All Chapters of เกิดใหม่อีกทีข้าผู้นี้ขอเป็นปลาเค็ม: Chapter 61 - Chapter 70

84 Chapters

บทที่ 61 งานเลี้ยงต้อนรับแม่ทัพแดนเหนือ

ยามแสงตะวันลาลับขอบฟ้า แสงโคมนับร้อยถูกจุดขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งตำหนักจัดเลี้ยงในวังหลวง รัศมีสีทองส่องแสงสะท้อนบนม่านแพรบางและเสาแกะสลักลายเมฆมงคล จนทั้งโถงจัดพิธีดูราวกับถูกอาบไว้ด้วยแสงอุ่นละมุน เสียงดนตรีจากสำนักสังคีตดังคลอแผ่วเบา กลิ่นหอมของสุราและเครื่องหอมชั้นดีลอยปะปนกันในอากาศ ขุนนางฝ่ายบุ๋น ฝ่ายบู๊ ตลอดจนสตรีสูงศักดิ์จากตระกูลใหญ่ต่างพร้อมใจกันมาร่วมงานเลี้ยงต้อนรับแม่ทัพผู้มีชัยจากแดนเหนือ บรรยากาศภายนอกดูชื่นมื่นและสง่างาม ทว่าใต้รอยยิ้มและถ้อยคำยินดีนั้นกลับเต็มไปด้วยกระแสสายตาที่คอยประเมินและชั่งน้ำหนักกันอย่างเงียบงันในงานเลี้ยงคืนนี้ ผู้ที่ตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนอย่างแท้จริง หาใช่แค่เพียงบรรดาแม่ทัพนายกองจากแดนเหนือเท่านั้น หากยังมีอ๋องเก้าหลี่หานโม่ ผู้สง่างามเย็นชาราวหิมะบนยอดเขา เพียงเขาก้าวเข้ามาในโถงพิธี เสียงกระซิบกระซาบโดยรอบก็แผ่วเบาลงโดยไม่มีผู้ใดรู้ตัว ชุดฉลองพระองค์สีเข้มขับให้รูปลักษณ์ของเขายิ่งโดดเด่น ใบหน้าคมคายสงบนิ่ง ดวงตาลึกล้ำจนไม่มีผู้ใดกล้าสบตาตรง ๆ นานนัก แม้เขาจะไม่ได้เอ่ยวาจาแค่เพียงนั่งอยู่ตรงนั้นก็มีอำนาจกดดันผู้คนได้อย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับทุก
Read more

บทที่ 62 รอคอยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์

หลี่เหิงฮ่องเต้เสด็จเข้ามาในโถงงานเลี้ยงพร้อมด้วยซูฮองเฮา ทันทีที่เสียงขันทีประกาศการมาถึงดังขึ้น ทั่วทั้งตำหนักที่ใช้จัดงานเลี้ยงก็เงียบลงในพริบตา เหล่าขุนนางและสตรีสูงศักดิ์ต่างลุกขึ้นถวายบังคมโดยพร้อมเพรียง พระพักตร์ของหลี่เหิงฮ่องเต้ดูเรียบเฉย ทว่าสายพระเนตรที่ทอดไปยังหรงกุ้ยเฟยกลับเย็นเยียบและแฝงความไม่พอพระทัยอย่างชัดเจน ท่าทีที่ทรงกดข่มความขุ่นเคืองเอาไว้ภายใต้ความสงบนั้นทำให้หรงกุ้ยเฟยเนื้อตัวสั่นเทาด้วยความหวาดหวั่นเมื่อซูฮองเฮาทอดพระเนตรเห็นสีพระพักตร์ของฮ่องเต้ มุมพระโอษฐ์ก็คล้ายจะยกขึ้นเล็กน้อย แม้ไม่ได้แสดงออกอย่างตรงไปตรงมา แต่ผู้ที่ช่างสังเกตย่อมดูออกว่าพระนางทรงพอพระทัยยิ่งนักที่หลี่เหิงฮ่องเต้ทรงไม่พอพระทัยการกระทำเมื่อครู่นี้ของหรงกุ้ยเฟย หรงกุ้ยเฟยที่เดิมทียังฝืนรักษารอยยิ้มเอาไว้ บัดนี้กลับรู้สึกหนาวสะท้านอยู่ในใจ จนปลายนิ้วที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อค่อย ๆ กำแน่นเบื้องหลังทั้งสองพระองค์ องค์ชายใหญ่ก้าวตามเสด็จเข้ามาในโถงจัดเลี้ยงด้วยท่วงท่าสง่างาม ทว่านับแต่เข้ามาในตำหนัก สายตาของเขากลับไม่ได้ละไปจากใบหน้าของชุยชิงหว่านแม้แต่น้อย แววตานั้นตรงไปตรงมาเสียจนทุกคนที่มองเ
Read more

บทที่ 63 ชุยชิงหว่านปลอดภัย

ล้อรถม้าหมุนบดไปบนเส้นทางอย่างเชื่องช้า เสียงกุบกับสม่ำเสมอของฝีเท้าม้านั้นกลับยิ่งทำให้บรรยากาศภายในรถม้าคันหน้าดูหนักอึ้งขึ้นทุกขณะภายในรถม้าของสกุลชุย ชุยวั่งชูนั่งอยู่ด้านในสุด สีหน้าเคร่งขรึมไม่กล่าวอันใด ชุยชีชวนหลุบตาต่ำคล้ายกำลังครุ่นคิด ส่วนชุยชีห่าวและชุยชีอัน แม้ยังอายุน้อยกว่า ทว่ายังสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ จึงนั่งตัวตรงเงียบงัน ไม่กล้าเอ่ยถ้อยคำเล่นหัวเหมือนทุกครั้งอากาศในยามเย็นเยียบเย็นนัก เมฆดำคล้อยต่ำราวกับจะกดทับผืนฟ้าให้มืดหม่นลงอีกหลายส่วน สายลมพัดม่านหน้าต่างรถม้าให้ไหวเป็นระยะ ทว่าสิ่งที่ไหวอยู่ในใจผู้คนกลับไม่ใช่เพียงชายผ้าม่านนั้น หากเป็นความรู้สึกอึมครึมที่อธิบายไม่ถูก คล้ายลางร้ายกำลังคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบเชียบไม่มีผู้ใดเอ่ยทำลายความเงียบนี้ราวกับทุกคนต่างรู้ดีว่า ความสงบเช่นนี้มิใช่ความสงบแท้จริง หากเป็นความนิ่งก่อนพายุฝนกระหน่ำด้านหลัง รถม้าอีกคันของจวนแล่นตามมาติดๆ ภายในมีเสิ่นอวิ๋นหรู ชุยชิงอี และชุยชิงหว่านนั่งอยู่ด้วยกัน เดิมทีเสิ่นอวิ๋นหรูยังคิดจะชวนสองบุตรสาวสนทนาเพื่อคลายบรรยากาศ ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าของทั้งคู่ก็ได้แต่กลืนคำพูดลงคอไปชุยชิงอีนั่
Read more

บทที่ 64 วางแผนเล่นงานองค์ชายรอง

ข่าวการลอบสังหารชุยชิงหว่านทำให้ทั้งเมืองหลวงสั่นสะเทือน คลื่นลมที่ดูเหมือนสงบของราชสำนักกลับซ่อนคมมีดและเจตนาสังหารเอาไว้ องค์ชายใหญ่ไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปง่าย ๆ สั่งคนออกสืบสวนทุกทิศทาง ไล่ตรวจสอบตั้งแต่เส้นทางเดินทางของชุยชิงหว่าน รายชื่อบ่าวรับใช้ที่ติดตาม ไปจนถึงคนต้องสงสัยที่เคลื่อนไหวอยู่รอบสกุลชุยกับสกุลซูไม่นานนัก เบาะแสที่ได้รับก็ค่อย ๆ ชี้ตรงไปยังสกุลซู หลักฐานหลายอย่างบ่งชัดว่ามือสังหารชุดแรกมีความเกี่ยวข้องกับคนของตระกูลอย่างชัดเจน เมื่อถูกกดดันหนักเข้า ซูฮองเฮาจึงยอมสารภาพความจริงบางส่วน นางยอมรับว่าตนมีใจคิดเล่นงานชุยชิงหว่านจริง แต่จุดประสงค์เดิมเป็นเพียงการ “ข่มขู่” เพื่อให้สกุลชุยรู้ฐานะยินยอมลดฐานะพระชายาเอกของชุยชิงหว่านลง หาได้ตั้งใจให้ถึงแก่ชีวิตไม่คำสารภาพนี้กลับยิ่งทำให้การลอบสังหารซับซ้อนขึ้น เพราะบาดแผล ร่องรอยการลงมือ และจังหวะการจู่โจม ล้วนไม่ใช่วิธีการของคนที่ต้องการแค่ข่มขวัญ หากแต่เป็นการลงมืออย่างเฉียบขาด มุ่งหมายเอาชีวิตตั้งแต่ต้น ราวกับมีมืออีกข้างหนึ่งซ่อนอยู่ใต้เงามืด คอยผลักดันเหตุการณ์ให้ลุกลามจากการคุกคามธรรมดา กลายเป็นการลอบสังหารอย่างแท้จ
Read more

บทที่ 65 การมาของเสิ่นสือชวน

บรรยากาศภายในเรือนชั้นในเงียบสงบกว่าทุกวัน กลิ่นยาต้มอ่อน ๆ ลอยกรุ่นปะปนกับกลิ่นหอมจางของเครื่องหอมที่จุดไว้ขับความอับชื้น แสงแดดยามสายทอดผ่านบานหน้าต่างเป็นริ้วบาง ตกกระทบฉากกั้นและเครื่องเรือนจนเกิดเงานุ่มนวล ทุกอย่างดูสงบ เรียบร้อย ราวกับเกรงจะรบกวนผู้ป่วยที่กำลังพักฟื้นชุยชิงหว่านเอนกายอยู่บนเก้าอี้นอนใกล้หน้าต่าง สีหน้ายังซีดเซียวอยู่บ้างเพราะอาการบาดเจ็บเพิ่งทุเลา แต่เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ นางนับว่าฟื้นตัวขึ้นมากแล้ว อย่างน้อยก็ไม่มีแววตาตื่นผวาเช่นวันแรก ๆ อีก มือเรียววางบนผ้าห่มบางอย่างสงบ ขณะฟังสาวใช้รายงานว่าเสิ่นสือชวนมาเยี่ยมและเสิ่นอวิ๋นหรูอยากให้นางออกไปต้อนรับเขาด้วยตนเองคราแรกชุยชิงหว่านชะงักไปเล็กน้อยแต่เมื่อคิดได้ว่านางยังติดค้างเรื่องการยกเลิกการหมั้นหมายกับเขา แม้ว่าเรื่องนี้จะไม่ใช่ความผิดของนาง แต่ทว่าการที่องค์ชายใหญ่กล้าขอพระราชทานสมรสจากหลี่เหิงฮ่องเต้ ล้วนเป็นเพราะนางพูดจาตัดขาดกับองค์ชายใหญ่ได้ไม่ชัดเจน นางนั่งนิ่งทบทวนคำพูดอยู่เงียบๆ ใช้เวลาเพียงชั่วครู่นางก็สูดลมหายใจเบา ๆ กดความรู้สึกทั้งหมดลง ก่อนจะยกมือจัดเสื้อคลุมให้เรียบร้อย“เชิญคุณชายใหญ่สกุลเสิ
Read more

บทที่ 66 พิธีสมรสของท่านอ๋องเก้า

สายพระเนตรขององค์ชายใหญ่ทำให้ชุยชิงหว่านแย้มยิ้มออกมา เมื่อครู่นี้นางไม่ได้ตั้งใจทำให้ทั้งองค์ชายใหญ่และหลี่หานโม่ขุ่นเคือง เสิ่นอวิ๋นหรูพร่ำสอนนางมานานแล้วว่าการใช้บุรุษอื่นทำให้ว่าที่สามีหึงหวงเป็นวิธีการที่ต่ำช้า แต่ยามนี้ทั้งนางและพี่สาวกำลังจะแต่งเข้าราชวงศ์ คนทั้งสองล้วนมีตำแหน่งที่สูงศักดิ์ทั้งคู่ นางรับรู้มานานแล้วว่าจิตใจของบุรุษยากแท้หยั่งถึง ยิ่งเป็นคนในราชวงศ์ด้วยแล้วยิ่งไม่เหมาะจะฝากหัวใจเอาไว้แต่ถึงอย่างไรจวนสกุลชุยก็อยู่ภายใต้อำนาจของคนเหล่านี้ ดูจากที่ทั้งพี่สาวของนางและตัวนางถูกคนลอบทำร้ายและถูกลอบสังหาร นางก็รับรู้แล้วว่าภายใต้การแย่งชิงอำนาจของบรรดาผู้สูงศักดิ์เหล่านี้ จวนสกุลชุยของนางอยู่ท่ามกลางคลื่นลม ในเมื่อหลบหนีไม่ได้นางก็ตั้งใจว่าจะพุ่งตรงเข้าอยู่บนยอดคลื่น ยามนี้องค์ชายใหญ่กำลังหลงใหลนาง ท่านอ๋องเก้าก็ยังอยู่ในช่วงอยากได้แต่ไม่ได้มากับพี่สาว ดังนั้นวิธีการต่ำช้าลอยมาอยู่ตรงหน้าแล้วนางย่อมจะคว้ามาใช้‘สิ่งที่ไขว่คว้าได้ง่ายมักไม่เห็นค่า’ นางจดจำถ้อยคำสั่งสอนประโยคนี้ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นสิ่งที่นางจะทำหลังจากนี้ไม่ใช่แค่เพียงผลักดันให้จวนสกุลชุยหลุดพ้นจากการ
Read more

บทที่ 67 ร่วมอภิรมย์

ภายในห้องหอมีแค่เพียงความเงียบงันของคนทั้งคู่ แสงจากเทียนมงคลไหวระริกอยู่หลังม่านโปร่ง กลิ่นหอมจางของบุปผาและกำยานล่องลอยไปกับความเงียบงันอันอ่อนโยน ราวกับว่าแม้แต่เสียงลมและเสียงแมลงที่เคยดังในยามราตรีก็ยังหวั่นเกรงที่จะส่งเสียงรบกวนช่วงเวลาเข้าหอของคนทั้งสองชุยชิงอีนั่งอยู่ริมเตียงด้วยอาภรณ์สีแดงสด ใบหน้างามแดงระเรื่อขึ้นภายใต้แสงเทียนในห้องหอ ดวงตากระจ่างคู่นั้นทอดมองบุรุษตรงหน้าอย่างสงบและอ่อนหวาน ส่วนหลี่หานโม่ที่ผู้คนคนภายนอกต่างกล่าวขานกันว่าเขาทั้งเย็นชาและเข้าถึงยาก บัดนี้กลับยืนอยู่ตรงหน้านางด้วยแววตาที่อบอุ่นอ่อนโยนอย่างหาได้ยากเขายื่นมือไปหานางอย่างเชื่องช้า ราวกับเกรงว่าหากรีบร้อนเกินไป ภาพตรงหน้าจะเลือนหายดุจความฝัน“อีอี” เขาเรียกชื่อที่บิดามักจะใช้เรียกขานนางด้วยน้ำเสียงอันแผ่วต่ำทว่าแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนอย่างลึกซึ้ง “ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลย ว่าจะมีวันที่คนอย่างข้าจะรู้สึกชื่นชอบและรู้สึกใส่ใจในตัวของสตรีผู้หนึ่งได้ถึงเพียงนี้”ชุยชิงอีเงยหน้าขึ้นมองเขา หัวใจพลันอ่อนยวบลงอย่างไม่อาจจะต้านทานได้หลี่หานโม่นั่งลงข้างกายนาง ก่อนจะรวบมือนางไว้ในอุ้งมือของตนเอง น้ำเสียงของเ
Read more

บทที่ 68 การต่อสู้และช่วงชิง

เช้าวันแรกหลังพิธีอภิเษกผ่านพ้น จวนอ๋องพิทักษ์แผ่นดินที่เคยเงียบสงบเย็นเยือกกลับมีบรรยากาศอ่อนละมุนขึ้นอย่างประหลาด ราวกับลมหนาวที่พัดอยู่เนืองนิตย์ถูกแสงอาทิตย์อบอุ่นสาดทอลงมาอย่างเงียบงันชุยชิงอีลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งภายใต้ม่านเตียงสีแดงสดปักดิ้นทอง ภายในห้องยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมจางของเครื่องหอม แม้ว่าเมื่อเช้านี้นางจะห้ามปรามไม่ให้หลี่หานโม่ลงมือแล้ว ทว่าคนข้างกายของนางกลับไม่ยอมเชื่อฟังใช้ข้ออ้างว่าจะช่วยนวดเอวให้นาง แตะต้องตัวนางจนสุดท้ายก็เตลิดไปจนกลายเป็นการร่วมอภิรมย์อีกครั้งในยามเช้า เมื่อจดจำเหตุการณ์เมื่อเช้าได้ชุยชิงอีก็หันไปถลึงตาใส่คนไม่รู้จักพออย่างหลี่หานโม่ในทันทียามนี้หลี่หานโม่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม่ไกลจากเตียงนัก เขาสวมอาภรณ์ด้านในเรียบร้อยแล้ว มือหนึ่งถือหนังสือ อีกมือยกถ้วยชาขึ้นมาดื่ม ท่าทางยังคงเย็นชา เคร่งขรึม และสูงส่งจนผู้คนไม่กล้าเข้าใกล้ แต่เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวที่ดังจากคนบนเตียง เขากลับวางถ้วยชาลงทันที หันมามองนางด้วยสายตาสงบนิ่ง“ตื่นแล้วหรือ”น้ำเสียงนั้นยังเรียบเฉยเหมือนเดิม แต่ชุยชิงอีกลับจับได้ถึงความอ่อนโยนที่ซุกซ่อนอยู่ภายในนางพยักหน้า
Read more

บทที่ 69 แผนความร่วมมือ

หลังพิธีสมรสผ่านพ้นมาสามวัน เช้าวันนี้รถม้าของจวนอ๋องพิทักษ์แผ่นดินก็ค่อย ๆ เคลื่อนออกจากหน้าจวน มุ่งหน้าไปยังจวนสกุลชุยตามธรรมเนียมการกลับบ้านเดิมของเจ้าสาวฟ้ายามเช้าโปร่งใส ลมอ่อนพัดม่านรถม้าไหวเบา ๆ ชุยชิงอีนั่งอยู่ภายในรถม้าเคียงข้างหลี่หานโม่ มือเรียวถูกอีกฝ่ายกอบกุมไว้แนบแน่น แม้จะออกเรือนไปแล้วเพียงสามวัน ทว่าเมื่อคิดว่ากำลังจะได้กลับไปพบหน้าคนในครอบครัว นางก็อดรู้สึกตื้นตันขึ้นมาไม่ได้หลี่หานโม่ทอดสายตามองสีหน้าอ่อนโยนของภรรยา ก่อนจะยกยิ้มบาง“แค่กลับบ้านเดิมเพียงเท่านี้ถึงกับทำให้เจ้าตื่นเต้นเชียวหรือ”ชุยชิงอีพยักหน้าเล็กน้อย ดวงตาเป็นประกาย“เพียงแค่คิดว่าจะได้พบท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ชายทั้งสาม แล้วก็หว่านหว่าน หม่อมฉันก็ดีใจแล้วเพคะ”หลี่หานโม่หัวเราะเสียงต่ำ ก่อนบีบมือนางเบา ๆ “เช่นนั้นวันนี้ข้าคงต้องทำตัวให้ดีกว่าเดิมอีกหน่อย มิฉะนั้นหากท่านพ่อตาและพี่ชายทั้งสามของเจ้าไม่วางใจ เกรงว่าคงถูกพวกเขาคิดรังเกียจเป็นแน่ เดิมที่ท่านพ่อตาก็ไม่ค่อยจะมีสีหน้าดีๆ ให้หากพี่ชายทั้งสามมองข้าด้วยสายตาไม่ดีไปด้วยคงเป็นเรื่องไม่ดีแน่”ได้ยินดังนั้นชุยชิงอีก็หัวเราะออกมา เสียงหัวเราะนุ่มนวล
Read more

บทที่ 70 ความฝันขององค์ชายรอง

ภายในจวนสกุลชุยอบอวลไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นและสงบสุข ชุยชิงอีและหลี่หานโม่รั้งอยู่ที่จวนสกุลชุยจนถึงมื้อเย็น จวนใหญ่ที่เคยเคร่งขรึมในสายตาคนนอก เมื่อมีเสียงสนทนาและรอยยิ้มของคนในครอบครัวกลับดูอ่อนโยนขึ้นหลายส่วนบนโต๊ะอาหาร ทุกคนพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง แม้คำพูดจะไม่ได้มากมาย ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยความห่วงใยจากใจจริง อาหารแต่ละจานล้วนเป็นรสชาติคุ้นเคยที่ทำให้ชุยชิงอีรู้สึกผ่อนคลาย ราวกับความเหนื่อยล้าและเรื่องวุ่นวายภายนอกถูกกันออกไปไกลแสนไกล ในช่วงเวลาเช่นนี้ นางสัมผัสได้แค่เพียงถ้อยคำว่า “ครอบครัว” และรู้ซึ้งว่าถ้อยคำนี้มีความหมายเพียงใดหลังจบมื้อเย็น ชุยชิงอีและหลี่หานโม่จึงเอ่ยลาคนในจวนสกุลชุย ก่อนขึ้นรถม้ากลับไปยังจวนอ๋องของหลี่หานโม่ครั้นกลับถึงจวนอ๋อง บรรยากาศภายในห้องหอกลับยิ่งเงียบสงบและอบอุ่นกว่าเดิม แสงเทียนนุ่มนวลสาดทอลงบนม่านและเครื่องเรือนภายในห้อง ก่อให้เกิดความรู้สึกอ่อนโยนชวนให้ใจสงบ หลี่หานโม่ดึงชุยชิงอีเข้ามาโอบกอดไว้ในอ้อมแขนอย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับว่านางเป็นที่พักพิงของเขา และเขาเองก็เป็นที่พักพิงของนางเช่นกันคนทั้งคู่โอบกอดกันด้วยความรักใคร่และความหลงใหล ความเงียบงัน
Read more
PREV
1
...
456789
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status