All Chapters of เดินทางข้ามเวลาไปเป็นคุณหนูชนบทยุค 60s: Chapter 51 - Chapter 60

115 Chapters

บทที่ 42 โรงเรียนประถม (2)

หลังจากกินอาหารมื้อเช้าอิ่ม ทำผมเรียบร้อย คนมีหน้าที่นำขนมหวานไปขายก็เข็นรถเข็นไปขายในท่าเรือ มีเพียงเสิ่นกวงผิงต้องไปทำงานที่กองทัพจึงรับหน้าที่ไปส่งเด็ก ๆ แม้เด็กกลุ่มนี้จะบอกว่าไปเองได้ก็ตาม นี่เป็นภาคเรียนที่สองของปีการศึกษา นั่นหมายถึงว่าเสิ่นเฟยฟาง พี่ชาย และพี่สาวทุกคนล้วนเข้ามาเรียนกลางคันโชคดีว่าทดสอบบทเรียนผ่านจึงได้เข้าเรียน โดยแยกกันเรียนเป็นทั้งหมด 4 ห้อง เสิ่นเฟยฟางอายุน้อยที่สุดกลับโดนแยกไปอยู่ห้องที่หนึ่ง ครูใหญ่ให้เหตุผลว่าการเรียนของเธอดีที่สุด แถมอายุน้อยแยกไปอยู่คนเดียวหาเพื่อนได้ง่าย พี่ชาย พี่สาวโตแล้วอาจเข้ากับเพื่อนได้ยาก ทั้งเก้าคนจึงถูกจับแยกออกเป็นสามห้อง ห้องเรียนที่สอง เสิ่นจิ้งรุ่ย เสิ่นเฟยเจิน และเสิ่นเฟยเย่ ห้องเรียนที่สามมีเสิ่นเฟยซิน เสิ่นจิ้งเหวิน และเสิ่นจิ้งเอ่อร์ ห้องเรียนที่สี่ห้องเรียนสุดท้ายคืออี้เฟยเฟย เสิ่นจิ้งหนาน และเสิ่นเฟยเสียน “ฉันไม่เข้าใจ ว่าทำไมน้องสาวถึงได้แยกไปเรียนคนเดียว ให้พวกเราสักคนแยกไปกับน้องสาวก็ได้นี่ ครูไม่ยุติธรรมจริง ๆ” เสิ่นเฟยเสียนบ่น แต่เสิ่นเฟยฟาง
Read more

บทที 43 อย่าแตะฟางฟาง (1)

เสิ่นเฟยฟางถูกเรียกชื่อให้ไปแนะนำตัวในฐานะเด็กใหม่หน้าห้องเรียน พอครูประจำชั้นเรียนรู้ว่าเด็กผู้หญิงคนนี้พิเศษสำหรับคุณชายน้อยโม่ก็ให้ความสำคัญกับเธอทันที “คุณชายน้อยโม่ ขอบคุณนะที่ชวนไปนั่งข้าง ๆ แต่วันหลังไม่ต้องแล้ว” เมื่อถึงช่วงพักกลางวันเสิ่นเฟยฟางบอกความต้องการของตัวเองทันที นอกจากฮวาเจียเฉิงที่จ้องแผ่นหลังของเธอจนแทบพรุนแล้ว สายตาคนของเด็กในห้องก็แทบกลืนเธอลงท้อง ทั้งสงสัย อิจฉา และไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กใหม่คนนี้ถึงได้นั่งข้างโม่ตงจวิน ทั้งที่เสิ่นเฟยฟางเป็นเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารัก แค่พูดสองสามคำต้องมีคนอยากวิ่งเอาของมาให้เล่นแล้ว ดูเหมือนว่าการที่โม่ตงจวินเอาแต่ติดเธอ ทำให้คนอื่นไม่ชอบ โดยเฉพาะเซียวม่านอวี้ คุณหนูเซียวผู้ที่ทุกคนบอกว่าเป็นนางฟ้าของพวกเขา โม่ตงจวินหน้าบึ้ง “ฟางฟางอย่าสนใจพวกเขาเลยนะ! เป็นเด็กน้อยอายุยังไม่ถึง 10 ขวบ แต่ริษยากันแล้ว ฉันไม่ชอบพวกเขา” อย่างที่บอกว่าโม่ตงจวินฉลาด เขามองคนออกและไม่สนใจด้วย ตำแหน่งพ่อของเขาเป็นถึงท่านนายพลของกองทัพ จึงไม่ต้องคอยมองสีหน้าใคร เป็นพวกเขาต่างหากต้องมีหน้าเขาก่อน เจิ้ง
Read more

บทที 43 อย่าแตะฟางฟาง (2)

“เบา ๆ เสียงหน่อย รบกวนฟางฟางของฉันหมด” ไม่ต้องรอให้เด็กน้อยห้าม โม่ตงจวินหันมาถลึงตาใส่ฮวาเจียเฉิงแทน ฮวาเจียเฉิงหดศีรษะได้แต่กระพริบตาปริบ ๆ “ฉันไม่ได้ยุ่งกับฟางฟางของนายสักหน่อย” ไหน ๆ ต้องเรียนด้วยกันอีกหลายปี เสิ่นเฟยฟางจึงไม่ได้ห้ามพี่สาวที่ทะเลาะกับคนอื่น ถึงอย่างไรต้องทำความสนิทสนมกันเอาไว้ “คุณชายโม่เหรอ? ที่นี่สกปรกมากจะตาย ทำไมถึงกล้านั่งลงพื้นหญ้าแบบนั้นล่ะ” เซียวม่านอวี้โผล่มาจากไหนไม่รู้เอ่ยขึ้นมาด้วยความตกใจ ปกติโม่ตงจวินไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน นั่งกันหลายคนแน่นอนว่าโต๊ะม้าหินอ่อนแค่สี่ตัวนั่งกันไม่พอ เด็กบ้านเสิ่นอยู่ในชนบทเคยนั่งพื้นดินมานับครั้งไม่ถ้วน แค่นั่งสนามหญ้ามันจะเป็นอะไรไป แต่ลืมนึกถึงสี่คุณชายไปจริง ๆ “...” เซียวม่านอวี้ยังพูดต่ออีกว่า “ถ้าจะสนิทเด็กใหม่ไม่สู้ไม่ต้องสนิทดีกว่า คุณชายโม่ไม่เคยต้องมาลำบากแบบนี้” หวังเย่กระซิบถามเจิ้งหยูเชา “หล่อนจะไม่ถูกคุณชายน้อยโม่ตำหนิใช่ไหม?” ขนาดพวกเขาที่ตามโม่ตงจวินมาหลายปี เป็นเพื่อนเล่นกันมาหลายปี ที่หมายถึงว่าพวกเขาพยายามเข้าหาโม่
Read more

บทที่ 44 อายุน้อยร้อยหน้าที่ (1)

ในรั้วโรงเรียนสำหรับเสิ่นเฟยฟางตอนนี้ยังไม่มีอะไรให้น่าปวดหัว เพียงแค่เด็กกลั่นแกล้งกันเล็กน้อย เช่น ตอนที่เสิ่นเฟยฟางกำลังทำงานส่งครู กระดาษขาดบ้าง ปากกาหายบ้าง แต่พอโม่ตงจวินรู้เข้า เขาเอ่ยแค่ว่า “ใครทำ” ทุกคนก็หยุดแกล้ง นอกจากหน้าที่ในโรงเรียนแล้ว เสิ่นเฟยฟางยังมีหน้าที่ในบ้านให้ทำอีก ด้วยความที่ต้องขายขนมหวานมากขึ้น ช่อดอกมะพร้าวต้องเก็บทุกเช้าและตอนเย็น ทำให้พอกลับมาถึงบ้านหลังเลิกเรียน เสิ่นเฟยฟางจะพาเสิ่นกวงหยางที่อยู่บ้านเข้าไปในมิติ “ฟางเอ๋อร์ ช่วงนี้หลานนึกขนมหวานแบบใหม่ออกหรือยัง” เสิ่นกวงหยางเอ่ยถามหลานสาวที่ยืนข้าง ๆ ระหว่างเก็บช่อดอกมะพร้าว เสิ่นเฟยฟางส่ายหน้า “หนูอยากให้ร้านขนมหวานบ้านเสิ่นของพวกเราเป็นที่จดจำของลูกค้า หากรายการไหนขายไม่ได้ก็ยังไม่อยากนำรายการใหม่ออกมาขาย หนูคิดว่าลูกค้าเข้าร้านมากกว่าเดิมให้พวกเขาคุ้นชินกับเมนูในร้านทั้งหมดก่อน” เสิ่นจิ้งรุ่ยพึมพำ “ขนมหวานในร้านตอนนี้ก็เยอะมากอยู่แล้วนะครับพ่อ พวกผมกับเหล่าน้องสาวก็ไม่ได้ว่างมาช่วยพ่อแม่ และทุกคนทำขนมหรืออกไปขาย ทำไมพ่อถึงอย่างได้เมนูใหม่เข้าร้านอีกแล้ว” “ขนมหวานไม่ใช่สิ่งที่ลูกค้าควรกินทุกวัน ต่
Read more

บทที่ 44 อายุน้อยร้อยหน้าที่ (2)

เสิ่นจิ้งเหวินนั่งมองพี่ชายของเขาย่างปลาข้าง ๆ บ่อน้ำ พอเห็นน้องสาวจึงเอ่ยประชดขึ้นมา “ไม่เข้ามาพรุ่งนี้เลยล่ะ”“โธ่ พี่ห้าอย่าบ่นสิคะ ฉันเพิ่งทำการบ้านเสร็จน่ะ” เสิ่นเฟยฟางรีบตอบพลางทำหน้าอ้อน“เจ้าห้าอย่าดุน้อง” เสิ่นกวงหยางให้ท้ายหลานสาว“พ่อ!”เสิ่นเฟยฟางแลบลิ้นใส่พี่ชายและจ้องปลาย่างในมือของพี่ชายอีกคน เสียงท้องร้องขึ้นเบา ๆ จากนั้นใช้มือลูบท้อง เธอกลืนน้ำลายลงคอ “พี่ใหญ่ฉันหิวแล้ว ปลาในมือของพี่ชายฉันขอได้ไหม”“อันนั้นเพิ่งย่างเอาอันนี้ไป” เสิ่นจิ้งเหวินกลอกตาแต่ไปหยิบปลาย่างที่เพิ่งย่างเสร็จมาให้นั่งกินปลาย่างจนพุงป่องในที่สุดเสิ่นเฟยฟางก็พาทั้งสามออกมาข้างนอกและแยกย้ายกันไปโจวเหม่ยฮุ่ยเงยหน้ามองลูกสาวที่เดินกลับเข้ามาด้านใน “ลุงรองของลูกกลับแล้วเหรอ”“กลับแล้วค่ะ คืนนี้เตรียมวัตถุดิบไว้ทำขนมขายพรุ่งนี้แล้วด้วย” เสิ่นเฟยฟางพยักหน้าเสิ่นเฟยเจินพึมพำ “ดูเหมือนว่าฟางเอ๋อร์จะทำงานหลายอย่างจริง ๆ ไหนต้องเรียนหนังสืออีก”“อายุน้อยร้อยอาชีพ พี่สาวเคยได้ยินหรือเปล่า” เสิ่นเฟยฟางเอ่ยแซวตัวเองอย่างขบขันโจวเหม่ยฮุ่ยได้แต่ส่ายหน้าเอ็นดูลูกสาวทุกคน “พี่สาวของลูกทำการบ้านเสร็จแล้ว หิวกัน
Read more

บทที่ 45 ทำสัญญา

วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ของโรงเรียน ก่อนหน้านี้เสิ่นเฟยฟางให้ลุงของเธอเสนอข้อตกลงที่คิดให้กับโรงงานไป พวกเขาตอบรับและนัดทำสัญญากันวันนี้ เสิ่นกวงหยางและเสิ่นกวงเหยียนเป็นคนมาทำสัญญากับเสิ่นเฟยฟาง ส่วนเด็กในบ้านคนอื่นถูกเสิ่นเฟยฟางนำเข้าไปใช้เวลาในมิติหรือพูดง่าย ๆ ก็คือให้ทำงาน หน้าโรงงานของทะเลตากแห้ง กลิ่นหมักดองและกลิ่นตากแห้งของสัตว์ชนิดอื่น ๆ ตีจมูก เสิ่นเฟยฟางบีบจมูกเอาไว้พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงอู้อี้ “พวกเราต้องทำสัญญาซื้อขายที่นี่จริง ๆ เหรอคะ ไม่มีที่อื่นแล้วเหรอ” ต้องโทษที่เสิ่นเฟยฟางจมูกไวเกินไปและอาจเป็นเพราะร่างนี้ยังเด็ก พอกลิ่นตีกันจึงรู้สึกปวดศีรษะขึ้นมา ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมก้าวเข้าไปในโรงงาน เสิ่นกวงเหยียนหน้าเครียดเขาสบตาพี่ชาย “พี่พาหลานสาวไปห่าง ๆ ที่นี่หน่อย ผมจะเข้าไปคุยกับลูกค้าก่อนเหมือนที่พวกเราคุยกัน ถ้าออกมาข้างนอกได้ถือว่าเป็นผลดีกับเรา” “อืม” หลังน้องชายเดินเข้าไปในโรงงานเห็นเพียงแผ่นหลัง เสิ่นกวงหยางขมวดคิ้ว “นี่พวกเราไม่ทำเกินไปเหรอ? มาทำสัญญากับลูกค้าแต่ไม่เข้าไปข้างใน” นอกจากพวกเขายื่นข้อเสนอเพิ่มเติมให้ลูกค้าไปก่อนแล้ว ยังเรื่
Read more

บทที่ 46 วันที่คนปกป้องไม่อยู่ (1)

สีหน้าของเสิ่นเฟยฟางมีความงุนงงเล็กน้อยตอนที่เธอเดินเข้าห้องเรียนและพอกวาดสายตามองรอบ ๆ ไม่เจอโม่ตงจวิน โดยปกติทุกวันเขาจะมารอที่โต๊ะก่อนเธอมาโรงเรียน แต่วันนี้กลับไม่เห็นและเขาไม่ได้บอกเอาไว้ว่าจะไม่มาด้วยซ้ำ และโต๊ะเรียนที่นั่งประจำมาคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว เจิ้งหยูเชา ฮวาเจียเฉิง และหวังเยา ขาดเพียงโม่ตงจวินคนเดียว เสิ่นเฟยฟางถาม “คุณชายน้อยโม่ไม่ได้มาเรียนเหรอวันนี้” “ใช่” เจิ้งหยูเชาพยักหน้าและพูดอีกว่า “เหมือนลุงของเขาจะมาหา วันนี้เลยให้พี่เลี้ยงมาแจ้งลากับประจำชั้นแล้ว” “อ้อ” เสิ่นเฟยฟางพยักหน้าด้วยความเสียดาย เด็กน้อยนั่งลงโต๊ะที่เคยนั่ง แต่วันนี้คนที่เคยนั่งข้าง ๆ อย่างโม่ตงจวินกลับกลายเป็นฮวาเจียเฉิงแทน วันนี้โม่ตงจวินไม่อยู่ เสิ่นเฟยฟางสัมผัสได้ถึงสายตาของเพื่อนในห้องเรียน และพวกเขาเหมือนรอวันที่คนปกป้องเธอไม่อยู่ “อะ ขอโทษนะ” เก้าอี้ที่นั่งถูกโต๊ะเรียนด้านหลังกระแทก ทำให้เสิ่นเฟยฟางที่นั่งไม่มั่นคงถลาไปข้างหน้า อกของเธอกระแทกโต๊ะเรียนจนต้องเบ้หน้าด้วยความเจ็บ เสิ่นเฟยฟางหันหลังไปเตือน “ระวังหน่อย” เป็นเซียวม่านอวี้ที่เดินมานั่งตั้งแต่เมื่อไรไม่อ
Read more

บทที่ 46 วันที่คนปกป้องไม่อยู่ (2)

มีเพียงโม่ตงจวินเท่านั้นที่หล่อนไม่สามารถต่อกรได้ เพราะเขาไม่สนใจใครเหมือนกัน แต่ไม่ใช้อำนาจของพ่อรังแกคน“ฉันเป็นนักเรียนใหม่ของที่นี่ เข้าเรียนเพราะอยากรับการศึกษา ไม่ใช่มาเพราะคนอื่น ถ้าไม่อยากให้ฉันเรียนที่นี่แน่นอนว่าไม่ได้ ส่วนโม่ตงจวินถ้าไม่อยากให้เขาสนใจฉัน ก็แค่ไปบอกเขาอย่ามาบอกฉัน อีกอย่างเขาอยากใกล้ฉันนั่นคือสิ่งที่เขาเลือกแล้ว” เสิ่นเฟยฟางยกมือขึ้นกอดอกและตอบอย่างเฉยชาเพื่อนของโม่ตงจวินตะลึง ไม่คิดว่าคนที่อยู่กับโม่ตงจวินและดูนุ่มนวล ตอนไม่มีเขาอยู่จะกล้าพูดขนาดนี้ความจริงเสิ่นเฟยฟางไม่ได้แกล้งทำ เพราะเธอเป็นตัวของตัวเอง ถ้าพูดยากก็จัดการในแบบของเธอ แต่ถ้าพูดง่ายก็ใจดีด้วยกรี๊ด!“กรี๊ดอีกสิ กรี๊ดแรง ๆ เลยนะ ให้นอกห้องเรียนวิ่งมามุงดู ว่าคุณหนูเซียวนางฟ้าของพวกเขาเป็นคนแบบไหน จะทำอะไรอย่าลืมรักษาหน้าตาของพ่อแม่ด้วยนะ”ทันทีที่เสิ่นเฟยฟางยุยง อีกฝ่ายกลับหยุดกรีดอย่างอับอายครูประจำชั้นเรียนกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาในห้องเรียน นักเรียนทุกคนรีบเดินไปนั่งประจำที่ของตัวเอง ครูประจำชั้นเอ่ยถาม“เกิดอะไรขึ้น”ทุกคนในห้องต่างเงียบงัน“เป็นถึงห้องเรียนห้องที่หนึ่ง ควรจะเป็นหน้าเป็นต
Read more

บทที่ 47 พาเพื่อนมาบ้าน

อีกสองวันจะเป็นวันที่ต้องทำขนมส่งโรงงาน จำนวนที่เซ็นสัญญาเอาไว้คือสามพันชิ้น ทำให้ต้องเตรียมของล่วงหน้าหลายวัน โดยเฉพาะของที่อยู่ได้นานก็คือเตรียมเอาไว้ล่วงหน้าก่อนแต่ครูดันสั่งชิ้นงานให้ทำและส่งในสัปดาห์หน้าแน่นอนว่าหลังจากนี้เสิ่นเฟยฟางจะไม่ว่าง วันนี้จึงพาเพื่อนคนอื่น ๆ มาที่จวน จำนวน 6 คน แน่นอนว่าย่อมเป็นคนที่คุ้นเคยกันดี โม่ตงจวิน เจิ้งหยูเชา ฮวาเจียเฉิง และหวังเย่ แต่วันนี้จำนวนเพิ่มขึ้นมาอีก นั่นก็คือเด็กสาวสองคน กวนเสี่ยวถงกับซือหยา เป็นลูกสาวพันตรีกับพันโททันทีที่พวกเขาก้าวเข้ามาในจวนขุนนางเก่าที่ถูกปรับปรุงและซ่อมแซมก็ตกใจไปตาม ๆ กัน กวนเสี่ยวถงตะลึง หล่อนอ้าปากค้าง “ฟางฟาง นี่คือบ้านของเธอเหรอ”เพราะโม่ตงจวินเรียกเสิ่นเฟยฟางว่าฟางฟาง ทำให้เพื่อนในกลุ่มของเขาเรียกตามไปด้วย ตอนแนะนำตัวเพื่อความเรียบง่าย เสิ่นเฟยฟางเลยให้เด็กอีกสองคนเรียกเหมือนกันไปเลย“ฉันเป็นเด็กใหม่ที่ย้ายมาจากที่อื่นน่ะ จวนนี่เช่าเอาไม่ได้ซื้อ แม้อนาคตอาจจะซื้อก็ได้ แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่ของบ้านฉันหรอก” หวังเย่พึมพำ “ต้องจ่ายค่าเช่าเท่าไหรถึงเช่าได้ คงไม่ใช่เยอะกว่าเงินเดือนพ่อของฉันหรอกนะ”
Read more

บทที่ 48 ทำขนมสามพันชิ้น

ยังดีว่าวันนี้เป็นวันหยุดของโรงเรียน ทำให้ที่บ้านมีแรงงานใช้ แต่ว่าพรุ่งนี้วันที่ต้องมอบขนมให้กับโรงงาน เด็กทุกคนต้องไปโรงเรียน อะไรที่ทำในวันนี้ได้อย่างเช่นขนมหมกก็ช่วยกันทำ ส่วนอย่างอื่นเตรียมไว้และเก็บในมิติของเสิ่นเฟยฟาง“ฟางเอ๋อร์ ย่าคิดว่าครั้งหน้าพวกเราไม่รับทำขนมแล้วดีไหม แบบนี้ลูกค้าหน้าร้านของพวกเราก็จะได้กินขนมอร่อย ๆ ทุกวัน” แม่เฒ่าสามไม่อยากให้ลูกค้าหน้าร้านหายไป แม้ว่าการขายหลังบ้านจะได้เงินเยอะกว่าก็ตามเสิ่นเฟยฟางที่แบ่งส่วนผสมสำหรับกวนไส้ขนมหมกยืนคิดครูหนึ่ง ก่อนเอ่ยออกมา “ต่อจากนี้ถ้ามีคนมาสั่งพวกเรารับแค่คำสั่งซื้อเล็ก ๆ และต้องล่วงหน้าเป็นเดือนเท่านั้น ถ้าสั่งซื้อเร่งด่วนจะพิจารณาและจ่ายเพิ่มเป็นเท่าตัว”หลังจากเตรียมวัตถุดิบที่จะกวนไส้ขนมหมก ด้วยร่างกายเล็ก ๆ ของเธอ แม้วิญญาณอายุมากแต่ร่างกายยังคงเป็นเด็กอยู่ ทำให้เหนื่อยง่าย ยิ่งคนทำขนมมีน้อยใครพอช่วยได้ก็ช่วยกัน“เอาแบบนั้นก็ได้”เสิ่นเฟยเสียนชะเง้อหน้ามามองถังที่เตรียมไว้ผัดไส้ด้วยความอยากรู้ “ทำไมน้องสาวถึงเตรียมของได้เก่งจังเลย แถมพอชิมไส้แล้วมันยังมีรสชาติแบบเดียวกัน ทั้งที่ผัดไส้คนละกระทะแท้ ๆ”
Read more
PREV
1
...
45678
...
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status