เสมอ อารมณ์ความรู้สึกไม่เคยเผยให้เห็นโดยง่ายเจียงโย่วหนิงยืนอยู่หลังบานประตู สองมือบีบเข้าหากันแน่นจนเจ็บปวด ริมฝีปากเม้มสนิท มิได้สนใจเขาการปิดประตูเมื่อครู่เป็นเพียงสัญชาตญาณของนางยามนี้หลังจากปิดประตูแล้ว นางกลับรู้สึกหวาดหวั่นอยู่บ้าง ภายในใจยังคงเกรงกลัวเขา ทว่านางจำเป็นต้องทำเช่นนี้นับแต่กลับจากเรือนของเขาเมื่อคราวก่อน พวกเขาก็มิได้พบหน้ากันอีกเลยหลายวันมานี้นางมิได้ไปที่โรงหมอ คอยอยู่เป็นเพื่อนอู๋มามาทุกวัน ใช้ชีวิตอย่างเชื่องช้าและเรียบง่ายยามว่างมีมากจึงได้ขบคิดอย่างถี่ถ้วน ผ่านช่วงเวลาอันน่าตระหนกตกใจเหล่านั้นมาแล้ว นางย่อมเข้าใจถึงความล้ำค่าของชีวิตอันสงบสุขดีกว่าผู้ใดทว่านางกลับมิอาจสลัดเขาให้หลุดพ้นยามนี้ หนทางเดียวที่จะตัดขาดความสัมพันธ์กับเขาได้ คือการไม่พบเจอกันเป็นการส่วนตัวอีก หากไม่พบหน้าย่อมไม่มีเรื่องราวใดเกิดขึ้น และมิต้องใช้ชีวิตอย่างอกสั่นขวัญแขวนอีกต่อไปดังนั้นวินาทีแรกที่เห็นจ้าวหยวนเช่อ นางจึงเลือกที่จะปิดประตูเรือนไม่
Read more

บทที่ 147

“หากกล่าววาจาผิด ย่อมต้องรับโทษ”จ้าวหยวนเช่อปรือตาขึ้นเล็กน้อย กวาดสายตามองนางตั้งแต่หัวจรดเท้าคราหนึ่งหัวใจของเจียงโย่วหนิงกระตุกวาบดั่งมีกวางน้อยวิ่งชน ริ้วรอยแดงระเรื่อพาดผ่านดวงหน้าขาวกระจ่างใส ลามไปจนถึงปลายหูที่ร้อนผ่าวน้ำเสียงของเขาเรียบเฉย แววตาก็มิได้มีสิ่งใดผิดแผก ทว่าวาจานั้นกลับแฝงนัยยะลึกซึ้งราวกับได้ย้อนกลับไปในยามที่ยังพัวพันกันไม่รู้จบผู้อื่นย่อมมิอาจเข้าใจวาจาคลุมเครือราวกับมีหมอกเมฆบดบังนี้ของเขาทว่าในใจนางกลับกระจ่างแจ้งดีว่า “โทษ” ที่เขากล่าวถึงนั้นหมายถึงสิ่งใด ใบหน้าเดี๋ยวซีดเดี๋ยวแดงด้วยความขัดเคืองและอับอายคนของกรมอาญามาเยือนถึงหน้าประตูเรือนแล้ว ยามนี้นางตื่นตระหนกแทบแย่ เขากลับยังมีกะจิตกะใจกล่าวถึงเรื่องพรรค์นั้นอีกช่างไร้ยางอายนัก!“นายท่าน ใต้เท้าเจิ้งพาคนมารออยู่ด้านนอกประตูชั้นที่สองแล้วขอรับ บอกว่าขอเชิญแม่นางเจียงไปที่ที่ว่าการสักประเดี๋ยว”น้ำเสียงของชิงหลิวรอดผ่านเข้ามาจากนอกประตูจ้าวหยวนเช่อหันไปมองเจียงโย่วหนิงอีกคราปลายสารทฤดู อากาศเริ่มเย็นเยียบลงแล้วทว่าบนหน้าผากของนางกลับมีหยาดเหงื่อผุดพราย เห็นได้ชัดว่าหวาดกลัวจนถึงขีดสุ
Read more

บทที่ 148

นางเดาไว้ไม่ผิดจริง ๆ จ้าวหยวนเช่อคิดจะไปเป็นเพื่อนเจียงโย่วหนิงด้วยเจียงโย่วหนิงมิอาจรั้งอยู่ได้อีกต่อไปจ้าวหยวนเช่อมิได้เอ่ยสิ่งใด เพียงปรายตามองเจิ้งฉีโย่วเจิ้งฉีโย่วรีบอธิบายว่า “ท่านหญิงเข้าใจผิดแล้วขอรับ ก่อนหน้านี้ท่านซื่อจื่อกับโจวจื้อซ่างเคยมีเรื่องบาดหมางกันมิใช่หรือ? มารดาโจวฟ้องร้องว่าท่านซื่อจื่อเป็นคนสังหารโจวจื้อซ่าง ดังนั้นท่านซื่อจื่อจึงต้องไปร่วมการไต่สวนตามขั้นตอนด้วยขอรับ”เขายกมือเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ในใจร้องครวญครางอย่างหนักหากเป็นยามปกติ เขาย่อมมิกล้าพาตัวจ้าวหยวนเช่อไปไต่สวนที่ศาลว่าการแน่ทว่าครานี้ รุ่ยอ๋องมาหาเขาถึงห้องตำราด้วยตนเอง เพื่อเร่งรัดให้เขาจัดการคดีนี้รุ่ยอ๋องระหกระเหินอยู่ภายนอกมาหลายปี ฮ่องเต้ทรงรู้สึกผิดต่อเขา ยามนี้จึงทรงรักใคร่ทะนุถนอมเขาดั่งแก้วตาดวงใจเจิ้งฉีโย่วย่อมมิกล้าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อย่างตงฉินเขาต้องติดร่างแหอยู่ท่ามกลางผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสอง ช่างทุกข์ระทมยิ่งนัก ทั้งยังไม่รู้ว่าจะจบเรื่องนี้ลงเช่นไรดีจ้าวหยวนเช่อเลิกเปลือกตาขึ้น ปรายตามองซูอวิ๋นชิงซูอวิ๋นชิงรู้ตัวว่าตนเองผิด จึงรีบเอ่ยทันทีว่า “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้
Read more

บทที่ 149

“เจ้ากล้าปฏิเสธหรือ? บุตรชายของข้าบอกข้าด้วยปากของเขาเอง เจ้าลอบสังหารขุนนางราชสำนัก สมควรรับโทษประหาร...”มารดาโจวยืดกายขึ้น เอ่ยโต้เถียงกับนางด้วยน้ำเสียงดุดันท่าทีของนางช่างบีบคั้นผู้คนจนเกินไปลำคอของเจียงโย่วหนิงราวกับถูกบีบเอาไว้จนเอ่ยสิ่งใดไม่ออก จึงเลือกที่จะเงียบงันยามนี้แผ่นหลังของนางล้วนเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อนางโป้ปดไม่เป็นเลยสักนิดมารดาโจวมีท่าทีห้าวหาญมั่นใจเช่นนี้ ภายในใจนางก็ยิ่งประหม่าตื่นกลัว ใบหน้าพลันซีดเผือดจนแทบจะล้มพับลงไปหางตาเหลือบเห็นจ้าวหยวนเช่อที่อยู่ด้านข้างปรายตามองมา นางจึงหันไปมองเขาอย่างมิอาจควบคุมตนเองได้นัยน์ตาเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใส ราวกับว่าวินาทีถัดมาจะแตกสลายลงก็มิปานสีหน้าของจ้าวหยวนเช่อยังคงเรียบเฉย ก่อนจะเบือนหน้าหนีเจียงโย่วหนิงมองท่าทีเย็นชาไม่ไยดีของเขา แล้วพลันนึกถึงท่าทีเมินเฉยยามที่นางอ้อนวอนขอให้เขาช่วยดูแลอู๋มามาเมื่อครู่นี้นางขบกัดริมฝีปากแน่น บอกตนเองในใจว่าห้ามเผยพิรุธออกมาเด็ดขาด มิเช่นนั้นอู๋มามาย่อมไร้ทางรอดอย่างแท้จริงนางยังต้องรักษาอู๋มามาให้หาย เพื่อไต่ถามเบาะแสเรื่องชาติกำเนิดของตนเองอีกเมื่อคิดได้ดังน
Read more

บทที่ 150

คำกล่าวนี้ ก็คือการชำระล้างความสงสัยในตัวเขาให้กระจ่าง“ท่านพกกระบี่แล้วอย่างไรเล่า? ไม่แน่ว่าท่านอาจจงใจใช้มีดทำครัวเพื่อไม่ให้ผู้ใดสงสัยก็เป็นได้”มารดาโจวราวกับเตรียมการไว้ก่อนแล้ว จึงเอ่ยปากโต้เถียงกับเขาทันที“หากข้าลงดาบเพียงครั้งเดียว ศีรษะของเขาย่อมหลุดจากบ่าเป็นแน่ นี่เป็นฝีมือของผู้ที่มีเรี่ยวแรงน้อย สมควรเป็นสตรีผู้หนึ่ง”จ้าวหยวนเช่อปรายตามองมารดาโจวอย่างเย็นชาแวบหนึ่งในใจของเจียงโย่วหนิงก็รู้สึกว่าเขากล่าวได้มีเหตุผล เขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ หากฟันมีดทำครัวลงไป ศีรษะของโจวจื้อซ่างย่อมไม่มีทางยังคงเชื่อมติดอยู่กับลำคอได้มารดาโจวได้ฟังก็ร่างกระตุกสั่น รูม่านตาหดเกร็ง ใบหน้าซีดเผือด นางยกมือขึ้นกุมหน้าอกร้องครวญครางว่าเจ็บปวด เอ่ยว่าต้องการพักผ่อนสักครู่เจิ้งฉีโย่วโบกมือคราหนึ่ง อนุญาตตามนั้น ทั้งยังกล่าวว่าประเดี๋ยวค่อยไต่สวนคดีใหม่อีกครั้ง“เข้ามานี่”จ้าวหยวนเช่อเรียกเจียงโย่วหนิงเจียงโย่วหนิงไม่อยากอยู่ตามลำพังกับเขา ทว่าเมื่อเห็นเจิ้งฉีโย่วหันมามอง ก็ไม่กล้าแสดงท่าทีผิดปกติอันใดออกมา ทำได้เพียงก้มหน้าเดินตามเขาเข้าไปในห้องโถงด้านข้างอย่างไม่เต็มใจนัก“รินชา”จ้
Read more
PREV
1
...
1314151617
...
19
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status