Share

สามคนพ่อแม่ลูก

last update Tanggal publikasi: 2026-05-13 12:45:46

“เรียกข้าทำไมหรือเจ้าคะ อย่าทำเหมือนกับว่าท่านมีใจให้ข้าด้วยการแสดงท่าทีเช่นนี้ ตัวท่านเอ
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terbaru

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   เลือกสามีได้ดี(จบ)

    “พี่ซือเฉียน ท่านคิดจะทำอะไร”“ข้าแค่อยากบอกเจ้าใกล้ ๆ เท่านั้นเอง ที่ผ่านมาเพราะไม่เจนจัดเรื่องรักใคร่เฉกเช่นชู้สาวทำให้ข้าไม่รู้ตัวว่าคิดเกินเลยกับเจ้ามากเกินกว่าน้องสาวของสหาย”“…”“สิ่งที่ข้าพูดในวันนี้เจ้าอาจไม่เชื่อ แต่ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นเอง ว่าพี่ซือเฉียนของเจ้าก็รักเจ้าเช่นกัน” ประโยคสุดท้ายเขากระซิบที่ข้างหู เพื่อให้นางได้ยินชัดเจนที่สุดหนึ่งเดือนมานี้ในที่สุดเขาได้ตกผลึกแล้วว่านอกจากการกระทำที่ต้องแสดงออกให้นางเห็น คำพูดก็สำคัญไม่แพ้กัน จากนี้ไปไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำ เขาจะแสดงออกไปทิศทางเดียวกัน และจะรอจนกว่านางจะใจอ่อนยอมเปิดใจให้เขาอีกครั้งเพราะบิดาเร่งเร้าคอยส่งจดหมายมาที่สกุลเฉินทำให้สือจื่อหลันอับอายไม่น้อย สุดท้ายนางถึงได้ตัดสินใจแต่งกับคุณชายจากสกุลตู้ เหตุผลไม่มีอันใดมาก เพราะตู้เกาปินว่านอนสอนง่าย ทั้งยังสามารถชักจูงได้ง่ายแล้วมีหรือที่นางจะไม่ยอมแต่งงานกับบุรุษผู้นี้ นอกจากเหตุผลพวกนี้แล้วตระกูลตู้มีเพียงสามีนางที่เป็นผู้สืบทอด ด้วยผลประโยชน์ที่นางคิดอย่างถี่ถ้วน สือจื่อหลันถึงได้แต่งออกไป“ดูเหมือนว่าเจ้าจะเลือกสามีได้ดี”“แม้ว่าข้าจะเลือกสามีได้ดี แต่ก็

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   ออกเรือน

    เกี้ยวเจ้าสาวหยุดลงที่หน้าประตูใหญ่สกุลเฉิน ก่อนที่ร่างสูงของเฉียนซือเฉียนจะก้าวลงมาจากหลังม้าเพื่อรอรับร่างบางในชุดสีแดงมงคล โดยที่เขายังไม่ได้เห็นหน้านางเสียด้วยซ้ำ“คุณหนู ท่านค่อย ๆ เดินนะเจ้าคะ” เสียงของซิ่วเหอบอกกับคุณหนูของตน“พวกเราเข้าไปข้างในกันเถิด ท่านพ่อกับท่านแม่กำลังรอพวกเราอยู่” เขาบอกเสียงนุ่มแล้วอุ้มนางก้าวผ่านประตูไป“คำนับฟ้าดิน คำนับบิดา คำนับมารดา”จนกระทั่งเสร็จพิธีตามขนบธรรมเนียมซูหรงได้มานั่งรอให้สามีหมาด ๆ เปิดผ้าคลุมหน้าก็ถือว่าเป็นอันเสร็จสมบูรณ์“ข้าคงไม่ได้มาช้าเกินไปใช่รึไม่” บอกพลางก้าวเข้ามาใกล้หญิงสาวแล้วเปิดผ้าคลุมหน้าของนางออก เผยให้เห็นใบหน้างามที่วันนี้ถูกแต่งแต้มต่างจากปกติ วันนี้ซูหรงงดงามเป็นพิเศษ ครั้นคิดว่าอีกไม่นานตัวเองจะต้องทำเรื่องบางอย่าง แม่ทัพหนุ่มจึงได้กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่จนอีกคนจับสังเกตได้“ข้าจะนอนแล้วเจ้าค่ะ”“ให้ข้าช่วยถอดชุดให้หรือไม่”“เหตุใดถึงต้องถอดชุดด้วย”“เจ้าคงไม่คิดว่าสามีภรรยากันจะทำเพียงนอนด้วยกันเฉย ๆ หรอกกระมัง เพราะถ้าหากทำแค่นั้นคงไม่สามารถมีทายาทไว้สืบสกุลได้” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงมีเลศนัยซูหรงที่ได้ฟังคำพูดนี้ถึ

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   เพิ่งมารู้ตัวเอาป่านนี้

    “ถ้าเช่นนั้นข้าจะไปพบซือเฉียน!” เขาบอกอย่างรีบร้อน เรื่องนี้คงเป็นฝีมือสหายตัวดีแน่ ๆ เฉินซือเฉียนผู้นี้ช่างเอาแต่ใจอย่างร้ายกาจ ตอนที่ไม่ได้ชอบพอน้องสาวของเขาก็พูดจาผลักไสไม่ไยดี แต่พอตัวเองเกิดอยากได้นางมาเป็นฮูหยินกลับใช้เบื้องบนมาผูกมัดน้องสาวของเขาเอาไว้ แล้วจะไม่ให้เขาไม่พอใจได้ยังไงกันร่างสูงเดินเข้ามายังโถงรับแขกก็สบเข้ากับใบหน้าถมึงทึงของซูอันที่มองมาด้วยความไม่พอใจฉายแววชัดเจน“ลมอะไรหอบเจ้ามาถึงที่นี่” สิ้นคำพูดนี้ ใบหน้าของแม่ทัพหนุ่มได้หันไปตามแรงหมัดของบุรุษ“เจ้าทำอะไรไว้คิดว่าข้าไม่รู้งั้นรึ”“ดูจากท่าทางโมโหของเจ้าแล้ว พระราชโองการคงไปถึงที่จวนสกุลซูแล้วกระมัง”“ทำแบบนี้ทำไมกัน เจ้าเป็นคนพูดเองแท้ ๆ ว่าไม่เคยรู้สึกอันใดกับน้องสาวข้า พอนางตัดใจหนีเจ้าไปเมืองลั่วหยาง เจ้ากลับไม่ยอมปล่อยนาง”“หากข้าพูดไปคงน่าขัน ผู้ใดจะล่วงรู้เล่าว่าข้าจะเพิ่งมารู้ตัวเอาป่านนี้”“เจ้าอยากพูดอะไรกันแน่”“ข้ารักน้องสาวเจ้า ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใดที่ข้าไม่อาจปล่อยให้นางลอดพ้นออกไปจากสายตาข้าได้”“เจ้าก็แค่อยากเอาชนะนาง อย่าหลอกตัวเองไปหน่อยเลย”“ข้าไม่เคยอยากเอาชนะนาง ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ต

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   ไม่รู้ว่าควรรู้สึกเช่นไร

    “อีกไม่นานคงมีพระราชโองการลงมา เฉินซือเฉียนได้รับพระราชทานสมสรสจากฮ่องเต้แล้วคิดว่าเจ้าคงต้องตัดใจจากเรื่องนี้แล้วล่ะ” ใต้เท้าเฉินบอกนางเสียงเรียบ“พี่ซือเฉียนจะแต่งงานกับแม่นางคนใดหรือเจ้าคะ”“จะเป็นใครได้เล่า ถ้าไม่ใช่บุตรสาวของใต้เท้าซูต้าเฉิง”“ใต้เท้าซูงั้นหรือ” นางเอ่ยทวนด้วยน้ำเสียงสั่น“ข้าจะแต่งงานกับซูหรง”ราวกับถูกสิ่งของหนักอึ้งฟาดเข้าที่ใบหน้า สือจื่อหลันแทบจะข่มความไม่พอใจเอาไว้ไม่ได้ยามได้ยินว่าเขาจะแต่งงานกับสตรีที่นางมองว่าเป็นศัตรูอย่างซูหรง“ทำไมพวกท่านถึงได้ใจร้ายกับสตรีตัวเล็ก ๆ แบบข้านัก” ท้ายที่สุดนางได้ร้องไห้ออกมา ไม่ใช่เพราะโศกเศร้าเสียใจ แต่เป็นเพราะความแค้นเคืองที่จุกแน่นอยู่ในอก“เจ้าทำตัวเองแท้ ๆ ไยถึงได้โทษว่าเป็นความผิดของคนอื่น”“จื่อหลัน เรื่องพวกนี้เจ้าเป็นคนขอร้องเอง ข้าสามารถช่วยเจ้าได้เพียงเท่านี้ จงเลือกมาว่าจะออกเรือนกับใครระหว่างสองคนนี้ ส่วนเรื่องของซือเฉียนเจ้าก็หักห้ามใจเสียเถิด” เฉินลิ่วจงปลอบใจหญิงสาว แทนที่จะทำให้นางจะรู้สึกดีขึ้น ทว่ากลับได้ผลตรงกันข้าม“หากไม่ใช่พี่ซือเฉียน ข้าจะไม่ยอมออกเรือนไปกับใครทั้งนั้น”“พูดได้ดี ถ้าเช่นนั้นข้าจะ

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   คงสมใจเจ้าแล้ว

    แม่ทัพหนุ่มพยักหน้าเป็นคำตอบ งานแต่งงานนี้เขาเป็นคนร้องขอด้วยตัวเอง เพียงแต่ต้องให้บิดาเป็นคนออกหน้าให้จะได้ไม่น่าเกลียดเกินไป“เจ้ารักนางหรือไม่ แม่ไม่อยากเห็นซูหรงเสียใจเพราะเจ้าอีก” นางเลือกเอ่ยตามตรง“ท่านแม่พูดอย่างกับว่าไม่รู้จักนิสัยของลูกเสียอย่างนั้น”“หากเจ้าไม่ยอมตอบแต่โดยดี แม่จะถือซะว่าไม่ได้ยินเรื่องนี้แล้วอย่าได้หวังว่าท่านพ่อของเจ้าจะไปขอพระราชทานสมรสจากฮ่องเต้ให้เจ้า”“ข้ารักนางขอรับ มิใช่แบบพี่ชายกับน้องสาว แต่เป็นความรักแบบชายหญิง” เฉินซือเฉียนตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นไม่ไหวติง เดิมทีเขาไม่อยากบอกความรู้สึกของตนเองแก่ทั้งสองเพราะรู้สึกอายอยู่บ้างที่ต้องพูดเรื่องความรักให้มารดากับบิดาได้ฟัง“ก็ดี เจ้ารักนางก็ดี แม่จะได้วางใจ”“คงสมใจเจ้าแล้วใช่หรือไม่” เฉินลิ่วจงพูดกับฮูหยิน ของตน“หากไม่ใช่เพราะท่านให้ซือเฉียนหมั้นหมายกับสือ จื่อหลันตั้งแต่แรก คงไม่ต้องถอนหมั้นให้อับอายผู้คนเช่นนี้” ตอบกลับด้วยน้ำเสียงคาดโทษอยู่ในที“ข้าเป็นบุรุษต้องรักษาสัญญา ตอนนี้นางเลือกถอนหมั้นด้วยตัวเองก็ถือว่าข้าไม่ได้ผิดสัญญาที่ให้ไว้กับบิดาของนาง”“พอพูดถึงนาง ไม่ทราบว่าท่านพ่อได้หาคู่หมั้

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   พระราชทานสมรส

    เฉินซือเฉียนที่เพิ่งกลับมาถึงเมืองหลวงเมื่อกลางดึกที่ผ่านมาได้เห็นภาพพวกนี้เข้า เขารู้สึกไม่ค่อยใจนักยามคิดว่าบุรุษผู้นี้กำลังคิดเกินเลยกับนาง บุรุษก็เหมือนกันหมดนั่นแหละ หากจะให้นางแต่งให้จางหย่งมิสู้เขาแต่งนางมาเป็นฮูหยินคงดีเสียกว่า อย่างน้อยนางจะไม่ต้องกังวลเรื่องมีอนุคิดได้ดังนั้นจึงยิ้มกริ่มออกมา...อีกไม่นานสิ่งที่เขาคิดก็จะเป็นจริง“คุณชาย รีบกลับจวนเถิดขอรับ” อี้ฉีพูดขึ้นมาทำให้เขาตื่นจากภวังค์“ไปสิ”“บ่าวนึกว่าท่านจะรีบกลับจวนทั้นทีที่มาถึงเมืองหลวงเสียอีก ที่ไหนได้”“ที่ไหนได้อะไร พูดมาให้ชัดเจน” นัยน์ตาคมจ้องมองไปที่บ่าวคนสนิทด้วยน้ำเสียงเย็นชา อี้ฉี้ที่นึกขึ้นได้ว่าไม่ควรโพล่งปากพูดแบบนั้นออกมาได้แต่กลืนน้ำหลายอึกใหญ่ลงคอ หากเขาพูดไม่เข้าหูท่านแม่ทัพเข้าล่ะก็...มีหวังไม่ได้พักแน่ ๆ“ที่ไหนท่านแม่ทัพคงอยากซื้อของไปฝากฮูหยินใช่หรือไม่” เอ่ยพลางยิ้มเจื่อน“กลับจวน” ใบหน้าหล่อเหลาแปรเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่งยามคิดว่าตนต้องเผชิญกับอะไร หลังจากกลับถึงจวนสกุลเฉิน“ท่านแม่ทัพกังวลเรื่องใดหรือขอรับ” อี้ฉีพูดขึ้นมาอีกประโยค“ข้าน่ะหรือกังวล ข้าแค่กลัวว่าจะตอบคำถามท่านแม่อย่างไรให้หมด นา

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   เอาออกไปเสีย

    “เสียแรงเปล่ารึไม่ มีเพียงข้าที่สามารถตอบได้ อีกไม่นานข้าต้องออกเดินทางแล้ว โชคดีที่เจ้าอยู่ที่เมืองหลวง”“แม่ทัพเฉินกล่าวเกินไปแล้วกระมัง”“เลิกเรียกข้าว่าแม่ทัพได้แล้ว ได้ยินทีไรรู้สึกขนลุกทุกที ข้ารู้ว่าเจ้าไม่พอใจที่ข้าตำหนิซูหรงเรื่องของสือจื่อหลัน หากเจ้าเป็นข้าคิดว่าเจ้าคงทำแบบเดียวกัน”“กับ

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   หากรอไม่ไหวก็ไม่ต้องรอ

    “ซือเฉียน ต้องอยู่ชายแดนนานเท่าใดหรือเจ้าคะ” หลัวลี่หลินถามสามีด้วยน้ำเสียงกังวลไม่น้อย ลูกชายนางเพิ่งกลับมาที่เมืองหลวงได้ไม่เท่าไหร่ แต่ต้องกลับไปที่ชายแดนอีกแล้ว“เรื่องนี้ไม่มีใครตอบได้ ขึ้นอยู่กับฮ่องเต้”“หากเป็นเมื่อก่อนข้าคงไม่รู้สึกหนักใจ แต่ตอนนี้ลูกชายของพวกเราได้หมั้นหมายแล้ว คงไม่ใช่เร

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   ออกเดินทาง

    รุ่งเช้าของอีกวัน บรรยากาศหน้าจวนสกุลซูค่อนข้างอึมครึมเหตุเพราะลูกสาวเพียงคนเดียวกำลังจะจากอ้อมอกของครอบครัวเพื่อไปร่ำเรียนตามความต้องการของหญิงสาว แม้ว่าใต้เท้าซูกับภรรยาได้พยายามโน้มน้าวให้นางเปลี่ยนใจแต่เปล่าประโยชน์ ซูหรงยังคงยืนกรานหนักแน่นตามเดิม“ลูกแม่ ตอนนี้เจ้าเปลี่ยนใจก็ยังทัน”“นั่นสิ ท

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   เขามาหา

    “ซิ่วเหอ ข้าบอกไปแล้วมิใช่หรือว่าอยากอยู่คนเดียว” ซูหรงเอ่ยขึ้น เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าย่างกรายเข้ามาใกล้ นางคิดว่าคนที่เข้ามาเป็นสาวใช้ถึงได้พูดเช่นนี้ออกมา“ซูหรง”“ท่านมาทำไมกัน” หญิงสาวหันขวับ หลังจากได้ยินน้ำเสียงทุ้มเอ่ยเรียกจากด้านหลัง ก่อนหันใบหน้ากลับไปตามเดิม ตอนนี้นางกำลังนั่งปักผ้าอยู่จำ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status