Semua Bab เกิดใหม่อีกทีข้าผู้นี้ขอเป็นปลาเค็ม: Bab 71 - Bab 80

84 Bab

บทที่ 71 ความริษยาของซ่งเจาหนิง

สายตาที่เต็มไปด้วยความล่องลอยราวกับยังไม่ตื่นจากความฝันดีทำให้หวังฟางเฟยตกหลงไปในห้วงอารมณ์แห่งความหึงหวง ทำให้นางไม่อาจจะฝืนเสแสร้งเป็นสตรีที่อ่อนหวานและช่างเอาอกเอาใจได้อีกต่อไป“องค์ชาย ทรงคิดถึงนางแพศยานั่นจนถึงขั้นเก็บมาฝันเชียวหรือเพคะ ทรงลืมไปแล้วหรือว่าต้องเผชิญกับความยากลำบากถึงขั้นนี้เป็นเพราะผู้ใด” คำพูดของหวังฟางเฟยช่วยเรียกสติของเขาคืนกลับมาได้ เขาจึงได้ขยับกายลุกขึ้นมานั่งจ้องมองนางที่บัดนี้ตั้งครรภ์ได้หลายเดือนแล้ว“ข้าคงแค้นใจมากจนเกินไปจึงได้เก็บมาฝัน คนสกุลชุยทำลายแผนการของข้าตั้งหลายครั้งก็เลยทำให้ข้าฝันร้าย” คำพูดของเขาทำให้สีหน้าของหวังฟางเฟยพลันดีขึ้น“ไม่ต้องกังวลไปหรอกเพคะ แม้ว่ายามนี้จะไม่มีหรงกุ้ยเฟยให้หลอกใช้แล้ว แต่คนของพวกเราก็แทรกซึมอยู่ในวังหลวงจนครบทุกตำหนักแล้ว ช่วงนี้ฝ่าบาทกำลังประชวรใกล้ถึงช่วงเวลาที่จะได้ลงมือแล้วเพคะ” คำพูดของหวังฟางเฟยทำให้องค์ชายรองหลี่ฉางพยักหน้า พลางพยายามลืมเลือนความฝันเมื่อครู่นี้ ในใจก็คิดว่าแม้ว่าความฝันจะเหมือนจริงมากเพียงใด แต่เรื่องที่เขากำลังเผชิญอยู่ยามนี้คือสิ่งที่เขาต้องเผชิญหน้า“เจ้านอนพักผ่อนต่อเถิด ข้ายังมีเรื่อง
Baca selengkapnya

บทที่ 72 คนโง่เขลาย่อมต้องชดใช้

ภายในเรือนหลังเล็กด้านหลังสุสานหลวง องค์ชายรองหลี่ฉางฟังรายงานจากคนของตนด้วยสีหน้าพึงพอใจ“เช่นนั้นซ่งเจาหนิงก็เกลียดชังชุยชิงอีเข้าไส้แล้วสินะ”“พ่ะย่ะค่ะ” หลี่ฉางหัวเราะเบา ๆ แผนของเขาสำเร็จง่ายดายกว่าที่คิด แต่ไม่นาน รอยยิ้มของบุรุษหนุ่มกลับชะงักลงเล็กน้อยในหัวของเขาปรากฏภาพสตรีผู้หนึ่งขึ้นมาอีกครั้งชุยชิงอีในความฝัน… สตรีที่สง่างาม ฉลาดเฉียบคม และมากความสามารถจนน่าหลงใหล วันนี้นางในโลกแห่งความจริงก็ยังเปล่งประกายไม่ต่างกัน ยิ่งคิด ดวงตาของหลี่ฉางก็ยิ่งอ่อนลงโดยไม่รู้ตัวทว่าเขาไม่ทันสังเกตเลยว่า ด้านข้างนั้น หวังฟางเฟยกำลังกำชายเสื้อแน่น นางมองสายตาขององค์ชายรองที่กำลังเหม่อมองออกไปด้านนอกด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม หัวใจค่อย ๆ ถูกความริษยากัดกินทีละน้อยชุยชิงอีอีกแล้ว…เหตุใดตั้งแต่เล็กจนโต ชุยชิงอีผู้นี้จึงต้องมาแย่งชิงความสนใจจากบุรุษของนางด้วย และก็เป็นชุยชิงอีผู้นี้ที่เป็นต้นเหตุให้ชื่อเสียงของนางย่อยยับ บิดาถูกประหาร วงศ์ตระกูลถูกเนรเทศความแค้นเก่าเมื่อรวมกับความแค้นใหม่ทำให้นางเกลียดชังชุยชิงอีจนเข้ากระดูก นางคิดในใจว่าไม่ว่าองค์ชายรองจะแย่งชิงราชบัลลังก์สำเร็จหรือ
Baca selengkapnya

บทที่ 73 ความลุ่มหลงของท่านอ๋อง

หากมีคนนอกเข้ามาในตำหนักอ๋องพิทักษ์แผ่นดินก็คงจะได้เห็นภาพที่ทำให้ทุกคนต่างคาดไม่ถึงแม้แต่คนสกุลชุยเองที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนพระชายาเอกอย่างชุยชิงอีเป็นประจำก็ยังไม่ค่อยจะรู้สึกคุ้นชินกับภาพที่เห็นสักเท่าใดนัก“ลิ้นจี่ตะกร้านี้ส่งตรงมาจากดินแดนทางใต้ ข้าไปแย่งชิงมาได้สี่ตะกร้า ส่งไปให้ที่จวนสกุลชุยแล้วหนึ่งตะกร้า อีกสามตะกร้าเป็นของเจ้าเพียงผู้เดียว” ท่านอ๋องเก้าผู้ขึ้นชื่อว่าเย็นชาและเหี้ยมโหด ในยามนี้กำลังนั่งปอกลิ้นจี่ใช้มีดเล็กๆ แซะเมล็ดออกแล้วป้อนใส่ริมฝีปากจิ้มลิ้มของชุยชิงอีอย่างอ่อนโยนแล้วเอาใจใส่ส่วนชุยชิงอีที่กำลังเอนกายพิงพนักเก้าอี้นอนก็อ้าปากรับอย่างเกียจคร้านส่งเสียงในลำคอเพื่อเป็นการตอบรับคำพูดของเขาโดยไม่ต้องเอ่ยออกมาเป็นคำพูด สาวใช้และบ่าวรับใช้ล้วนถอยห่างออกไปจากบริเวณลานใต้ต้นอู่ถงอย่างรู้กาลเทศะ พระชายาชอบมาเอนกายตากแดดรับลมอยู่ตรงนี้ ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องห้ามเข้าไปรบกวนความสงบสุขของพระชายาอย่างเด็ดขาด มีแค่เพียงชุ่ยผิงและชุ่ยอิงผู้เป็นสาวใช้คนสนิทเพียงเท่านั้นที่จะนั่งจิบน้ำชาอยู่ไม่ไกลรอฟังเสียงเรียกใช้จากเจ้านายเพียงเท่านั้นแต่หากท่านอ๋องเก้าอยู่ทั้งชุ่ยผ
Baca selengkapnya

บทที่ 74 ไฟพิโรธแห่งโอรสสวรรค์

เสียงแท่นฝนหมึกแตกกระจายดังสนั่นไปทั่วท้องพระโรง บรรดาขุนนาง ขันทีและนางข้าหลวงต่างคุกเข่าตัวสั่นงันงก ไม่มีผู้ใดกล้าเงยหน้าขึ้นมองสีพระพักตร์ของหลี่เหิงฮ่องเต้แม้แต่น้อย“ดี... ดีมาก!” พระสุรเสียงของหลี่เหิงฮ่องเต้ดังกึกก้องปานฟ้าผ่า“สกุลซูอาศัยฐานะญาติฮองเฮา กดขี่ขุนนาง ข่มเหงชาวบ้าน ถึงขั้นรับสินบน ซื้อขายตำแหน่ง ฎีกาเหล่านี้ล้วนฟ้องร้องสกุลซูทั้งนั้น”เบื้องหน้าบัลลังก์มังกร องค์ชายใหญ่คุกเข่าอยู่กับพื้น สีหน้าเคร่งตึง ทว่าในแววตายังแฝงความไม่ยอมรับ“เสด็จพ่อ เรื่องนี้เป็นแค่เพียงการใส่ร้ายพ่ะย่ะค่ะ”“หุบปาก!”หลี่เหิงฮ่องเต้คว้าม้วนฎีกากองหนึ่งโยนใส่ร่างที่กำลังคุกเข่าอยู่ขององค์ชายใหญ่หลี่เฉิง เขาไม่ได้หลบทำได้แค่เพียงใช้แผ่นหลังที่ค้อมลงรับม้วนฎีกาหลายม้วนที่ถูกโยนใส่โดยไม่ได้ส่งเสียง“ฎีกาเหล่านี้ถูกส่งเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อคำพูดลอยๆ ของเจ้าหรือ”องค์ชายใหญ่มีสีหน้าซีดขาว เขารีบก้มศีรษะลงแนบพื้นใช้ความเงียบเพื่อร้องขอพระเมตตาภายในท้องพระโรง ขุนนางทั้งหลายต่างนิ่งเงียบ ไม่มีผู้ใดกล้าออกหน้าแทนสกุลซูอีกแล้วช่วงหลายปีที่ผ่านมา สกุลซูอาศัยอำนาจของซูฮองเฮาขยาย
Baca selengkapnya

บทที่ 75 ท้าทายองค์ชายรอง

ขบวนรถม้าขององค์ชายรองหลี่ฉางเดินทางกลับเข้าเมืองหลวงอย่างเงียบงัน ไม่ได้มีขบวนอันยาวเหยียด ไม่มีขุนนางออกมาต้อนรับ มีเพียงธงประจำตัวขององค์ชายรองที่ปลิวไหวท่ามกลางลมร้อนของปลายฤดูร้อนเท่านั้นแม้จะได้รับพระราชโองการอภัยโทษจากฮ่องเต้ให้กลับเมืองหลวงได้ ทว่าทุกคนต่างรู้ดีว่าองค์ชายรองในยามนี้มิใช่องค์ชายผู้สูงส่งเฉกเช่นในอดีตอีกแล้ว ก่อนหน้านี้เขาสมคบคิดกับสกุลหวัง ก่อเรื่องใหญ่ในเมืองหลวง ทั้งส่งคนไปลอบสังหารบุตรีของท่านอัครเสนาบดีชุย ทั้งถวายฎีกาฟ้องใส่ความองค์ฮองเฮา แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานอย่างแน่ชัดว่าเขาเป็นผู้วางแผน แต่เขาก็ไม่อาจจะรอดพ้นจากความเกี่ยวโยงผู้กระทำผิดได้ หลี่เหิงฮ่องเต้จึงทรงลดทอนความโปรดปรานที่เคยมีต่อองค์ชายรองผู้นี้ไปจนหมด“พักที่ศาลาด้านหน้าเถิด” เสียงของหลี่ฉางดังขึ้นแผ่วเบา รถม้าหลายคันจึงหยุดลงบริเวณศาลาพักม้าริมทางภายในรถม้าคันใหญ่ สตรีผู้หนึ่งกำลังใช้มือประคองครรภ์ที่นูนเด่น ใบหน้าซีดขาวเพราะนั่งรถม้าเป็นเวลานาน หวังฟางเฟยเม้มริมฝีปากแน่น เหงื่อบาง ๆ ซึมเต็มหน้าผาก“องค์ชายเพคะ หม่อมฉันหายใจไม่ค่อยออก” เสียงของหวังฟางเฟยทำให้องค์ชายรองหลี่ฉางรีบลงจากหลังม้าที
Baca selengkapnya

บทที่ 76 ลอบสังหาร

ยามที่ขึ้นไปนั่งบนรถม้าแล้วหลี่หานโม่ก็พาชุยชิงอีไปชมทิวทัศน์นอกเมืองจริงๆ ตามที่เขาอ้าง นางจ้องมองเขาครู่หนึ่งสุดท้ายจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงรู้ทัน“จิ้งจอกเฒ่าเช่นท่านอ๋องกำลังหึงหวงอยู่...ใช่หรือไม่” คำถามของนางทำให้มือที่กำลังรินชาให้นางพลันหยุดชะงักไปครู่หนึ่งแล้วสุดท้ายจึงได้เอ่ยถามออกมาเสียงเบา“อะไรทำให้เจ้าคิดเช่นนั้นกันเล่า”นางไม่ได้ตอบคำถามของเขาแต่กลับมองออกไปด้านนอกศาลารับลมริมผาจ้องมองทิวเขาที่สลับซับซ้อนอยู่เบื้องหน้าพลางรับถ้วยชาจากเขามาดื่มด้วยความพึงพอใจ“ท่านอ๋องทรงตรัสน้อยลง รอยยิ้มบนใบหน้าก็ไม่มี หม่อมฉันคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้จริงๆ เพคะ” นางเอ่ยพลางจ้องมองเขา ผลสุดท้ายเขาก็พ่นลมหายใจออกมาพลางคว้าถุงใส่เมล็ดแตงออกมาแกะเมล็ดแตงอย่างชำนาญแล้วส่งให้นาง“แม้ว่าเขาจะรูปงามไม่เท่าข้า แต่ข้าก็ต้องยอมรับว่าเขาอ่อนเยาว์กว่าข้า ชาติที่แล้วเจ้ายอมทำทุกอย่างเพื่อเขา สละคนในครอบครัวเพื่อเขา ยอมอดทนอดกลั้นเพื่อเขา มีลูกให้เขา เป็นฮองเฮาของเขา ที่สำคัญทั้งชาติที่แล้วและชาตินี้ เจ้าไม่เคยเรียกเขาว่า ไอ้เวร เลยสักครั้ง” คำพูดของหลี่หานโม่ทำให้ชุยชิงอีกระแทกถ้วยชาลงบนโต๊ะเสียงดั
Baca selengkapnya

บทที่ 77 กำจัดองค์ชายรอง

ยามที่องค์ชายรองหลี่ฉางได้ข่าวว่าท่านอ๋องเก้าหลี่หานโม่และพระชายารอชมพระอาทิตย์ตกดินก่อนแล้วจึงจะกลับจวนอ๋อง เขาก็พาคนมาดักซุ่มรอทำร้ายระหว่างทางเข้าเมืองหลวงแล้ว จากประสบการณ์ที่เคยลอบสังหารชุยชิงหว่านแล้วไม่สำเร็จ ทำให้ครั้งนี้เขานำคนมาลอบสังหารด้วยตนเองนอกจากจะใช้ยอดฝีมือที่เขาชุบเลี้ยงเอาไว้เองแล้ว เขายังเรียกใช้กองกำลังที่ซุกซ่อนเอาไว้ของสกุลหวังมากกว่าครึ่งของกองกำลังที่มีแม้จะรู้ดีว่าการเคลื่อนไหวกองกำลังใกล้เมืองหลวงเช่นนี้มีความเสี่ยงที่จะถูกจับได้ แต่เขาก็ยอมเสี่ยง ขอแค่เพียงกำจัดอ๋องเก้าหลี่หานโม่ได้ หลี่เหิงฮ่องเต้ก็ไร้ขุนพลนำทัพ ถึงยามนั้นต่อให้รู้สึกไม่ไว้วางพระทัยในตัวเขามากสักเพียงใด หลี่เหิงฮ่องเต้ก็ยังจะต้องเรียกใช้เขาแน่ยามอาทิตย์ใกล้ลับเหลี่ยมเขา แสงสีทองแดงทอดยาวไปทั่วผืนฟ้า สายลมปลายฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่านป่าโปร่งริมทางหลวงนอกเมืองหลวง กลิ่นหญ้าแห้งและดินชื้นเจืออยู่ในอากาศอย่างเงียบงันภายในศาลารับลมริมผาชุยชิงอีนั่งพิงราวไม้จ้องมองเส้นขอบฟ้าที่กำลังถูกแสงอาทิตย์ย้อมเป็นสีแดงเรื่อ ดวงตาคู่งามสะท้อนประกายอบอุ่นอย่างหาได้ยาก“งดงามจริงๆ” นางเอ่ยออกมาเสียงเบาหลี่หา
Baca selengkapnya

บทที่ 78 โทษขององค์ชายรอง

ราชโองการถูกประกาศออกจากพระราชวังในยามเช้าตรู่เสียงขันทีอ่านพระราชโองการดังก้องไปทั่วลานหน้าท้องพระโรง จนแม้แต่ขุนนางเฒ่าที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาทั้งชีวิตยังรู้สึกหนาวเยือกถึงกระดูก“องค์ชายรองหลี่ฉาง ขัดราชโองการ ลักลอบช่วยเหลือนักโทษเนรเทศ ซ่องสุมกำลังพล คิดก่อกบฏ บั่นทอนราชสำนักและแผ่นดิน มีโทษประหารชีวิต!”“หวังฟางเฟยและคนสกุลหวังทั้งหมด สมคบคิดกับเชื้อพระวงศ์ คิดปีนป่ายอำนาจ มีโทษกบฏประหารเก้าชั่วรุ่น”“ขุนนางผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด ให้กรมอาญาและกรมตุลาการศาลต้าหลี่ตรวจสอบเพื่อทำการสะสางโดยเร็ว”ทันทีที่ราชโองการสามฉบับถูกประกาศออกมา ทั่วทั้งราชสำนักก็ราวกับถูกโยนลงในพายุเลือดอัครเสนาบดีชุยวั่งชูเผยหลักฐานออกมาทีละชุด รายชื่อขุนนางที่แอบร่วมมือกับองค์ชายรองถูกเปิดเผยต่อหน้าทุกคน มีทั้งผู้ที่รับสินบน ลอบส่งข่าว ซ่อนกำลังพล ไปจนถึงผู้ที่เตรียมเสบียงให้กองกำลังกบฏอย่างลับ ๆวันแล้ววันเล่า ขุนนางถูกลากออกจากจวนกลางดึก บางคนถูกถอดชุดขุนนางต่อหน้าผู้คน บางคนถูกริบทรัพย์จนแม้แต่บ้านยังไม่เหลือ บางคนถูกเนรเทศไปชายแดนตลอดชีวิต ส่วนผู้ที่มีความผิดหนักจนถึงขั้นกบฏถูกประหารทั้งตระกูลกลิ่นคาวเล
Baca selengkapnya

บทที่ 79 ตั้งครรภ์

กลิ่นโอสถเข้มข้นลอยคลุ้งไปทั่วตำหนักบรรทม เสียงไอแผ่วต่ำดังขึ้นเป็นระยะ ทำให้บรรยากาศภายในหนักอึ้งจนแทบไม่มีผู้ใดกล้าหายใจแรง หลี่เหิงฮ่องเต้บรรทมอยู่บนแท่นบรรทมและสลักด้วยลวดลายมังกร พระพักตร์ซีดเซียวกว่าที่เคย แม้จะฝืนประคองพระองค์มาหลายวัน แต่พิษร้ายที่สะสมอยู่ในพระวรกายกลับยิ่งกัดกร่อนจนยากจะต้านทานเหล่าขุนนางคนสนิทคุกเข่าอยู่ตรงหน้าแท่นบรรทม ไม่มีผู้ใดกล้าเอื้อนเอ่ย“เสด็จพี่ ทรงพักก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ” อ๋องเก้าหลี่หานโม่เอ่ยเสียงต่ำ ดวงตาคมเข้มเต็มไปด้วยความกังวล หลี่เหิงฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรมองพระอนุชาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนแย้มพระสรวลออกมาอย่างอ่อนล้า“ฝืนต่อไปก็ไร้ประโยชน์” สุ้มเสียงนั้นแผ่วเบา แต่กลับทำให้หัวใจของทุกคนสั่นสะเทือนวันเดียวกันนั้น ราชโองการสำคัญก็ถูกประกาศออกไปทั่วทั้งแผ่นดิน หลี่เหิงฮ่องเต้ทรงสละราชบัลลังก์ แต่งตั้งองค์ชายใหญ่หลี่เฉิง ขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้พระองค์ใหม่ แต่งตั้งคุณหนูรองสกุลชุย ชุยชิงหว่าน ขึ้นเป็นฮองเฮา แต่งตั้งซูฮองเฮาเป็นไทเฮา และแต่งตั้งซ่งไทเฮาเป็นไท่หวงไท่เฮาทันทีที่ราชโองการฉบับแรกประกาศออกมา ราชโองการฉบับที่สองก็ถูกประกาศตามมาติดๆปลดขุนนางส
Baca selengkapnya

บทที่ 80 ปลาเค็มผู้เต็มไปด้วยความสุข

หลังผ่านพ้นคลื่นลมและการแย่งชิงอำนาจมาอย่างยาวนาน ในที่สุดใต้หล้าก็กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้งภายใต้การปกครองของฮ่องเต้พระองค์ใหม่ บ้านเมืองค่อย ๆ ฟื้นตัว ราชสำนักเริ่มเปิดกว้างให้ประชาชนทุกชนชั้นสามารถเข้าสอบรับราชการได้ ไม่จำกัดเพียงชาติตระกูลสูงศักดิ์อีกต่อไป ผู้มีความสามารถจึงได้รับโอกาสอย่างแท้จริงดินแดนทางเหนือที่เคยเต็มไปด้วยสงครามก็สงบสุขลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ชาวบ้านใช้ชีวิตอย่างร่มเย็น ควันไฟแห่งสงครามมอดดับลง เหลือเพียงประชาชนได้กินอิ่มนอนอุ่น ไม่ต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดผวาและไม่ต้องเผชิญหน้ากับความอดอยากยามเกิดสงครามอีกสุขภาพของไท่ซ่างหวงเองก็ดีขึ้นตามลำดับ พิษร้ายที่สะสมในพระวรกายถูกถอนพิษออกไปจนหมดแล้ว ร่างกายค่อยๆ ฟื้นตัวจนไม่หลงเหลืออาการประชวรเรื้อรังอีกต่อไป หลังปลดภาระทั้งหมดออกจากบ่า พระองค์ดูผ่อนคลายและมีชีวิตชีวามากกว่าก่อนที่จะได้ครองราชย์เสียอีก และสถานที่ที่พระองค์เสด็จไปอยู่บ่อยครั้งก็คือจวนอ๋องพิทักษ์แผ่นดินไม่เพียงไท่ซ่างหวงเท่านั้น แม้แต่ชุยวั่งชู อดีตอัครเสนาบดีผู้มากความสามารถก็ขอลาออกจากราชการ หลังเห็นว่าราชสำนักมั่นคงแล้ว เขาใช้ชีวิตบั้นปลายอย่าง
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1
...
456789
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status