ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิจากเรือนกายของกันและกันมิได้ทำให้สตรีร่างระหงแสดงท่าทีประหม่าขวยเขินแม้แต่น้อย นัยน์ตาสุกสกาวราวกับดวงดาราในคืนไร้จันทร์สบประสานกับนัยน์ตาดอกท้ออันลึกล้ำอย่างไม่ลดละ กลิ่นหอมเย็นของดอกมู่หลานหอมกรุ่นจากร่างสูงโปร่งเกิดเป็นมวลอากาศที่บีบรัดจนผู้คนรอบข้างแทบหยุดหายใจเนิ่นนานกว่าบุรุษชุดขาวจะเป็นฝ่ายผละออกไปก่อน ลิ่นอวิ๋นเจิงคลี่พัดจีบในมือออกโบกสะบัดเบา ๆ ขับไล่ความกดดันที่ก่อตัวขึ้นเมื่อครู่ ทว่ารอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลากลับยิ่งหยักลึก คล้ายพึงพอใจกับผลลัพธ์ของการหยั่งเชิงในครั้งนี้“วาทะคมคาย ใจคอเด็ดเดี่ยว ช่างเปิดหูเปิดตาข้านัก”ราชครูหนุ่มเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะ ก่อนจะปรายหางตามองขันทีเฒ่าที่บัดนี้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น“สวีกงกง มัวยืนบื้ออันใดอยู่เล่า? มิได้ยินหรือว่าคุณหนูใหญ่ฉู่ต้องการสิ่งใด ในเมื่อคลังบูรพายามนี้หมุนเวียนเงินตราไม่ทัน เจ้าก็จงนำโฉนดที่ดินของร้านค้าทองและโรงเตี๊ยมทั้งหกแห่งในตรอกจูเชวี่ย ออกมามอบให้นางเสียสิ”“ท... ท่านราชครู!” สวีเต๋อไห่เบิกตากว้างจนแทบถลน ร่างอวบอ้วนสั่นเทา “ก... กิจการเหล่านั้นคือน้ำพักน้ำแรงที่องค์รัชทายาท
Read more