All Chapters of สะใภ้ชั่วกลับใจ เกิดใหม่พร้อมระบบแต้มบุญ ยุค 80: Chapter 1 - Chapter 10

269 Chapters

ตอนที่ 1 ลมหายใจสุดท้าย

อากาศภายในห้องสี่เหลี่ยมคับแคบนั้นทั้งเย็นเยียบและหนักอึ้งราวกับถูกถมทับด้วยก้อนน้ำแข็งมหึมา ความมืดมิดโรยตัวปกคลุมในทุกตารางนิ้วจนแทบมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้วมือของตนเอง หนิงรุ่ยนอนขดตัวคู้ดั่งกุ้งแห้งอยู่บนเตียงกระดานไม้ที่ทั้งแข็งกระด้างและเต็มไปด้วยเสี้ยนหนาม ร่างกายของเธอในเวลานี้ผ่ายผอมจนแทบจะเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก ทุกครั้งที่พยายามสูดลมหายใจเข้าปอด ซี่โครงที่ปูดโปนจะขยับเสียดสีกันจนสร้างความเจ็บปวดร้าวลึกไปถึงไขกระดูก ผิวหนังที่เคยขาวเนียนบริสุทธิ์บัดนี้เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น รอยฟกช้ำสีม่วงคล้ำ และบาดแผลปริแตกที่เกิดจากการถูกทุบตีอย่างทารุณ กลิ่นเหม็นอับของเชื้อราที่เกาะกินผนังห้อง ผสมปนเปกับกลิ่นสนิมเหล็กและกลิ่นคาวเลือดที่แห้งกรังบนเสื้อผ้าขาดวิ่น ทำให้บรรยากาศในซ่องนรกแห่งนี้ไม่ต่างอะไรกับหลุมศพที่รอคอยการฝังกลบ ความหนาวเหน็บแทรกซึมผ่านรอยแตกของแผ่นไม้กระดานเข้ามาบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ไม่มีผ้าห่มอันอบอุ่น ไม่มีเตาผิงให้คลายหนาว มีเพียงความโดดเดี่ยวที่กัดกินวิญญาณของเธออย่างช้าๆ เสียงหยดน้ำจากหลังคาที่รั่วซึมหยดลงมากระทบพื้นดินดังก้องอยู่ในความเงียบงัน ราวกับเป็นนาฬิกาทรายที่กำลั
Read more

ตอนที่ 2 ข้าวต้มมื้อแรก

ความมืดมิดยามค่ำคืนยังคงปกคลุมไปทั่วบริเวณหมู่บ้านชนบทอันห่างไกล แสงจันทร์เสี้ยวที่สาดส่องลอดผ่านรอยแยกของหน้าต่างไม้กระดานเข้ามาตกกระทบลงบนพื้นดินอัดแน่นภายในห้องนอนเล็กๆ สร้างเงาสลัวที่ทอดตัวยาวไปตามผนังดินปั้น อากาศในยามรุ่งสางของฤดูใบไม้ผลิยังคงแฝงไว้ด้วยความหนาวเหน็บที่เสียดแทงทะลุเสื้อผ้า ทว่าบนเตียงเตาอิฐที่ถูกก่อขึ้นอย่างเรียบง่ายกลับมีความอบอุ่นจางๆ แผ่ซ่านออกมารองรับแผ่นหลังบอบบางของหญิงสาวที่กำลังนอนทอดกายอยู่ หนิงรุ่ยค่อยๆ ปรือเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างเชื่องช้า ดวงตาคู่สวยที่เคยหม่นหมองและเต็มไปด้วยความสิ้นหวังในอดีตชาติ บัดนี้เบิกกว้างขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของรุ่งสางแห่งชีวิตใหม่ เธอผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียงเตาอย่างระมัดระวัง สองมือบางยกขึ้นลูบคลำใบหน้าและลำคอของตนเอง สัมผัสถึงผิวพรรณที่เต่งตึงและเรียบเนียน ไร้ซึ่งร่องรอยบาดแผลฉกรรจ์หรือความเจ็บปวดทรมานจากการถูกเฆี่ยนตีในซ่องนรกแห่งนั้น ลมหายใจที่สูดเข้าปอดลึกๆ รู้สึกได้ถึงอากาศบริสุทธิ์ของชนบทที่ปราศจากกลิ่นคาวเลือดและกลิ่นเหม็นอับ หยาดน้ำตาอุ่นๆ เอ่อท้นขึ้นมาคลอเบ้าตาก่อนจะไหลรินลงมาอาบสองพวงแก้มอย่างเงียบเชียบ มันไม่
Read more

ตอนที่ 3 สายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง

แสงสลัวของยามรุ่งอรุณเพิ่งจะเริ่มทอประกายฉาบย้อมขอบฟ้าเบื้องตะวันออกให้กลายเป็นสีครามอมม่วงจางๆ อากาศในยามเช้าตรู่ของหมู่บ้านชนบทแห่งนี้ยังคงโอบล้อมไปด้วยความหนาวเย็นที่แฝงตัวมากับหยาดน้ำค้าง ลมสายอ่อนพัดโชยมาปะทะผิวแก้ม แอบแฝงความเหน็บหนาวที่สามารถกรีดแทงทะลุเสื้อผ้าฝ้ายเนื้อหยาบได้อย่างง่ายดาย ทว่าสำหรับหนิงรุ่ยในเวลานี้ ความหนาวเย็นทางกายไม่อาจเทียบเคียงได้กับความอบอุ่นที่กำลังล้นอยู่ในส่วนลึกของหัวใจ สองมือบอบบางที่เคยหยาบกร้านและเต็มไปด้วยบาดแผลในอดีตชาติ บัดนี้กำลังประคองถาดไม้เก่าคร่ำคร่าที่มีรอยแหว่งบิ่นตรงขอบอย่างทะนุถนอมที่สุด บนถาดไม้นั้นมีหม้อดินเผาใบย่อมที่บรรจุข้าวต้มร้อนๆ ส่งควันสีขาวขุ่นลอยกรุ่นขึ้นสู่อากาศ กลิ่นหอมของข้าวต้มที่ต้มจนเมล็ดบานนุ่ม ผสมผสานกับกลิ่นไข่เจียวสีเหลืองทองและผักกาดดองสับละเอียด ช่างเป็นกลิ่นหอมที่แสนจะเรียบง่ายแต่มันกลับมีพลังอำนาจในการดึงรั้งจิตวิญญาณของเธอให้หยั่งรากลึกลงในความเป็นจริง หนิงรุ่ยสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกความกล้าหาญ เธอค่อยๆ ก้าวเท้าออกจากธรณีประตูห้องครัวที่มืดสลัว มุ่งหน้าไปยังโต๊ะอาหารไม้ตัวเก่าที่ตั้งอยู่ใจกลางลานบ้าน
Read more

ตอนที่ 4 แต้มบุญแต้มแรก

มื้ออาหารเช้าที่เต็มไปด้วยบรรยากาศอันแสนจะอึดอัดและตึงเครียดได้ผ่านพ้นไปอย่างเชื่องช้า ความเงียบงันที่ปกคลุมลานบ้านสกุลโจวค่อยๆ คลายตัวลงเมื่อโจวจื่อหมิงลุกขึ้นจากโต๊ะไม้ตัวเก่า เขากวาดสายตามองใบหน้าของหนิงรุ่ยเพียงเสี้ยววินาทีด้วยแววตาที่ยังคงเคลือบแฝงความหวาดระแวงอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปจากบ้านเพื่อมุ่งหน้าไปรับจ้างทำงานในไร่นาตามวิถีชีวิตที่แสนจะเหน็ดเหนื่อย จิ้งฝูฝูผู้เป็นแม่สามีขยับตัวอย่างเชื่องช้าเพื่อจะเก็บกวาดชามกระเบื้องบิ่นๆ บนโต๊ะ ทว่าหนิงรุ่ยกลับก้าวเข้ามาขวางเอาไว้ด้วยความนุ่มนวล เธอแย่งชามข้าวต้มที่ว่างเปล่ามาจากมือที่เหี่ยวย่นและสั่นเทาของหญิงชรา พร้อมกับส่งยิ้มบางๆ ที่แฝงไปด้วยความเคารพอย่างที่จิ้งฝูฝูไม่เคยได้รับมาก่อน หนิงรุ่ยจัดการเก็บกวาดเช็ดถูโต๊ะอาหารและล้างทำความสะอาดภาชนะทุกชิ้นด้วยความทะนุถนอมจนเสร็จสิ้นเรียบร้อยเมื่อเดินกลับออกมาจากห้องครัวเก่าซอมซ่อ สายตาของหนิงรุ่ยก็ปะทะเข้ากับตะกร้าไม้ไผ่สานใบใหญ่ที่ถูกวางทิ้งไว้อย่างโดดเดี่ยวตรงมุมอับของตัวบ้าน ภายในตะกร้าใบนั้นอัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้าฝ้ายเนื้อหยาบที่กองสุมกันจนพูนขึ้นมา มันคือเสื้อผ้าของโจวจื่อ
Read more

ตอนที่ 5 ฉันไม่เรียนต่อแล้ว

แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ที่เคยอาบย้อมท้องฟ้าเบื้องตะวันตกค่อยๆ ถูกกลืนกินด้วยความมืดมิดของยามราตรี สายลมหนาวพัดโชยลอดผ่านช่องว่างของแผ่นไม้กระดานที่ตีประกบเป็นผนังบ้านดินปั้น นำพาเอาความเยือกเย็นระลอกใหม่เข้ามาปะทะผิวกายของสมาชิกครอบครัวสกุลโจวที่กำลังนั่งล้อมวงกันอยู่รอบโต๊ะอาหารไม้ตัวเก่าใจกลางห้องโถง แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในพื้นที่แห่งนี้มาจากตะเกียงน้ำมันก๊าดดวงเล็กที่ตั้งอยู่มุมโต๊ะ เปลวไฟสีส้มอมเหลืองเต้นเร่าไปตามแรงลม คอยสาดส่องแสงสลัวทอดเงาของทุกคนให้ทาบทับลงบนพื้นดินอัดแน่น บรรยากาศในช่วงมื้อค่ำของวันนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยความอบอุ่นหรือเสียงพูดคุยสัพเพเหระเหมือนอย่างครอบครัวอื่น หากแต่ถูกกดทับด้วยความหนักอึ้งและความตึงเครียดที่ลอยอวลอยู่ในอากาศจนแทบจะจับต้องได้ บนโต๊ะอาหารมีเพียงหม้อใส่ข้าวต้มที่เจือจางจนแทบจะมองเห็นก้นหม้อ จานใส่แผ่นแป้งข้าวโพดเนื้อหยาบกระด้าง และชามใส่ผักกาดดองเค็มที่ถูกแบ่งสันปันส่วนอย่างระมัดระวัง โจวหูคงผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวนั่งหลังค่อมอยู่บนม้าตั่งไม้ มือที่หยาบกร้านและเต็มไปด้วยรอยแตกจากการจับจอบจับเสียมมาทั้งชีวิตประคองชามข้าวต้มเอาไว้หลวมๆ ดวงตาที่ฝ้าฟาง
Read more

ตอนที่ 6 คำครหาของชาวบ้าน

แสงแดดจัดจ้าในยามสายสาดส่องลงมากระทบผืนดินแห้งระแหงของหมู่บ้านชนบทที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาอันเงียบสงบ ทว่าความเงียบสงบในเช้าวันนี้กลับถูกสั่นคลอนด้วยกระแสข่าวลือที่แพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่งหญ้าแห้งในฤดูร้อน ข่าวที่ว่า "หนิงรุ่ย" สะใภ้ใหญ่ผู้เย่อหยิ่งและรักสบายของตระกูลโจว ยอมละทิ้งโอกาสทองในการเข้าสอบมหาวิทยาลัยเพื่อไปเสวยสุขในเมืองหลวง กลายเป็นหัวข้อสนทนาอันร้อนแรงที่ถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ในทุกหัวระแหง ตั้งแต่ลานตากข้าวไปจนถึงเพิงขายของชำท้ายหมู่บ้าน ชาวบ้านที่เคยเอือมระอาในพฤติกรรมเอาแต่ใจของเธอต่างพากันจับกลุ่มซุบซิบ บ้างก็ว่าเธอคงเสียสติไปแล้ว บ้างก็ว่าเธอเพียงแค่สร้างเรื่องเรียกร้องความสนใจ แต่ส่วนใหญ่กลับมองว่านี่คือความโง่เขลาเบาปัญญาที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะพึงมีได้ในขณะที่พายุแห่งคำนินทากำลังโหมกระหน่ำ หนิงรุ่ยกลับก้าวเดินออกจากประตูบ้านดินปั้นด้วยท่วงท่าที่สงบเงียบผิดปกติ สองมือบางที่เริ่มมีรอยหยาบกร้านจางๆ จากการทำงานบ้านในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ประคองคานไม้หาบถังน้ำไม้ใบเขื่องเอาไว้บนบ่าบอบบาง เธอสวมชุดผ้าฝ้ายสีซีดที่มีรอยปะชุนเล็กน้อยแต่สะอา
Read more

ตอนที่ 7 ความลับในร้านค้าแห่งอนาคต

ค่ำคืนในชนบทอันห่างไกลความเจริญนั้นช่างเงียบสงัดและมืดมิดจนน่าใจหาย แสงจันทร์เสี้ยวที่สาดส่องลอดผ่านรอยแยกของหน้าต่างกรุกระดาษเก่าๆ เข้ามาตกกระทบลงบนพื้นดินอัดแน่นภายในห้องนอน สร้างเงาสลัวที่ทอดตัวยาวไปตามผนังดินปั้น อากาศในยามวิกาลของฤดูใบไม้ผลิยังคงแฝงไว้ด้วยความหนาวเหน็บที่เสียดแทงทะลุเสื้อผ้า ทว่าบนเตียงเตาอิฐที่ถูกก่อขึ้นอย่างเรียบง่ายกลับมีความอบอุ่นจางๆ แผ่ซ่านออกมารองรับแผ่นหลังบอบบางของหญิงสาว หนิงรุ่ยนอนลืมตาโพลงอยู่ท่ามกลางความมืดมิด เธอรับฟังเสียงจิ้งหรีดเรไรที่กรีดปีกส่งเสียงระงมอยู่ภายนอกตัวบ้าน สลับกับเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอและหนักหน่วงของโจวจื่อหมิง ชายหนุ่มผู้เป็นสามีที่นอนหลับสนิทอยู่เคียงข้าง แผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยรัดกล้ามเนื้อจากการกรำงานหนักของเขากระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ ความเหนื่อยล้าสะสมจากการแบกหามและทำไร่ไถนามาทั้งวันทำให้เขาจมดิ่งสู่นิทราอย่างรวดเร็วโดยไม่รับรู้ถึงการตื่นตัวของภรรยาหนิงรุ่ยค่อยๆ พลิกตัวตะแคงข้างและทอดสายตามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของสามีในความมืด แสงจันทร์รำไรส่องให้เห็นสันกรามที่ขบแน่นแม้ในยามหลับใหล รอยย่นบนหน้าผากที่เกิดจ
Read more

ตอนที่ 8 รองเท้าคู่ใหม่ของเจินเอ๋อร์

ดวงอาทิตย์ยามบ่ายคล้อยสาดส่องแสงแดดสีทองอมส้มลงมากระทบผืนดินแห้งระแหงของลานบ้านสกุลโจว อากาศที่เคยหนาวเย็นในยามเช้าเริ่มถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นที่ค่อนไปทางร้อนอบอ้าว ลมพัดโชยมาเป็นระลอกหอบเอาฝุ่นทรายเส้นเล็กๆ ปลิวว่อนไปในอากาศ บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความเงียบสงบของการใช้ชีวิตในชนบทที่ห่างไกล หนิงรุ่ยกำลังยืนง่วนอยู่กับการคัดแยกเมล็ดถั่วเหลืองที่ลานหน้าบ้าน มือบางที่เริ่มมีรอยหยาบกร้านจากการทำงานหนักหยิบจับเมล็ดถั่วที่ลีบแบนและมีรอยแมลงเจาะทิ้งลงในตะกร้าใบเล็กอย่างตั้งใจ ทว่าท่ามกลางความเงียบสงบของช่วงบ่าย หูของเธอกลับแว่วเสียงเสียดสีที่ฟังดูน่าขนลุก มันคือเสียงลากพื้นดินดังครืดคราดเป็นจังหวะที่เชื่องช้าและหนักหน่วงหญิงสาวละสายตาจากงานคัดแยกถั่วเหลืองตรงหน้าและเงยหน้าขึ้นมอง ต้นเสียงนั้นมาจากร่างเล็กบอบบางของโจวเจินเอ๋อร์ น้องสาวของสามีวัยกำลังแรกรุ่น ทว่าภาพที่ปรากฏกลับทำให้หัวใจของผู้มองต้องปวดร้าว เจินเอ๋อร์ไม่ได้เดินเข้ามาด้วยสองขาเหมือนเฉกเช่นเด็กสาวทั่วไป เพราะเรียวขาทั้งสองข้างของเธอนั้นลีบเล็กลงจนเหลือเพียงกระดูกหุ้มหนัง ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงและพละกำลังใดๆ ที่จะหยัดยืนขึ้นได้แม้แต
Read more

ตอนที่ 9 ข้าวกล่องของโจวจื่อหมิง

ท่ามกลางความมืดมิดที่ยังคงห่มคลุมแผ่นดินในยามก่อนรุ่งอรุณ เสียงจิ้งหรีดเรไรที่เคยส่งเสียงระงมมาตลอดทั้งคืนเริ่มเงียบเสียงลง อากาศในช่วงเวลานี้คือช่วงที่หนาวเหน็บที่สุดของวัน ลมสายอ่อนพัดลอดผ่านช่องว่างของหน้าต่างไม้กระดานเข้ามาปะทะผิวกายจนทำให้รู้สึกสะท้านไปถึงกระดูก ทว่าบนเตียงเตาอิฐภายในห้องนอนที่แสนซอมซ่อ หนิงรุ่ยกลับค่อยๆ ปรือเปลือกตาตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงาน เธอไม่ได้รอให้เสียงไก่ขันบอกเวลาดังขึ้นเพื่อปลุกให้ตื่นจากการหลับใหลเหมือนอย่างที่ผ่านมา หญิงสาวค่อยๆ พลิกตัวอย่างเชื่องช้าและระมัดระวังที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดังรบกวนชายหนุ่มร่างใหญ่ที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่เคียงข้าง โจวจื่อหมิงยังคงจมดิ่งอยู่ในห้วงนิทรา ลมหายใจของเขาเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อจากการทำงานหนักขยับขึ้นลงอย่างช้าๆ หนิงรุ่ยทอดสายตามองเสี้ยวหน้าของสามีในความมืดสลัว แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาเพียงน้อยนิดทำให้เธอเห็นรอยคล้ำใต้ตาและรอยย่นบริเวณหัวคิ้วที่เกิดจากความเครียดสะสม หัวใจของเธอถูกบีบรัดด้วยความรู้สึกผิดอันมหาศาลเมื่อนึกย้อนไปถึงอดีตชาติ ในตอนนั
Read more

ตอนที่ 10 หยาดเหงื่อใต้แสงตะวัน

แสงแดดจัดจ้าในยามสายสาดส่องลงมากระทบผืนดินแห้งระแหงและแปลงนาอันกว้างใหญ่ ไอร้อนระอุเต้นเร่าอยู่เหนือยอดหญ้าและใบถั่วเหลืองสีเขียวขจี ท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนอบอ้าวราวกับยืนอยู่หน้าเตาไฟ โจวจื่อหมิงยังคงยืนนิ่งงันอยู่กับที่ สองมือที่หยาบกร้านและเปื้อนคราบดินโคลนของเขายังคงประคองห่อผ้าฝ้ายที่บรรจุกล่องข้าวกลางวันเอาไว้แน่น ไอความร้อนที่แผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าออกมาส่งผ่านความอบอุ่นลึกซึ้งเข้าไปถึงขั้วหัวใจที่เคยเยือกเย็นและด้านชาของชายหนุ่ม นัยน์ตาคมกริบสีนิลของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าหวานละมุนของภรรยา ผู้ซึ่งในอดีตเคยเอาแต่สวมเสื้อผ้าสวยงามและหลบเลี่ยงแสงแดดประดุจกลัวว่าผิวพรรณจะมัวหมอง แต่วันนี้เธอกลับมายืนอยู่กลางทุ่งนา ยอมให้แสงแดดแผดเผาผิวพรรณจนแดงเรื่อ เพียงเพื่อนำอาหารมื้อกลางวันมาส่งให้เขาด้วยความห่วงใยหลังจากที่เขาเอ่ยคำขอบคุณออกไปอย่างแผ่วเบาและแหบพร่า โจวจื่อหมิงก็คาดหวังว่าหนิงรุ่ยจะคลี่ยิ้มรับ หมุนตัวกลับ และก้าวเดินไปตามคันนาแคบๆ เพื่อกลับไปหลบแดดและพักผ่อนอยู่ในคฤหาสน์ดินปั้นที่ร่มรื่นเหมือนอย่างที่สตรีผู้ไม่คุ้นชินกับงานหนักพึงกระทำ ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก เตรียมตัวที่จ
Read more
PREV
123456
...
27
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status