บานประตูห้องรับรองแห่งโรงน้ำชาหมิงเยว่ถูกปิดลงสนิท ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายคุกคามของราชครูหนุ่มที่ยังคงลอยอวลปะปนกับความหอมกรุ่นของชา ท่ามกลางความเงียบที่โรยตัวลงมาอย่างหนักอึ้ง ร่างบอบบางในอาภรณ์สีครามค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อีกครั้ง ปลายนิ้วเรียวยกขึ้นนวดคลึงขมับของตนเองแผ่วเบาเพื่อระงับความตึงเครียดที่แฝงเร้น“นายหญิง เป็นความผิดของข้าน้อยเองที่ไร้ความสามารถ ปล่อยให้บุรุษผู้นั้นก้าวล่วงเข้ามาข่มขู่ท่านถึงในระยะประชิด”เสียงทุ้มต่ำดังก้องทำลายความเงียบ เนี่ยอู๋เฟิงคุกเข่าลงเบื้องหน้าโฉมสะคราญ กระบี่เหล็กกล้าที่เพิ่งถูกเก็บเข้าฝักยังคงสั่นระริกตามแรงโทสะของเจ้าของ นัยน์ตาสีรัตติกาลขององครักษ์หนุ่มฉายแววเจ็บปวดเจือแค้นเคือง แผ่นหลังกว้างโค้งงอลงอย่างผู้ที่พร้อมจะยอมรับทัณฑ์ทรมานฉู่เยว่หลีละมือจากขมับ นัยน์ตาสุกใสทอดมององครักษ์คู่ใจด้วยแววตาที่อ่อนแสงลงหลายส่วน หญิงสาวมิได้กล่าวโทษ ทว่ากลับเอื้อมมือไปแตะลงบนท่อนแขนแกร่งอันอุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ สัมผัสอุ่นวาบจากฝ่ามือเล็กทำเอาชายหนุ่มในชุดสีนิลสะดุ้งเฮือก“ลุกขึ้นเถิดอู๋เฟิง การที่เขาเข้าประชิดตัวข้าได้หาใช่เพราะเจ้าบกพร่อง ทว่าลิ่นอ
Baca selengkapnya