Todos los capítulos de เดินทางข้ามเวลาไปเป็นคุณหนูชนบทยุค 60s: Capítulo 31 - Capítulo 40

63 Capítulos

บทที่ 25 ขาทองคำมาให้เกาะถึงที่

“คุณชายน้อยโม่”เสิ่นเฟยฟางยิ้มออกมาอย่างดีใจรีบก้าวเดินไปหาเขาที่กำลังลงจากรถทหาร พร้อมกับฟ้องในสิ่งที่นายทหารคนนี้ทำ “คุณชายน้อยโม่ เขาเอาป้ายชื่อที่คุณชายน้อยโม่ให้ฟางฟางไปแล้วค่ะ”โม่ตงจวินกลับมาจากข้างนอกระหว่างขับรถผ่านหน้ากองทัพเพื่อกลับบ้าน มองเห็นเสิ่นเฟยฟางและอีกสองคนยืนด้วยสีหน้าไม่ดีถึงได้ให้พี่เลี้ยงจอดรถ ลึก ๆ ดีใจว่าหล่อนต้องมาพบเขาอย่างแน่นอน“อาฉี”“ครับ” เสิ่นเฟยฟางจำได้ว่าไม่ใช่สองคนที่เจอกันวันแรกเดินตรงไปยังนายทหารยืนหน้าซีด “ของที่นายขโมยไปเอามาคืนคนของคุณชายซะ”“คะ คุณชาย มันไม่ใช่แบบนั้นนะ!” มันรีบยัดใส่มือพี่เลี้ยงของลูกชายผู้เป็นใหญ่ที่สุดในกองทัพ “เป็นพวกเขาที่โกหก บอกว่าเก็บของคุณชายได้ ผมจะนำไปคืน”เสิ่นจิ้งรุ่ยตะโกน “โกหก! น้องสาวของฉันบอกว่าขอพบคุณชายน้อยโม่ แต่พี่ชายท่านนี้บอกว่าพวกเราคือนักต้มตุ๋น พอน้องสาวขอคืนกลับไม่ให้บอกทำเองได้”“คุณชายน้อยโม่ช่วยพาฟางฟางไปหาพ่อกับคุณลุงได้ไหม อาการย่าทวดของฟางฟางไม่ดี คุณย่าจึงให้มาตามทั้งสามคนกลับบ้านให้เร็วที่สุด” ในเมื่อขาทองคำมาให้เกาะถึงที่ เสิ่นเฟยฟางก็ไม่รอช้าจะใช้งานเขา“ได้สิ ขึ้นมาเร็วเข้า”แต่ละคนขึ้นร
Leer más

บทที่ 26 ร่วมมือกัน

การจากไปของแม่เฒ่าเสิ่นสร้างความโศกเศร้าให้กับทุกคนในบ้าน แต่ว่าพวกเขาไม่มีเวลาเศร้าต้องคอยรับแขกของสามพี่น้องเสิ่นที่ทำงานในกองทัพ อย่างเช่นตอนนี้บรรดาเพื่อนร่วมทีมที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีทยอยเดินทางมาแสดงความเสียใจพวกเขาคลุกคลีกับบ้านเสิ่นมานานเป็นเดือนและคอยแวะมาพูดคุยเล่นกับแม่เฒ่าเสิ่นตลอด การจากไปครั้งนี้สร้างความเสียใจให้พวกเขาเช่นเดียวกัน“อาเหว่ย”เสิ่นเฟยฟางเดินเข้ามาในห้องโถงไว้ทุกข์ เจอเข้ากับอาคนสนิทจึงเอ่ยเรียก เหว่ยเทาเห็นว่ายังมีเพื่อนร่วมงานอีกหลายคนเกรงว่าจะรบกวนพวกเขาจึงพาเด็กหญิงออกจากตรงนี้เหว่ยเทาจูงมือเสิ่นเฟยฟางมาข้างนอกและนั่งลงให้ระดับศีรษะเท่ากัน “ทำไมฟางเอ๋อร์มาอยู่ตรงนี้ล่ะ ไม่ใช่ว่าเขาไม่ให้ออกมาอยู่ข้างนอกหรือ”ความหมายก็คือช่วงที่แขกเข้าบ้านเด็ก ๆ จะเข้าไปวุ่นวายแขก เพื่อไม่ให้เด็กเข้าไปรบกวนเลยสืบต่อกันมาตั้งแต่อดีตจะไม่ให้เด็กเข้าไปวุ่นวายในงานแม้จะอยู่อย่างสงบ หรืออีกเหตุผลก็คือเด็กหวาดกลัวหากเข้าใกล้อาจเสียสติหรือเป็นบ้าไปก็มี แต่คนอื่นจะคิดว่าวิญญาณร้ายเข้าสิงในอดีตที่กล่าวอ้างมาว่ากันว่าลูกเศรษฐีคนหนึ่งที่เกิดจากอนุภรรยาเสียสติตอนงานขาวดำของแม่ พ
Leer más

บทที่ 27 ถูกจับได้คาหนังคาเขา (1)

ใบตองที่ต้องการใช้ถูกเก็บและนำไปตากแดดให้เฉาลงเกือบหมดป่า สี่พี่น้องช่วยกันเก็บอยู่หลายวันกว่าจะได้มันไม่ง่ายเลย ถ้าเป็นผู้ใหญ่หรือสูงกว่านี้คงใช้เวลาไม่กี่วันเท่านั้นพิธีกรรมทางศาสนาของแม่เฒ่าเสิ่นหมดลงไปหลายวันแล้ว แต่ละคนแยกย้ายกันไปทำงาน ผู้หญิงในบ้านมีหน้าที่ดูแลลูก บางคนออกไปหางานข้างนอกทำเพราะคิดว่าควรช่วยหาเงินเอาไว้ให้ค่าเช่าจวน“พวกเราต้องทำอะไรกันต่อ” อี้เฟยเฟยมองใบตองกองโตข้างหน้า“สิ่งที่พวกเราจะทำเรียกว่าขนมหมก ต้องใช้แป้งข้าวเหนียวในการทำ ป้าใหญ่เป็นคนดูแลข้าวของในบ้าน พี่ช่วยไปหยิบมาได้ไหมสักชั่ง” เสิ่นเฟยฟางเงยหน้าบอกพี่สาวในตอนที่นำใบตองมาวางทับกันให้เป็นระเบียบขนมหมกบางพื้นที่จะเรียกขนมงู หรือ ขนมจาก เป็นขนมที่ต้องห่อใบตอง นิยมในภาคใต้และภาคอีสานของประเทศไทย เสิ่นเฟยฟางอยู่กับขนมไทยมานานหลายปีและเธอรู้ว่าจะทำยังไงถึงขายมันได้“แค่น้องสาวบอกว่าต้องการแป้งมีหรือทุกคนจะไม่ให้” เสิ่นเฟยซินบอกตอนนี้มีเพียงเด็กผู้หญิงหกคนจากสามบ้านเท่านั้น เด็กผู้ชายตามบรรดาแม่ ๆ ไปซักผ้าเพื่อเก็บมะพร้าวแห้งนอกจวนให้กับเธอนอกจากใบตอง แป้งข้าวเหนียว มะพร้าวแล้ว ยังมีถั่วลิสงคั่ว น้ำตาล
Leer más

บทที่ 27 ถูกจับได้คาหนังคาเขา (2)

ภายในห้องโถงเรือนหลักทุกคนนั่งรวมกันอยู่และนั่งก้มหน้าทุกคน บรรดาแม่ ๆ เป็นคนอธิบายเรื่องราวให้พ่อแม่และพี่สาวสามีฟัง แต่ละคนตกใจเหมือนกับที่สะใภ้ทั้งสามตกใจก่อนหน้านี้“เด็กพวกนี้ทำอะไรไม่ปรึกษาผู้ใหญ่เลย” เสิ่นกวงลี่บ่นไม่เว้นแม้แต่ลูกสาว “เฟยเอ๋อร์ก็โตแล้วทำไมไม่ห้ามน้องสาวของลูก แถมยังช่วยกันอีก”เสิ่นเฟยฟางส่ายหน้า “เป็นฟางเอ๋อร์ที่พาทุกคนทำเองค่ะ ป้าใหญ่อย่าว่าพี่สาวเลยนะคะ”“ไม่ใช่แค่เฟยเอ๋อร์และฟางเอ๋อร์ ก่อนหน้านี้ทุกคนทำอาหารเป็นและใช้ครัวได้ แต่ว่ามีผู้ใหญ่อยู่ด้วยนี่อะไรมีแค่เด็กไม่กี่ขวบ อันตรายจริง ๆ” เสิ่นกวงลี่ที่เคยดันหลังหลานสาวตอนนี้กลับบ่นเสียเองใช่ เรื่องนี้พวกเธอผิดเต็ม ๆ ที่คิดว่าจะทำขนมกันเองโดยไม่ให้ผู้ใหญ่รู้ สุดท้ายถูกจับได้คาหนังคาเขาและยังถูกบ่นอีกต่างหากแม่เฒ่าสามโบกมือ “เอาเถอะ ๆ อย่าบ่นหลานสาวของฉันเลย พวกหล่อนก็แค่อยากทำขนมเท่านั้น แป้ง น้ำตาลหมดก็แค่ไปซื้อใหม่”“แม่!”เสิ่นเฟยฟางรีบเดินไปนั่งข้าง ๆ ผู้เป็นย่า เอนตัวซบตัก “ฟางเอ๋อร์แค่อยากทำขนมไปลองขายท่าเรือ ถ้าบอกทุกคนก่อนก็ไม่ยอมให้ทำแน่ ๆ” เมื่อมีโอกาสเธอจึงยอมพูดสิ่งที่ต้องการทำออกไป“หลานอยากขา
Leer más

บทที่ 28 ขนมหมก

ขนมหมกจำนวน 20 ห่อ ถูกนำออกจากซึ้งนึ่งและแกะใส่จานโดยฝีมือของสะใภ้ทั้งสามของบ้าน เพราะว่ามันยังร้อนอยู่เด็ก ๆ ไม่สามารถจับได้เสิ่นเฟยฟางใช้ตะเกียบจิ้มบริเวณข้างบนขนมแล้วแผ่ออก ด้านในปรากฏไส้จำนวนมาก มากกว่าที่เธอบอกให้พี่สาวทำใส่ซะอีก “ตอนร้อน ๆ มันจะหอมมาก แต่รอให้เย็นก่อนค่อยกินดีกว่าจะไม่ลวกปาก”“กลิ่นหอมมาก”“ฉันว่าแล้วเชียวกลิ่นอะไรถึงหอมขนาดนี้” แม่เฒ่าสามมีใบหน้าแจ่มใสบอก “ตอนแรกคิดว่าไม่ลูกสาวใหญ่คงเป็นสะใภ้สักคนกำลังทำขนมให้หลานฉัน นึกไม่ถึงว่าหลานสาวทั้งหกจะช่วยกันทำขนมหมกอันนี้”สีหน้าของหนึ่งลูกสาวและสามลูกสะใภ้แทบจะกลอกตาให้แม่เฒ่าสามผู้ยกยอหลาน เป็นผูซีหลินเอ่ยถาม “แล้วพวกเราจะเอาไปขายยังไง ไม่ใช่ว่าต้องไปติดต่อกองทัพก่อนเหรอ แล้วใครจะเป็นคนดูแลแผงค้าขายของพวกเราล่ะ”การค้าขายในท่าเรืออย่างที่รู้กันว่ามันต้องผ่านกองทัพและต้องมีเส้นสายถึงจะขายได้ นอกจากนี้ต้องจ่ายเงินให้ผู้คุมไม่อย่างนั้นบางทีร้านที่ไม่จ่ายอาจค้าขายต่อไม่ได้“หนูจะไปขอความช่วยเหลือจากคุณชายน้อยโม่ให้ช่วยเรื่องค้าขาย ให้พวกคุณอาช่วยดูแลเรื่องร้านค้าของเราให้ ส่วนค่าจ้างยังพอคุยกันได้”ไม่ว่าจะอาเหว่ย อาหม
Leer más

บทที่ 29 พี่ชายอีกคน

“คุณชายน้อยโม่!”เสิ่นเฟยฟางเหมือนเห็นแสงสว่างในชีวิตหลังเห็นโม่ตงจวินยืนอยู่ด้านหน้าของพี่เลี้ยง และกำลังจะเดินไปอีกทาง ทำให้เธอรีบเดินไปหาเขาทันที ไหน ๆ ก็เจอกันแล้ว ใช้เวลาที่คนในบ้านเธอไม่อยู่แถวนี้ในการขอความช่วยเหลือ“พวกนายรังแกฟางฟางเหรอ?” โม่ตงจวินเห็นใบหน้าเหมือนจะร้องไห้ของเด็กผู้หญิงที่เขามอบป้ายชื่อสีทองให้ก็แสดงท่าทีเกรี้ยวกราดออกมา“ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่ ผมกับสหายแค่เดินผ่านมาเจอเด็กคนนี้เดินหลงทาง เลยจะพาไปส่งที่ทำงานพ่อของเธอครับ” ทหารคนที่บอกจะไปส่งเสิ่นเฟยฟางรีบเอ่ยแก้ตัวโม่ตรงจวินหันมาถาม “จริงเหรอ”“ค่ะ”แม้สาเหตุจะมาจากอีกคนแต่เสิ่นเฟยฟางก็ไม่อยากสร้างปัญหาให้พวกเขา อุตส่าห์อาสาไปส่งเธอหาผู้ปกครอง“ฟางฟางมากับใครหรือ ทำไมพวกเขาถึงปล่อยให้ฟางฟางอยู่คนเดียว”โม่ตงจวินขมวดคิ้วไม่พอใจจนเสิ่นเฟยฟางอยากหัวเราะ เพราะเขาอายุเพียงแปดขวบกลับมีสีหน้าแบบนี้แล้ว “พ่อให้รออยู่ตรงนั้นแต่ฟางเอ๋อร์อยากเดินมาทางนี้ รู้ตัวอีกทีก็หลงทางแล้ว”ยังดีว่าเสิ่นเฟยฟางพูดรู้เรื่องแล้วไม่อย่างนั้นคนตรงหน้าคงสั่งลงโทษครอบครัวของเธอแน่ ๆ ที่ปล่อยปละละเลย“อาฉี พวกเราไปส่งฟางฟางก่อน” เขาหันไปบอกพ
Leer más

บทที่ 30 ช่วยเหลือครั้งที่หนึ่ง

หลังถูกหว่านล้อมจากเสิ่นเฟยฟาง โม่ตงจวินก็พาเพื่อนตัวน้อยกลับไปยังอาคารปฏิบัติการพิเศษ อาฉีคนเป็นพี่เลี้ยงเดินตามหามาสักพักพอเห็นทั้งสองรีบวิ่งมาหาทันทีด้วยความดีใจเขาเป็นพี่เลี้ยงคุณชายน้อยมาตั้งแต่คุณชายน้อยเกิด ยังมีพี่เลี้ยงอีกสองคนที่คุณชายน้อยของเขาไม่ค่อยชอบเท่าไร แทบร้องไห้ตอนคุณชายไม่ให้ตามพอคิดได้ก็หาไม่เจอแล้วอาฉีมีสีหน้างงงวยเอ่ยถาม “คุณชายหายไปไหนมาครับ! ท่านนายพลให้คนออกตามหาไม่เห็นคุณชายเลย อาฉีเกือบถูกสั่งไปทำงานที่อื่นแล้ว”“ไปไหนก็ดะ-” คำพูด ก็ได้ ถูกกลืนหายไปในลำคอ โม่ตงจวินเหลือบมองเด็กหญิงข้างกายเอ่ย “อยู่แถวนี้แหละ”“ฮะ”เสิ่นเฟยฟางขยิบตาให้พี่เลี้ยงของคุณชายน้อยโม่ที่ดูจะปรับอารมณ์ตามคุณชายของตนเองไม่ทัน ซึ่งตอนแรกเธอยังไม่คิดว่าเขาฟังในสิ่งที่เธอพูดขนาดนั้น“เปิดประตูให้หน่อยสิ”“คะ...ครับ ๆ”ประตูห้องทำงานของผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพเปิดออกอีกครั้ง ครั้งนี้โม่ตงจวินไม่ได้จูงมือเสิ่นเฟยฟางเข้าไปเหมือนรอบแรกแต่เดินอยู่ข้างกัน ทั้งสองเดินไปหยุดอยู่ที่เดิมนายพลโม่เลิกคิ้วเล็กน้อย “หายโกรธง่ายเป็นด้วยหรือ”ตั้งแต่เด็กโม่ตงจวินถูกเลี้ยงมาโดยพี่เลี้ยงเพราะทั้งเขา
Leer más

บทที่ 31 ขายของในท่าเรือวันแรก (1)

การทำสัญญาระหว่างบ้านเสิ่นกับกองทัพเป็นความลับที่รู้กันเพียงไม่กี่คนเท่านั้น แม้แต่เสิ่นเฟยฟางเองยังไม่ได้ตามไปทำสัญญา เนื่องจากรู้ว่าทุกคนพออ่านหนังสือออกกันอยู่บ้าง อีกอย่างถ้าเธอไปด้วยต้องมีคนกลับมาส่งซึ่งมันไม่สามารถทำได้ หากเมื่อวานในกองทัพไม่ได้ประชุมเรื่องสำคัญก็ต้องรอให้ทุกคนเลิกงานกันก่อนในขณะที่บรรดาผู้ชายของบ้านไปทำสัญญาเรื่องการค้าขาย ในบ้านพ่อเฒ่าสามกำลังทำโต๊ะ เก้าอี้ และถาดไม้สำหรับวางขนม โดยมีเสิ่นจิ้งรุ่ย เสิ่นจิ้งเอ่อร์คอยช่วย และแม่เฒ่าสามที่คอยช่วยเช็ดใบตองให้ไปตากแดดนั่งอยู่ไม่ไกลคอยมาช่วยสามีตอนหลานช่วยชายช่วยไม่ได้ใบตองพวกนี้เสิ่นเฟยฟางนำออกมาจากในมิติโดยให้แม่เฒ่าสามช่วยแก้ต่างว่าพาสี่พี่น้องบ้านสี่ไปตัดมา คนอื่น ๆ ไปสวนมะพร้าวในป่าที่เป็นของส่วนรวม สำหรับคนไห่หนานมะพร้าวลูกที่หล่นลงพื้นพวกเขาไม่กินกันแล้ว และเป็นผลดีสำหรับบ้านเสิ่น จึงถูกขนมาเก็บไว้ในจวนกองใหญ่“ถั่วลิสงพอหาได้นะ แต่ว่าน้ำตาลหาไม่ง่ายเลย อีกอย่างปกติชาวบ้านธรรมดามีบ้านไหนที่เขาซื้อน้ำตาลกัน” โจวเหม่ยฮุ่ยถอนหายใจ ตัวหล่อนเองก็อยู่แถบนี้มาตั้งแต่เกิด น้ำตาลไม่ได้กันง่าย ๆนอกจากน้ำตาลทรายขาวที่
Leer más

บทที่ 32 ขายของในท่าเรือวันแรก (2)

หนุ่ม ๆ จากไปแล้วเสิ่นกวงลี่ในฐานะพี่สาวสามีและผู้อาวุโสที่สุดเดินตรวจการจัดเรียงขนมอีกรอบ มองไปยังร้านค้าหลายร้านด้วยความกังวล“พวกเราจะขายได้แน่ ๆ หรือ” ตั้งแต่จัดร้าน เรียงขนม ผูซีหลินไม่เห็นลูกค้าเดินมาทางนี้บ้างเลย มากสุดก็แค่ร้านอาหารไม่ไกลจากตรงนี้ ส่วนร้านข้างกันเป็นร้านของสะสมซึ่งพวกเขามีลูกค้าอยู่แล้วเสิ่นเฟยฟางไม่ตอบและเดินมาหยุดหน้าแผงขายของตนเอง มองไปยังร้านอื่นตามผู้เป็นป้าสะใภ้เพื่อวิเคราะห์ พรุ่งนี้ต้องเตรียมอย่างอื่นมาตกแต่งด้วยและคงต้องมาเช้ากว่าเดิมให้ทันลูกค้าและชาวประมงที่ขึ้นจากน้ำในรอบเช้าด้วย“ไม่ต้องรีบหรอกค่ะ ป้าสะใภ้ช่วยฉันหั่นขนมออกเป็นชิ้น ๆ ได้ไหมคะ ใส่กระทงใบตองแล้วก็วางไว้บนถาดไม้บาง”หลังยืนคิดว่าควรเอาอย่างไรต่อเสิ่นเฟยฟางก็ตัดสินใจได้ แผงขายของพวกเธออยู่ท้าย ๆ และด้านใน หากต้องการขายออกไปต้องนำออกไปให้คนเดินผ่านไปผ่านมาชิมอยู่ด้านหน้าของท่าเรือ“มีใครจะไปกับฟางเอ๋อร์บ้าง ไม่สิ พี่สาวรอง พี่สาวสาม พวกเราไปด้วยกันดีกว่า” คิดเองตอบเองเสร็จแล้วเสิ่นเฟยฟางก็ลากพี่สาวทั้งสองถือถาดขนมเดินตามมาด้วยในบรรดาพี่น้องรุ่นสี่ นอกจากพี่ใหญ่อย่างเสิ่นจิ้งรุ่ยแล้วก็
Leer más

บทที่ 33 ขายของในท่าเรือวันแรก (3)

หน้าร้านขนมของบ้านเสิ่นตอนนี้มีลูกค้าเดินมาดูประปราย แต่พอรู้ราคาพวกเขาเดินหนีบ้างเลือกซื้อสักชิ้นไม่ให้ขายหน้าตนเองเพราะมากับสหาย ขายได้บ้างขายไม่ได้บ้างแต่ทุกคนยังให้การต้อนรับลูกค้าอย่างดี เสิ่นเฟยฟางจูงมือโม่ตงจวินไปยังถาดให้ลองชิม จิ้มขนมหมกชิ้นเล็กในถาดให้เขาได้ชิมดู “นี่คือขนมหมก ด้านนอกเป็นแป้งข้างในเป็นไส้มะพร้าวผัดถั่วลิสง” การบอกว่าด้านในคือไส้อะไรมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีก็คือลูกค้ากินพวกถั่ว มะพร้าวหรือส่วนผสมบางอย่างไม่ได้ก็จะไม่ได้หลงมากิน แต่บางครั้งก็เป็นภัยร้ายสามารถการแกะสูตรได้ง่ายสำหรับคนมีฝือเรื่องทำขนม สำหรับเสิ่นเฟยฟางไม่ได้กลัวเลยสักนิดเธอมีวิธีรับมือหลาย ๆ อย่าง ที่เตรียมเอาไว้แล้ว “คุณชายน้อยโม่พาพวกเรามาร้านนี้กันทำไม ไปร้านขนมของตระกูลฮวากันดีกว่า ตรงนั้นมีขนมมากมายให้พวกเราได้กิน มีแต่ขนมอร่อยทั้งนั้นแล้วก็ไม่ท้องเสียด้วย” ฮวาเจียเฉิง ลูกชายพลตรีในกองทัพเอ่ยเรียกความสนใจ เจิ้งหยูเชาลูกชายพันตรีเจิ้งและอายุมากกว่าคนอื่นในกลุ่มหนึ่งปีบอก “ไม่เอาน่าเจียเฉิง คุณชายน้อยโม่พาพวกเรามาที่นี่เพราะอยากกินขนมของคนอื่นไม่ใช่ของตระกูลฮวานะ” หวังเย่น้องเล็กในกลุ
Leer más
ANTERIOR
1234567
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status