All Chapters of ทะลุมิติมาเป็นแสงจันทร์ขาวของตัวร้ายในนิยายคุณธรรม: Chapter 31 - Chapter 40

67 Chapters

บทที่ 31 บุตรสาวสกุลต่ง

นางร้ายตัวหลักของเรื่องตายไปแล้ว หลังจากนี้เนื้อหาในนิยายก็จะยิ่งเปลี่ยนแปลงมากไปอีก จากที่เดิมทีซูเยว่อิงยังสามารถคาดเดานิสัยของตัวละครในนิยายและความเป็นไปที่ตัวละครเหล่านั้นจะลงมือทำ แต่ยามนี้นางจำต้องยอมรับว่าหนทางข้างหน้าของตนเองไม่อาจจะคาดเดาได้อีกต่อไปแล้ว“พี่หญิงใหญ่ ท่านกำลังหวาดกลัวอยู่หรือเจ้าคะ” ซูเยว่ชิงถามออกมาพลางยื่นมือของตนเองมาดึงมือของซูเยว่อิงไปเช็ดเพื่อทำความสะอาดคราบเลือดที่ยังคงเปรอะเปื้อนฝ่ามือของซูเยว่อิง“เจ้าไม่ต้องเช็ดแล้ว ยิ่งเช็ดก็ยิ่งเปื้อนเอาไว้พอถึงจวนข้าค่อยล้างและทำความสะอาดทีเดียว” คำพูดของซูเยว่อิงทำให้ซูเหวินจางและซูเหวินฉีที่กำลังจ้องมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงก็ต่างพยักหน้า ส่วนซูเยว่ฉางในยามนี้เขากำลังจ้องมองไปทางรถม้าสกุลต่งที่พึ่งจะออกจากประตูวังไป“หลังจากวันนี้ไป เมืองหลวงคงจะต้องมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นแน่ๆ” คำพูดของซูเยว่ฉางทำให้ซูเหวินจางเอ่ยออกมาเสียงเบา“อีกไม่นานฝ่าบาทจะต้องมีรับสั่งให้พ่อเข้าวังเพื่อสอบถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน” คำพูดที่เต็มไปด้วยความกลัดกลุ้มของซูเหวินจางทำให้ซูเยว่อิงสลัดความกังวลใจของตนเองทิ้ง
Read more

บทที่ 32 ถูกสตรีทำให้ลุ่มหลง

บรรยากาศในท้องพระโรงเต็มไปด้วยความตึงเครียด เรื่องที่เกิดขึ้นในตำหนักบูรพากลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ขุนนางในราชสำนักทุกคนล้วนรับรู้กันหมดแล้ว ยามนี้หยางเฉิงฮ่องเต้กำลังทอดพระเนตรไปที่ผิงอันโหวที่กำลังคุกเข่าถวายฎีกาฟ้องร้ององค์รัชทายาทด้วยสายพระเนตรที่เต็มไปด้วยความเย็นชา ถ้าหากหยางเฉิงฮ่องเต้ยินยอมรับฎีกาก็จะไม่ส่งผลดีต่อองค์รัชทายาท แต่ถ้าหากไม่ยอมรับฎีกาก็จะกลายเป็นฮ่องเต้ที่เมินเฉยต่อขุนนางไม่ยอมมอบความเป็นธรรมตามที่ขุนนางร้องขอ“ฝ่าบาททรงรับฎีกามาแล้วทรงออกคำสั่งให้ทำการสืบสวนอย่างละเอียดเพื่อมอบความเป็นธรรมให้แก่ทั้งองค์รัชทายาทและพระชายาองค์รัชทายาทเถิดพ่ะย่ะค่ะ” ซูเหวินจางเอ่ยแนะนำออกมาเพื่อลดความตึงเครียด หยางเฉิงฮ่องเต้จึงได้พยักพระพักตร์แล้วส่งสายพระเนตรให้เกากงกงไปรับฎีกาจากมือของผิงอันโหวเมื่อเกากงกงนำฎีกาไปถวายให้หยางเฉิงฮ่องเต้แล้วผิงอันโหวจึงได้ขยับกายลุกขึ้นพลางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเศร้าเสียใจ “ขอฝ่าบาทได้ทรงโปรดเมตตามอบความเป็นธรรมให้แก่บุตรสาวคนโตของกระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ” ถ้อยคำประโยคนี้ของผิงอันโหวทำให้หยางเฉิงฮ่องเต้ทรงเม้มพระโอษฐ์แน่นแล้วสุดท้ายจึงได
Read more

บทที่ 33 ความลำบากใจของฝั่งตัวร้าย

เมืองหลวงมีเรื่องให้ผู้คนพูดถึงแทบจะทุกวัน แต่ซูเยว่อิงกลับไม่มีเวลานั่งฟังข่าวลือ นั่งกินขนมและจิบน้ำชาอย่างสบายอกสบายใจดังเช่นที่เคยทำได้อีกแล้ว งานแต่งงานที่ใกล้เข้ามาทุกทีทำให้ทุกคนภายในจวนสกุลซูล้วนเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นไม่เว้นแม้แต่สาวใช้และบ่าวรับใช้ภายในจวน“พี่หญิงใหญ่ท่านรีบตื่นเถิด พี่หญิงหร่วนมาถึงแล้วเจ้าค่ะ” ซูเยว่ชิงมาปลุกด้วยตนเองเช่นนี้มีหรือที่ซูเยว่อิงจะยังคงนอนต่อไปได้อีก นางขยับกายลุกขึ้น บิดร่างกายไปมาเพื่อขับไล่ความเมื่อยขบแล้วจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงงัวเงีย“เจ้านี่ช่างกระตือรือร้นเสียจริงๆ กระตือรือร้นมากกว่าข้าเสียอีก” ซูเยว่อิงเอ่ยพลางหาวออกมาด้วยความง่วงงุน กิริยาของนางทำให้หร่วนเจียอีที่กำลังยืนจ้องมองนางอยู่ถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดู“เจ้าง่วงถึงเพียงนี้เหตุใดจึงไม่เข้าไปนอนในห้องไปเลยเสียเล่า นอนอยู่บนเก้าอี้นอนด้านนอกเช่นนี้ต่อให้นอนหลับไปก็ไม่มีทางนอนหลับได้สนิทหรอก” คำพูดของหร่วนเจียอีทำให้ซูเยว่อิงส่ายหน้า“ถึงแม้ว่าข้าจะหลบเข้าไปนอนด้านในห้องก็จะมีคนตามเข้าไปปลุกข้าอยู่ดี มิสู้นอนอยู่ตรงนี้ดีกว่าจะได้ไม่ต้องเดินไปเดินมาให้เสียเวลา” ซูเย
Read more

บทที่ 34 ขบวนเกี้ยวเจ้าสาว

ซูเยว่อิงจ้องมองต่งฮุ่ยเหมยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเห็นใจแล้วสุดท้ายจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน“ข้าได้ยินมาว่าคุณชายใหญ่มู่เกิดปีเดียวกันกับซื่อจื่ออันอ๋อง เจ้าคิดว่าซื่อจื่ออันอ๋องแก่หรือไม่” เมื่อซูเยว่อิงเอ่ยถามออกมาเช่นนี้ต่งฮุ่ยเหมยก็ส่ายหน้า“ในเมื่อเจ้าคิดว่าซื่อจื่ออันอ๋องยังไม่แก่คุณชายมู่ก็คงจะยังไม่แก่ในสายตาเจ้า ส่วนเรื่องที่ว่าเขายังครองพรหมจรรย์อยู่เจ้าไม่ต้องเสียใจ ซื่อจื่ออันอ๋องเองก็ครองพรหมจรรย์มาจนพบเจอข้าเช่นเดียวกัน ดังนั้นที่ข้ากำลังจะสื่อให้เจ้าเข้าใจก็คือ หากคุณชายมู่คือชายพรหมจรรย์ที่มีอายุมากแล้วซื่อจื่ออันอ๋องก็คือคนจำพวกเดียวกัน ข้ายังไม่ใส่ใจแล้วเหตุใดเจ้าต้องใส่ใจด้วย” ซูเยว่อิงเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าราบเรียบแต่คนฟังอย่างต่งฮุ่ยเหมย ซูเยว่ชิงรวมไปถึงหร่วนเจียอีต่างก็มีใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายไปจนหมดแล้ว“พี่หญิงท่านพูดออกมาเช่นนี้มักออกจะ...” เมื่อต่งฮุ่ยเหมยเอ่ยออกมาเช่นนี้ซูเยว่อิงก็หัวเราะออกมาเบาๆ“ที่ข้าพูดก็เพื่อปลอบใจเจ้ามิใช่หรือไง ดูสิ! ยามนี้เจ้าเลิกร้องไห้ฟูมฟายแล้ว”“ได้ฟังคำพูดของพี่หญิงเข้า ผู้ใดจะร้องไห้ต่อไปได้อีก
Read more

บทที่ 35 คืนเข้าหอของตัวร้าย

จวนอันอ๋องในเมืองหลวงไม่ได้ใหญ่โตแต่กลับได้รับการตกแต่งอย่างหรูหรา ทั่วทั้งจวนประดับประดาไปด้วยผ้าแพรสีแดง หน้าต่างประตูติดอักษรมงคลทุกบาน โคมไฟสีแดงถูกแขวนทั่วทั้งจวน บรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายอันเป็นมงคลเช่นนี้ทำให้แขกที่มาร่วมแสดงความยินดีต่างก็พากันพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นโชคดีของคุณหนูใหญ่สกุลซูแล้วยามที่เกี้ยวเจ้าสาวหยุดลงที่หน้าประตูจวนอันอ๋อง หยางจื่อโม่ก็รีบลงจากหลังม้าไปช่วยประคองซูเยว่อิงลงจากเกี้ยวเจ้าสาวด้วยตนเอง ยามที่นางก้าวเท้าลงจากเกี้ยวก็มีพรมปูพื้นสีแดงรองรับเท้าของนางเอาไว้ ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวทำให้นางมองเห็นแค่เพียงรองเท้าของตนเองและรองเท้าของคนที่เข้ามาช่วยประคองนาง นิ้วมือเรียวยาวและขาวสะอาดยื่นผ้าแพรสีแดงมาให้นางแล้วเอ่ยกับนางเสียงเบา“เจ้าจับผ้าแพรนี้ไว้” เมื่อเขาเอ่ยจบนางก็รับผ้าแพรมาถือเอาไว้ ส่วนตัวเขาถือชายผ้าแพรอีกด้านเดินเคียงคู่กันไปกับนาง“ระวังกระถางไฟ” เขาเอ่ยเตือนนางอีกครั้งแม้ว่านางจะมองเห็นของที่วางบนพื้นได้แต่การเอ่ยเตือนของเขาก็สร้างความอบอุ่นใจให้แก่นางอยู่ไม่น้อย ซูเยว่อิงก้าวข้ามกระถางไฟ ก้าวข้ามอานม้า เหยียบลงไปบนเมล็ดธัญพืชที่ถูกโปรยลง
Read more

บทที่ 36 ห้องหอของตัวร้าย

ซูเยว่อิงลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นแจ่มใส่ ความอบอุ่นที่โอบล้อมร่างของนางเอาไว้ทำให้นางจ้องมองมาที่ต้นกำเนิดของความอบอุ่นนั้นด้วยความซาบซึ้งใจ นอกจากจะมอบความอบอุ่นให้นางมาทั้งคืนแล้วเตาอุ่นของนางยังมีใบหน้าที่เจริญหูเจริญตาเป็นอย่างมากอีกด้วย ทำให้ซูเยว่อิงคิดอยู่ในใจว่า ‘นี่สินะ ข้อดีของการที่ได้แต่งงานกับคนหน้าตาดี’ นางคิดพลางยื่นมือไปลูบไล้ใบหน้าของเขาด้วยความหลงใหล เพียงแต่รอยดำคล้ำที่อยู่ตรงใต้ตาของเขาทำให้นางอดเอ่ยปากถามเขาไม่ได้“เหตุใดใต้ตาของท่านจึงได้มีรอยดำคล้ำเช่นนี้” นางเอ่ยพลางลูบใต้ตาของเขาอย่างแผ่วเบาแต่เขากลับไม่ตอบคำถามของนางแถมยังส่งเสียงถามนางด้วยน้ำเสียงอันแผ่วต่ำ“เจ้านอนพอแล้วหรือยัง” คำถามของเขาทำให้นางพยักหน้ารับในทันที เดิมทีนางตั้งใจจะบอกกับเขาว่านางนอนหลับเต็มอิ่มแถมยังหลับสบายเป็นอย่างยิ่ง แต่เขากลับไม่ยอมเปิดโอกาสให้นางได้พูด เขาโน้มใบหน้าลงมาแนบชิดกับใบหน้าของนางแล้วใช้ริมฝีปากที่เต็มไปด้วยความหิวโหยของเขาดูดกลืนคำพูดของนางลงคอไปฝ่ามือที่โอบกอดเอวบางของนางลูบไล้ร่างกายของนางไปทั้งร่างอย่างไม่ยอมให้พลาดไปเลยสักตารางนิ้ว ส่วนฝ่ามืออีกข้างก็จับต้นคอของ
Read more

บทที่ 37 เยี่ยมเยียนบ้านเดิมของเจ้าสาว

เทียนมงคลในห้องหอสว่างไสวตลอดทั้งคืน พอฟ้าสว่างแล้วก็ยังไม่ยอมออกจากห้องหอจนเกือบเที่ยงวัน เรื่องนี้ยิ่งพยายามปกปิดก็ยิ่งมีแต่คนพูดถึง อีกทั้งคนเป็นเจ้านายอย่างหยางจื่อโม่ก็ไม่คิดจะปิดบัง ข่าวลือนี้จึงถูกนำไปร่ำลือจนถึงภายนอก ในเมื่อหยางจื่อโม่บอกว่าบิดาของเขาไม่สนใจข่าวลือ ซูเยว่อิงจึงไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนต่อข่าวลือที่ผู้คนภายนอกพูดถึงนางอีกหลังแต่งงานได้สามวันซูเยว่อิงจะต้องกลับไปเยี่ยมเยียนบ้านเดิมตามธรรมเนียม หยางจื่อโม่ยินดีที่จะไปจวนสกุลซูเป็นเพื่อนนาง สร้างความยินดีให้แก่นางอยู่ไม่น้อย เมื่อกลับไปถึงจวนนางก็ยังได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคนในครอบครัวอยู่เช่นเดิม แต่สิ่งที่นางคาดไม่ถึงก็คือการได้พบว่ายามนี้ซูเยว่หรูได้กลับมาอยู่ที่จวนสกุลซูแล้ว“นางคุกเข่าอยู่หน้าจวนเกือบทั้งคืน ท่านลุงก็เลยจำเป็นต้องรับนางกลับเข้าจวนมา ทั้งท่านปู่และท่านย่าต่างก็กำชับว่าตอนที่จะไปไม่คิดจะบอกลา หากจะยอมรับนางกลับมาก็อย่าให้นางเข้าเรือนจื่อเวย” ซูเยว่ชิงกระซิบกระซาบเล่าให้ซูเยว่อิงฟัง ส่วนซูเยว่หรูที่ยืนอยู่ใกล้ทำเป็นไม่เห็นท่าทีกระซิบกระซาบของพวกนาง ยังคงวางท่าราวกับตนเองยังเป็นคุณหนูรองที่ได
Read more

บทที่ 38 จับผิดคนชั่ว

ซูเยว่อิงหันมาจ้องมองบิดาที่ในยามนี้กำลังมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเศร้าเสียใจ ถึงอย่างไรซูเยว่หรูก็เป็นบุตรสาวของเขา การที่นางกลายเป็นคนนิสัยไม่ดีเช่นนี้คนเป็นบิดาย่อมจะต้องรู้สึกเสียใจ“ไม่ใช่ความผิดของท่านพ่อ ท่านให้โอกาสนางแล้ว แต่ในเมื่อนางเลือกที่จะเป็นคนเช่นนี้ท่านก็ไม่สามารถทำอันใดกับนางได้” ซูเยว่อิงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงปลอบโยน ซูเหวินจางจึงได้เอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด“ต้องโทษพ่อที่ใจอ่อนยอมรับนางกลับมา ทำให้เจ้าต้องพบเจอเรื่องเช่นนี้” คำพูดของบิดาทำให้ซูเยว่อิงส่ายหน้า“ต่อให้ท่านพ่อไม่ยอมให้นางกลับจวนมา นางก็จะต้องหาทางทำให้ลูกอารมณ์เสียอยู่ดี” ซูเยว่อิงเอ่ยพลางปรายตาไปมองหยางจื่อโม่แล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วต่ำ“ไม่รู้ว่าสามีของลูกไปทำอันใดไว้ เหตุใดคนอย่างซูเยว่หรูจึงได้หันมาหมายตาเขา” คำพูดและสีหน้าราวกับกำลังจะเอาเรื่องของนางทำให้หยางจื่อโม่รีบส่ายหน้าให้นางอย่างลนลาน“ข้าไม่เคยส่งสายตาให้นางเลยสักครั้ง ใบหน้าของนางเป็นเช่นไรข้ายังไม่เคยจ้องมองตรงๆ เลยสักครั้ง เยว่อิงเรื่องนี้เจ้าต้องเชื่อข้านะ” คำพูดและสีหน้าของหยางจื่อโม่ทำให้ซูเหวินฉีที่ไม่ก
Read more

บทที่ 39 เรื่องเล่าของคู่ชายชั่วหญิงโฉด

อิงกั๋วกงเดินเข้าไปลากตัวกู้หมิงออกมาด้านนอกแล้วโยนร่างของเขาลงไปบนพื้นหน้าลานเรือน บรรดาสตรีที่มาถือศีลในอารามต่างก็ออกมาที่หน้าประตู พอเห็นว่าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นพวกนางก็รีบกลับเข้าห้องของตนเอง แอบดูและแอบฟังอยู่ในห้องของตนเองอย่างสงบ“เจ้าลูกสารเลว ยามนี้เจ้ากำลังได้รับโทษกักบริเวณอยู่ที่จวน เจ้าไม่เพียงขัดราชโองการหลบหนีออกมา ยามนี้เจ้ายังกล้ามามั่วโลกีย์กับสตรีชั้นต่ำในอารามชีอีกหรือ” คำพูดของอิงกั๋วกงทำให้ซูเยว่หรูพลันสั่นสะท้านไปทั้งร่าง นางรีบคุกเข่าลงบนเพื้นเคียงข้างกู้หมิงแล้วเอ่ยออกมาเพื่อแก้ต่างให้แก่ตนเอง“ข้ากับท่านพี่กู้ไม่ได้มั่วโลกีย์อย่างที่ท่านกั๋วกงเอ่ยออกมา ขอท่านกั๋วกงได้โปรดเห็นแก่ชื่อเสียงของข้าด้วย” เมื่อซูเยว่หรูเอ่ยจบเถียนเอินก็เดินตรงไปตบเข้าที่ใบหน้าของนางในทันที“เจ้ายังจะห่วงชื่อเสียงอันใดอีก ยามนี้ผู้คนในเมืองหลวงคงจะรับรู้เรื่องที่เจ้าไหว้วานคนของโรงหมอให้ไปนัดซื่อจื่ออิงกั๋วกงให้มาพบเจ้าที่อารามชีในยามค่ำคืนแล้ว เยว่หรูในฐานะที่ข้าเป็นตาของเจ้าข้ารู้สึกเสียใจกับการกระทำของเจ้าจริงๆ” คำพูดของเถียนเอินทำให้ซูเยว่หรูส่ายหน้าแล้วเอ่ยวาจาแก้ตัวออกมาในทันที“
Read more

บทที่ 40 เผชิญหน้า

ซูเยว่อิงจ้องมองสาวน้อยที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ข่าวลือที่แพร่กระจายอยู่ภายนอกนางไม่เชื่อหรอกว่าสตรีสองคนที่นั่งอยู่ตรงหน้านางจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง“พวกเจ้าไม่ต้องส่งคนไปช่วยโหมกระพือข่าวลือหรอก ข่าวฉาวเช่นนี้มักจะได้รับความนิยมในหมู่ผู้คนอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องเอาชื่อเสียงของตนเองไปเสี่ยงเพียงเพราะความสาแก่ใจเพียงเล็กน้อย” เมื่อซูเยว่อิงเอ่ยเช่นนี้ทั้งซูเยว่ชิงและต่งฮุ่ยเหมยก็ต่างพยักหน้า“พี่หญิงวางใจเถิด ต่อไปพวกข้าจะไม่ทำอีก พวกข้าก็แค่เกรงว่าผู้อื่นจะไม่รู้เพียงเท่านั้น คิดไม่ถึงว่าแม้แต่พุทธสถานอันศักดิ์สิทธิ์ก็ยังห้ามคำพูดของคนไม่ได้ แถมยังเป็นคำพูดที่รุนแรงเสียยิ่งกว่าที่พวกข้าทั้งสองตั้งใจจะให้คนไปปล่อยข่าวเสียอีก” ซูเยว่ชิงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสาแก่ใจ คนของนางและต่งฮุ่ยเหมยยังไม่ทันได้ลงแรงอย่างเต็มที่ คนในอารามชี้ก็นำเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนมาเล่าให้ผู้อื่นได้ฟังทันทีที่พวกนางได้ลงจากเขาแล้ว“สิ่งที่ทำให้ข้ารู้สึกสาแก่ใจกว่าก็คือยามนี้ท่านราชเลขาธิการเถียนเข้าวังไปกราบทูลขอลาออกจากตำแหน่งราชเลขาด้วยตนเอง แถมยังไม่ลืมให้เหตุผลที่ลาออกว
Read more
PREV
1234567
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status