พันธกาลเร้นรัก のすべてのチャプター: チャプター 101 - チャプター 110

192 チャプター

บทที่ 101

“ท่านพี่ อย่า...”เจียงโย่วหนิงดิ้นรนพลางร้องขอเขาด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร“เรียกข้าว่ากระไรนะ?”จ้าวหยวนเช่อกดสองมือของนางไว้เหนือศีรษะ ลมหายใจหนักหน่วง น้ำเสียงแหบพร่า“จ้าวอวี้เหิง...”เจียงโย่วหนิงรีบเปลี่ยนคำเรียกขานอย่างลุกลี้ลุกลนนางรู้ดีว่าเขาชอบให้นางเรียกขานเขาเช่นไรจ้าวหยวนเช่อดูเหมือนจะพอใจยิ่งนัก เขาจุมพิตที่ริมฝีปากของนางคราหนึ่ง “เรียกอีกสิ”“จ้าวอวี้เหิง”เจียงโย่วหนิงสะอื้นไห้ ร้องเรียกเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานจนแทบไม่เป็นคำ“เรียกอีก”“จ้าวอวี้เหิง...”หยาดน้ำตาของเจียงโย่วหนิงรินไหล เอ่อล้นจนหยดติ่งอยู่บนพวงแก้มสีชมพูระเรื่อ“วันหน้า ต้องเรียกข้าเช่นนี้ จำไว้หรือยัง?”จ้าวหยวนเช่อขบกัดสายสาบเสื้อตรงหัวไหล่ของนาง“นายท่าน...”จู่ ๆ เสียงของชิงหลิวก็ดังมาจากด้านนอกเจียงโย่วหนิงที่กำลังหวาดหวั่นจนทำอันใดไม่ถูก พอได้ยินเสียงนี้ก็ราวกับได้ยินเสียงจากสวรรค์ดวงตาที่พร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตาก็พลันสว่างวาบขึ้นมาทันใดจ้าวหยวนเช่อชะงักไปครู่หนึ่ง ทว่าก็หาได้สนใจไม่“ท่านไม่ถามเขาหน่อยหรือว่ามีธุระอันใด?”เจียงโย่วหนิงเอ่ยเตือนเขา ขนตาของนางเปียกชุ่มไปด้วยหยาด
続きを読む

บทที่ 102

“คนเหล่านั้นเป็นผู้ใดกัน? เหตุใดถึงพกมีดมาด้วย?”เจียงโย่วหนิงนั่งยอง ๆ อยู่ข้างกายเขา ใบหน้าเล็กขมวดมุ่น พลางทายาให้เขาและเอ่ยถามไปด้วยเซี่ยหวยอวี่ปรายตามองนางพร้อมรอยยิ้ม ตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจว่า “พวกปล่อยเงินกู้ ข้าติดค้างเงินพวกเขาอยู่”“เหตุใดเล่า?”เจียงโย่วหนิงอดไม่ได้ที่จะเบิกตากลมโตใสกระจ่างมองเขาเซี่ยหวยอวี่เหยียดขาเรียวยาวออกไป ท่าทางเกียจคร้าน เอ่ยด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยว่า “ท่านแม่ของข้าป่วยหนัก ไม่มีทางเลือกอื่น”มือที่กำลังทายาของเจียงโย่วหนิงชะงักไปครู่หนึ่งเซี่ยหวยอวี่ดูเป็นคนพึ่งพาไม่ได้ นึกไม่ถึงว่าจะเป็นบุตรกตัญญูผู้หนึ่ง“แล้วยามนี้ท่านแม่ของท่านเป็นอย่างไรบ้าง?”นางเอ่ยถามด้วยความห่วงใยเซี่ยหวยอวี่กลั้นยิ้มพลางกล่าว “ไม่มีเงินรักษาแล้ว คาดว่าคงใกล้ตายแล้ว”เจียงโย่วหนิงกะพริบตาใสกระจ่างปริบ ๆ ในใจยังคงรู้สึกเวทนา จึงถามเขาว่า “ท่านยังขาดเงินอยู่อีกเท่าใด?”นางนึกถึงอู๋มามาหากมิได้ท่านหมอจางยินดีช่วยเหลือ อู๋มามาก็อาจจะไม่อยู่แล้วเช่นกันมารดาของเซี่ยหวยอวี่ผู้นี้คือมารดาแท้ ๆ หากสิ้นใจไปจริง ๆ เขาจะโศกเศร้าเพียงไรกัน?เซี่ยหวยอวี่ถูปลายนิ้วเข้า
続きを読む

บทที่ 103

นางเม้มริมฝีปาก หลุบขนตายาวดุจปีกผีเสื้อลง ก้มหน้าอย่างว่าง่ายจากเรื่องของตู้จิ่งเฉินก็พอจะดูออกว่า จ้าวหยวนเช่อไม่ปรารถนาให้นางไปพัวพันกับบุรุษอื่นนางเกรงว่าจะพลอยลากให้เซี่ยหวยอวี่มาเดือดร้อนด้วยจ้าวหยวนเช่อหยิบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งขึ้นมา หลุบตาพลิกเปิดดู“มานั่งตรงนี้”เจียงโย่วหนิงมิกล้าขัดขืน ค่อย ๆ ขยับตัวเข้าไป กำลังจะนั่งลงข้างกายเขาทว่าเอวพลันถูกรัดแน่นจ้าวหยวนเช่อโอบเอวคอดกิ่วของนาง ดึงรั้งให้นางเข้ามานั่งในอ้อมกอดของตนใบหน้าขาวผ่องของเจียงโย่วหนิงปรากฏริ้วรอยแดงซ่าน ร่างกายแข็งทื่อด้วยความตึงเครียดในทันทีเคราะห์ดีที่เขามิได้มีการกระทำอื่นใด สายตาก็มิได้ละไปจากสมุดในมือเลยดูเหมือนเขาเพียงแค่อยากให้นางนั่งอยู่เช่นนี้เท่านั้นเจียงโย่วหนิงลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ร่างกายที่แข็งเกร็งอ่อนยวบลง เอนกายพิงอ้อมกอดของเขาอย่างว่าง่าย นางรู้สึกว่าอารมณ์ของเขาไม่ค่อยดีนัก จึงมิกล้าไปยั่วยุเขาแต่นางก็ไม่รู้ว่าเขาจะพานางไปที่ใดกันแน่นางเบิกตากว้าง แอบมองลอดช่องว่างของม่านหน้าต่างออกไป หวังจะคาดเดาตำแหน่งของรถม้าจากสภาพทิวทัศน์บนท้องถนน“ไปชานเมือง”จ้าวหยวนเช่อเอ่ยโดยม
続きを読む

บทที่ 104

“ถอดออกเสีย”จ้าวหยวนเช่อผู้มีเรือนร่างสูงสง่าเอามือไพล่หลังข้างหนึ่ง นัยน์ตาหม่นแสงจ้องมองนางเจียงโย่วหนิงยกแขนกอดตนเองตามสัญชาตญาณ ใบหน้าแดงก่ำไปหมด“ท่าน...ท่าน...”นางอึกอักอยู่นาน กลับมิอาจเอ่ยคำใดออกมาได้บุรุษผู้นี้มีใบหน้าที่ดูสูงส่งไร้ตัณหา ทว่าเหตุใดจึงเอ่ยวาจาหน้าไม่อายเช่นนี้ออกมาได้?กลางวันแสก ๆ ทั้งยังอยู่ในห้องกรรมฐานของอารามเขากระทำเกินไปแล้ว!“เปลี่ยนเสีย”จ้าวหยวนเช่อยกมือขึ้น โยนเสื้อผ้าตัวหนึ่งให้นางเจียงโย่วหนิงก้มลงมอง จึงเห็นว่าเป็นผ้ากันเปื้อนสำหรับสวมทับด้านนอก เมื่อก่อนอู๋มามาชอบใส่ นางเองก็มักเห็นฟางเฟยสวมใส่อยู่เสมอสิ่งนี้มิใช่ของที่เอาไว้สวมยามทำงานหรอกหรือ? จ้าวหยวนเช่อให้นางสวมสิ่งนี้เพื่ออันใดกัน?นางอดมิได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมองเขาจ้าวหยวนเช่อมองด้วยแววตาเรียบเฉย มิได้มีท่าทีว่าจะอธิบายเจียงโย่วหนิงรู้ว่าถามไปก็ไร้ประโยชน์ จึงลุกขึ้นถอดเสื้อคลุมตัวนอกวางไว้ด้านข้าง แล้วผูกผ้ากันเปื้อนอย่างว่าง่ายนางก้มลงพิจารณาตนเอง รู้สึกอยู่บ้างว่าดูคล้ายแม่ครัวน่าเสียดาย ที่นางทำอาหารไม่เป็นเลยสักนิด“มานี่”จ้าวหยวนเช่อหันกายเปิดประตูเดินออกไ
続きを読む

บทที่ 105

“นายท่าน จับตัวได้แล้วขอรับ”ชิงเจี้ยนเอ่ยรายงานอยู่ด้านนอกจ้าวหยวนเช่อหันไปมองแวบหนึ่ง ยกมือขึ้นดับกองไฟกองนั้น แล้วปรายตามองเจียงโย่วหนิง“เจ้ามิได้เป็นคนจุดเสียหน่อย ดีใจอันใดกัน?”ดวงตากลมโตเป็นประกายของเจียงโย่วหนิงหม่นแสงลงทันที นางเม้มปากไม่เอ่ยสิ่งใดอีก“ทำต่อไป”จ้าวหยวนเช่อลุกขึ้นเดินออกไปด้านนอกเจียงโย่วหนิงนั่งยอง ๆ จนเมื่อยล้า จึงลากม้านั่งตัวเล็กด้านข้างมานั่งลง นางเลียนแบบท่าทางของเขา เคาะหินเหล็กไฟกระทบกันครั้งแล้วครั้งเล่าขนาดใช้ตะบันไฟนางยังไม่แน่ว่าจะจุดติด หินเหล็กไฟนี่ก็ยิ่งยากเข้าไปใหญ่วุ่นวายอยู่พักใหญ่ นอกจากควันดำ ๆ แล้วก็ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นเลยมือของนางถูกเสียดสีจนเจ็บปวดไปหมด นางจึงทิ้งก้อนหินลงด้วยความท้อแท้และนั่งเหม่อลอยอยู่ตรงนั้นเหตุใดเขาถึงต้องบังคับให้นางเรียนรู้วิธีทำเรื่องพรรค์นี้ด้วย?นางถอนหายใจ รู้สึกกระหายน้ำเล็กน้อย จึงลุกขึ้นหมายจะไปหาน้ำดื่ม เมื่อเดินไปดึงประตูเปิดออก ก็เห็นจ้าวหยวนเช่อยืนอยู่หน้าห้องพักในอารามเมื่อครู่นี้ชิงเจี้ยนกำลังคุมตัวชายชุดดำผู้หนึ่งและกำลังเอ่ยรายงาน“ท่านซื่อจื่อจงใจล่อข้ามาที่นี่ คาดว่าคงเดาฐานะน
続きを読む

บทที่ 106

จ้าวหยวนเช่อขึ้นเสียงสูงเจียงโย่วหนิงหัวใจกระตุกวูบ ท้ายที่สุดก็ยังคงหวาดกลัวเขาอยู่บ้างนางเดินอ้อยอิ่งเข้าไปตรงหน้าเขาปลายนิ้วของจ้าวหยวนเช่อเชยคางนางขึ้นเจียงโย่วหนิงเอียงศีรษะหลบเลี่ยงจ้าวหยวนเช่อบีบคางนางไว้ ไม่ยอมให้นางขยับเขยื้อน หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดใบหน้าให้นางอย่างเบามือ“ร้องไห้อันใดอีก?”เขาขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยถามขึ้นประโยคหนึ่งขอบตานางแดงก่ำ ปลายจมูกก็แดงเรื่อ เห็นได้ชัดว่าผ่านการร้องไห้มา แต่พอใช้มือเช็ดน้ำตา คราบเขม่าดำจึงเปื้อนบนใบหน้าขาวกระจ่างใสเป็นหย่อม ๆ ราวกับลูกแมวน้อยที่ถูกควันไฟรมจนมอมแมม ทั้งน่าสงสารและน่าเอ็นดู“คือ...คือสำลักควันเจ้าค่ะ...”เจียงโย่วหนิงได้ยินเขาถามไถ่ ความขมขื่นในใจก็ไม่อาจกลั้นไว้ได้อีก นางเบือนหน้าหนี นัยน์ตาดำขลับกระจ่างใสรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาอีกคราจ้าวหยวนเช่อเช็ดหน้าให้นางจนสะอาด แล้วเก็บผ้าเช็ดหน้าเข้าที่“ย้ายไฟเข้าไปในเตาเสีย”เจียงโย่วหนิงหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวเข้าไปไฟกองนั้นจวนจะมอดดับอยู่รอมร่อ นางเติมหญ้าแห้งลงไปเล็กน้อยแล้วเขี่ยให้ไฟลุกโชนขึ้นมา ทว่ากลับทำอันใดต่อไม่ถูกจ้าวหยวนเช่อก้าวเข้าไปสอนนางใช้ก้านหญ้าแข็ง
続きを読む

บทที่ 107

เค็ม!ใส่เกลือมากเกินไปแล้วนางรีบยื่นมือออกไปหยิบป้านน้ำชาจ้าวหยวนเช่อยื่นถ้วยน้ำมาให้ได้ทันท่วงทีนางรับมาแล้วดื่มอึกใหญ่ ปกตินางมักจะระมัดระวังตัวเสมอ น้อยนักที่จะเสียกิริยาเช่นนี้ ดูมีชีวิตชีวาและไร้เดียงสาดูท่าทางนางคงจะสำลักความเค็มเข้าจริง ๆนัยน์ตาของจ้าวหยวนเช่อปรากฏรอยยิ้มพาดผ่าน เขาทอดสายตาลงและรับประทานอาหารต่อ “หากเจ้าไม่กิน ยามบ่ายหิวขึ้นมาจะไม่มีอันใดให้กิน”เจียงโย่วหนิงมองเขาค่อย ๆ กินข้าวปลาอาหารทีละคำอย่างเชื่องช้าด้วยความประหลาดใจ รู้สึกเหลือเชื่อเป็นอย่างยิ่งนี่มันรสชาติแย่เกินไปแล้วนางล้วนกลืนไม่ลงเขาที่เป็นถึงซื่อจื่อผู้สูงศักดิ์ กลับกินลงไปได้“อยู่ชายแดน บางครั้งแม้แต่ของพรรค์นี้ก็ยังไม่มีให้กิน”จ้าวหยวนเช่อราวกับมองความคิดของนางออก จึงเอ่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบเจียงโย่วหนิงฝืนพุ้ยข้าวเข้าปากสองคำ แล้วจึงวางชามและตะเกียบลงเช่นนั้นยามอยู่ชายแดนเขาคงต้องตกระกำลำบากมามากกระมัง?ห้าปีที่ผ่านมา นางมิได้ข่าวคราวของเขาเลย ไม่รู้ว่าเขาใช้ชีวิตผ่านมาได้อย่างไร“นายท่าน ท่านหญิงซูและองค์หญิงจิ้งเหอมาด้วยกันขอรับ กำลังส่งเสียงเอะอะอยู่หน้าประตู
続きを読む

บทที่ 108

องค์หญิงจิ้งเหอเก็บเรื่องนี้ไว้ในใจเช่นกัน จึงเป็นฝ่ายเสนอตัวมากับนางด้วย“ท่านหญิง ข้าเพิ่งกล่าวไปเมื่อครู่ ว่าข้าเป็นเพียงผู้นำคนคุ้มกันแม่นางเจียงมาขอพรที่นี่ นายท่านของข้ามิได้อยู่ที่นี่ขอรับชิงเจี้ยนก้มหน้า สีหน้าเคร่งขรึมจริงจังดั่งกำลังปฏิบัติหน้าที่“กล้าให้ข้าเข้าไปดูหรือไม่?”ซูอวิ๋นชิงยังคงดึงดันไม่ยอมเลิกราตั้งแต่ต้น นางก็ระแวงสงสัยมาตลอดว่าจ้าวหยวนเช่อกับเจียงโย่วหนิงมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกันนางย่อมมิได้ล้มเลิกความคิดที่จะแต่งให้จ้าวหยวนเช่อเพียงเพราะเรื่องนี้ ทว่าเจียงโย่วหนิงผู้นี้ นางจำต้องกำจัดทิ้งให้จงได้มิเช่นนั้น หลังแต่งงานไปแล้วนางคงมิอาจใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเป็นแน่นี่นับเป็นโอกาสอันดีเยี่ยมที่จะได้กำจัดเจียงโย่วหนิง โดยหยิบยืมมือขององค์หญิงจิ้งเหออย่างไรเสียองค์หญิงจิ้งเหอก็ไม่เกรงกลัวสิ่งใด การสังหารบุตรสาวบุญธรรมของจวนเจิ้นกั๋วกงสักคนย่อมมิใช่เรื่องใหญ่อันใด อย่างมากที่สุดฝ่าบาทก็คงตำหนิเพียงไม่กี่คำ เรื่องก็คงเงียบหายไปผู้ใดเล่าจะมาใส่ใจความเป็นตายของบุตรสาวบุญธรรมผู้หนึ่ง?“องค์หญิง ท่านหญิงซู เหตุใดพวกท่านจึงมาอยู่ที่นี่ได้เจ้าคะ?”ไม่ไกลออ
続きを読む

บทที่ 109

หลายเดือนมานี้ นางใช้ชีวิตอยู่อย่างตายทั้งเป็น ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นเคือง ชิงชังจนแทบอยากจะถลกหนังเลาะเอ็นเจียงโย่วหนิงเสียให้รู้แล้วรู้รอดเพียงแต่มิอาจบุกเข้าไปลากตัวเจียงโย่วหนิงออกมาจากจวนเจิ้นกั๋วกงได้! ยามนี้เมื่อได้พบเจียงโย่วหนิง ย่อมต้องโกรธแค้นจนเลือดขึ้นหน้าเป็นธรรมดาฝ่ามือนี้ นางใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีตบฉาดลงไปเจียงโย่วหนิงมิได้ระแวดระวังตัวแม้แต่น้อย จึงถูกตบจนใบหน้าหันขวับไปอีกทางผิวพรรณของนางขาวผ่องดุจหิมะจนเกินไปรอยนิ้วมือสีแดงสดจึงปรากฏขึ้นบนใบหน้าอย่างรวดเร็ว รอยประทับของนิ้วทั้งห้าเด่นชัดจนเห็นได้ถนัดตาความเจ็บปวดแสบร้อนแล่นริ้วขึ้นมาขอบตาของนางพลันแดงเรื่อ ขบเม้มริมฝีปากแน่นไม่ยอมปล่อยโฮออกมาซูอวิ๋นชิงแค่นหัวเราะเบา ๆสะใจยิ่งนักนางไม่อยากทำให้จ้าวหยวนเช่อขุ่นเคือง ย่อมเป็นการไม่สมควรหากจะลงมือกับเจียงโย่วหนิงอย่างเอิกเกริกเช่นนี้อันที่จริง นางรู้สึกเป็นปฏิปักษ์ต่อหวังเยี่ยนหลิงอยู่บ้าง อย่างไรเสีย หวังเยี่ยนหลิงก็มีใจเสน่ห์หาต่อจ้าวหยวนเช่อเช่นเดียวกันทว่าการกระทำของหวังเยี่ยนหลิงในยามนี้ กลับถูกใจนางยิ่งนักองค์หญิงจิ้งเหอมองดูฉากนี้ด้วยรอยยิ้ม
続きを読む

บทที่ 110

เจียงโย่วหนิงก้าวเดินไปข้างหน้าทางหวังเยี่ยนหลิงหนึ่งก้าวทุกคนล้วนจับจ้องมาที่นางนางรู้สึกอึดอัดใจยิ่งนักหลายปีมานี้ นางคุ้นชินกับการยืนหลบมุม มิได้เป็นที่สะดุดตาของผู้ใดมาเนิ่นนานแล้วจู่ ๆ กลับตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนมากมายเพียงนี้ จิตใจของนางจึงว้าวุ่นไม่สงบเอาเสียเลย“เจียงโย่วหนิง เจ้ากล้าหรือ!”หวังเยี่ยนหลิงตวาดเสียงกร้าวเพื่อเอ่ยเตือนนางนางเป็นถึงบุตรีของราชครูผู้สูงศักดิ์ จะยอมทนรับความอัปยศเช่นนี้ได้อย่างไร?เจียงโย่วหนิงตกใจจนชะงักฝีเท้า แพขนตางอนงามดั่งปีกผีเสื้อสั่นระริก“เจียงโย่วหนิง”จ้าวหยวนเช่อขมวดคิ้วพลางเอ่ยเรียกนางเจียงโย่วหนิงหัวใจกระตุกวาบ นางก้มหน้าลงและเอ่ยเสียงแผ่วเบา “ข้าเจ็บมือ”มือของนางเจ็บจริง ๆเมื่อครู่ตอนที่ฝึกใช้หินเหล็กไฟจุดไฟ ฝ่ามือของนางถูกเสียดสีจนเป็นแผลพุพองเลือดออกนางอดกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้และมิได้บอกกล่าวแก่จ้าวหยวนเช่อเช่นนั้นก็อย่าตบหวังเยี่ยนหลิงเลยเถิดแม้จะได้ระบายโทสะชั่วคราว ทว่าเบื้องหลังของหวังเยี่ยนหลิงมีจวนราชครูทั้งจวนคอยหนุนหลัง ภายหน้าจวนราชครูย่อมไม่ปล่อยนางไปเป็นแน่ราชครูหวังมิอาจทำอันใดจ้าวหยวนเช่อได้
続きを読む
前へ
1
...
910111213
...
20
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status