Todos os capítulos de พันธกาลเร้นรัก: Capítulo 391 - Capítulo 400

414 Capítulos

บทที่ 391

“ที่นี่ไม่ใช่เมืองหลวง เจ้าไม่จำเป็นต้องระมัดระวังตัวไปเสียทุกเรื่อง” จ้าวหยวนเช่อเอ่ยเสียงเบาเจียงโย่วหนิงหันกลับไปมองเขาด้วยความหวาดหวั่นปราดหนึ่งแม้จะไม่ได้อยู่ในเมืองหลวง ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา นางก็ยังคงรู้สึกอึดอัดอยู่ดีนางต้องทำเช่นไรจึงจะไม่รู้สึกเกร็ง?จ้าวหยวนเช่อเอื้อมมือไปเลิกม่านหน้าต่างรถม้าขึ้นแสงแดดยามบ่ายในฤดูร้อนสาดส่องเข้ามาในตัวรถอย่างจัง ท้องทุ่งนาเขียวขจี สายลมแผ่วเบาพัดปอยผมบริเวณหางคิ้วของเจียงโย่วหนิงให้พลิ้วไหวนางหรี่ตาลง ด้านนอกสว่างไสวและกว้างขวาง เต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา มีชาวนาสวมหมวกสานเดินอยู่บนคันนา ดูอิสระเสรี ชวนให้ผู้คนรู้สึกอิจฉาจิตใจที่ว้าวุ่นของนางก็พลอยเบิกบานขึ้นตามไปด้วย โลกภายนอก ช่างดีเหลือเกิน“ที่นี่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าเจ้าเป็นบุตรสาวบุญธรรมของจวนเจิ้นกั๋วกง และไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์ของพวกเรา” ท่าทีของจ้าวหยวนเช่อเรียบเฉย “ยิ่งไม่มีผู้ใดมาคอยใส่ใจท่านั่ง กิริยาท่าทาง หรือคำพูดคำจาของเจ้า เจ้าสามารถทำตัวตามสบายได้”มือของเจียงโย่วหนิงกำชายเสื้อเอาไว้โดยสัญชาตญาณเขาพูดได้ดีเหลือเกิน นี่มิใช่ชีวิตที่นางเฝ้าใฝ่ฝันหา
Ler mais

บทที่ 392

จ้าวหยวนเช่อลงมืออย่างคล่องแคล่ว เพียงชั่วครู่ก็เกล้าผมของนางขึ้นไปบนกระหม่อมจนเสร็จสิ้นเป็นดังคาด มวยผมจื่ออู่แบบเดียวกับเขาไม่มีผิดเพี้ยนเจียงโย่วหนิงเห็นเขาหยิบกวานครอบผมของเขาออกมาจากลิ้นชัก เพื่อนำมาสวมครอบมวยผมของนางเอาไว้“ผ่อนคลายหน่อยเถิด”จ้าวหยวนเช่อตบไหล่นางเบา ๆเจียงโย่วหนิงมิได้หันกลับไป นางฟุบอยู่ตรงหน้าต่างมองออกไปด้านนอก แสงแดดและสายลมโลมไล้เรือนกาย อาบไล้ดวงหน้าให้สว่างไสว พัดพาชายเสื้อให้พลิ้วไหวในมวลอากาศ อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของอิสรภาพร่างกายที่ตึงเครียดของนางค่อย ๆ คลายลง กำแพงในใจที่ก่อตัวสูงลิ่วลอบปริร้าวเป็นรอยแยกเล็ก ๆ อย่างเงียบงัน นางพิงกายอ่อนระทวยอยู่ริมหน้าต่าง ทอดถอนสายตามองทิวทัศน์เบื้องนอกอย่างตะกละตะกลาม ทั่วทั้งร่างผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนส่วนจ้าวหยวนเช่อก็เฝ้ามองนางแสงตะวันสาดส่องครอบคลุมร่างกายนางไปซีกหนึ่งพอดี โฉมสะคราญผู้อ่อนโยนบอบบางมีผิวกายขาวผ่องดุจหิมะ วงหน้าสวยซึ้งราวภาพวาดลดทอนความหวาดกลัวลงไป เผยให้เห็นความสดใสมีชีวิตชีวาที่นางพึงมี ข้อมือขาวนวลที่โผล่พ้นแขนเสื้อแคบออกมานั้น ประดุจยอดอ่อนที่เพิ่งผลิแตกจากกิ่งก้านในยาม
Ler mais

บทที่ 393

“ขึ้นมา ข้าจะพานั่งเอง”เจียงโย่วหนิงเม้มริมฝีปากอย่างลังเลใจ ทว่าท้ายที่สุดก็ยอมวางมือลงบนมือของเขาเขาต้องการให้นางเรียน นางย่อมไม่อาจปฏิเสธได้“เหยียบตรงนี้”จ้าวหยวนเช่อจับมือนางวางลงบนหัวอานม้า ก่อนจะส่งสัญญาณให้นางเหยียบที่โกลนเพื่อขึ้นม้าด้วยตนเองเมื่อมีเขาอยู่บนหลังม้าด้วย เจียงโย่วหนิงก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นไม่น้อย นางทำตามที่เขาสอนอย่างว่าง่ายโดยจับหัวอานไว้แน่น แล้วเหยียบโกลนปีนขึ้นไปนั่งอยู่เบื้องหน้าเขาจ้าวหยวนเช่อรวบตัวนางเข้ามาไว้ในอ้อมแขน สองมือจับสายบังเหียน แล้วกระซิบสอนเคล็ดลับการขี่ม้าต่าง ๆ อยู่ข้างใบหูนางหากดึงบังเหียนไปทางซ้ายคือเลี้ยวซ้าย ดึงไปทางขวาคือเลี้ยวขวา ในระหว่างนั้นต้องโน้มจุดศูนย์ถ่วงของร่างกายตามไปด้วยเล็กน้อยใช้หน้าแข้งหนีบท้องม้าเบา ๆ ประสานกับการใช้ส้นเท้ากระทุ้ง คือการเร่งให้ม้าเดินไปข้างหน้าหากต้องการให้ม้าวิ่งเร็วขึ้น ก็ให้เตะท้องม้าเบา ๆ ติดต่อกัน แล้วค่อยปรับเปลี่ยนตามการตอบสนองของม้าความรู้เรื่องการขี่ม้าของเจียงโย่วหนิง มีเพียงคำว่า “ย่าห์” “อวี้” และการตวัดแส้ม้าเท่านั้นไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าในนี้ยังมีศาสตร์ความรู้อีกมากมายถึงเ
Ler mais

บทที่ 394

“เร็วขึ้นอีกหน่อยก็ได้”จ้าวหยวนเช่อเร่งม้าของตนให้เร็วขึ้นอีกนิด พลางหันกลับมาเตือนนางยามนี้เจียงโย่วหนิงพบว่าการขี่ม้าด้วยตนเองเพียงลำพังมิได้น่ากลัวอย่างที่คิด ม้าใต้ร่างมีนิสัยเชื่องยิ่งนัก ทั้งยังย่างก้าวได้อย่างราบรื่นมั่นคงนางตั้งสติ จับบังเหียนไว้แน่น ใช้ส้นเท้าเตะท้องม้าติด ๆ กันหลายครั้งตามที่จ้าวหยวนเช่อสอนม้าตัวนั้นว่านอนสอนง่ายตามคาด ชั่วพริบตาก็เร่งความเร็วขึ้นสิ่งนี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้นางอย่างยิ่งยวด หลังจากนั้น ไม่ต้องรอให้จ้าวหยวนเช่อเอ่ยเตือน นางก็เร่งให้ม้าวิ่งเร็วขึ้นอีกด้วยตนเองแต่นางก็มิกล้าให้เร็วไปกว่านี้ ม้าจึงเพียงแค่วิ่งเหยาะ ๆ เมื่ออากาศบริสุทธิ์สดชื่นปะทะใบหน้าอย่างต่อเนื่อง นางก็รู้สึกเบาสบายขึ้นมาหลายส่วนการขี่ม้าไม่เพียงไม่น่ากลัว ทว่ายังรู้สึกสบายยิ่งนักนางควบม้าวิ่งไปเช่นนี้พักหนึ่งจ้าวหยวนเช่อควบม้าขึ้นหน้าไปอีกครั้ง หันกลับมาเอ่ยให้กำลังใจนาง “เร็วขึ้นอีกนิด!”“ย่าห์!”เจียงโย่วหนิงเริ่มมีขวัญกล้าขึ้นเรื่อย ๆ นางใช้หน้าแข้งหนีบท้องม้า พลางส่งเสียงเร่งรัดม้าตัวนั้นจึงสับกีบเท้าวิ่งตะบึงไปสองมือนางกุมบังเหียน สัมผัสได้ถึงแผงคอ
Ler mais

บทที่ 395

เขาโอบกอดนางไว้ กุมสายบังเหียนแล้วควบม้าให้ทะยานไปสายลมพัดโหมกระหน่ำปะทะใบหน้าเจียงโย่วหนิงหันหน้าไปถามเขา “ม้าตัวนี้ชื่อว่าอะไรหรือ?”นางรู้ดีว่าม้าสีดำองอาจตัวนี้เป็นของจ้าวหยวนเช่อก่อนหน้านี้ นางไม่ค่อยได้ใส่ใจเรื่องม้านักเพิ่งจะเรียนขี่ม้าเป็น นางก็เกิดความสนใจในตัวม้าขึ้นมาอย่างมาก“จุยเฟิง”จ้าวหยวนเช่อตอบนางเจียงโย่วหนิงพยักหน้า เอ่ยชมอยู่ในใจม้าขาวชื่อ “เสวี่ยอิ่ง” ม้าดำชื่อ “จุยเฟิง”ล้วนไพเราะยิ่งนักยามค่ำคืน จ้าวหยวนเช่อรั้งบังเหียนม้าหยุดลงที่หน้าโรงเตี๊ยมเจียงโย่วหนิงลงจากม้า ผิวเนื้อด้านในต้นขาปวดแสบปวดร้อนยิ่งกว่าก่อนหน้านี้ นางขมวดคิ้วเงยหน้าขึ้นมอง“โรงเตี๊ยมอวิ๋นไหล”นางมองซ้ายมองขวา สองฝั่งถนนสว่างไสวด้วยแสงไฟ มีผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาตำบลนี้ดูคึกคักไม่เบา ดูจากหน้าประตูแล้ว โรงเตี๊ยมแห่งนี้น่าจะเป็นโรงเตี๊ยมชั้นยอดของตำบลนี้มือใหญ่ที่อบอุ่นของจ้าวหยวนเช่อกุมมือนางไว้นางอดไม่ได้ที่จะหันไปมองเขา พลางชักมือกลับตามสัญชาตญาณจ้าวหยวนเช่อไม่ยอมปล่อยมือ ซ้ำยังพานางเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมอย่างเป็นธรรมชาติยิ่งเจียงโย่วหนิงอดกลั้นความเจ็บปวด ปล่อยให
Ler mais

บทที่ 396

การถูกเขาจ้องมองยังจุดสงวนเช่นนี้ แม้จะเป็นการตรวจดูบาดแผล แต่นางก็ยังคงรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง นิ้วเท้าหดเกร็งเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว“เจียงโย่วหนิง เจ้าโง่หรือเปล่า? บาดเจ็บถึงเพียงนี้กลับไม่รู้จักปริปากบอกงั้นหรือ?”จ้าวหยวนเช่อขมวดคิ้ว สีหน้าดูย่ำแย่น้อยครั้งนักที่เขาจะใช้คำพูดตรงไปตรงมาดุด่าผู้คนเช่นนี้ยามกลางวัน เห็นนางชื่นชอบการขี่ม้าอย่างแท้จริง จึงปล่อยให้นางควบม้าเล่นนานขึ้นอีกหน่อยนึกไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่านางจะบาดเจ็บถึงเพียงนี้“ไม่เจ็บ...”เจียงโย่วหนิงก้มหน้าลงงุด นัยน์ตามีหยาดน้ำตารื้นขณะลอบมองเขาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆยามควบม้าไม่เห็นจะเจ็บ ผู้ใดจะไปรู้ว่ายามนี้จะเจ็บปวดถึงเพียงนี้กันเล่า?รู้อย่างนี้นางไม่ขี่ม้านานถึงเพียงนั้นหรอกจ้าวหยวนเช่อผุดลุกขึ้นด้วยใบหน้าดำทะมึน อุ้มนางไปวางลงบนเตียงนอนก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปครู่ต่อมา เขาก็กลับมาพร้อมกับยาทาแก้ฟกช้ำ ตลับยา และผ้าฝ้าย“ข้าทำเองเจ้าค่ะ...”เจียงโย่วหนิงยื่นมือออกไปรับของในมือเขา“อย่าขยับซี้ซั้ว”จ้าวหยวนเช่อเบี่ยงตัวหลบการกระทำของนาง นัยน์ตาลึกล้ำ แฝงแววไม่อนุญาตให้ปฏิเสธ“เจ็บนิดหน่อย ทนเอาหน
Ler mais

บทที่ 397

ยามบ่ายขี่ม้าสูญเสียเรี่ยวแรงไปมิใช่น้อย ผนวกกับได้รับบาดเจ็บ ยามนี้พอเห็นอาหาร จึงรู้สึกหิวโหยยิ่งนักนางขยับขาหมายจะลงจากเตียง“อย่าขยับ”จ้าวหยวนเช่อนำโต๊ะเตี้ยมาวางบนเตียง แล้วจัดวางกับข้าวลงเบื้องหน้านางเจียงโย่วหนิงเพิ่งจะหยิบตะเกียบขึ้นมา ในมือพลันว่างเปล่านางเงยหน้ามองจ้าวหยวนเช่อด้วยความสงสัยมิใช่จะกินข้าวหรอกหรือ?เขาแย่งตะเกียบของนางไปทำไมกัน?“ล้างมือก่อน”จ้าวหยวนเช่อยกอ่างน้ำมา บิดผ้าเช็ดหน้าหมายจะเช็ดหน้าและล้างมือให้นาง“ข้าทำเองได้...”เจียงโย่วหนิงยื่นมือไปรับผ้าในมือเขานางเพียงบาดเจ็บที่ขา มิได้เจ็บมือเสียหน่อยเหตุใดต้องให้เขาปรนนิบัติถึงเพียงนี้?ทว่าจ้าวหยวนเช่อยังคงยืนกรานจะเช็ดหน้าและล้างมือให้นาง เขาเบี่ยงตัวหลบมือที่ยื่นมา แล้วนาบผ้าในมือลงบนใบหน้านางหลังจากเช็ดหน้า ปอยผมเปียกชื้นแนบติดกับหางคิ้ว ดูราวกับลูกแมวน้อยที่เปียกปอนเพราะสายฝน ช่างน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนักจ้าวหยวนเช่อก้มมองนางอยู่ครู่หนึ่ง จึงค่อยส่งตะเกียบให้เจียงโย่วหนิงคุ้นชินกับการกินข้าวร่วมกับเขาเสียแล้ว ผนวกกับยามนี้จากเมืองหลวงมาไกล ในใจนางจึงไร้ซึ่งความกังวลใด ๆมื้ออาหา
Ler mais

บทที่ 398

“ทำความคุ้นเคยกับมันหน่อยเจ้าค่ะ” เจียงโย่วหนิงวางแปรงในมือลง ซ่อนมือทั้งสองไว้ด้านหลังอย่างระมัดระวังตัว“ใครสอนเจ้าหรือ?”จ้าวหยวนเช่อเดินเข้ามา ยกมือขึ้นลูบหัวเสวี่ยอิ่งเบา ๆ“ยามเด็ก ตอนที่ท่านเรียนขี่ม้าในวัง กลับมาแล้วบอกข้าเจ้าค่ะ”เจียงโย่วหนิงก้มหน้าลง เอ่ยตอบเขากลับไปเสียงเบาเขาคงจะลืมไปแล้วกระมังในยามนั้น พวกเขายังเด็กกันนักจ้าวหยวนเช่อเล่าเรียนที่สำนักศึกษาหลวงพร้อมกับเหล่าองค์ชาย ทั้งยังเรียนขี่ม้ายิงธนูด้วยตอนนั้นเมื่อเขากลับมาถึงจวนก็บอกนางว่า ม้านั้นแสนรู้ยิ่งนัก จะเอาแต่บังคับขู่เข็ญมันไม่ได้ ยามว่างต้องป้อนอาหาร แปรงขนให้มันด้วยตัวเอง ลูบหัวและลำคอของมันเบา ๆ เพื่อให้ม้าคุ้นชินกับกลิ่นอายและท่าทางของผู้เป็นนาย เช่นนี้ม้าถึงจะยอมเชื่อฟังคำสั่งของนายอย่างว่าง่าย“ไปกันเถอะ”จ้าวหยวนเช่อจูงมือนาง“ไม่ขี่ม้าหรือเจ้าคะ?”เจียงโย่วหนิงหันใบหน้าไปมองเขา“เจ้าบาดเจ็บอยู่”จ้าวหยวนเช่อเอ่ยเสียงเรียบชิงเจี้ยนบังคับรถม้ามาตรงหน้าคนทั้งสองอย่างรวดเร็วเจียงโย่วหนิงหันกลับไป มองเสวี่ยอิ่งอย่างอาลัยอาวรณ์แผลของนางไม่ค่อยเจ็บแล้ว นางยังอยากขี่ม้าอยู่บาดแผลเพ
Ler mais

บทที่ 399

“พวกเราต้องปลอมตัวเป็นหมอหรือเจ้าคะ?”เจียงโย่วหนิงเห็นว่าเขามีตะกร้าไม้ไผ่อีกใบ ดูคล้ายกับตะกร้าสะพายสมุนไพร ในตะกร้ายังมีผ้าห่มบาง ๆ หนึ่งผืน เสื้อผ้าสำหรับผลัดเปลี่ยน และจอบขนาดเล็กสำหรับขุดสมุนไพร อีกทั้งยังมีพวกยาทา ยาลูกกลอนที่ใช้บ่อย และสิ่งของทำนองนี้“เป็นลูกศิษย์ของหมอพเนจรต่างหาก” จ้าวหยวนเช่อช่วยนางผูกสายรัดเอว หลุบตาลงพลางอธิบายว่า “หมู่บ้านในหุบเขาคนน้อย หากมีคนแปลกหน้าโผล่มาอย่างกะทันหัน ย่อมทำให้ผู้คนสงสัย แต่หากเป็นลูกศิษย์ที่มาเก็บสมุนไพรย่อมไม่เป็นเช่นนั้น”เจียงโย่วหนิงพยักหน้า ในใจนางทั้งประหม่าและตื่นเต้นอยู่บ้างหลายปีมานี้ นางไม่เคยประสบพบเจอเรื่องราวเช่นนี้มาก่อน การติดตามจ้าวหยวนเช่อออกมา เปิดหูเปิดตาให้นางได้มากจริง ๆ ทั้งยังได้ทำเรื่องที่มิเคยทำมาก่อนตั้งมากมายทั้งสองลงจากรถม้า“นายท่าน พวกเรา...”ชิงเจี้ยนลังเลว่าพรรคพวกของตนควรจะตามไปหรือไม่“ซ่อนอยู่ห่าง ๆ รอสัญญาณจากข้า”หลังจากจ้าวหยวนเช่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ก็พาเจียงโย่วหนิงปีนขึ้นเขาแรกเริ่มเจียงโย่วหนิงยังนับว่ารับไหวยามที่นางอยู่ในจวนได้ฝึกวรยุทธ์ทุกเช้าค่ำ ช่วงเวลาที่ออกมาหลายวันน
Ler mais

บทที่ 400

“พวกเรานำยาสามัญที่ใช้บ่อยมาด้วยจำนวนหนึ่ง หากพวกท่านต้องการก็สามารถเลือกดูได้”จ้าวหยวนเช่อปลดตะกร้าไม้ไผ่ลงมา นำยาที่อยู่ด้านในให้สตรีทั้งสองนางนั้นดูทั้งสองเลือกดูอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเรียกสตรีชาวบ้านมาอีกห้าหกคน แต่ละคนล้วนเลือกซื้อไปบ้างส่วนหนึ่งจ้าวหยวนเช่อขอน้ำจากพวกนางดื่มเล็กน้อย ระหว่างการซื้อขายก็แสร้งถามไถ่เรื่องราวเกี่ยวกับหมู่บ้านแห่งนี้อย่างเป็นธรรมชาติเจียงโย่วหนิงรับฟังอยู่ด้านข้าง คอยช่วยเขาหยิบจับสิ่งของสิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจคือ ยาในตะกร้าไม้ไผ่กลับขายออกไปได้เกือบหมด ในจำนวนนั้นผงยาบรรเทาฟกช้ำถึงกับขายหมดเกลี้ยงเดิมทีนางคิดว่าการที่จ้าวหยวนเช่อนำยาเหล่านี้มาด้วย เป็นเพียงการทำเพื่อตบตาผู้คน นึกไม่ถึงว่ากลับสามารถขายออกไปได้จริง ๆน่าเสียดายที่ในภูเขาลึกแห่งนี้ห่างไกลจนเกินไป มิเช่นนั้นก็คงเป็นสถานที่ที่ดีในการทำมาค้าขายหลังจากส่งชาวบ้านที่มาซื้อของกลับไปจนหมด จ้าวหยวนเช่อก็จัดการเก็บข้าวของในตะกร้าไม้ไผ่ให้เรียบร้อย ก่อนจะเอียงศีรษะมองนาง “ยังเดินไหวหรือไม่?”“อืม”เจียงโย่วหนิงพยักหน้าจ้าวหยวนเช่อจูงมือนางมาจับไว้ “ก่อนฟ้ามืด น่าจะไปถึงหมู่บ้านถัดไ
Ler mais
ANTERIOR
1
...
373839404142
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status