ลู่เสวี่ยเหมยเอ่ยปราม: “เอาล่ะ คุณก็เพลา ๆ ลงบ้างเถอะ เดี๋ยวพอซีอินกลับมาก็ทำตัวดี ๆ หน่อย อย่ามัวแต่ทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่เลย” หลินอี้หมิงเถียง: “ผมอุตส่าห์เลี้ยงดูมาจนโตป่านนี้ จะว่าสักสองสามคำมันจะเป็นอะไรไป!” “ฉันรู้สึกว่าช่วงหลายปีมานี้ ซีอินทำตัวห่างเหินกับพวกเรายังไงก็ไม่รู้...” ลู่เสวี่ยเหมยทอดถอนใจ: “ฉันกลัวว่า...” หลินอี้หมิงถามอย่างรำคาญ: “คุณจะกลัวอะไร!” ลู่เสวี่ยเหมยตวัดสายตาค้อนขวับ: “คุณว่าฉันกลัวอะไรล่ะ!” หลินจื่อหาวที่กำลังเปลี่ยนรองเท้าอยู่ตรงประตูบ้านพูดแทรกขึ้น: “คุณอาทั้งสองไม่ต้องกลัวไปหรอกครับ เรื่องนี้ไม่มีใครรู้อีกแล้วนอกจากพวกเรา...” “พอ ๆ แกไม่ต้องพูดแล้ว” ลู่เสวี่ยเหมยตัดบท: “รีบไปแล้วรีบกลับมาล่ะ” คล้อยหลังหลินจื่อหาว ลู่เสวี่ยเหมยก็เปรยขึ้น: “พอนึกย้อนไปตอนนี้ฉันยังรู้สึกเสียวสันหลังวูบไม่หาย โชคดีนะที่ตอนนั้นคนที่บังเอิญมาได้ยินเป็นจื่อหาว ถ้าเกิดเป็นซีอินล่ะก็...” “แล้วมันจะทำไมล่ะ เราเลี้ยงดูมาตั้งหลายปี...” “คุณหุบปากไปเลยนะ!” ลู่เสวี่ยเหมยดุเสียงเข้ม: “ต่อไปก็เหยียบเรื่องนี้ให้จมมิดไปเลย ห้ามพูดถึงมันอีกเด็ดขาด!” หลินอี้หมิงยอมหุบป
Read more