All Chapters of พันธกาลเร้นรัก: Chapter 131 - Chapter 140

188 Chapters

บทที่ 131

“อาหนิง!”ออกจากประตูเล็กด้านข้างมาได้ไม่ไกลนัก ก็ได้ยินเสียงคนเรียกนางอยู่ริมทาง“เซี่ยหวยอวี่ เหตุใดท่านถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”เจียงโย่วหนิงอาศัยแสงจันทร์กระจ่างแจ้ง มองเห็นเงาร่างที่อยู่ไม่ไกลนัก จึงรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง“ท่านหมอจางบอกว่าเจ้ามีรูปโฉมงดงามดั่งบุปผาและจันทรา ไม่คอยวางใจให้เจ้าเดินถนนยามวิกาลเพียงลำพัง จึงให้ข้ามารับเจ้า”เซี่ยหวยอวี่รอนางเดินเข้ามาใกล้ แล้วจึงเดินเคียงข้างกันไป น้ำเสียงของเขายังคงเกียจคร้านเช่นเคย“วาจากะล่อนนัก”เจียงโย่วหนิงเอ่ยค่อนขอดเขาด้วยรอยยิ้มเซี่ยหวยอวี่มิได้เอ่ยโต้แย้ง เพียงปรายตามองนางแล้วยิ้มออกมาเป็นระยะ“มื้อค่ำวันพร้อมหน้าวันนี้จะไปกินที่ใดหรือ?”เจียงโย่วหนิงเอ่ยถามเขาด้วยความอยากรู้“ซีหยวน”เซี่ยหวยอวี่เดินอยู่เคียงข้างนาง ท่วงท่าผ่อนคลายสบายอารมณ์“ฟุ่มเฟือยถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?”เจียงโย่วหนิงประหลาดใจซีหยวนเป็นโรงงิ้วที่โด่งดังที่สุดในเมืองหลวง ด้านในสามารถสั่งการแสดงงิ้วให้ชมได้ไปกินอาหารที่นั่นสักมื้อในเทศกาลไหว้พระจันทร์ คงต้องเสียเงินทองไปมิใช่น้อย“อืม ผู้เฒ่าจางมีเงินทอง ไม่เหมือนข้า...”เซี่ยหวยอวี่เอ่ย
Read more

บทที่ 132

ทุกคนต่างเอ่ยปากชักชวน หากนางปฏิเสธมิยอมดื่มเสียหน่อยก็คงจะทำให้เสียบรรยากาศเกินไปเซี่ยหวยอวี่ยกมือขึ้นรินสุรา สุราสีอำพันรินไหลลงสู่จอกหลิวหลีสีมรกต ดูงดงามยิ่งนักเจียงโย่วหนิงยกจอกสุราขึ้นดม กลิ่นหอมหวานของสุราผลไม้ลอยมาเตะจมูก “หอมยิ่งนัก”“เจ้าลองชิมดูสิ หอมยิ่งกว่า” เซี่ยหวยอวี่พยายามยุยงนางอย่างสุดความสามารถเจียงโย่วหนิงจิบไปอึกเล็ก ๆ รสชาติหวานล้ำ ถึงกับเลิศรสกว่านมโคเติมน้ำตาลเสียอีก“นี่คือถุงหอมที่ข้าทำเอง ใส่สมุนไพรช่วยให้จิตใจสงบหลับสบาย มอบให้พวกท่าน”นางหยิบถุงหอมออกมาแบ่งปันให้แก่ทุกคนเซี่ยหวยอวี่หยิบถุงหอมนั้นขึ้นมาบีบคลำแล้วพินิจดูอยู่นานบนเวทีงิ้ว นักแสดงเริ่มขับร้องส่งเสียงเอื้อนเอ่ยทั้งห้าคนนั่งล้อมวงรอบโต๊ะ พูดคุยหยอกล้อกัน บรรยากาศกลมเกลียวชื่นมื่นยิ่งเซี่ยหวยอวี่อาศัยจังหวะที่ไม่มีผู้ใดสังเกต เดินไปที่ริมประตูแล้วเอ่ยเรียก “หนานเฟิง”หนานเฟิงปรากฏตัวขึ้นดั่งภูตผี “องค์ชาย”“เจ้าไปสืบดูซิว่า ใบหน้าของเจียงโย่วหนิงเกิดอันใดขึ้น” เซี่ยหวยอวี่สั่งการเขาประโยคหนึ่งหนานเฟิงพยักหน้ารับคำสั่ง “ขอรับ”เซี่ยหวยอวี่หมุนตัวเดินกลับไป“ท่านไปทำสิ่งใดมาห
Read more

บทที่ 133

อืม เส้นผมนุ่มสลวยยิ่งนัก ช่างน่าสัมผัสเสียจริง“อย่ามาจับข้า”เจียงโย่วหนิงผลักมือของเขาออกด้วยความไม่พอใจเซี่ยหวยอวี่จงใจขยี้ผมของนางจนยุ่งเหยิงเพื่อเอาคืน พลางจ้องมองนางแล้วหัวเราะร่วน“ความปรารถนาของข้าหรือ...”เจียงโย่วหนิงยกสองมือขึ้นเท้าคางพร้อมกับย่นใบหน้า แววตาที่พร่ามัวฉายแววครุ่นคิดขึ้นมาเล็กน้อย“ใช่แล้ว เจ้ามีความปรารถนาอันใด?”เซี่ยหวยอวี่เอ่ยตะล่อมเสียงนุ่มให้นางพูดออกมา“ข้าอยากให้อู๋มามาหายป่วยไว ๆ” เจียงโย่วหนิงเอียงคอครุ่นคิดอีกครู่หนึ่ง “อืม... ข้ายังอยากรู้ชาติกำเนิดของตนเอง ว่าบิดามารดาของข้าคือผู้ใด เหตุใดพวกเขาจึงไม่ต้องการข้า...”ยิ่งเอ่ยยิ่งรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ หยาดน้ำตาเอ่อคลอขึ้นในหน่วยตาเรื่องชาติกำเนิดเปรียบเสมือนหินก้อนใหญ่ที่กดทับอยู่ในใจนางมาเนิ่นนาน และนางไม่เคยเปิดเผยให้ผู้ใดล่วงรู้มาก่อนยามนี้เมื่อดื่มสุราจนเมามายไร้สติ จึงเผลอไผลหลุดความในใจออกมาจนสิ้น ความขมขื่นทั้งมวลล้วนพรั่งพรูตามมาผู้อื่นล้วนมีบิดามารดาผู้ให้กำเนิด แต่นางกลับไม่มี หากบิดามารดามิได้ทอดทิ้งนาง นางจะได้ใช้ชีวิตเฉกเช่นที่จ้าวเชียนหัวเป็นอยู่ยามนี้หรือไม่? ต่อให้เป็น
Read more

บทที่ 134

เซี่ยหวยอวี่กำรองเท้าปักในมือแน่นแล้วผุดลุกขึ้น เขากลับมามีท่าทีเกียจคร้านไร้กฎเกณฑ์ตามเดิม นัยน์ตาจิ้งจอกอันงดงามหรี่ลง จ้องมองจ้าวหยวนเช่ออย่างไม่ยอมอ่อนข้อ“วาจาของอาหนิงเมื่อครู่ เจ้าคงได้ยินชัดเจนแล้วกระมัง? นางรังเกียจเจ้า ทว่าชมชอบข้า คนที่ควรส่งนางมาคือเจ้าต่างหาก”เขาต้องการให้จ้าวหยวนเช่อวางเจียงโย่วหนิงลง แล้วส่งมอบนางให้แก่เขา“น้องสาวของข้า ข้าย่อมดูแลเองได้ ไม่รบกวนรุ่ยอ๋องต้องลำบากใจ”สีหน้าของจ้าวหยวนเช่อเดิมทีก็ดูไม่ได้อยู่แล้ว ยามได้ยินคำกล่าวของเขา หัวคิ้วยิ่งขมวดมุ่นลงฉับพลัน แววตาหม่นทะมึนล้ำลึก ทว่าเย็นเยียบราวกับจะแช่แข็งคนตรงหน้าให้กลายเป็นน้ำแข็ง“น้องสาวหรือ? ไม่รู้ว่าซื่อจื่อจวนเจิ้นกั๋วกงเคยเห็นพี่น้องแท้ ๆ บ้านใด ในวัยนี้ยังคงกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่อีกบ้าง?”เซี่ยหวยอวี่ยันข้อศอกลงบนพนักเก้าอี้ หางคิ้วเลิกขึ้น ยกมุมปากมองจ้าวหยวนเช่ออย่างมีความนัยลึกซึ้งเขามิได้ประหลาดใจเลยที่จ้าวหยวนเช่อล่วงรู้ฐานะของเขาด้วยอำนาจของจ้าวหยวนเช่อในเมืองหลวง การจะสืบหาฐานะของเขาย่อมมิใช่เรื่องยากเย็นอันใดทว่า การที่เขาสามารถเอาชีวิตรอดและกลับมายังเมืองหลวงได้อย่าง
Read more

บทที่ 135

ชิงหลิวขานรับคำหนึ่งรถม้าแล่นออกไปอย่างรวดเร็ว เบื้องบนผนังด้านในแขวนโคมหลิวหลีไว้สี่ดวง แสงไฟสว่างไสวแกว่งไกวเบา ๆ ตามการเคลื่อนที่ของรถม้าท่ามกลางความสะลึมสะลือ เจียงโย่วหนิงรู้สึกเพียงว่าแสงสว่างนั้นแยงตาของนาง“อืม...”นางส่งเสียงครางฮือในลำคอ หันหน้าซุกเข้ากับอ้อมอกของเขาแล้วถูไถไปมาอย่างขัดใจ ทั้งยังยกมือขึ้นบดบังใบหน้าด้านข้าง ถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนจะเงียบเสียงลงแม้กระทั่งยามเมามายก็ยังทอดถอนใจ ไม่รู้เลยว่าในใจซุกซ่อนความกังวลที่ยากจะเอื้อนเอ่ยไว้มากเพียงไรจ้าวหยวนเช่อหลุบตาจ้องมองนางอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงจับมือนางออกนางไม่เคยแตะต้องสุรามาตั้งแต่เยาว์วัย จึงไม่มีคอสุราเลยแม้แต่น้อย ฤทธิ์สุราส่งผลให้พวงแก้มขาวผ่องดุจหยกและลำคอแดงระเรื่อไปเป็นแถบ ลามไปถึงใบหูเล็กน่ารักที่แดงก่ำ ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นหอมหวานผสานกับกลิ่นของสุราผลไม้เจียงโย่วหนิงรู้สึกไม่สบายตัว จึงยกมือขึ้นปิดบังใบหน้าอีกครา คล้ายดั่งลูกแมวน้อยที่ถูกรบกวนเวลานอนหลับจนเกิดความรำคาญใจจ้าวหยวนเช่อไม่ยอมปล่อยนางไป จึงดึงมือนางออกอีกครั้ง“ท่านอย่ามาจับข้า...”น้ำเสียงแผ่วเบาของเจียงโย่วหนิงแฝงแววตัดพ้อ พล
Read more

บทที่ 136

รถม้าหยุดลงครู่ต่อมา เสียงของชิงหลิวก็ดังแว่วเข้ามา “นายท่าน น้ำแกงสร่างเมามาแล้วขอรับ”เขารู้จักวางตัวเป็นอย่างดี เพียงส่งชามน้ำแกงสร่างเมาสีน้ำตาลเข้าไปในรถม้าผ่านทางมุมม่าน โดยมิได้เผยหน้าให้เห็นจ้าวหยวนเช่อยื่นมือไปรับมา พลางประคองร่างน้อยในอ้อมกอดให้ลุกขึ้น“เจียงโย่วหนิง อ้าปาก”เขายกชามป้อนถึงริมฝีปากของนางเจียงโย่วหนิงยอมดื่มตามที่เขาป้อนไปสองอึก ย่นจมูกพลางเงยหน้าขึ้นมองเขา “ขมยิ่งนัก”นางขยับตัวถอยหนี ไม่ยอมดื่มต่อ“ดื่มลงไปแล้วจะรู้สึกดีขึ้น”จ้าวหยวนเช่อเอ่ยเสียงเบาอย่างอ่อนโยน แล้วป้อนน้ำแกงสร่างเมาให้นางอีกครั้งริมฝีปากของเจียงโย่วหนิงแตะขอบชามอย่างว่าง่าย นางช้อนดวงตาคู่สวยที่ฉ่ำปรือขึ้นมองเขา นัยน์ตาโค้งดั่งจันทร์เสี้ยวเจือรอยยิ้มไร้เดียงสา ทว่าขณะที่กำลังอ้าปากจะดื่ม จู่ ๆ ก็ชะงักไปและขมวดคิ้วมองเขา“ดื่มสิ”จ้าวหยวนเช่อเร่งเร้านาง“ข้าไม่อยากให้ท่านป้อน ข้าไม่อยากดื่ม...”นางจำเขาได้แล้ว จึงยกมือขึ้นผลักออกไปอย่างแรงจ้าวหยวนเช่อมิได้ระวังตัว น้ำแกงสร่างเมาค่อนชามจึงหกเลอะชายเสื้อของเขากลิ่นขมฝาดของไอร้อนลอยคลุ้งไปทั่วทั้งรถม้าในทันที“เจียงโย่วห
Read more

บทที่ 137

จ้าวหยวนเช่อเอ่ยถามนางเจียงโย่วหนิงพิงหมอนอยู่ในอาการกึ่งหลับกึ่งตื่น นางเหม่อมองเขา สมองมึนงงเชื่องช้าไม่อาจคิดสิ่งใดได้ทัน ทว่ายังคงสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างแต่นึกไม่ออกว่ามีสิ่งใดผิดแปลกไปนางจ้องมองจ้าวหยวนเช่อ เห็นเขาวางถ้วยชาลง เดินไปหิ้วกล่องอาหาร แล้วยกโต๊ะตัวเล็กมาวางข้างเตียง เมื่อเปิดกล่องอาหารออกก็หยิบปูตัวใหญ่กว่าฝ่ามือของเขาออกมาหนึ่งตัวนางมองเขาที่หลุบแพขนตายาวเหยียดตรง นิ้วมือเรียวยาวหยิบชุดเครื่องมือแกะปูทำจากเงิน แคะแกะเนื้อปูตัวโตอย่างตั้งอกตั้งใจตัดขาปูออก ดันเนื้อก้ามปูสีขาวราวหิมะชิ้นยาวออกมาเจียงโย่วหนิงอดมิได้ที่จะลอบกลืนน้ำลายปูตัวนี้ดูท่าทางน่าอร่อยนัก ในเรื่องนี้นางกลับรับรู้ได้อย่างชัดเจนยิ่งจ้าวหยวนเช่อนำเนื้อขาปูจิ้มน้ำส้มสายชูใส่ขิงแล้วป้อนถึงริมฝีปากนางเนื้อปูยังคงร้อน รสสัมผัสยามล่วงเข้าปากทั้งสดใหม่และนุ่มละมุน อร่อยล้ำเกินคำบรรยายนางลิ้มรสไปหนึ่งคำ ก็ยิ่งจ้องมองการกระทำของเขาอย่างตั้งใจ เฝ้ารอคอยคำต่อไปจ้าวหยวนเช่อแกะกระดองปูออก เผยให้เห็นมันปูอัดแน่นเต็มกระดอง เขาใช้ช้อนคันเล็กตักขึ้นมาป้อนให้นาง ปลายนิ้วเปื้อนมันปูสีเหลือง
Read more

บทที่ 138

บางทีอาจเป็นเพราะเขารักความสะอาด จึงรังเกียจที่เนื้อตัวของนางสกปรกกระมัง?“จะรอให้ข้าช่วยเจ้าหรือ?”หว่างคิ้วของจ้าวหยวนเช่อคล้ายมีความหงุดหงิดรำคาญใจเจียงโย่วหนิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ถือเสื้อตัวในตัวนั้นเดินเข้าไปในห้องอาบน้ำนับตั้งแต่เขากลับเมืองหลวง พวกเขาก็ได้อยู่ด้วยกันไม่น้อย นางรู้ดีว่าหากเขาไม่ยอมปล่อยนางไป นางก็ไม่อาจจากไปได้นางอาบน้ำเสร็จสิ้นด้วยจิตใจที่เต็มไปด้วยความกังวล นางยืนอยู่หน้าประตูห้องอาบน้ำ ทว่ากลับไม่มีความกล้าพอที่จะเดินไปเผชิญหน้ากับเขาเสื้อตัวในที่สวมอยู่มีกลิ่นหอมของโกฐชฎามังสีอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเขา ทำให้นางยิ่งตื่นตระหนกมากขึ้นไปอีก“มานี่”แม้จะมีประตูขวางกั้น แต่ไม่รู้ว่าจ้าวหยวนเช่อรับรู้ได้อย่างไรว่านางอาบน้ำเสร็จแล้วเจียงโย่วหนิงก้มลงมองเสื้อตัวในบนร่างตนเอง แขนเสื้อยาวเกินไปจนต้องพับขึ้นหลายทบ เนื้อผ้าก็มิได้บางใส นอกเสียจากว่ามันกว้างขวางเกินไปแล้ว ก็ดูเหมือนจะไม่มีที่ใดไม่เหมาะสมนางสูดลมหายใจเข้าลึก กระชับคอเสื้อแล้วเดินไปที่ข้างเตียง หลุบตาลงมองพื้นเบื้องหน้า“ท่านพี่มีวาจาใดก็เอ่ยมาเถิด”จ้าวหยวนเช่อพิงพนักหัวเตียงพลาง
Read more

บทที่ 139

“จ้าวอวี้เหิง ท่านปล่อยข้านะ...”นางลุกลาดตกใจ บิดข้อมือหมายจะสะบัดให้หลุดจากการเกาะกุมของเขายามที่เขาสัมผัสถูกตัวนาง เรื่องราวก็มักจะเกินกว่าจะควบคุมได้เสมอยิ่งไปกว่านั้น ยามนี้นางยังสวมเสื้อผ้าเช่นนี้อีก?ทว่าจ้าวหยวนเช่อกลับอาศัยจังหวะนั้นเพิ่มแรงดึงนางเข้ามาในอ้อมกอดโดยตรง ท่อนแขนกระชับรัดร่างนางไว้แน่น ไม่ยอมให้นางขยับเขยื้อนได้อีกเจียงโย่วหนิงดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่งจนเริ่มเหนื่อยล้า จึงค่อย ๆ สงบลงถึงตอนนี้เพิ่งจะรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่ท่อนขา—เสื้อตัวในร่นขึ้นไปเพราะการดิ้นรนของนาง ปิดบังลงมาตรึงอยู่ที่ขอบจุดสงวนพอดีขอเพียงนางขยับตัวอีกนิดเดียว ก็จะเปิดเปลือยออกมาให้เห็นหมดสิ้นจ้าวหยวนเช่อกำลังจับจ้องไปยังจุดนั้นใบหน้าของนางร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ลามไปจนถึงไหปลาร้าที่ซับสีระเรื่อบางเบา นิ้วมือขาวเนียนบีบชายเสื้อดึงรั้งลงมา ความอับอายทำให้แทบจะร้องไห้ออกมาในยามนั้น“ข้าจะพูดอีกครั้ง ห้ามไปมาหาสู่กับเซี่ยหวยอวี่อีก”เขาละสายตากลับมา เอ่ยเตือนนาง“ข้าไม่ยอม”เจียงโย่วหนิงหดขาเข้าหาตัว เบือนหน้าหนีไม่ยอมมองเขาเขามิได้เป็นอันใดกับนาง และนางก็ไม่ต้องการให้เขามายุ่งเกี่
Read more

บทที่ 140

“อย่านะ!”เจียงโย่วหนิงบิดเรือนร่างขัดขืนอย่างสุดกำลัง มือไม้อลหม่านพยายามรวบเสื้อตัวในที่ขาดวิ่นเข้าหากันจ้าวหยวนเช่อประคองใบหน้าของนางเอาไว้ ประทับริมฝีปากจุมพิตลงมาอย่างหนักหน่วงด้วยโทสะที่เดือดดาลเทียมฟ้าเมื่อครู่นี้นางเพิ่งใช้ริมฝีปากนี้เอ่ยคำว่า “ใช่” ออกมาเพื่อที่จะได้คบหากับเซี่ยหวยอวี่ นางถึงขั้นยอมแลกด้วยชีวิต!เขาดุนดันเปิดริมฝีปากของนาง บดเบียดคลอเคลียราวกับต้องการระบายความแค้นเจียงโย่วหนิงทั้งเจ็บทั้งชา ขอบตาและปลายจมูกแดงก่ำ หยาดน้ำตาร่วงหล่นรินไหล ภายในหัวอื้ออึง หัวใจเต้นโครมครามราวกับจะทะลุออกมานอกอก ทั้งหวาดกลัวและขวยเขิน ยามที่อับอายจนพาลโกรธ นางจึงกัดปลายลิ้นของเขาจนเลือดออกกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วริมฝีปากที่แนบชิดของคนทั้งสองจ้าวหยวนเช่อดูเหมือนจะคุ้นชินกับท่าทีต่อต้านของนางแล้ว จึงเพียงแค่ชะงักไปเล็กน้อยเท่านั้นการกระทำของนางไม่เพียงมิอาจหยุดยั้งเขาได้ ทว่ากลับยิ่งทำให้เขาบันดาลโทสะ การจุมพิตเลื่อนต่ำลงและดุดันมากยิ่งขึ้นเส้นผมที่เย็นเฉียบปัดป่ายลงบนเรียวขาหว่างคิ้วและดวงตาของเจียงโย่วหนิงหยาดเยิ้ม ราวกับถูกฉาบด้วยน้ำผึ้งจนลืมตาไม่ขึ้น นางขบ
Read more
PREV
1
...
1213141516
...
19
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status