All Chapters of ไป๋เฟิ่งมี่ข้าแค่บังเอิญหลอมโอสถได้นิดหน่อย: Chapter 131 - Chapter 140

147 Chapters

บทที่ 131

ยามเย็น แสงสุดท้ายของตะวันจางหายไปจากขอบฟ้า รถม้าสกุลซูค่อยๆ จอดนิ่งสนิทตรงหน้าจวน อวิ๋นเทียนในอาภรณ์เรียบหรูแต่เปรอะรอยยับจากการเคลื่อนไหวมาทั้งวัน ก้าวลงจากรถม้า จากนั้นโน้มตัวกลับเข้าไปช้อนร่างเล็กของมี่มี่ขึ้นมาแนบอกด้วยท่าทีทะนุถนอมร่างบางของนางดูอ่อนแรงเต็มที ฝ่ามือเรียวเกาะเกี่ยวไหล่เขาไว้เบาๆ ดวงหน้าแดงจัดด้วยพิษไข้แห่งความวาบหวามที่พึ่งผ่านไปไม่นาน ทั่วทั้งเรือนร่างยังคงผ่าวร้อนจากการ ร่วมรัก ตลอดทาง“ข้า…ข้าเดินเองได..”เสียงแผ่วของมี่มี่ขาดช่วง เมื่อนางแทบไม่มีแรงจะพูดอวิ๋นเทียนจึงกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นแล้วกล่าวเสียงนุ่ม“อย่าฝืน มี่เอ๋อร์… เดี๋ยวพี่จัดการทุกอย่างให้เอง”ภายในเรือนใหญ่เมื่อบ่าวไพร่เห็นนายท่านอุ้มฮูหยินเข้ามา ต่างก็ก้มหน้าโค้งคำนับโดยไม่ปริปากถามไถ่มากความ ทว่าต่างอ่านสีหน้ากันออก อวิ๋นเทียนออกคำสั่งให้เตรียมสำรับอาหารยกมาที่ห้องนอนโดยทันทียามเมื่อไปถึงห้องนอน อวิ๋นเทียนวางมี่มี่ลงบนตั่งกว้างที่ปูด้วยผ้าผืนหนานุ่ม กลิ่นเครื่องหอมในห้องอบอวล ผสมผสานกับกลิ่นกายของนางที่ยังคงความเย้ายวนอ่อนๆ เขาจัดแจงหมอนรองหลังให้นางได้พิงอย่างสบาย ขณะที่บ่าวไพร
last updateLast Updated : 2026-05-07
Read more

บทที่ 132

“อ๊ะ! ท่านพี่..ท่านจะทำอะไรเจ้าคะ”น้ำเสียงตื่นตระหนกกับดวงตากลมโตของมี่มี่ทำให้อวิ๋นเทียนอมยิ้ม“พี่แค่อยากอุ้มเจ้าเข้าเรือน วันนี้เจ้าเดินมากแล้วเท้าบวมไปหมดมิใช่หรือ?”มี่มี่ กะพริบตาปริบๆ คล้ายเพิ่งนึกได้ว่าวันนี้ตนเองเดินไปมาบ่อยจริงๆ“นั่นน่ะสิเจ้าคะ… ข้าท้องแค่สามเดือน แต่ก็รู้สึกปวดเมื่อยไปทั่วตัวแล้ว”อวิ๋นเทียนหัวเราะเบาๆ ก่อนก้าวเท้าเดินเข้าในเรือนอย่างช้าๆ“พี่นวดให้ไหม?”“ไม่เอา” มี่มี่ส่ายหน้ายกใหญ่จนเส้นผมบางส่วนร่วงลงมาปรกไหล่“หากให้ท่านพี่นวด… เดี๋ยวจะไม่ใช่แค่นวดอีก!”ถ้อยคำขัดขืนดูไร้พลัง เพราะแก้มเจ้าตัวขึ้นสีเล็กน้อย เหตุเพราะรู้ทันว่าสามีตนเองมักอ้าง นวด แล้วเลยเถิดไปมากกว่าการนวดทุกที“ฮ่าๆๆ”เสียงหัวเราะอันสบายอารมณ์ดังจากลำคอของอวิ๋นเทียน เขาโน้มใบหน้าเข้าใกล้ในระยะที่นางได้ยินเพียงคนเดียว“ลองดูก่อนไหมล่ะ พี่เพิ่งไปเจอตำรามา เผื่อเจ้าอาจจะติดใจก็ได้”ม่านตาของมี่มี่เบิกกว้าง เธอทั้งขำและเขินในเวลาเดียวกัน หากแต่ความคุ้นเคยในนิสัยของเขา ทำให้เธอได้แต่พองแก้มอย่างไม่จริงจังนัก เสี้ยววินาทีถัดมา นางก็แกล้งตีเบาๆ ที่หน้าอกเขา“พี่เทียน… อย่ามาล่อลวงข้านะ!”....
last updateLast Updated : 2026-05-07
Read more

บทที่ 133

พอเข้าช่วงเดือนที่ 6 มี่มี่มีอาการอยากกินผลไม้ 3 อย่างตลอดเวลา ท้อสีชมพูสด เนื้อหวาน เฉ่าเหมย (สตรอเบอร์รี่) ที่มีรสชาติหอมอมเปรี้ยวนิดๆ และผิงกั่ว (แอปเปิล) สามอย่างนี้คือสิ่งที่นางต้องทานทุกเวลา หากวันไหนของมีน้อย มี่มี่ก็ทำท่าจะหงุดหงิดหรือน้ำตาเล็ดเล็กๆ จนอวิ๋นเทียนหรือบ่าวไพร่ต้องรีบพุ่งตัวออกจากจวนไปหามาให้โดยด่วน“ท่านพี่… อยากกิน ท้อ ”นางพูดเสียงอ้อนพร้อมเชิดคางเล็กน้อย“รอเดี๋ยว ฉินฟงน่าจะใกล้กลับมาถึงแล้ว…” มี่มี่พยักหน้า สายตามีแต่คำว่าขอบคุณ นึกในใจว่าฉินฟงคงไปซื้อที่ตลาด แต่ที่ไหนได้ ฉินฟงได้รับคำสั่งและออกเดินทางตั้งแต่ 20 วันที่แล้ว ให้เดินทางขึ้นเหนือไปนำผลไม้กลับมาให้ทันก่อนที่ผลไม้ที่จวนจะหมด นายท่านถึงกับขนผลไม้ใส่ลังเวทขนาดใหญ่ 3 ใบที่มูลค่าหลายพันเหรียญทอง!“พวกเจ้านี่กินเก่งกันนัก มารดาเจ้าจะเดินไม่ไหวแล้ว”เขาเอ่ยเย้าหัวเราะเบาๆ อย่างคนสุขใจเดือนที่ 8 ของการตั้งครรภ์ เข้าสู่ช่วงท้องแก่ มี่มี่เริ่มมีอาการเหนื่อยมาก แค่ลุกจากเก้าอี้ยังงุ่มง่ามจนปวดเอว แต่ที่พิเศษคือ กลิ่นกายของอวิ๋นเทียนทำให้นางสงบลง ไม่หงุดหงิดง่าย และชอบอยู่ใกล้เขา หากเขาอยู่ห่างเกิน 3 ก้าว
last updateLast Updated : 2026-05-07
Read more

บทที่ 134

เช้าวันรุ่งขึ้น เด็กน้อยทั้งสามพลันลืมตาเป็นครั้งแรกในชีวิต มี่มี่ที่กำลังนั่งพิงหมอนอิงบนเตียงเมื่อเห็นเช่นนั้นก็รู้สึกประหลาดใจและยินดีจนพูดไม่ออก นางมองดูดวงตาของลูกชายคนโตที่มีสีอัมพันคล้ายหลงเฮย บุตรชายคนที่สองดวงตาเป็นสีเทาเหมือนซีเวียร์ และบุตรสาวน้อยมีดวงตาดำสนิทเหมือนอวิ๋นเทียน ความจริงตรงหน้านี้ยืนยันแก่ใจนางว่า พวกเขาทั้งสามยังคงอยู่กับนางไม่ไปไหนอวิ๋นเทียนโอบกอดมี่มี่จากด้านข้าง สายตาของเขาที่ทอดมองลูกๆ เต็มไปด้วยความรักและเอ็นดูเกินบรรยาย เขาอุ้มเหรินหาว บุตรชายคนโต ขึ้นส่งให้มี่มี่เพื่อป้อนนม นางปรับชุดงามที่สวมอยู่ให้หลวมออกเล็กน้อย พลางจัดท่าอุ้มเด็กน้อยให้แนบอ้อมอกอวิ๋นเทียนปรับตัวมานั่งช้อนหลังเป็นพนักพิง แผ่นอกของเขาเลยแนบใกล้กับร่างนางจนแทบอบอุ่นไปทั้งห้อง แต่บัดนี้ใจเขากลับจดจ่อกับภาพเบื้องหน้า เหรินหาวใช้ปากเล็กๆ ดูดจุกสีชมพูหวานอย่างตะกละตะกลามราวกับรู้ทันทีว่า ตรงนี้คืออาหารแสนอร่อย มี่มี่ได้แต่กอดร่างเล็กอย่างรักใคร่และตบก้นเบาๆ เพื่อกล่อมเขาให้ใจเย็นลงเสียงจ๊วบจ๊าบดังน่าขัน เด็กน้อยเหมือนรู้สึกปลอดภัยจนดูดได้อย่างเป็นสุขจนกระทั่งอิ่มแล้วจึงผละริมฝีปากเล็
last updateLast Updated : 2026-05-07
Read more

บทที่ 135

“ไม่…!”มี่มี่ร้องขึ้นด้วยเสียงสั่นเครือ ภาพตำหนักที่เคยแข็งแกร่งสูงตระหง่านและเต็มไปด้วยทหารคุ้มกัน บัดนี้กลายเป็นกองซากไหม้ไม่มีชิ้นดี ยิ่งกว่านั้น เมื่อนางหันไปมองที่จวนของบิดามารดา ภาพที่เห็นคือเศษกองปรักหักพัง และไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตหลงเหลืออยู่แม้แต่น้อยนางกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด โลกทั้งใบเหมือนหยุดลงทันทีเมื่อตระหนักว่านางอาจสูญเสียครอบครัวทั้งหมดไปอย่างไม่ทันตั้งตัวอวิ๋นเทียนกอดมี่มี่ไว้แน่น“ลูก… เราต้องไปช่วยลูก!” มี่มี่ตะโกนสลับสะอื้น นางตะเกียกตะกายหันไปหาสามี “ท่านพี่… อึก…ข้าไม่อาจสูญเสียพวกเขาไปได้” หลงจื่อเร่งเพิ่มความเร็วอย่างฉับพลันจนในพริบตาก็พาอวิ๋นเทียนและมี่มี่ทะยานไปถึงจุดหมาย มี่มี่ก็แทบไม่รอให้หลงจื่อร่อนลงนางทิ้งกายลงอย่างรวดเร็วก่อนทะยานตรงเข้าโจมตีกลุ่มเงามืดเบื้องหน้าโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของตนเอง เสียงคำรามของสัตว์อสูรปะทะเสียงแผดร้องแห่งความเกรี้ยวกราดของนาง ประหนึ่งว่ามี่มี่พร้อมพลีชีพหากสามารถปกป้องลูกๆ ได้ศพทหารและหน่วยลับที่ว่าแข็งแกร่งที่สุดนอนระเกะระกะ บ้างถูกสิ่งมีชีวิตดำมืดขย้ำจนไม่เหลือสภาพสมบูรณ์ เงามืดนับสิบตัวกำลังแยกเขี้ยวคำราม
last updateLast Updated : 2026-05-07
Read more

บทที่ 136

เฮือก!มี่มี่สะดุ้งตื่นพลางหอบหายใจจนตัวโยน ราวกับเพิ่งหลุดออกจากฝันร้ายอันสมจริงเกินทานทน อวิ๋นเทียนที่นอนเคียงข้างอยู่ไม่ห่าง พอได้ยินเสียงนางก็พลิกกายมารวบตัวไว้ หันเข้าหาและโอบรัดภรรยาโดยสัญชาตญาณปกป้อง“มี่เอ๋อร์ เจ้าเป็นอะไร?”เสียงเขาต่ำลึกแต่ฉายแววกังวล มือหนาเคลื่อนไปประคองหลังนางเบาๆ ขณะที่เพิ่งลืมตาได้ไม่นาน มี่มี่ยังหอบหายใจอยู่ ใบหน้าขาวซีดและดวงตาตื่นตระหนก มือนางสั่นเทา พยายามยกขึ้นสัมผัสใบหน้าของอวิ๋นเทียนเพื่อให้แน่ใจว่าบุรุษตรงหน้ายังมีชีวิตและอยู่ตรงนี้นางสัมผัสได้ถึงความอุ่นที่ผิวแก้มของเขา ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก“ฝัน…” พึมพำออกมาเพียงคำเดียว แต่นั่นก็เพียงพอให้อวิ๋นเทียนเข้าใจว่าอะไรเกิดขึ้น เขาค่อยๆ รั้งร่างบางมากอดแนบอก ในขณะที่ลมหายใจของนางเริ่มเป็นปกติ แต่ตัวนางกลับสั่นไม่ยอมหยุด“ข้าฝัน… ฝันว่าพวกเราทุกคนตายด้วยเงามืด”เสียงของมี่มี่แผ่วสั่นเล็กน้อย บ่งบอกถึงความหวาดหวั่นคงเหลือ“ครั้งนี้ในฝัน มันกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิมหลายเท่า”ดวงตาที่สบกับอวิ๋นเทียนส่อแววกังวลปนความกลัวลึกๆ ในใจอวิ๋นเทียนเงียบไปครู่หนึ่ง แววตาเคร่งขรึม“พี่จะฝึกให้หนักขึ้น”เขาตอ
last updateLast Updated : 2026-05-07
Read more

บทที่ 137

“เวทโอสถที่ข้าตั้งใจจะปล่อยออกจำนวนมาก จะได้ในราคาที่นับว่าถูกมาก ย่อมดึงดูดให้พวกเขาต้องการมากที่สุด แต่ถ้าใครไม่ลงนามในสัญญาเวท ก็คือปิดโอกาสตนเอง ชะตากรรมคงเป็นของพวกเขาที่ต้องรับไปเอง”อวิ๋นเทียนพยักหน้าเห็นด้วย “งานนี้เราอาจเปิดประมูลเชิญผู้แทนจากแคว้นทั้งห้าให้มาพร้อมหน้า ก่อนจะยื่นข้อเสนอโอสถเวทในราคาที่ไม่เคยปรากฏ บวกกับเงื่อนไขสัญญาว่าต้องไม่หันอาวุธมาเล่นงานแคว้นฉิน ไม่อย่างนั้นจักต้องชดใช้ด้วยวิญญาณ พวกเขาจะปฏิเสธได้ยากหากอยากพัฒนาแคว้นของตนให้พร้อมสู้กับภยันตราย”“เรื่องกองทัพลับของเรา ก็ต้องเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า”มี่มี่หันไปมองเฉินตี้“ข้าอยากให้ท่านพี่รัชทายาท และท่านพี่รอง ตลอดจนผู้แข็งแกร่งในวังหลวงเข้าร่วมด้วย ถ้าเป็นไปได้”เฉินตี้ฟังแล้วพยักหน้า“พ่อตกลง จะเป็นผู้ประสานงานเรียกทุกคนมาช่วยเสริมทัพ ให้มียอดทหารและผู้ฝึกเวทมากกว่าเดิม” แต่ก็หันไปสบตานาง “อย่างไรก็ตาม พ่อห่วงว่าเจ้าไหวหรือไม่ ต้องผลิตโอสถเวทจำนวนมากเช่นนี้ เพื่อแจกจ่ายตามแผนที่ว่า?”มี่มี่เม้มปากเล็กน้อย ทว่าแววตามั่นคง“ไหวเพคะ เสด็จพ่อ อย่ากังวลไป”ในใจนางพร้อมเข้าไปในมิติส่วนตัวเพื่อหลอมโอสถเพิ่มขึ้
last updateLast Updated : 2026-05-07
Read more

บทที่ 138

หลังจากนั้นไม่นาน แคว้นฉางส่งสารอย่างเป็นทางการขอเข้าพบท่านหญิงไป๋เฟิ่งมี่ ผ่านทางราชสำนักของแคว้นฉิน เนื่องจากเรื่องโอสถและปีศาจนี้เป็นเรื่องใหญ่ ที่เกี่ยวพันความมั่นคงของทั้งแคว้น ไม่อาจดำเนินการแบบลับๆ ได้อีกต่อไป จึงเป็นที่ตกลงกันว่ารัชทายาทแคว้นฉางจะนำขบวนมุ่งหน้าเข้าเขตแดนฉินอย่างเปิดเผยทว่าในการเดินทางครั้งนี้ นอกจากจะมีรัชทายาท อี้เชวียน แล้ว ยังมีสตรีวัยกลางคนคนหนึ่งร่วมขบวนด้วย ใบหน้าของนางเคร่งขรึมเล็กน้อย ดูมีร่องรอยความเหนื่อยล้าในดวงตา หากแต่ยังแฝงรัศมีความสง่างามตามฐานันดร วินาทีที่อี้เชวียนประคองนางขึ้นรถม้าอย่างนุ่มนวลก็สะท้อนความสนิทสนมและห่วงใยอยู่ไม่น้อย“ท่านแม่… ร่างกายท่านไม่แข็งแรง ควรพักผ่อนอยู่ในวังไยต้องออกเดินทางไกลเช่นนี้?”เสียงของอี้เชวียนมีแววกังวลอย่างชัดเจน ร่างสูงของเขายื่นมือช่วยพยุงผู้เป็นมารดาขึ้นไปนั่งบนเบาะข้างในสตรีวัยกลางคนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย โบกมือห้ามไม่ให้ประคองเกินจำเป็น แต่พอเห็นว่าอี้เชวียนจริงใจ ก็พยักหน้ารับ“ข้าต้องไป อี้เชวียน… ถ้าหากแม่ไม่ไปเสียตอนนี้ เสี่ยวหานคงหลบหนีและเร้นกายตลอดชีวิตได้เป็นแน่”วาจาสั้นๆ แต่นัยว่าเต็มไปด้วยควา
last updateLast Updated : 2026-05-07
Read more

บทที่ 139

เช้าวันรุ่งขึ้นที่สวนเหมย ท่ามกลางกลิ่นหอมละมุนของดอกไม้ที่บานสะพรั่ง มี่มี่ นั่งอยู่ใต้ศาลาไม้แกะสลัก ท่าทางของนางสงบเรียบง่าย สายตาจับจ้องที่แสงแดดอ่อนยามเช้าที่สาดส่องผ่านกิ่งไม้ นางกำลังรอคอยการมาถึงของ ซูเหยา และ จิ่งเจ๋อหยวน สองพ่อลูกที่นางส่งนกสื่อสารแจ้งไว้เมื่อคืนไม่นานนัก เสียงฝีเท้าเบาๆ ของพ่อบ้านก็ดังขึ้น เขาก้าวเข้ามาโค้งกายคำนับ“ฮูหยิน ท่านแม่ทัพจิ่น คุณหนูซูเหยามาแล้วขอรับ”“ขอบคุณเจ้าค่ะ ท่านไปพักเถิด”มี่มี่พยักหน้าอย่างอ่อนโยน“ขอรับ” พ่อบ้านโค้งตัวก่อนถอยออกไปอย่างเงียบเชียบไม่นาน ร่างของ ซูเหยา เดินตามพ่อของนางเข้ามา จิ่งเจ๋อหยวนโค้งกายคำนับ “คารวะท่านหญิง” “คารวะท่านแม่ทัพจิ่นเจ้าค่ะ”มี่มี่ยิ้มบาง“ท่านลุงจิ่งไม่ต้องสุภาพ เรียกข้ามี่มี่เหมือนอาเหยาก็ได้เจ้าค่ะ ส่วนข้าขอเรียกท่านว่าท่านลุงยะเจ้าคะ”จิ่งเจ๋อหยวนพยักหน้า สีหน้าเปี่ยมด้วยความเคารพก่อนเอ่ยขึ้น“ก่อนอื่น ลุงต้องขอบคุณท่านหญิง ที่เมตตาส่งโอสถให้ครอบครัวลุง”“ข้าแค่เลือกคนที่พร้อมจะเชื่อใจข้าเท่านั้นเองเจ้าค่ะ นอกจากท่านก็ยังมีอีกหนึ่งคนที่ข้าเลือก”มี่มี่กล่าวความจริงออกไป จิ่งเจ๋อหยวนรับคำ ใบหน้
last updateLast Updated : 2026-05-07
Read more

บทที่ 140

สองปีผ่านไปภายใต้ท้องฟ้าที่สงบสุข แคว้นต่างๆ แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะ แคว้นฉิน ซึ่งมีกองกำลังหลายแสนคน พวกเขาไม่เคยใช้พลังเพื่อรุกรานใคร แต่กลับยื่นมือช่วยเหลือแคว้นอื่นในยามวิกฤติ ความเมตตาและความยุติธรรมนี้ทำให้หลายแคว้นต่างแสดงความศรัทธาและขอร่วมเป็นพันธมิตรอย่างต่อเนื่องบนยอดเขาหลังจวนตระกูลซู หงเฟิ่ง และ เหอเฉิงเหยา ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข พวกเขาสร้างจวนเรียบง่ายไว้กลางผืนป่าที่รายล้อมไปด้วยต้นสนสูงชะลูด สองคนนี้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา ราวกับโลกทั้งใบมีเพียงพวกเขาสายลมยามเช้าพัดเบาๆ มี่มี่ นั่งอยู่ในศาลากลางสวน มองดูลูกทั้งสามที่วิ่งเล่นกันอยู่ไม่ไกล เด็กน้อยทั้งสามคนตอนนี้เติบโตเป็นเด็กอายุ สี่หนาว แล้ว ซูเหรินหาวพี่ชายคนโตยืนตรงกลาง ดูแล ซูหย่งหมิง และ ซูเหมยเยวี่ย อย่างเอาใจใส่"อาเยวี่ย เจ้าต้องเดินระวังหน่อยนะ!"เสียงของเหรินหาวดังขึ้นขณะกวาดตามองน้องสาวที่กำลังสะดุดกับชายชุดของตัวเอง น้องชายคนรองหย่งหมิงรีบเข้าประคองน้องสาวมี่มี่มองภาพนั้นแล้วหลุดหัวเราะเบาๆ"เด็กๆ พวกนี้โตขึ้นอย่างรวดเร็วจริงๆ"นางเอ่ยกับตัวเอง ดวงตาเต็มไปด้วยความรักทันใดนั้น แขนอบอุ่นของ อวิ๋นเทียน สวมก
last updateLast Updated : 2026-05-07
Read more
PREV
1
...
101112131415
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status