บททั้งหมดของ พระรองช้ำรักคนนั้น ข้าขอรับไว้ดูแลเอง!: บทที่ 81 - บทที่ 90

112

บทที่ 9 เจ้าช่างน่าสงสารเหลือเกิน

บทที่ 9 เจ้าช่างน่าสงสารเหลือเกินบรรยากาศในโถงใหญ่ยังคงเต็มไปด้วยความอึดอัด คนตระกูลหลินต่างนั่งเกร็งทำตัวไม่ถูกเมื่อต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันจากคุณชายรองไป๋และการตอกกลับอย่างเจ็บแสบของหลินเซวียนเมื่อเห็นว่าบิดามารดาของเจ้าของร่างเดิมหน้าซีดจนหมดคำจะพูด หลินเซวียนก็เริ่มเบื่อหน่ายกับการปั้นหน้าแสร้งทำเป็นครอบครัวสุขสันต์ นางจึงวางถ้วยชาลงแล้วหันไปส่งยิ้มบางๆ ให้สามี“ท่านพี่ ข้าอยากไปเดินยืดเส้นยืดสายที่สวนหลังจวนสักหน่อย รบกวนท่านพี่อยู่สนทนากับท่านพ่อท่านแม่ไปก่อนนะเจ้าคะ”“ให้ข้าไปเป็นเพื่อนหรือไม่?” ไป๋อวี้เซวียนเอ่ยถาม น้ำเสียงแฝงความห่วงใย“ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะ จวนตระกูลหลินก็คือบ้านเดิมของข้า ข้าหลับตาเดินยังได้เลย” หลินเซวียนตอบกลั้วหัวเราะ ก่อนจะลุกขึ้นย่อตัวทำความเคารพบิดามารดาจอมปลอม แล้วหมุนตัวเดินออกจากโถงใหญ่ไปจุดมุ่งหมายของนางไม่ใช่สวนดอกไม้งดงาม แต่สองเท้าเล็กๆ กลับก้าวเดินลัดเลาะไปตามทางแคบๆ ที่คุ้นเคยในความทรงจำ มุ่งหน้าสู่มุมที่ลึกและรกร้างที่สุดของจวนยิ่งเดินลึกเข้ามา บรรยากาศก็ยิ่งเงียบเหงาและเย็นเยียบ ต้นหญ้าขึ้นรกท่วมหัวเข่าไร้การตัดแต่ง ไม่มีแม้แต่เงาของบ่าวรั
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 10 ครอบครัวที่แสนเห็นแก่ตัว

บทที่ 10 ครอบครัวที่แสนเห็นแก่ตัวหลังจากเดินออกมาจากเรือนท้ายจวน หลินเซวียนและไป๋อวี้เซวียนก็กลับมาที่โถงใหญ่อีกครั้งเพื่อบอกลากลับจวนตระกูลไป๋ทว่าก่อนที่ทั้งสองจะก้าวพ้นประตู ฮูหยินหลินก็รีบก้าวออกมาขวางไว้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มที่ดูฝืนธรรมชาติ“คุณชายรองไป๋ ข้าขอเวลาพูดคุยกับเยว่เอ๋อร์ตามลำพังประสาแม่ลูกสักครู่ได้หรือไม่เจ้าคะ ตั้งแต่นางออกเรือนไป ข้าก็คิดถึงนางจับใจเหลือเกิน”ไป๋อวี้เซวียนปรายตามองแม่ยายจอมปลอม ก่อนจะก้มลงมองสตรีข้างกาย เมื่อเห็นหลินเซวียนพยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงบอกว่า ‘ข้าจัดการได้’ เขาจึงยอมปล่อยมือนาง“ข้าจะรออยู่ที่รถม้า... อย่าให้ฮูหยินของข้าตากลมนานนัก” เขากล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงคำเตือน ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปเมื่อแผ่นหลังกว้างลับสายตา ฮูหยินหลินก็รีบคว้าแขนหลินเซวียน กึ่งจูงกึ่งลากเข้าไปในห้องหนังสือที่อยู่ลึกเข้าไปด้านใน พอปิดประตูลงกลอนสนิท ร่างของ ‘หลินเยว่’ ที่ซ่อนอยู่หลังฉากกั้นก็ก้าวออกมาด้วยใบหน้าบึ้งตึง“พี่ใหญ่ ท่านช่างเล่นงิ้วตบตาได้แนบเนียนนักนะ!” หลินเยว่เปิดฉากทันทีด้วยความอิจฉาริษยา“เห็นข้าต้องทนซ่อนตัวอยู่ในบ้าน ส่วนท่านได้สวมเ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 11 คุ้มค่าสินสอดยิ่งนัก!

บทที่ 11 คุ้มค่าสินสอดยิ่งนัก!เช้าวันต่อมา หลังจากตื่นนอนและดื่มยาขมจัดพร้อมผลไม้กวนล้างปากเรียบร้อยแล้ว หลินเซวียนก็คิดว่าตนเองต้องเริ่มสร้างความมั่นคงในจวนตระกูลไป๋ให้ดียิ่งขึ้นและแน่นอนว่า ‘ที่พึ่ง’ ที่แข็งแกร่งที่สุดในเรือน นอกจากสามีแล้ว ก็คือ ‘ฮูหยินใหญ่’ ผู้เป็นแม่สามีนั่นเอง!หลินเซวียนสั่งให้สาวใช้เตรียมชาดอกไม้ที่นางปรุงขึ้นเอง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกจวี๋ฮวา ผสมกับน้ำผึ้งและเก๋ากี้ มีสรรพคุณช่วยบำรุงสายตาและทำให้จิตใจสงบ เหมาะสำหรับผู้สูงวัยเป็นอย่างยิ่ง นางถือถาดน้ำชาเดินตรงไปยังเรือนของฮูหยินใหญ่ด้วยรอยยิ้มสดใสเมื่อเข้าไปด้านใน ฮูหยินใหญ่กำลังนั่งนวดขมับตัวเองอยู่บนตั่งไม้ คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อยคล้ายคนนอนไม่สนิท“ท่านแม่ ปวดศีรษะหรือเจ้าคะ?” หลินเซวียนวางถาดน้ำชาลง แล้วเดินเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง“เยว่เอ๋อร์มาแล้วหรือ...” ฮูหยินใหญ่ยิ้มรับบางๆ “แม่แก่แล้ว ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนบ่อย กลางคืนก็หลับๆ ตื่นๆ ตื่นมาจึงปวดเมื่อยคอบ่าไหล่ไปหมด”“ถ้าเช่นนั้น ให้ข้าช่วยนวดให้ท่านแม่นะเจ้าคะ”ไม่รอช้า หลินเซวียนขยับไปยืนซ้อนด้านหลังฮูหยินใหญ่ นางงัดเอาทักษะการกดจุดผ่อนคลายที่คุ้นเคยใ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 12 เจ้า... คิดเช่นนั้นรึ?

บทที่ 12 เจ้า... คิดเช่นนั้นรึ?หลายวันผ่านไปหลังจากกลับจากเยี่ยมบ้านเดิม ชีวิตในจวนตระกูลไป๋ของหลินเซวียนก็เข้าสู่ความสงบสุขอย่างแท้จริง ไม่มีเจียงหย่ามาคอยกวนใจ ไม่มีคนตระกูลหลินมาระราน จะมีก็เพียงแต่อาการไอเย็นและพลังหยางพร่องที่ยังคงกำเริบขึ้นมาทุกค่ำคืนไป๋อวี้เซวียนยังคงทำหน้าที่หมอและสามีได้อย่างไร้ที่ติ เขาจัดเทียบยาชั้นเลิศและฝังเข็มขจัดไอเย็นให้นางอย่างสม่ำเสมอ ร่างกายที่เคยผอมแห้งเริ่มมีน้ำมีนวลขึ้นมาบ้าง ทว่าเรี่ยวแรงของนางก็ยังมีจำกัด เดินเล่นในสวนได้เพียงครึ่งเค่อก็ต้องกลับมานอนพักผ่อนอยู่บนเตียง“น่าเบื่อ... น่าเบื่อชะมัด”หลินเซวียนนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงเตาที่จุดไว้จนอุ่นสบาย นางบ่นพึมพำเป็นรอบที่สิบของวัน ชาติก่อนทำงานงกๆ แทบไม่ได้พัก พอชาตินี้ได้พักกลับต้องมานอนจับเจ่าเป็นผักเฉาอยู่แต่ในห้องเสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาในห้อง ไป๋อวี้เซวียนเพิ่งกลับมาจากเรือนโอสถ วันนี้เขาไม่ได้สวมเสื้อคลุมตัวนอก มีเพียงชุดตัวในสีขาวสะอาดตากับหน้ากากไม้สลักที่คุ้นเคย“บ่นอันใดของเจ้า หืม?” ชายหนุ่มนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง เอื้อมมือมาตรวจจับชีพจรของนางตามความเคยชิน“ข้าเบื่อนี่เ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 13 ฮูหยินตัวจริงของข้า

บทที่ 13 ฮูหยินตัวจริงของข้าณ จวนตระกูลหลิน บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัดและน่าเบื่อหน่ายเกือบครึ่งเดือนแล้วที่ ‘หลินเยว่’ ถูกสั่งกักบริเวณให้อยู่แต่ในเรือน ห้ามก้าวเท้าออกไปนอกประตูจวนเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้ความลับเรื่องการสลับตัวเจ้าสาวรั่วไหลสำหรับคุณหนูรองผู้รักสวยรักงามและชื่นชอบการออกไปโอ้อวดเครื่องประดับตามงานเลี้ยง การถูกขังอุดอู้เช่นนี้ไม่ต่างจากการตกนรกทั้งเป็น!“ข้าทนไม่ไหวแล้ว! ข้าจะออกไปข้างนอก!” หลินเยว่ปัดถ้วยชาบนโต๊ะทิ้งจนแตกกระจาย หันไปตวาดใส่สาวใช้คนสนิท“ไปหยิบหมวกเหวยเม่าที่มีผ้าคลุมหน้ามาให้ข้า ข้าจะแอบไปร้านเครื่องประดับหลงฟ่ง ได้ข่าวว่าวันนี้มีปิ่นหยกชุดใหม่เข้ามาจากเมืองหลวง”“แต่ฮูหยินสั่งห้าม...”“ข้าบอกให้ไปหยิบมา! มีผ้าคลุมหน้าเสียอย่าง ใครจะจำข้าได้!” นางตวาดลั่นจนสาวใช้ต้องรีบลนลานไปหยิบมาให้เมื่อลอบหนีออกจากจวนทางประตูด้านหลังสำเร็จ หลินเยว่ก็ตรงดิ่งไปยังร้านเครื่องประดับหลงฟ่งซึ่งเป็นร้านที่ใหญ่ที่สุดในเจียงหนานทันทีภายในร้านคลาคล่ำไปด้วยคุณหนูและฮูหยินจากตระกูลผู้ดี หลินเยว่กวาดสายตามองตู้จัดแสดง จนกระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับ ‘ปิ่นหยกขาวแกะสลักลา
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 14 ข้าจะทำหน้าที่ฮูหยินรองให้ดีที่สุด

บทที่ 14 ข้าจะทำหน้าที่ฮูหยินรองให้ดีที่สุดณ จวนตระกูลหลิน เสียงหัวเราะแหลมเล็กของหลินเยว่ดังก้องไปทั่วห้องโถง นางหมุนตัวอวดปิ่นหยกขาวลายหงส์รำแพนที่ปักอยู่บนศีรษะให้บิดามารดาดูด้วยความภาคภูมิใจ“ท่านพ่อ ท่านแม่ เห็นหรือไม่เจ้าคะ! ปิ่นเล่มนี้มูลค่าหลายร้อยตำลึงทอง แต่คุณชายรองไป๋กลับควักเงินจ่ายให้ข้าอย่างไม่เสียดาย ซ้ำยังออกหน้าปกป้องข้าจากนังจางมี่อีกด้วย!”หลินเยว่เล่าเหตุการณ์ที่ร้านเครื่องประดับด้วยดวงตาพราวระยับ“เขาคิดว่าข้าคือพี่ใหญ่เจ้าค่ะ! เขาแยกไม่ออกเลยแม้แต่น้อย เขาหลงใหลในรูปโฉมนี้จนหน้ามืดตามัวไปหมดแล้ว!”นายท่านหลินและฮูหยินหลินมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง ก่อนที่แววตาของทั้งคู่จะค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความละโมบและความเสียดายอย่างสุดซึ้ง“หากคุณชายรองไป๋แยกไม่ออกจริงๆ... เช่นนั้นความมั่งคั่งและอำนาจของตระกูลไป๋ ก็ควรจะเป็นของเยว่เอ๋อร์ลูกรักของข้าสิ!” ฮูหยินหลินกำหมัดแน่น กัดฟันกรอดเมื่อนึกถึงท่าทียโสโอหังของบุตรสาวคนโตที่กล้าข่มขู่นางเมื่อหลายวันก่อน“แต่เราจะทำอย่างไรเล่า นังเด็กขี้โรคนั่นขู่ไว้ว่าหากเราเล่นแง่ นางจะเปิดโปงความจริงให้ตระกูลไป๋รู้” นายท่านหลินเอ่ยขึ้นอย่าง
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 15 นางไปกินยาวิเศษขนานใดมา

บทที่ 15 นางไปกินยาวิเศษขนานใดมาเวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาเดียวก็เหลือเวลาอีกเพียงวันเดียวก่อนจะถึงงานฉลองวันเกิดของฮูหยินใหญ่ช่วงเช้าตรู่ของวันนั้น หลังจากไป๋อวี้เซวียนออกไปตรวจคนไข้ที่เรือนโอสถตามปกติ หลินเซวียนที่เริ่มมีเรี่ยวแรงขึ้นจากยาบำรุงและการฝังเข็มก็ลุกขึ้นจากเตียงเตา นางเดินตรงไปยังโต๊ะเครื่องแป้งไม้จันทน์หอมที่มุมห้อง แล้วหยิบคันฉ่องทองเหลืองบานเงาวับขึ้นมาส่องสำรวจใบหน้าของตนเองอย่างจริงจังเป็นครั้งแรกภาพที่สะท้อนกลับมาทำเอานางถึงกับสูดลมหายใจลึกด้วยความตกตะลึง“โอ้โห... นี่มันศพเดินได้ชัดๆ!”หลินเซวียนยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองเบาๆ แม้เครื่องหน้าของร่างเดิมจะงดงามหมดจดดุจเทพธิดา และเริ่มมีเลือดฝาดขึ้นมาบ้างจากการกินอิ่มนอนหลับในช่วงนี้ แต่สภาพผิวหน้าโดยรวมกลับพังพินาศจนยากจะรับไหวผิวที่ขาดการบำรุงมานานนับสิบปีแห้งกร้านจนลอกเป็นขุย ขอบตาคล้ำลึกจากการนอนหนาวสั่น ริมฝีปากแห้งแตก ซ้ำยังหมองคล้ำไร้ราศีจับโดยสิ้นเชิงหากขืนปล่อยหน้าสดที่แห้งเหี่ยวราวกับผักกาดแห้งเช่นนี้ไปร่วมงานวันเกิดแม่สามี มีหวังได้โดนแขกเหรื่อนินทาว่าตระกูลไป๋เลี้ยงดูฮูหยินรองไม่ดี หรือหนัก
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 16 มิตรภาพของสองสะใภ้

บทที่ 16 มิตรภาพของสองสะใภ้เช้าวันงานฉลองวันเกิดของฮูหยินใหญ่ จวนตระกูลไป๋ถูกประดับประดาด้วยโคมไฟสีแดงและผ้าไหมมงคล บ่าวรับใช้เดินขวักไขว่เตรียมงานกันอย่างขันแข็ง บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและปีติยินดีภายในเรือนหอ หลินเซวียนกำลังนั่งอยู่หน้าคันฉ่อง หลังจากบำรุงผิวอย่างพิถีพิถัน ผิวหน้าของนางก็ฟื้นฟูกลับมาเปล่งปลั่ง กระจ่างใส และชุ่มชื้นจนแต้มชาดติดทนนาน นางแต่งหน้าเพียงบางเบา วาดคิ้วโค้งมนเรียงเส้นสวย และแต้มชาดสีดอกท้อที่ริมฝีปากเมื่อสวมชุดกระโปรงผ้าไหมหรูฉวินสีฟ้าอ่อนปักลายดอกบัว ซ้อนทับด้วยเสื้อคลุมตัวนอกสีขาวบริสุทธิ์ นางก็ดูงดงามอ่อนหวานทว่าสง่างาม ดุจเทพธิดาที่หลุดออกมาจากภาพวาดไป๋อวี้เซวียนที่แต่งกายเรียบร้อยเดินก้าวเข้ามาในห้อง เมื่อสายตาสบเข้ากับสตรีที่ยืนยิ้มรับอยู่กลางห้อง ฝีเท้าของเขาก็พลันชะงักกึกแม้จะรู้ว่านางมีรูปโฉมงดงาม ทว่าความเปล่งประกายเจิดจรัสในวันนี้ กลับทำเอาลมหายใจของหมอเทวดาสะดุดไปชั่วขณะ“ท่านพี่... ข้าแต่งกายเช่นนี้ ดูเรียบร้อยสมฐานะฮูหยินของท่านแล้วหรือไม่เจ้าคะ?” หลินเซวียนหมุนตัวให้เขาดูหนึ่งรอบ“อืม... งดงามมาก” เขากระแอมเบาๆ เพื่อซ่อนความประหม่า
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 17 พลิกจวนหาฮูหยินรองให้พบ! 

บทที่ 17 พลิกจวนหาฮูหยินรองให้พบ!งานฉลองวันเกิดของฮูหยินใหญ่ดำเนินไปอย่างครึกครื้น แขกเหรื่อจากตระกูลคหบดีและขุนนางในเจียงหนานต่างหลั่งไหลเข้ามาร่วมอวยพรจนลานหน้าโถงใหญ่เนืองแน่นเมิ่งซีกำลังยุ่งอยู่กับการรับรองเหล่าฮูหยิน ซ้ำยังต้องคอยจับตาดู ‘ไป๋อี้ฝาน’ บุตรชายวัยกำลังซนที่วิ่งเล่นไปทั่วงาน ส่วนไป๋อวี้เฉินก็กำลังสนทนาเรื่องการค้ากับนายอำเภอจางหลินเซวียนนั่งอยู่เคียงข้างไป๋อวี้เซวียนที่โต๊ะประธาน นางทำหน้าที่ฮูหยินรอง คอยรินสุราและคีบอาหารให้สามีอย่างรู้ความ รอยยิ้มงดงามที่ประดับบนใบหน้าทำให้ผู้คนที่ลอบมองต่างพากันชื่นชมในความเหมาะสมของทั้งคู่ทว่าความสงบสุขก็ถูกขัดลง เมื่อ ‘ฮูหยินหลิน’ ที่นั่งอยู่อีกโต๊ะหนึ่ง ลุกขึ้นเดินเข้ามาหาพร้อมกับจอกสุราในมือ“เยว่เอ๋อร์... แม่ขออวยพรให้เจ้ากับคุณชายรองมีความสุขมากๆ นะ” ฮูหยินหลินส่งยิ้มหวาน ทว่าจังหวะที่ยื่นมือนั้น นางกลับแกล้งทำสะดุดชายกระโปรงตัวเอง สาดเหล้าในจอกรดลงบนกระโปรงของหลินเซวียนจนเปียกชุ่ม!“ว้าย! ตายจริง แม่ขอโทษเยว่เอ๋อร์ แม่ซุ่มซ่ามเอง” ฮูหยินหลินแสร้งทำหน้าตกใจ รีบหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับให้“ชุดเปียกหมดแล้ว หากปล่อยไว้เช่นนี้จะด
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 18 ไม่อาจต้านทาน

บทที่ 18 ไม่อาจต้านทานในห้องเก็บฟืนที่มืดมิดและหนาวเหน็บ กลิ่นสาบและกลิ่นสุราราคาถูกลอยคละคลุ้งเข้ามาใกล้ หลินเซวียนพยายามปรือตาขึ้นมองฝ่าความมืด ร่างของชายฉกรรจ์สวมเสื้อผ้าซอมซ่อกำลังย่างสามขุมเข้ามา แววตาของมันเต็มไปด้วยความหื่นกระหายอย่างไม่ปิดบัง“คุณหนูตระกูลหลิน... ข้าไม่คิดเลยว่าชาตินี้จะมีบุญได้แตะต้องคุณหนูตระกูลผู้ดี ฮูหยินหลินช่างใจกว้างกับข้าเสียจริง” เสียงแหบพร่าของมันน่าสะอิดสะเอียนจนหลินเซวียนแทบอยากจะอาเจียน“อะ... ออกไป...” นางเค้นเสียงไล่ ทว่าลมหายใจที่พ่นออกมากลับเย็นเฉียบดุจน้ำแข็ง ร่างกายไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะขยับหนี“อย่ากลัวไปเลยคนสวย ข้าจะทำให้เจ้ารู้สึกดีจนลืมหนาว... อั้ก!”โครม!!ยังไม่ทันที่มือหยาบช้าของชายจรจัดจะได้แตะต้องปลายเส้นผมของหลินเซวียน บานประตูไม้เก่าๆ ก็ถูกถีบจนแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย!แสงคบเพลิงสาดส่องเข้ามา เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ของไป๋อวี้เซวียนที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงกรอบประตู นัยน์ตาใต้หน้ากากไม้แผ่รังสีอำมหิตจนบรรยากาศรอบด้านแทบจะหยุดนิ่งชายจรจัดเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ทว่ายังไม่ทันได้อ้าปากร้องขอชีวิต ประกายแสงสีเงินก็พุ่งแหวกอากาศเข้า
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
789101112
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status