LOGINจ้าวหยวนเช่อนัยน์ตาแดงก่ำ ยามขยับเข้าใกล้ ตอหนวดสีเขียวครึ้มบริเวณปลายคางยิ่งปรากฏชัดเจน อาภรณ์ที่มักเรียบกริบอยู่เสมอมีรอยยับย่นอยู่บ้าง ทั้งเรือนกายยังดูซูบเซียวลงเขาซูบผอมลงกว่าเมื่อหนึ่งเดือนก่อนมิใช่น้อยฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งบีบรัดลำคอระหง ส่วนท่อนแขนก็โอบรัดเอวบางของนางไว้ดั่งปลอกเหล็ก ตรึงนางไว้กับที่อย่างแน่นหนาจนมิอาจขยับเขยื้อนได้แม้แต่น้อยขนตางอนยาวของเจียงโย่วหนิงสั่นระริก นัยน์ตาดำขลับเปี่ยมล้นไปด้วยความหวาดหวั่น ใบหน้าเล็กซีดเผือดจนแทบจะโปร่งแสง แม้กระทั่งริมฝีปากก็ยังไร้สีเลือดลมหายใจร้อนผ่าวของเขารินรดลงบนใบหน้านาง ทำให้นางอดมิได้ที่จะหดกายหนี ทั่วทั้งร่างสั่นเทาอย่างมิอาจห้ามนางไม่เคยเห็นเขาโกรธเกรี้ยวถึงเพียงนี้มาก่อนเลย กลิ่นอายความน่าเกรงขามที่มีมาแต่กำเนิดผสานกับโทสะที่พุ่งทะยาน กดทับจนนางมิอาจเงยหน้าขึ้นได้ คนเบื้องหน้าทั้งคุ้นเคยและแปลกตา ราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกทำร้ายจนคลุ้มคลั่ง คล้ายว่าวินาทีถัดไปจะกลืนกินนางลงท้องอย่างไรอย่างนั้นภายในพื้นที่อันคับแคบเงียบสงัดราวกับไร้สิ่งมีชีวิต เงียบงันเสียจนทำให้นางแทบขาดใจ ข้างหูได้ยินเพียงเสียงก้อนเนื้อในอกที่เต้นระ
จ้าวหยวนเช่อกล่าวความจริงออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาและเฉยเมย“เหตุใดเจ้า...”เซี่ยหวยอวี่โพล่งออกไป หมายจะถามว่าเขารู้ได้อย่างไรทว่าเอ่ยได้เพียงครึ่งประโยค พลันตระหนักได้ว่าหากถามเช่นนี้ย่อมเป็นการเผยไต๋ว่าเขาทำเช่นนั้นจริงเขาอดมิได้ที่จะหันไปมองเจียงโย่วหนิง“ท่าน...”เจียงโย่วหนิงทั้งตื่นตะลึงและโกรธเคือง นางยกมือขาวผ่องขึ้นชี้หน้าเขา ชั่วขณะนั้นกลับเอ่ยสิ่งใดไม่ออกคืนนั้นเขาได้รับบาดเจ็บเพราะช่วยนาง นางทายาให้เขา ในใจรู้สึกซาบซึ้งเขาเป็นอย่างยิ่งคิดไม่ถึงเลยว่าเรื่องราวทั้งหมดนั้น เขาจะเป็นคนวางแผนเองแต่เพียงผู้เดียว!ภายในใจของนางบังเกิดความกรุ่นโกรธ ศีรษะพลันวิงเวียน ยืนโอนเอนราวกับจะล้มพับลงไป“อาหนิง เจ้าฟังข้าอธิบายก่อน ยามนั้นข้า...”นับว่าหาได้ยากยิ่งที่เซี่ยหวยอวี่จะเผยท่าทีร้อนรนเช่นนี้จ้าวหยวนเช่อบัดซบ เหตุใดแม้แต่เรื่องนี้ก็ยังสืบรู้ได้? สรุปแล้วเขายังรู้เรื่องใดอีกบ้าง?ยามนั้นเขายังมิได้มีใจให้เจียงโย่วหนิง ย่อมต้องทำทุกวิถีทางโดยไม่เลือกวิธีการ“ไป”จ้าวหยวนเช่อยื่นมือออกไป คว้าข้อมือเรียวเล็กของเจียงโย่วหนิงเอาไว้ฝ่ามือสัมผัสได้ถึงผิวกายอันอบอุ่นและ
ลมหายใจของเจียงโย่วหนิงสะดุด นางยกมือขึ้นผลักตู้จิ่งเฉินที่อยู่ตรงหน้าออกไป แล้วก้าวมายืนขวางหน้าเขาเอาไว้“อาหนิง...”ตู้จิ่งเฉินอดไม่ได้ที่จะหันไปมองนาง“ท่านมาหาข้า เช่นนั้นก็อย่าได้ดึงผู้อื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง”เจียงโย่วหนิงเงยดวงหน้าอันซีดเผือดขึ้น นัยน์ตาสีดำขลับเปียกชื้นราวกับมีหมอกบาง ๆ ปกคลุม นางมองจ้าวหยวนเช่อด้วยดวงตาที่พร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตาแต่ไหนแต่ไรมานางก็ไม่ชอบสร้างความลำบากให้ผู้ใด ยิ่งไม่อยากให้ตู้จิ่งเฉินต้องมาเดือดร้อนเพราะนางคนอย่างจ้าวหยวนเช่อล้วนทำได้ทุกสิ่งอนาคตอันรุ่งโรจน์ของตู้จิ่งเฉินเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น นางจะทำให้เขาต้องเสียการมิได้หางตาของจ้าวหยวนเช่อแดงก่ำ แผ่นอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงนางปกป้องตู้จิ่งเฉินเช่นนี้ ดียิ่งนัก“ใต้เท้าตู้ เจ้านี่ก็จริง ๆ เลย กลางวันแสก ๆ กลับกล้าลักพาตัวหญิงสาวชาวบ้าน หรือว่าในสายตาของท่านไม่มีกฎหมายบ้านเมืองอยู่เลย” เซี่ยหวยอวี่เห็นเช่นนั้นจึงเอ่ยพร้อมรอยยิ้มอีกครั้ง “แต่ว่าซื่อจื่อ หากจะกล่าวไป เจ้าเพิ่งจะก้าวเท้าออกจากคุกมาแท้ ๆ กลับกล้าเดินทางมายังซูโจวอย่างเอิกเกริก ไม่กลัวว่าจะมีผู้ใดมาพบเห็น แล้วนำความไปกร
“มานี่”เขาเอ่ยเสียงเรียบ น้ำเสียงแหบพร่าเล็กน้อยเจียงโย่วหนิงก้มหน้า ร่างกายมิได้ขยับเขยื้อน นางมิได้เชื่อฟังคำกล่าวของเขาด้วยการเดินออกไปจากด้านหลังของตู้จิ่งเฉินนี่เป็นครั้งแรกที่นางกล้าขัดขืนคำสั่งของเขาต่อหน้าผู้คนเขาต้องมาเพื่อจับตัวนางกลับเมืองหลวงเป็นแน่นางไม่อยากกลับไปกับเขา จึงรวบรวมความกล้าต่อต้านเขา เพื่อมีชีวิตเป็นของตนเองสักครา“ซื่อจื่อ อาหนิงเป็นอิสระแล้ว นางไม่อยากพบซื่อจื่อ ซื่อจื่อก็ควรเคารพการตัดสินใจของนางจึงจะถูก”ตู้จิ่งเฉินมักมีท่าทีอ่อนโยนอยู่เสมอ แม้จะปั้นหน้าตึงยามเอ่ยคำ ทว่าน้ำเสียงก็ยังคงนุ่มนวลมิได้ทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อยเจียงโย่วหนิงมองเขาด้วยแววตาซาบซึ้งใจ“แปะ แปะ แปะ...”เซี่ยหวยอวี่ปตบมือพลางหัวเราะกล่าวว่า “ช่างเป็นฉากวีรบุรุษช่วยสาวงามที่ยอดเยี่ยมเสียนี่กระไร”เขาไม่สนใจอย่างไรเสียจ้าวหยวนเช่อและตู้จิ่งเฉินล้วนเป็นศัตรูหัวใจของเขา ยุยงให้พวกเขาสู้กันเองก่อน เขาจะได้ฉวยโอกาสกอบโกยผลประโยชน์โดยไม่ต้องออกแรง“เจียงโย่วหนิง”จ้าวหยวนเช่อเรียกขานอย่างเชื่องช้านามของนางที่หลุดออกจากปากเขา คล้ายเจือไปด้วยความรู้สึกอันย
“ซื่อจื่อ?”เสียงอุทานของฟางเฟยดังแว่วมาร่างของเจียงโย่วหนิงแข็งทื่อ ใบหน้าพลันซีดเผือดฟางเฟยเรียก “ซื่อจื่อ” หรือ? เป็นจ้าวหยวนเช่อกระนั้นหรือ?เขาตามหาจนมาถึงซูโจวเลยหรือ?มิใช่หรอก ไม่มีทาง เขาอยู่ในคุกมิใช่หรือ? ย่อมเป็นไปมิได้ที่จะเดินทางมาไกลถึงเพียงนี้เสียงฝีเท้าขยับใกล้เข้ามาทุกที แต่ละก้าวราวกับกำลังเหยียบย่ำลงบนหัวใจของนาง นางรู้สึกริมฝีปากแห้งผาก หวาดหวั่นจนกระวนกระวายใจยิ่งนักนางคุ้นเคยกับเสียงฝีเท้าของเขาดีเหลือเกิน นี่เขาตามมาเจอแล้วจริง ๆ หรือ?ชั่วครู่ต่อมา ร่างสูงใหญ่ที่คุ้นตาก็ปรากฏแก่สายตา ท่วงท่าของเขายังคงองอาจสง่างาม สีหน้าเคร่งขรึมดุจกาลก่อน ทว่าเมื่อพินิจดูให้ดี บริเวณหว่างคิ้วกลับแฝงความอิดโรยอยู่บ้าง ใต้ตามีรอยคล้ำจาง ๆ ปลายคางก็มีไรหนวดเขียวครึ้มผุดขึ้นมา ราวกับว่าเขามิได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่มมาสักระยะหนึ่งแล้วเขาก้าวเท้ายาวข้ามธรณีประตู ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น นัยน์ตาดำขลับล้ำลึกสุดหยั่ง สายตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็งจับจ้องนางราวกับคมมีดที่แหลมคม ภายใต้ดวงตาคู่นั้นซุกซ่อนอารมณ์ที่กำลังปะทุพลุ่งพล่านสายตาของคนทั้งสามต่างจับจ้องไปที่จ้าวหยวนเช่อ ชั
หัวใจของเขาเต้นระรัว ลำคอแห้งผาก นิ้วมือขยุ้มชายแขนเสื้อของตนเองไว้แน่น ก่อนจะพรั่งพรูความในใจออกมาในรวดเดียววาจาที่นางเอ่ยเมื่อครู่ ชัดเจนว่าต้องการตัดรอนไมตรีกับเขาเขารู้ดีว่าหากไม่พูดคำเหล่านี้ออกไป ภายหน้าคงไม่มีโอกาสได้เอ่ยอีกแล้ว“ใต้เท้าตู้ ที่ผ่านมาต้องขอบคุณที่ท่านคอยดูแล แต่มิใช่ว่าตอนนี้ข้าจะคิดเรื่องแต่งงาน” เจียงโย่วหนิงหลุบขนตางอนยาวสีดำขลับลง ส่ายหน้าช้า ๆ น้ำเสียงมิได้ดังนัก “เป็นดั่งที่มารดาของท่านกล่าว ท่านคือทั่นฮวา เป็นเสาหลักของราชสำนัก อนาคตสดใสเรืองรอง ส่วนข้าชาติกำเนิดคลุมเครือ ก่อนหน้านี้ยัง... ท่านไม่จำเป็นต้องมาเกลือกกลั้วกับข้าเลยจริง ๆ”นางมิได้กล่าวว่าไม่ยินยอม เพียงบอกว่าไม่คู่ควรเพราะไม่อยากทำร้ายจิตใจเขามากเกินไป“อาหนิง ข้าเคยบอกแล้วว่าอดีตของเจ้าข้าไม่ใส่ใจ เรื่องเหล่านั้นล้วนเป็นเพราะเจ้าไร้หนทางเลือก” ตู้จิ่งเฉินจ้องมองนาง ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว น้ำเสียงร้อนรนอยู่บ้าง “เจ้ายังไม่อยากแต่งงาน ข้ารอได้ ทางด้านท่านแม่ ข้าก็ปกป้องเจ้าได้ ตอนนี้ข้าอาจมีตำแหน่งต่ำต้อย แต่ข้าก็สอบได้ยศถาบรรดาศักดิ์ ข้ายินดีจะทุ่มเททำหน้าที่อย่างหนัก เพื่อสร้างอนาค
“ไม่กลัวถูกขังในศาลบรรพบุรุษ แล้วกลัวไม้ตีมือหรือไม่?”จ้าวหยวนเช่อมือไพล่หลังเดินออกมาจากหลังฉากกั้น ดวงตาใสกระจ่างจ้องจ้าวเชียนหัว แววตาแผ่ซ่านความเยือกเย็น“ท่านซื่อจื่อ!”สาวใช้บ่าวหญิงเฒ่าคุกเข่าเต็มพื้นเจียงโย่วหนิงหน้าซีดจ้องมองจ้าวหยวนเช่อ ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม้เขาจะไม่อยู่ในต
เจียงโย่วหนิงไม่มีเวลาคิดว่าเขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด ยื่นมือคิดจะปิดประตูแล้ววิ่งหนี แต่ช่วยไม่ได้ขาสองข้างไม่เอาไหน ไม่ฟังคำสั่งนางสักนิด ก้าวไม่ออกแม้แต่ก้าวเดียว“เข้ามา”จ้าวหยวนเช่อไม่หันหลัง แต่เหมือนมองเห็นการกระทำของนางเจียงโย่วหนิงกลัวถูกคนจับได้ เลยก้มหน้าเดินเข้าห้องด้านใน แล้วถามเสียง
“เจ้าช่างมีน้ำใจ มานั่งกับข้าตรงนี้มา”นางหานยิ้มพร้อมกวักมือเรียกเจียงโย่วหนิง ส่งสัญญาณให้นางมานั่งลงข้างตัวเองตอนนี้อยู่ข้างนอก ต้องดีกับเจียงโย่วหนิงหน่อย จะได้สร้างชื่อเสียงดีงามให้ตัวเองด้วยเจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย แล้วยื่นล่วมยาให้หมอจางหมอจางสบตากับนางแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้
“โย่วหนิง? ไปไหนแล้วล่ะ?”นางหานเดินมาหลังฉากกั้น“ท่านแม่ ท่านอย่าเข้ามาเจ้าค่ะ ข้าไม่ระวังทำน้ำนมเลอะตัว กำลังเช็ดอยู่เจ้าค่ะ”ภายใต้ความคับขัน เจียงโย่วหนิงรีบหาข้ออ้าง ฝ่ามือชื้นไปด้วยเหงื่อนางหานได้ยินดังนั้นจึงหยุดฝีเท้า ถามนาง “พี่ชายเจ้าล่ะ?”เจียงโย่วหนิงหันมองจ้าวหยวนเช่อ ในดวงตาคือค







