บทที่ 29แสงอาทิตย์ยามเย็นย้อมท้องฟ้าเหนือเมืองเจียงหนานให้กลายเป็นสีส้มอมแดง รถม้าตระกูลไป๋เคลื่อนตัวกลับมาถึงเรือนหอท่ามกลางความเงียบงันหลินเซวียนนั่งเอนหลังพิงเบาะรถม้าอย่างอ่อนล้า แม้ว่างานเลี้ยงวันนี้จะกวาดเงินเข้ากระเป๋าไปได้มากจนน่าชื่นใจ แต่ภาพเหตุการณ์ตอนที่ซูหว่านหว่านกระอักเลือดเรียกร้องความสนใจจากสามีของนาง ก็ยังคงติดอยู่ในห้วงความคิดราวกับก้างปลาที่ติดคอตลอดเส้นทางกลับจวน ไป๋อวี้เซวียนเอาแต่เงียบขรึม นัยน์ตาคมกริบหลุบลงต่ำคล้ายกำลังครุ่นคิดถึงอาการ ‘พิษเหมันต์’ ของหญิงสาวผู้นั้น ความเงียบงันระหว่างคนทั้งสองทำให้บรรยากาศภายในรถม้าดูอึดอัดชอบกล“ท่านพี่...” หลินเซวียนเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นเบาๆ “ท่านกังวลเรื่องอาการป่วยของแม่นางซูมากหรือเจ้าคะ?”ไป๋อวี้เซวียนเงยหน้าขึ้นสบตาภรรยา เขาพยักหน้ารับตามตรงด้วยความสัตย์จริง“พิษเหมันต์เป็นพิษหายากที่กัดกินเส้นชีพจรอย่างช้าๆ เมื่อหลายปีก่อน ตอนที่ข้ายังศึกษาตำรายาอยู่ที่สำนักแพทย์หลวง ข้าเคยช่วยยื้อชีวิตนางไว้ได้ครั้งหนึ่ง... ไม่คิดเลยว่าพิษในกายของนางจะยังหลงเหลือและกำเริบขึ้นมาอีก ในฐานะหมอ หากข้าเพิกเฉยปล่อยให้นางตายต่อหน้า คงขั
Mehr lesen