“ท่านหญิง เดินไปเดินมาข้าก็ชักจะร้อนขึ้นมาแล้ว มิสู้พวกเราไปนั่งพักตรงนั้นสักประเดี๋ยวดีหรือไม่?”จ้าวซือรุ่ยปรายตามองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่ง ก่อนชี้ไปยังศาลาที่ถูกปิดล้อมไว้เบื้องหน้า พลางเอ่ยเสนอเสียงเบาหากเดินอยู่ตลอด ย่อมเป็นธรรมดาที่เจียงโย่วหนิงจะไม่รู้สึกหนาวเย็นเท่าใดนัก ต้องให้เจียงโย่วหนิงยืนนิ่งอยู่กับที่นั่น ถึงจะยิ่งหนาวเหน็บอีกทั้ง นางยังมีเรื่องสำคัญยิ่งกว่าที่ต้องกระทำ“ได้” ซูอวิ๋นชิงหันไปส่งยิ้มให้เจียงโย่วหนิง “พวกเจ้าสองคน รออยู่ด้านนอกนี้เถิด”นางย่อมเข้าใจความหมายของจ้าวซือรุ่ยดี จึงตามน้ำปล่อยให้เจียงโย่วหนิงยืนตากลมหนาวอยู่นอกศาลายังมีจ้าวเยว่ไป๋ผู้นั้นอีก มิใช่คอยเข้าข้างเจียงโย่วหนิงอยู่เสมอหรอกหรือ? ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พี่น้องรักใคร่กลมเกลียว ก็จงอยู่ทนหนาวด้านนอกด้วยกันเสียเถิด“ขออภัยด้วยน้องหญิงห้า ข้าทำให้เจ้าต้องพลอยลำบากไปด้วย”เจียงโย่วหนิงเอ่ยกับจ้าวเยว่ไป๋ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“พี่หญิงเจียงกล่าวอันใดกัน ข้ามิได้หนาวเสียหน่อย” จ้าวเยว่ไป๋ยัดเตาพกใส่มือของนาง “ท่านรีบผิงไฟสักประเดี๋ยวเถิด”รอบศาลาถูกปิดล้อมไว้ เหลือเพียงทิศที่รับแสงตะวัน ด้านใน
Read more