All Chapters of ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว: Chapter 201 - Chapter 210

242 Chapters

บทที่ 201

“ตกลงค่ะ ลาก่อน” ทันทีที่วางสาย หลินซีอินก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกในที่สุด เธอนึกย้อนไปถึงคำพูดของฉือเทียนหลินเมื่อครู่นี้... เขาบอกว่าเผยมู่เหยี่ยยังมีความรู้สึกดี ๆ ให้เธอ จะเป็นไปได้ยังไงกัน ขอเพียงเผยมู่เหยี่ยมีใจให้เธอแม้เพียงเสี้ยวเดียว การหย่าร้างครั้งนี้... เธอก็คงทำใจหย่าไม่ลงหรอก แต่ที่ต้องเดินมาถึงจุดนี้ เป็นเพราะหัวใจมันบอบช้ำจนเกินเยียวยา และต้องผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดังนั้น เธอถึงได้บอกกับฉือเทียนหลินไปว่า เมื่อก่อนเผยมู่เหยี่ยเคยเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเธอ แต่ตอนนี้ เขาไม่ได้มีความหมายอะไรอีกแล้ว หลินซีอินไม่รู้เลยว่าหลังจากที่เธอเดินจากมา เผยมู่เหยี่ยกับฉือเทียนหลินถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน และเผยมู่เหยี่ยเองก็ไม่รู้เช่นกันว่า หลินซีอินได้ตัดสินใจแล้วว่าจะเว้นระยะห่าง ไม่ขอเจอกับฉือเทียนหลินชั่วคราว ลู่จั่วฝานรับหน้าที่ขับรถไปส่งเผยมู่เหยี่ยที่บ้านด้วยตัวเอง ระหว่างทาง เขาอดถามด้วยความข้องใจไม่ได้: “นายทำบ้าอะไรลงไปวะ? ระดับพวกนายมีหน้ามีตากันขนาดไหน นึกจะชกก็ชกกันง่าย ๆ อย่างนี้เลยหรือไง? โดยเฉพาะนายที่เป็นคนเปิดก่อน ถ้าคนอย่างฉือเทียนหลินคิดจะเล่นตุก
Read more

บทที่ 202

แต่เผยมู่เหยี่ยดันยอมทำตามการจัดแจงของนายท่าน ยอมแต่งงานกับหลินซีอินเสียอย่างนั้น พอแต่งงานปุ๊บก็ดันรักเดียวใจเดียว เรื่องซุกอีหนูไว้ข้างนอกน่ะเหรอ... อย่าว่าแต่มีกิ๊กเป็นตัวเป็นตนเลย แค่เงาผู้หญิงสักคนก็ยังไม่มีให้เห็น เรื่องนี้ทำเอาลู่จั่วฝานไม่เข้าใจเอาเสียเลย แต่จะว่าไป นอกจากเรื่องทัศนคติที่มีต่อผู้หญิงแล้ว เรื่องอื่น ๆ เขากับเผยมู่เหยี่ยก็เข้ากันได้ดีทีเดียว ไม่อย่างนั้นคงไม่คบหาเป็นพี่น้องกันมาได้ตั้งหลายปีขนาดนี้ แต่ถึงอย่างนั้น การกระทำของเผยมู่เหยี่ยในตอนนี้ เขาก็ดูไม่ออกจริง ๆ ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดจะทำอะไรอยู่ หลังจากส่งคนเจ็บถึงโรงพยาบาล ลู่จั่วฝานก็ขอตัวกลับ เช้าตรู่วันต่อมา หลินซีอินก็ได้รับสายโทรศัพท์ ซึ่งคนที่โทรมาก็คือเผยมู่เหยี่ยนั่นเอง แม้ว่าช่วงนี้เขาจะไม่ได้ติดต่อมาเลย แต่เพราะเพิ่งเจอกันไปเมื่อคืน หลินซีอินก็เลยอดรู้สึกร้อนตัวนิด ๆ ไม่ได้ เธอกดรับสายแล้วถามออกไป: “มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?” “ผมอยู่โรงพยาบาล” คำพูดสั้น ๆ ของเผยมู่เหยี่ย ทำเอาหลินซีอินใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม “โดนฉือเทียนหลินซ้อมมา” คราวนี้หลินซีอินถึงกับนั่งไม่ติด: “ฉือเทียนหลินต่อ
Read more

บทที่ 203

หลินซีอินเอ่ยขึ้น: “ขอโทษนะ ฉันยุ่งมาก คงไม่มีเวลาอยู่เฝ้าไข้คุณที่นี่หรอก” “นี่คุณกำลังบีบให้ผมฟ้องฉือเทียนหลินขึ้นศาลใช่ไหม?” หลินซีอินยิ้มหยัน: “อยากฟ้องก็ฟ้องสิ เกี่ยวอะไรกับฉันด้วยล่ะ? ในเมื่อคุณเป็นคนบอกเองว่าเขาเข้าหาฉันเพราะหวังผลประโยชน์ แล้วฉันจะไปสนทำไมว่าเขาจะเป็นหรือตาย?”กลายเป็นว่าเขายกหินทุ่มทับเท้าตัวเองแท้ ๆ เผยมู่เหยี่ยเม้มริมฝีปาก ก่อนจะเอ่ยต่อ: “ตอนนี้คุณยังเป็นภรรยาของผม ผมป่วย คุณก็ควรจะอยู่ข้าง ๆ ผมสิ” ไม่รอให้หลินซีอินได้เอ่ยปาก เขาก็พูดแทรกขึ้นมาอีก: “ถือซะว่า... เป็นคำขอร้องข้อสุดท้ายจากผม ก่อนที่เราจะหย่ากันก็แล้วกัน”หลินซีอินย้อนถาม: “แล้วถ้าจบเรื่องนี้ ประธานเผยจะยอมหย่าให้ใช่ไหมคะ? ฉันยังเชื่อใจคุณได้อยู่อีกเหรอ? ก่อนหน้านี้ตกลงกันไว้ว่าจะเอาหนังสือสัญญาหย่ามาให้ฉันดูตั้งแต่วันที่หก แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่เห็นวี่แววเลย” “เพราะคุณท้อง นั่นคือเหตุสุดวิสัย” เผยมู่เหยี่ยตอบ: “ผมไม่ได้กลับกลอก คำพูดของผม คุณยังเชื่อถือได้เสมอ” “หมายความว่า ถ้าคุณหายดีเมื่อไหร่ เราก็จะหย่ากันใช่ไหม?”เผยมู่เหยี่ยถามกลับ: “แล้วเรื่องลูกล่ะ คุณตัดสินใจได้หรือยัง” ห
Read more

บทที่ 204

“งั้นก็ดีแล้ว” หลินซีอินค่อนข้างเอ็นดูเด็กสาวอย่างชวีจิงโยวอยู่ไม่น้อย ติดก็ตรงที่ครอบครัวของอีกฝ่ายประคบประหงมเธอไว้ดีเกินไป หากเธอเข้าไปตีสนิทด้วย ทางนั้นก็คงอดระแวงในจุดประสงค์ของเธอไม่ได้ หลินซีอินเอ่ย: “งั้นเธอรีบไปทำธุระเถอะ” ชวีจิงโยวจ้องมองเธอตาละห้อย: “พี่สาว คราวก่อนพี่บอกว่าจะไปกินข้าวด้วยกันนี่นา ตอนนี้พี่มาเฝ้าไข้ งั้นเรานัดเจอกันที่โรงอาหารของโรงพยาบาลดีไหมคะ พี่ว่าไง!” เมื่อสบเข้ากับดวงตากลมโตที่มองมาอย่างออดอ้อน หลินซีอินก็พูดปฏิเสธไม่ออกจริง ๆ เธอจึงทำได้เพียงพยักหน้า: “ตกลงจ้ะ งั้น...ไว้เราค่อยคุยกันทางโทรศัพท์นะ” ชวีจิงโยวยิ้มกว้างด้วยความดีใจทันที: “โอเคค่ะ!” เมื่อหลินซีอินกลับเข้ามาในห้องพักผู้ป่วย หมิงชิงหว่านก็กลับไปแล้ว เหลือเพียงเผยมู่เหยี่ยที่นั่งกึ่งนอนพิงพนักเตียงอ่านเอกสารในแท็บเล็ตอยู่ “กลับมาแล้วเหรอ” เผยมู่เหยี่ยขมวดคิ้วทันทีที่เห็นเธอ: “หอบอะไรมาเยอะแยะ?” หลินซีอินวางกระเป๋าไว้ด้านข้างแล้วเริ่มจัดของ: “ก็ของที่คุณต้องใช้ทั้งนั้นแหละ” “หลินซีอิน ตอนนี้คุณท้องอยู่นะ...” เผยมู่เหยี่ยถอนหายใจเบา ๆ: “ผมเรียกคุณมา ไม่ได้จะให้คุณมาคอยทำงานพ
Read more

บทที่ 205

ฮั่วเซียนหยางแปลกใจ: “ฉือเทียนหลินเนี่ยนะ? ไปชกคน? จะเป็นไปได้ยังไง” ฉือเทียนหลินไม่ได้ลงไม้ลงมือเองมาตั้งกี่ปีแล้ว ระดับเขา แค่สั่งคำเดียวลูกน้องก็จัดการให้หมด จะลดตัวไปลงมือเองได้ยังไง เซียวรั่วอีเถียง: “ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ เขาซัดเผยมู่เหยี่ยจนซี่โครงหัก ต้องแอดมิตเข้าโรงพยาบาลไปแล้วเนี่ย” ฮั่วเซียนหยางสูดปากด้วยความตกใจ: “เขาอัดเผยมู่เหยี่ยเนี่ยนะ?” เซียวรั่วอีเล่าเหตุการณ์เมื่อคืนให้ฟังคร่าว ๆ ฮั่วเซียนหยางฟังจบก็เงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นว่า: “เผยมู่เหยี่ยนี่ก็ไม่ได้เรื่องเอาซะเลย อุตส่าห์ตามไปจับชู้ ดันโดนซัดซะเองเนี่ยนะ? คนที่ควรจะโดนอัดมันต้องเป็นไอ้ฉือเทียนหลินสิ” เซียวรั่วอีแหวใส่: “จับชู้อะไรกัน! คุณอย่ามาพูดจาซี้ซั้วนะ! หร่วนหร่วนของเราไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย!” “ครับๆๆ ผมผิดไปแล้ว” ฮั่วเซียนหยางรีบเปลี่ยนเรื่อง: “ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน? เที่ยงนี้ไปกินข้าวด้วยกันไหม?” เซียวรั่วอีตัดสายทิ้งทันที ฮั่วเซียนหยางยิ้มอย่างอ่อนใจ ก่อนจะกดโทรหาฉือเทียนหลิน หลังจากผ่านไปหนึ่งคืน รอยฟกช้ำบนใบหน้าของฉือเทียนหลินก็ยิ่งบวมเป่งและดูแย่ลงกว่าเดิม สภาพดูไม่ได้จนไม
Read more

บทที่ 206

หลินซีอินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความจากฉือเทียนหลิน เธอชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปว่า: “ฉันรู้แล้ว” พอฉือเทียนหลินเห็นข้อความ เขาก็รอพิมพ์ตอบไม่ทันใจ รีบต่อสายหาเธอทันที หลินซีอินเหลือบมองเผยมู่เหยี่ยโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอก เผยมู่เหยี่ยร้องทัก: “จะไปไหน” “ฉันจะออกไปรับโทรศัพท์หน่อย”“สายใคร ทำไมต้องออกไปรับข้างนอกด้วย” เผยมู่เหยี่ยขมวดคิ้ว: “เมื่อกี้ก็ยังรับตรงนี้ได้ไม่ใช่หรือไง”หลินซีอินตอบกลับ: “ฉันเองก็มีเรื่องส่วนตัวบ้างเหมือนกันนะ อีกอย่าง...เมื่อก่อนคุณแอบรับโทรศัพท์ลับหลังฉันน้อยเสียเมื่อไหร่ล่ะ” พูดจบ เธอก็เดินออกจากห้องพักผู้ป่วยไปทันที ผ่านไปตั้งพักหนึ่งแล้ว แต่ฉือเทียนหลินก็ยังไม่วางสาย ถือว่าความอดทนเป็นเลิศทีเดียว ทันทีที่หลินซีอินกดรับ ปลายสายก็ยิงคำถามใส่ทันที: “ทำไมตั้งนานกว่าจะรับสาย ทำอะไรอยู่เนี่ย” หลินซีอินตอบ: “ฉันอยู่โรงพยาบาล” “โรงพยาบาล? คุณเป็นอะไร” ฉือเทียนหลินชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะนึกขึ้นได้: “นี่คุณอยู่กับเผยมู่เหยี่ยเหรอ” “อืม” หลินซีอินตอบ: “เขากระดูกหักน่ะ” “เรื่องนั้นผมรู้แล้ว” ฉือเทียนหลินพูดต่อ: “
Read more

บทที่ 207

“แล้วทำไมคุณถึงต้องออกไปรับโทรศัพท์ข้างนอกด้วยล่ะ” หลินซีอินโกรธจนสมองตื้อไปชั่วขณะ พอตั้งสติได้ เธอจึงย้อนถาม: “ที่คุณบอกว่ารับแต่โทรศัพท์เรื่องงาน ใครจะไปพิสูจน์ได้ล่ะ บริสุทธิ์ใจจนไม่มีอะไรต้องปิดบังงั้นสิ? ก็แน่ล่ะสิ ท่านประธานเผยผู้ยิ่งใหญ่อย่างคุณ นึกอยากจะทำอะไรก็ทำตามใจชอบ ไม่เคยต้องเกรงใจใครอยู่แล้วนี่” “คุณจะมาประชดประชันทำไม” แววตาของเผยมู่เหยี่ยดูลึกล้ำขึ้นไปอีก: “ที่ผมพูดคือเรื่องจริงทั้งนั้น!” “เผยมู่เหยี่ย ตอนนี้มาพูดเรื่องพวกนี้ไปมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้วล่ะ” หลินซีอินเอ่ย: “ฉันจะรับสายใคร ทำไมถึงต้องออกไปคุยข้างนอก มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณทั้งนั้น” “ฉือเทียนหลินใช่ไหม” ความอดทนของเผยมู่เหยี่ยสิ้นสุดลง เขาโพล่งถามเธอ ตรง ๆ: “คนที่โทรมาเมื่อกี้ คือหมอนั่นใช่ไหม” “ใช่” หลินซีอินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา: “แล้วยังไง มีปัญหาอะไรหรือเปล่า” “ผมเคยบอกคุณแล้วไง ว่าที่เขาเข้าหาคุณมันต้องประสงค์ร้ายแน่ ๆ ทำไมคุณถึงยังไปยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก” จู่ ๆ หลินซีอินก็รู้สึกเหนื่อยล้าเหลือเกิน เธอและเผยมู่เหยี่ยกำลังจะหย่ากันอยู่แล้ว ทำไมยังต้องมานั่งเถียงกันเรื่องไร้สาระ
Read more

บทที่ 208

ช่างน่าขันสิ้นดี ผู้ชายที่นอกใจไปมีคนอื่น กลับกล้ามาคาดคั้นเธอเนี่ยนะ เธอแค่นยิ้ม: “ใช่สิ ตอนนั้นฉันไม่น่าแต่งงานกับคุณเลย”“ไม่แต่งกับผม แล้วคุณอยากจะแต่งกับใคร?” เผยมู่เหยี่ยโน้มตัวลงมาคว้าไหล่เธอไว้กะทันหัน: “ถังอี่เซินงั้นสิ?”หลินซีอินมองเขาด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ: “คุณพูดบ้าอะไรของคุณ?”“ผมพูดผิดหรือไง?” แววตาของเผยมู่เหยี่ยลุกโชนดุดัน: “หลินซีอิน ตอนนี้คุณเป็นภรรยาของผม คุณ... เป็นของผม!” สิ้นคำพูด เขาไม่ได้สนใจสายตาที่ตกตะลึงจนถึงขั้นหวาดกลัวของหลินซีอินเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มก้มหน้าลงบดขยี้ริมฝีปากเธออย่างดุดัน วินาทีนั้นหลินซีอินถึงกับสมองขาวโพลนไปหมด ทำไมเผยมู่เหยี่ยถึงพูดถึงถังอี่เซินขึ้นมาได้? ไม่สิ เผยมู่เหยี่ยรู้ถึงการมีอยู่ของถังอี่เซินได้ยังไงต่างหาก? ตั้งแต่แต่งงานไป เธอกับถังอี่เซินก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย จนกระทั่งเธอตัดสินใจจะสอบเรียนต่อปริญญาเอก ถึงได้บังเอิญเจอเขาที่บ้านอาจารย์ หลังจากนั้นถึงได้เริ่มกลับมาติดต่อกันอีกครั้ง ทว่าการติดต่อกันระหว่างเธอกับถังอี่เซินนั้นอยู่ในขอบเขตของความเหมาะสม เป็นเพียงการไปมาหาสู่กันแบบเพื่อนธรรมดาทั่วไป เธอย
Read more

บทที่ 209

“เผยมู่เหยี่ย!” หลินซีอินพยายามข่มความโกรธเอาไว้: “ตอนนี้คุณเป็นคนไข้นะ ช่วยอยู่นิ่ง ๆ หน่อยได้ไหม?” “งั้นถ้าผมหายป่วย คุณจะยอมให้ผมจูบไหมล่ะ?” น่าประหลาดใจนัก ไม่คิดเลยว่าคนอย่างเผยมู่เหยี่ยจะพูดจาอะไรแบบนี้ออกมาได้ แต่หลินซีอินก็ปฏิเสธกลับไปทันควัน: “ไม่มีทาง! เรากำลังจะหย่ากันอยู่แล้วนะ!” “ผมถึงบอกไง ว่าจะไม่หย่า” ริมฝีปากหยักบางของเผยมู่เหยี่ยคลอเคลียอยู่แถวซอกคอของเธอ การกระทำนั้นดูราวกับว่าเขาทั้งโหยหาและพึ่งพิงเธออย่างลึกซึ้ง แต่จะเป็นไปได้อย่างไรกัน สำหรับเผยมู่เหยี่ยแล้ว เธอก็คงเป็นแค่เครื่องระบายความใคร่เท่านั้นแหละ ก็มันสะดวกดีนี่ นึกอยากจะจูบก็จูบ นึกอยากจะ...ทำก็ทำ แถมยังไม่ต้องเสียเงินสักแดงเดียว หึ... หลินซีอินผลักเขาออกไปอีกครั้ง: “ถ้าไม่อยากกระดูกหักอีกรอบ ก็อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!” เผยมู่เหยี่ยยกมือกุมหน้าอกพลางหลุบตามองเธอ หลินซีอินอาศัยจังหวะนั้นลุกพรวดขึ้น แล้วเดินตรงไปที่ประตู “คุณจะไปไหน?” “ฉันเห็นคุณก็สบายดีนี่ ไม่เห็นจะต้องการคนดูแลเลยสักนิด!” หลินซีอินหยิบข้าวของของตัวเองขึ้นมา: “ส่วนเรื่องหย่า หวังว่าคุณจะรีบติดต่อฉันมาให้เร็วที่สุด
Read more

บทที่ 210

เธอไม่ได้กลัวความลำบากยากจน สิ่งที่น่ารังเกียจจนถูกคนดูถูกเหยียดหยามจริง ๆ คือความเกียจคร้าน ความต่ำตม และคนที่ไม่รู้จักขวนขวายต่างหาก อย่างหลินจื่อหาว ที่ไม่คิดจะหาเงินด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเอง วัน ๆ เอาแต่แบมือขอเผยมู่เหยี่ยประเด็นคือ เผยมู่เหยี่ยกับเขาเป็นอะไรกัน? แค่เรียกเขาว่าพี่เขยคำเดียว ก็หลงคิดว่าตัวเองเป็นน้องชายแท้ ๆ ของเผยมู่เหยี่ยไปแล้วจริง ๆ งั้นเหรอ? การที่เผยมู่เหยี่ยยอมให้เงินหลินจื่อหาว ก็เพื่อจงใจเอามาหยามเกียรติเธอชัด ๆ ใช่ไหมล่ะ? ก็นะ ระดับเผยมู่เหยี่ยจะมาเห็นค่าอะไรกับความพยายามเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเธอ แค่เขาจรดปากกาเซ็นสัญญาฉบับเดียว ไม่กี่นาทีก็ทำเงินได้หลักสิบล้านหรืออาจจะทะลุร้อยล้านแล้ว แต่นั่นใช่เหตุผลที่เขาจะมาดูถูกคนอื่นหรือ? หรือบางที... เขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจดูถูกคน เขาแค่มีความเย่อหยิ่งฝังลึกอยู่ในสายเลือด ทุกคำพูดและการกระทำที่แสดงออกมาจึงเต็มไปด้วยความโอหังและทระนงตัว... โดยที่เจ้าตัวก็ไม่รู้เรื่องเลยสักนิด สมแล้วที่พวกเขาไม่ใช่คนโลกเดียวกัน หลินซีอินจ้องหน้าเขา: “ในอนาคตฉันอาจจะไม่ได้ร่ำรวยล้นฟ้า แต่ฉันจะมอบชีวิตที่สงบสุขและมั่นคงให้
Read more
PREV
1
...
1920212223
...
25
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status