All Chapters of เกิดใหม่อีกทีข้าผู้นี้ขอเป็นปลาเค็ม: Chapter 11 - Chapter 20

65 Chapters

บทที่ 11 ความเกรี้ยวกราดของชุยวั่งชู

ปกติแล้วชุยชิงอีมักจะมานอนอาบแดด อ่านตำราแทะเมล็ดแตงบนเก้าอี้นอนตัวนั้น แต่วันนี้นางกลับเอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ทำให้ชุยวั่งชูอดคิดไม่ได้ว่าการเข้าวังในวันนี้คงจะทำให้ชุยชิงอีได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจอยู่ไม่น้อย เขาค่อยๆ ดึงตั๋วเงินออกจากชายแขนเสื้ออย่างปวดใจ ยื่นเงินปึกนั้นให้บ่าวรับใช้ด้วยมืออันสั่นเทา“นำเงินนี้ไปมอบให้คุณหนูใหญ่ บอกนางว่าไม่ต้องน้อยเนื้อต่ำใจไปหรอก ให้นางนำเงินนี้ไปซื้อของเพื่อปลอบประโลมจิตใจ วันพรุ่งนี้ท่านพ่อของนางจะจัดการกับคนสกุลหวังให้นางเอง”เมื่อเอ่ยจบชุยวั่งชูก็เดินไปที่ห้องหนังสือ เขารู้ดีว่าบุตรสาวตัวน้อยของเขานอกจากความเกียจคร้านแล้วนางยังชอบเงิน เงินจำนวนนี้คือเงินที่เขาแอบสะสมเอาไว้ใช้จ่ายในยามจำเป็น ช่วงนี้ฮูหยินของเขาโหดร้ายยิ่งนัก นางยึดเงินเบี้ยหวัดรายเดือนของเขาไปแบ่งเงินกึ่งหนึ่งให้เรือนซวีถงส่วนที่เหลือนางบอกว่าจะเก็บเอาไว้สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัวของลูกๆ นางมอบเงินค่าน้ำร้อนน้ำชาให้เขาแค่เพียงเศษเงินอันน้อยนิด เขาพยายามเก็บสะสมมาตั้งนานกว่าจะได้เงินก้อนนี้มา แต่พอรู้ว่ายามนี้บุตรสาวของเขาไม่สบายใจจนไม่คิดจะมานอนอาบแดดเขาก็อดรู้สึกปวดใจไม่ได้ จ
last updateLast Updated : 2026-05-31
Read more

บทที่ 12 ตักเตือนสกุลหวัง

ชุยวั่งชูจ้องมองหวังเหวินที่ยืนอยู่ไม่ไกลแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกดดัน“ท่านราชครูหวัง ยามนี้ทั่วทั้งเมืองหลวงต่างก็รู้กันหมดแล้วว่าท่านพูดจาดูหมิ่นท่านอดีตราชครูให้บุตรสาวของท่านฟัง นางจึงกล้านำคำพูดของท่านมาพูดต่อจนกลายเป็นที่ล่วงรู้ของผู้คนไปทั่วทั้งเมืองหลวง”คำพูดของชุยวั่งชูทำให้หวังเหวินจ้องมองชุยวั่งชูอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเขาจึงได้ตัดสินใจว่าจะเลียนแบบท่านอดีตราชครูเสิ่นด้วยการไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อชุยวั่งชู ต่อสู้ด้วยฝีปากจนกว่าชุยวั่งชูจะยอมเป็นฝ่ายแพ้ “ท่านอัครเสนาบดี ตั้งแต่เมื่อใดกันที่ท่านสนใจข่าวลือของผู้อื่น”“บังเอิญว่าข่าวลือนั้นมีคนเอ่ยถึงท่านพ่อตาและบุตรสาวคนโตของข้า หากข้าไม่สนใจก็คงเป็นการแสดงออกที่ออกจะเย็นชาต่อคนในครอบครัวมากจนเกินไปแล้ว”ถ้อยคำตอบโต้ของชุยวั่งชูทำให้หวังเหวินตัดสินใจคุกเข่าลงแล้วเอ่ยกับหลี่เหิงฮ่องเต้ในทันที“ฝ่าบาท! ขอพระองค์ได้โปรดมอบความเป็นธรรมให้แก่กระหม่อมด้วย บุตรสาวของกระหม่อมมีอายุแค่เพียงสิบปี บางครั้งคำพูดของนางก็ไม่อาจจะนำถือสาหาความได้”ชุยวั่งชูเลิกคิ้วขึ้นแล้วคุกเข่าลงเช่นเดียวกันแล้วเอ่ยวาจาโต้ตอบออกมาอย่างไม่ยอมแพ้“
last updateLast Updated : 2026-05-31
Read more

บทที่ 13 คนที่รู้สึกเกลียดชัง

จวบจนผ่านไปอีกหนึ่งวันข่าวลือในเมืองหลวงจึงทำให้ชุยชิงอีล่วงรู้ว่าบิดาของนางทำสิ่งใดในท้องพระโรงเพื่อบุตรสาว แม้ว่าชุยวั่งชูเคยพูดว่าเขาจะช่วยจัดการกับคนสกุลหวังให้นาง แต่นางที่คิดเอาเองว่าตนเองได้ใช้ชีวิตเป็นบุตรสาวของเขามาแล้วสองชาติย่อมจะสามารถเข้าใจเขาได้มากที่สุด นางจึงคิดว่าสิ่งที่เขาทำลงไปเป็นแค่เพียงการทำเพื่อขัดแข้งขัดขาคนสกุลหวังในราชสำนักเพียงเท่านั้นจวบจนพระสนมเต๋อเฟยส่งองค์ชายรองและนางข้าหลวงใหญ่ข้างกายมาที่จวน นำของกินและของใช้ภายในวังมามอบให้ ยังมีผ้าไหมแพรพรรณรวมไปถึงเครื่องประดับล้ำค่ามาที่จวน ชุยชิงอีจึงพึ่งจะเข้าใจว่าชุยวั่งชูจำเป็นต้องอาศัยอำนาจบารมีของพระสนมเต๋อเฟยและองค์ชายรองเสียที่ไหน คนที่ตั้งใจจะอาศัยอำนาจและบารมีของเขาคือพระสนมเต๋อเฟยและองค์ชายรองต่างหาก“ฝากองค์ชายรองกราบทูลพระสนมแทนหม่อมฉันด้วยเพคะว่าหม่อมฉันและชิงอีรู้สึกซาบซึ้งในน้ำพระทัยของพระสนมเป็นอย่างมาก เพียงแต่ทั้งหม่อมฉันและชิงอีขอรับไว้แค่เพียงขนมและข้าวของเครื่องใช้ที่พระสนมมีพระเมตตาประทานมาให้ก็พอ ผ้าไหมแพรพรรณรวมไปถึงเครื่องประดับล้ำค่าหม่อมฉันไม่กล้ารับเอาไว้หรอกเพคะ หากหม่อมฉันกล้ารับเอาไ
last updateLast Updated : 2026-05-31
Read more

บทที่ 14 ไม่ชอบหน้า

ท่าทีของชุยชิงอีทำให้ทั้งเสิ่นอวิ๋นหรูและบุตรชายทั้งสามต่างก็ประหลาดใจ ชุยชิงอีคือเด็กที่รู้ความเร็วจนบิดาของนางมักจะตำหนินางว่า “เด็กแก่แดด” นางเป็นเด็กที่รู้จักมีสัมมาคารวะ นอกจากบิดาของนางแล้วไม่ว่าผู้ใดนางล้วนปฏิบัติด้วยอย่างมีมารยาทเสมอ แต่การที่นางเสียมารยาทกับองค์ชายรองเช่นนี้ย่อมจะหมายความว่านางไม่ชอบหน้าองค์ชายรองอย่างแท้จริง“ขอองค์ชายรองได้โปรดอย่าได้ถือสา ช่วงนี้บุตรสาวของหม่อมฉันไม่ค่อยจะสบายจริงๆ” เมื่อเสิ่นอวิ๋นหรูเอ่ยออกมาเช่นนี้องค์ชายรองก็รีบเอ่ยออกมาในทันที“ในเมื่อคุณหนูใหญ่ไม่สบายข้าจะถือสานางได้อย่างไร” องค์ชายรองตรัสด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนน้อมเมื่อครู่นี้สายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังของชุยชิงอีทำให้ในใจขององค์ชายรองหลี่ฉางสั่นสะท้าน เขารับรู้ได้มาโดยตลอดว่าชุยชิงอีไม่ชอบเขา สายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังของนางทำให้เขาอดรู้สึกไม่ได้ว่าตนเองกำลังถูกนางเกลียดอย่างไร้เหตุผล ต่อให้ในใจรู้สึกไม่พอใจมากสักเพียงใดแต่เขาก็จำเป็นต้องเก็บงำสีหน้าของตนเองเอาไว้ ถึงอย่างไรนางก็คือคุณหนูใหญ่จวนสกุลชุย เขาไม่อาจจะล่วงเกินนางได้“ในเมื่อคุณหนูใหญ่ไม่สบายข้าก็ไม่ขอ
last updateLast Updated : 2026-05-31
Read more

บทที่ 15 อ๋องเก้าหลี่หานโม่

ชุยชิงอีและพี่ชายทั้งสามนั่งรถม้าออกจากจวนสกุลชุยไปชมพิธีการการต้อนรับท่านอ๋องเก้าหลี่หานโม่ ที่ยกทัพกลับเมืองหลวงหลังจากที่เขานำทัพใหญ่ไปทำศึกกับแคว้นเป่ยแล้วได้รับชัยชนะกลับมา หลี่เหิงฮ่องเต้เสด็จไปรอต้อนรับการกลับมาของแม่ทัพใหญ่ที่หน้าประตูเมืองด้วยพระองค์เอง โดยมีบรรดาเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงรวมถึงฮองเฮาและบรรดาพระสนมที่ได้รับความโปรดปรานติดตามไปด้วยยามรถม้าของจวนสกุลชุยแล่นเข้าใกล้ถนนเส้นหลักที่มุ่งสู่ประตูเมือง เสียงผู้คนก็หนาแน่นขึ้นจนแทบกลบเสียงฝีเท้าม้า ธงทิวหลากสีปักเรียงรายสะบัดไหวตามแรงลม กลิ่นธูปจากศาลเจ้าเล็กๆ ริมทางปะปนกับกลิ่นแป้งหอมของสตรีที่แต่งกายงดงามออกมารอชื่นชมขบวน กลิ่นน้ำชาและขนมอบล่องลอยมาจากโรงน้ำชา แผงร้านค้าที่ตั้งเรียงรายอยู่สองฟากถนนแสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นของผู้คนในเมืองหลวงที่จะต้อนรับท่านอ๋องเก้าและแม่ทัพนายกองของเขาที่สามารถคว้าชัยชนะจากการศึกในครั้งนี้ชุยชิงอีเอนกายพิงหมอนในรถม้าอย่างเกียจคร้านแต่ดวงตากลับเป็นประกาย นางยื่นมือแหวกม่านหน้าต่างรถม้ามองออกไปข้างนอก นางมองเห็นเด็กเล็กถูกอุ้มขึ้นบ่า ผู้คนเบียดเสียดกันอยู่จนเต็มสองฝากถนน แม้แต่บ่าวไพร่
last updateLast Updated : 2026-05-31
Read more

บทที่ 16 การแต่งงาน

หลี่หานโม่จ้องมองสีหน้าที่เต็มไปด้วยความซีดเผือดของชุยวั่งชูแล้วจึงได้หันไปจ้องมองสีหน้าตกตะลึงของบุตรสาวของเขา แม้ว่าจะมีอายุแค่เพียงสิบขวบแต่ชุยชิงอีกลับมีใบหน้างดงามเหนือกว่าสตรีทั่วไป อีกไม่กี่ปีความงามของนางก็คงจะเฉิดฉายมากกว่านี้ นางคือโฉมสะคราญล่มเมืองที่ทำให้บ้านเมืองที่เขาและคนทั้งกองทัพใช้หยาดเหงื่อและหยาดโลหิตแลกมาเกิดความวุ่นวายจนกระทั่งต้องสูญเสียผู้ปกครองแคว้นเพียงเพราะการตายของนางเขาหันไปทางหลี่ฉางหลานชายผู้บ้าคลั่งแล้วก็แค่นยิ้มออกมา แม้ว่าความทรงจำในชาติที่แล้วเขาจะจดจำได้แบบปะติดปะต่อ แต่เหตุการณ์ในวันนี้เขาจดจำได้อย่างแม่นยำ ตอนที่เสด็จพี่ของเขาพระราชทานสมรสให้เขากับท่านหญิงจากจวนฉู่อันป๋อ เขาเคยประกาศออกมาว่า“กระหม่อมยินดีรับตราจอมทัพ แต่ไม่ยินดีรับพระราชทานสมรสพระราชทานพ่ะย่ะค่ะ ดวงชะตาของกระหม่อมจะต้องพลีชีพในสนามรบ กระหม่อมไม่อยากเพิ่มหญิงหม้ายให้แก่แว่นแคว้นของพวกเรา”แต่ผลสุดท้ายเขาก็ไม่ได้พลีชีพในสนามรบแต่ต้องมาตายเพียงเพราะต้องการจะปกป้องเจ้าหลานชายผู้โง่งม คิดไม่ถึงว่าหลานชายผู้โง่งมผู้นี้จะเกิดอาการคลุ้มคลั่งหลังจากสูญเสียนางอันเป็นที่รัก เขาไม่เคยเห็นหล
last updateLast Updated : 2026-06-01
Read more

บทที่ 17 ทางเลือกของปลาเค็ม

แม้จะอยู่ท่ามกลางเสียงฮือฮาและสายตาจากผู้คนนับร้อยที่จ้องมองมา ชุยชิงอีกลับรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบเงียบงันลง นางคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าหลี่เหิงฮ่องเต้ ด้านข้างคือบิดา และท่านอ๋องเก้าหลี่หานโม่ที่ยังคงคุกเข่าอยู่ หัวใจของนางเต้นระรัวเมื่อคิดได้ว่าอีกไม่นานอาจจะมีประกาศพระราชโองการพระราชทานสมรสให้นางกับท่านอ๋องเก้าหลี่หานโม่เดิมทีนางมีความตั้งใจว่าชีวิตในชาตินี้นางจะเป็นปลาเค็ม ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อย ไม่ต้องแย่งชิง แต่สถานการณ์ในยามนี้ช่างบีบคั้นหัวใจของนางเหลือเกินและตัวแปรสำคัญที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้คือหลี่หานโม่ เขาทำให้นางรู้สึกสงสัยจนต้องเอ่ยปากถามออกมา“ท่านไม่ได้ดื่มน้ำแกงยายเมิ่งหรือ” ชุยชิงอีกระซิบถามเขาเสียงเบา นางไม่คาดหวังว่าจะได้รับคำตอบจากเขา แต่หลี่หานโม่กลับกระซิบตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงแผ่วต่ำ“อือ ข้าเทให้คนที่ต่อแถวอยู่ด้านหลังข้า”คำตอบของเขาทำให้หัวคิ้วของชุยชิงอีขมวดมุ่น นางเงยหน้าขึ้นไปมองเขา แล้วจึงหันไปยิ้มประจบเอาใจหลี่เหิงฮ่องเต้และองค์ฮองเฮา“ขอบพระทัยที่ทรงมีพระเมตตาต่อหม่อมฉันเพคะ เพียงแต่ยามนี้หม่อมฉันยังอยากใช้ชีวิตอยู่กับท่านพ่อและท่านแม่ ยังไม่อยา
last updateLast Updated : 2026-06-01
Read more

บทที่ 18 ความอบอุ่นที่ไม่ได้เลือนหาย

ยามที่นั่งรถม้ากลับจวนชุยวั่งชูนั่งรถม้ากลับจวนพร้อมกับบุตรชายและบุตรสาว บนรถม้าเงียบสนิทไม่มีผู้ใดกล้าพูดอะไร แม้กระทั่งความครึกครื้นสองฟากฝั่งของถนนก็ไม่มีผู้ใดคิดอยากจะเปิดม่านหน้าต่างรถม้าออกไปดูสุดท้ายก็เป็นชุยชิงอีที่เป็นคนเอ่ยขึ้นมา“ข้าอยากกินเกาลัดคั่วน้ำตาล ถังหูลู่สักไม้ พวกท่านมีผู้ใดอยากกินเช่นข้าบ้าง” เมื่อชุยชิงอีเอ่ยขึ้นมาเช่นนี้ชุยวั่งชูก็เอ่ยออกมาในทันที“เดี๋ยวให้บ่าวซื้อกลับไปให้” ชุยวั่งชูเอ่ยพลางแง้มม่านประตูรถม้าออกแล้วออกคำสั่งกับบ่าวที่นั่งอยู่ด้านหน้าคู่กับคนขับม้า เมื่อออกคำสั่งเสร็จเขาก็ปิดม่านประตูรถม้าลง ความครึกครื้นสองฟากฝั่งถนนทำให้รถม้าวิ่งได้ไม่เร็วนัก ทั้งด้านหน้าและด้านหลังรถม้ามีรถม้าของจวนอื่นที่กำลังเดินทางกลับเช่นกัน ทำให้บนท้องถนนเกิดความติดขัด“เจ้ากับท่านอ๋องเก้าเคยได้พบกันหรือ” คำถามของชุยวั่งชูทำให้ชุยชิงอีพยักหน้าแล้วสุดท้ายนางก็ส่ายหน้า“ไม่เคยได้พบกันอย่างเป็นรูปธรรมนัก ได้ยินเรื่องเล่าของเขาจากปากของผู้อื่น ตอนที่ได้พบเขาจึงไม่รู้ว่าเขาเป็นผู้ใด เคยเกิดเรื่องกระทบกระทั่งกันแค่เพียงเล็กน้อย พอวันนี้ได้พบกับเขาอีกครั้งจึงพึ่งจะรู้ว่าเขาค
last updateLast Updated : 2026-06-01
Read more

บทที่ 19 งานเลี้ยง

ในโถงหลักของจวนคนในครอบครัวสกุลชุยกำลังกินมื้อเย็นกันด้วยความชื่นมื่น เรือนซวีถงกลับมีแค่เพียงเฉินเวินเหนียง ชุยชิงหว่านและสาวใช้คนสนิทของเฉินเวินเหนียงนั่งอยู่ในห้องโถงเล็กของเรือนด้วยสีหน้าอึมครึม ยามนี้พวกนางสองแม่ลูกกำลังนั่งฟังถ้อยคำรายงานจากสาวใช้ถึงเรื่องที่ผู้คนภายในจวนกำลังเอ่ยถึง“คนในโรงครัวต่างก็พูดกันว่าวันนี้ทั้งท่านอ๋องเก้า องค์ชายใหญ่และองค์ชายรองต่างคุกเข่าขอพระราชทานการหมั้นหมายกับคุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ แต่คุณหนูใหญ่กลับเลือกหมั้นหมายกับท่านอ๋องเก้า จึงมีประกาศราชโองการพระราชทานการหมั้นหมายของคุณหนูใหญ่กับท่านอ๋องเก้าเจ้าค่ะ” คำบอกเล่าของสาวใช้ทำให้เฉินเวินเหนียงบิดผ้าเช็ดหน้าในมือแน่น“เป็นอย่างที่ข้าคิดเอาไว้ นังเด็กนั่นไม่ธรรมดาเลย หากไม่ใช่เพราะนาง ยามนี้ข้าก็คงจะได้เป็นภรรยารองหรือไม่ก็อนุชั้นเอก ฐานะของเจ้าก็คงจะสูงส่งมากกว่านี้ ด้วยความงามของเจ้าและสิ่งที่เจ้าร่ำเรียนมาหลายปีมานี้คนที่เหล่าองค์ชายและท่านอ๋องต้องคุกเข่าขอพระราชทานการหมั้นหมายด้วยควรจะเป็นเจ้า” คำพูดของเฉินเวินเหนียงทำให้ชุยชิงหว่านพยักหน้าแล้วเอ่ยออกมาเสียงเบา“ท่านแม่ไม่ต้องแค้นใจไปหรอกเจ้าค่ะ ถึงอ
last updateLast Updated : 2026-06-01
Read more

บทที่ 20 ตาเฒ่า

เมื่อชุยวั่งชูทยอยส่งแขกในงานเลี้ยงกลับไปแล้ว ชุยวั่งชูก็ทนสายตาและคำพูดกดดันของหลี่หานโม่ไม่ไหว จำใจต้องพาหลี่หานโม่เข้าไปในเขตเรือนชั้นใน แล้วสั่งให้สาวใช้ไปเรียกคนในครอบครัวมาคารวะหลี่หานโม่ในโถงรับรองของเรือนหลัก“นับเป็นครั้งแรกที่ข้าได้มีโอกาสมาที่จวนสกุลชุยของท่าน ทั้งสง่างามและเรียบง่ายสมแล้วที่เป็นจวนของท่าน” คำชมของหลี่หานโม่ทำให้สีหน้าของชุยวั่งชูพลันดีขึ้น เขาจึงได้เชื้อเชิญให้หลี่หานโม่เข้าไปนั่งรอคนในโถงรับรองด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เมื่อหลี่หานโม่นั่งลงแล้วเขาจึงได้พินิจพิจารณารูปร่างหน้าตาของหลี่หานโม่อีกครั้งแล้วจึงได้เอ่ยถามออกมา“ห้าปีมาแล้วที่ท่านอ๋องต้องเข้าสู่สนามรบ ดูเหมือนว่าความตรากตรำในสนามรบจะไม่ได้ทำให้นิสัยใจคอของท่านอ๋องเปลี่ยนแปลงไปเลย สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปก็คือรูปร่างของท่านอ๋องสูงใหญ่ขึ้น ผิวกายก็ดำคล้ำลง คำพูดคำจาหยาบกระด้างขึ้นเล็กน้อย” ... ส่วนความหยาบคายก็ยังคงมีเฉกเช่นเดิม แม้ว่าประโยคหลังเขาจะไม่ได้เอ่ยออกมา แต่ดูเหมือนว่าหลี่หานโม่จะคาดเดาความคิดของเขาได้ รอยยิ้มในแววตาของหลี่หานโม่จึงได้ฉายชัดออกมาจนชุยวั่งชูต้องยืดตัวขึ้นนั่งหลังตรงอยู่บ
last updateLast Updated : 2026-06-01
Read more
PREV
1234567
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status