ล้อรถม้าบดเบียดแผ่นศิลาปูถนนดังกึกกัก ทิ้งห่างจากความวุ่นวายหน้าศาลต้าหลี่มุ่งหน้าสู่จวนกั๋วกง ภายในรถม้าที่กรุ่นกลิ่นกำยานดอกมู่หลาน สตรีโฉมสะคราญนั่งเอนกายพิงเบาะรองนุ่มอย่างผ่อนคลาย ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามขอบถ้วยชาเคลือบใบเล็ก นัยน์ตาสุกใสหลุบต่ำซุกซ่อนประกายความคิดอันสลับซับซ้อนไว้อย่างมิดชิด“นายหญิง คำเตือนของราชครูลิ่นเมื่อครู่ข้าน้อยเกรงว่ามิใช่เพียงการข่มขู่ลม ๆ แล้ง ๆ ขอรับ”เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังขึ้นจากบุรุษที่นั่งคุกเข่าอยู่ฝั่งตรงข้าม เนี่ยอู๋เฟิงในชุดองครักษ์สีนิลขมวดคิ้วมุ่น แววตาสีรัตติกาลแฝงความกังวลอย่างปิดไม่มิด“สุนัขที่ถูกต้อนให้จนตรอกย่อมแว้งกัดอย่างบ้าคลั่ง องค์รัชทายาทสูญเสียทั้งคลังอาวุธ ครั้นตระกูลหลี่ในเวลาไล่เลี่ยกัน โทสะของเขาในยามนี้คงเปรียบดั่งไฟบรรลัยกัลป์”ร่างอรชรแค่นเสียงหัวเราะเบา ๆ ดวงพักตร์จิ้มลิ้มเงยขึ้นสบประสานกับหมาป่าผู้ภักดี “เจ้าพูดถูกแล้วล่ะอู๋เฟิง จ้าวอวี้เจ๋อเป็นพวกหยิ่งยโสและรักหน้าตายิ่งชีพ เมื่อถูกสตรีที่ตนเคยเหยียบย่ำลูบคมซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาย่อมไม่อาจทนรอให้ถึงวันพรุ่งนี้ได้หรอก”“เช่นนั้นพวกเราสมควรเปลี่ยนเส้นทางหรือไม่ขอรับ?” ชายหนุ่มเ
Baca selengkapnya