ข้าทะลุมิติมาเลี้ยงท่านอ๋องจอมโหด의 모든 챕터: 챕터 31 - 챕터 40

115 챕터

บทที่ 17 ชัยชนะที่บาดขมคอ

บทที่ 17ชัยชนะที่บาดขมคอ“เถ้าแก่หวังจากโรงน้ำชาหวัง เป็นผู้ชนะในการประลองนี้”ลานทั้งลานเงียบสงัดทันใด ทุกคนรู้... ทุกคนได้ชิมมัทฉะจากทั้งสองฝ่าย ใครสมควรชนะไม่จำเป็นต้องประกาศบอกด้วยซ้ำหมี่หลัวกำมือแน่นขณะได้ยินเสียงประกาศ แต่ใบหน้ากลับนิ่งสงบเพราะนางเริ่มกลืนกินความขมจนชินเสียแล้ว...ขมจากดื่มมัทฉะยังไม่เท่าขมจากได้ลิ้มรสความจริงในชีวิตเถ้าแก่หวังเดินเข้ามาด้วยใบหน้าอมยิ้มน้ำเสียงที่พูดเยาะเย้ยชัดเจน “ตามข้อตกลง เจ้าต้องหยุดขายมัทฉะตลอดไปนะ…แม่นางหมี่หลัว”นางสบตาเถ้าแก่หวังก่อนยิ้มเหยียดตรงให้ไป แววตาของนางมิได้ยอมแพ้อย่างที่เขาคาดหวังจะได้เห็นเอาเสียเลย“ข้าย่อมทำตามสัญญาแน่นอน...” เสียงนางเรียบแม้ภายในจะเจ็บปวดเท่าใดก็ตามเพราะเจตนาอีกอย่างที่นางตั้งใจว่าจะทำในวันนี้ยังไม่หมดสิ้น“ข้าเป็นเพียงสตรีธรรมดาคนหนึ่ง สูตรชามัทฉะของข้าก็ถูกคนคดโกงแย่งไปต่อหน้าต่อตา อยากให้ความสามารถของตนทวงคืนก็ไม่ได้อย่างไรก็แพ้เงินและอำนาจอยู่ดี ...การประลองกับเถ้าแก่หวังครานี้ทำให้ข้าได้เรียนรู้มากนัก”ผู้คนรอบข้างเริ่มกระซิบซุบซิบดังขึ้นแล้ว หมี่หลัวที่ปลุกระดมความคิดพวกเขาสำเร็จก็พูดต่อไม่ขาดช่วง
더 보기

บทที่ 17 ปรมาจารย์

น้ำเสียงรีบร้อนดังขึ้นทำให้ผู้คนหันไปมองที่มาพร้อมกัน เป็นชายชราผมขาวข้างกายของเขามาพร้อมบุรุษหนุ่มผู้ ทันใดนั้นสีหน้าเคร่งขรึมของเหล่ากรรมการสมาคมเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกทันที“ปะ…ปรมาจารย์ชาหลิว! ท่านมาได้อย่างไร”“ปรมาจารย์หลิวมาเช่นนี้ เหตุใดไม่ส่งคนบอกก่อนขอรับ พวกข้าจะได้เตรียมการรับรองอย่างเหมาะสม”แต่ปรมาจารย์หลิวเทียนป๋อไม่แม้แต่จะปรายตามองพวกเขา สายตาเรียบสงบของเขามองมุ่งตรงไปที่หมี่หลัวคนเดียว ชายชราเดินใกล้ขึ้นแล้วมองถ้วยมัทฉะบนโต๊ะฝั่งนางด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนเอ่ยช้า ๆ ทีละคำแต่ละคำสั่นสะเทือนลึกลงในใจผู้ฟังทุกคนเพราะคือสิ่งที่หลายคนคาดหวังอยากให้เป็นเช่นนั้นแต่ไม่มีใครกล้าเปิดเผยว่าตนรับเงินจากเถ้าแก่หลิวมา“ชาแปลกใหม่เช่นนี้…มีเพียงผู้ที่เข้าใจหัวใจของใบชาเท่านั้น จึงสร้างขึ้นได้”ทุกสายตามองไปที่หมี่หลัว สตรีบ้านนอกผู้ไม่มีใครเคยสนใจแต่กลับคือคนที่ปรมาจารย์หลิวเทียนป๋อ…ต้องออกปากเอ่ยชมด้วยตนเอง เขาคือผู้ควบคุมการค้าชาในแคว้นอวิ๋นแห่งนี้ ผู้ที่ขึ้นตรงต่อราชสำนักจากเมืองหลวงหลิวเทียนป๋อหัวเราะเบา ๆ อย่างถูกใจที่สตรีผู้นี้พอได้รู้ตำแหน่งของเขาแล้วนางก็ไม่ได้ตาลุกวา
더 보기

บทที่ 18 เสี่ยวไป๋อยู่นี่อย่าดื้อเล่า!

บทที่ 18เสี่ยวไป๋อยู่นี่อย่าดื้อเล่า!รถม้าที่หลิวจิ้งหยวนพานางกลับหมู่บ้านสั่นคลอนตามจังหวะล้อบดพื้นดินที่ห่างไกลความเจริญ แสงยามเย็นทาบเข้ามาในรถไม่ช่วยให้หมี่หลัวรู้สึกดีขึ้นเลย นางนั่งนิ่งมือชื้นเหงื่อ อึดอัดกับสายตาของจิ้งหยวนที่จ้องมองตน สุดท้ายก็ทนกับความเงียบไม่ไหวหมี่หลัวจะเป็นฝ่ายทำลายความเงียบลงเอง“คุณชายหลิว…ท่านช่วยบอกปรมาจารย์หลิวให้ข้าด้วยเถิดนะเจ้าคะ ข้ารู้สึกซาบซึ้งที่พวกท่านช่วยในวันนี้ แต่ข้าไม่อยากข้องเกี่ยวกับผู้ทรงอำนาจนัก ข้าแค่อยากชงชามัทฉะ หาเลี้ยงตัวเองไปวัน ๆ เท่านั้น อยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ข้าก็สบายดี...”น้ำเสียงเนือยไม่แสดงออกถึงความรู้สึกตื่นเต้นต่อโอกาสที่เข้ามานี้ทำให้จิ้งหยวนได้ยินแล้วกลับรู้สึกแน่นหน้าอกแทน คำพูดของนางเขาฟังแล้วรู้สึกว่ามันแฝงแววไร้ความหวังอย่างไรไม่รู้ เขาคิดว่าอาจต้องให้เวลานางหน่อยเพราะวันนี้นางเพิ่งผ่านเรื่องหนักหนามา“รสชาที่ข้าและท่านปู่ได้ดื่มนั้นไม่ควรที่จะหยุดอยู่แค่หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ไม่เห็นค่า อย่างน้อยก็รบกวนแม่นางหมี่หลัวเก็บไว้พิจารณาหน่อยแล้วกัน...”หมี่หลัวหลุบตาลงไม่อยากให้อีกฝ่ายอ่านความรู้สึกของนางได้ ประสบการณ์เกื
더 보기

บทที่ 19 ใครบุกบ้านนาง!

“อืม” เขาพยักหน้า “ท่านปู่ของข้าน่าจะพักที่เมืองนี้อีกสักหน่อยน่ะ แล้วก็ฝากแม่นางชิงพิจารณาข้อเสนอของข้าด้วยแล้วกัน ...เสี่ยวไป๋อยู่นี่อย่าดื้อเล่า!”จิ้งหยวนบอกลาหมี่หลัวแล้วก็เดินขึ้นรถม้าไป เสียงล้อไถลบนพื้นดินค่อย ๆ เบาลงไปพร้อมแสงอาทิตย์ของวันที่ลับขอบฟ้าลงตามกาลเวลาที่ควรเจ้าไป๋หู หรือ เสี่ยวไป๋อันเป็นชื่อที่แท้จริงของมันวิ่งออกไปหน้าบ้านเพื่อมองรถม้าของจิ้งหยวนจนลับสายตาไปค่อยเดินกลับมาหานาง มันเอาหัวชนขาของหมี่หลัวเบา ๆ แล้วปีนขึ้นตักอย่างเคยแม้สายตาจะมองไปยังทิศที่รถม้าจากไปอยู่ก็ตามนางคิดว่ามันดีใจที่นางตั้งชื่อมันว่าไป๋หู แต่แท้จริงแล้วเป็นเพราะชื่อเดิมของเจ้าสุนัขขนสีขาวก็มีคำว่าไป๋เหมือนกันนี่เอง ไม่ว่าจะชื่อไหนนางก็ไม่อาจเลี่ยงความจริงที่ว่า เจ้าของที่แท้จริงของมันคือพวกเขาอยู่วันยังค่ำความจริงเรื่องนี้ทำให้หัวใจที่คิดว่าเข้มแข็งเจ็บแปล๊บจนต้องยกมือขึ้นลูบอก ไม่มีใครปลอบประโลมได้ดีเท่าตัวของนางเองอีกแล้วหมี่หลัวอุ้มเสี่ยวไป๋ขึ้นแนบอกสวมกอดมันแน่น ปลายคางวางลงบนขนนุ่มค้างท่านี้อยู่นาน หวังเพียงว่าให้ความอบอุ่นจากร่างเล็กไหลผ่านมาที่นางบ้าง อย่างน้อยก็ขอให้มันเติมเต็มช
더 보기

บทที่ 19 พวกเจ้าเป็นใคร

คำพูดคาดเดาไปหลายทางแพร่ไปทั่วเหมือนไฟลามหญ้าแห้ง ทั้งสนุกปาก ทั้งไร้เมตตาต่อคนในหัวข้อที่หน้ารถม้านั้นบุรุษสองคนลงมายืนประกบซ้ายขวาเรียบร้อยแล้ว หนึ่งคือ เฟิ่งอู่ไห่ที่ดูแข็งกร้าวน่าหวั่นเกรง กับอีกหนึ่งคือซ่งอวี่เซินผู้สุขุมเฉียบคม ทั้งคู่สวมชุดไร้ลายปัก ท่าทีนิ่งสงบเหล่านี้ยิ่งทำให้ชาวบ้านเอาไปตีความและเสนอหน้าอยากรู้มากเข้าไปใหญ่ดีที่บ้านของหมี่หลัวอยู่ไกลจากบ้านหลังอื่นในหมู่บ้าน พวกเขาไม่สามารถได้ยินแน่ ๆ อีกทั้งสิ่งที่ชาวบ้านเห็นก็ไกลเกินกว่าจะมั่นใจว่าเกิดอะไรขึ้นอู่ไห่มองประตูบ้านที่เงียบสนิทแม้พวกเขาจะมาถึงอย่างเอิกเกริกก็ตาม เขาเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาอีกแล้วและต้นเหตุก็มาจากสตรีนางเดิมที่เขาตามเฝ้าติดตามนางอยู่ห่าง ๆ นั่นเอง ความอดทนของชายผู้ชอบใช้กำลังมีไม่มากเขาเหลือบมองรถม้าที่เจ้านายยังไม่ก้าวลงมาอย่างไม่พอใจแทนเจ้านาย“เรามาถึงเสียงก็ดังเพียงนี้ นางกลับไม่ออกมาต้อนรับแม้สักนิด ให้กระหม่อมเข้าไปเรียกนางดีหรือไม่พ่ะย่ะ--”“ไม่ต้อง เวลานี้นางคงไม่อยู่บ้าน...” เสียงทุ้มดังจากภายในรถม้ากดทับอากาศให้เงียบลงในชั่วพริบตา ซ่งอวี่เซินหันสหายคล้ายเตือนให้อู่ไห่รู้ดูสถานการณ์ ก่อนท
더 보기

บทที่ 20 ผู้ว่าจ้างชั่วคราว

บทที่ 20ผู้ว่าจ้างชั่วคราว“ข้าถามว่า…พวกเจ้าเป็นใคร!?”น้ำเสียงไม่ได้ก้าวร้าวแต่เป็นการตั้งท่าเป็นศัตรูชัดเจน คนที่คุ้นกับการได้เห็นนิสัยด้านอ่อนโยนมาก่อนกลับคิ้วขมวดทันใดหมี่หลัวนั้นจะทำดีกับพวกเดียวกับนาง แต่หากไม่ใช่นางก็ไม่ดีด้วยง่าย ๆคำพูดไร้การเคารพของหมี่หลัวทำให้อู่ไห่ที่หลับตาอยู่แต่ยังฟังทุกอย่างอดไม่ได้ เขาเอ่ยตะคอกทั้งที่ยังหลับตา“บังอาจนัก! นี่ท่านอ๋อ-!”เสียงเขาถูกตัดหายไปในพริบตา ร่างสูงของอ๋องไป๋เยี่ยพุ่งออกจากจุดเดิมอย่างรวดเร็ว เท้าของเขาเตะตัดข้อพับของอู่ไห่อย่างแม่นยำจนอีกฝ่ายทรุดฮวบไปกับพื้นไป๋หูนั้นเมื่อเห็นท่าทีของคนแปลกหน้าที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วก็ยิ่งเห่ากระโชก มันดิ้นหลุดจากอ้อมอกของหมี่หลัวร่วงลงสู่พื้นพอตั้งท่าได้ก็เห่าขู่ไปที่อ๋องไป๋เยี่ยโดยเฉพาะ ทำราวกับว่าทั้งสองเป็นคู่อริกันมาแต่ชาติปางก่อน คนถูกเห่าใส่ซึ่งไร้ความกลัวกับเจ้าเตี้ยขนสกปรก เขายื่นมือไปตีจมูกมันทีเดียวด้วยแรงไม่มากแต่ก็พอทำให้เจ้าตัวขาวหยุดเห่าและรีบวิ่งไปหลบหลังหมี่หลัวทันทีมันไม่ได้กลัวก็แค่ถอยไปตั้งหลักเท่านั้น!หมี่หลัวถอยหลังเช่นกัน สายตาของคนแปลกหน้าที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้นางเ
더 보기

บทที่ 20 ข้าต้องมาอีกหรือเจ้าคะ?

ชายผู้เฝ้าประตูโค้งคำนับอย่างสุภาพ เมื่อข้ามพ้นประตูเข้าไป บรรยากาศด้านในกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทางเดินหินทอดยาวผ่านความงดงามหรูหราบ่งบอกถึงความมั่งคั่งของเจ้าของได้เป็นอย่างดี หมี่หลัวถึงคนนำไปยังสวนของที่นี่ ลมเย็นพัดผ่านผิวกายทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลงทันใดที่กลางสวนมีศาลาไม้สีอ่อนตั้งอยู่ และผู้ว่าจ้างนางก็อยู่ตรงนั้นชายหนุ่มเพียงเงยขึ้นยามเมื่อหมี่หลัวเดินเข้ามาในศาลา นางยืนไม่ทันมั่นคงดีเขาก็ขยับมือโบกให้คนรับใช้ทั้งหมดถอยออกไป พื้นที่รอบศาลาจึงเงียบสนิท เหลือเพียงเขาและนางเท่านั้นหมี่หลัวรู้สึกหลังคอไหววาบโดยไร้เหตุผล แต่ยังคงยิ้มสู้เอ่ยอย่างสุภาพ “ข้าจะเริ่มทำมัทฉะให้ท่านเลยนะเจ้าคะ”หมี่หลัวค่อย ๆ หยิบอุปกรณ์ชงชาออกมาจากกล่องไม้ เมื่อนางเริ่มลงมือทำก็ลืมเรื่องมากมายที่คิดไม่ตกไปทันที บัดนี้โลกทั้งใบของนางเหลือเพียงนางและชาตรงหน้าเท่านั้น รอยยิ้มที่ปรากฏตอนหมี่หลัวทำชาเป็นรอยยิ้มที่อ่อนหวานนุ่มนวลที่สุดเหรินชวนมองสตรีหน้าไม่อายอยู่ตลอด แววไร้อารมณ์ของเขามีเค้าลางของความข้องใจนักเมื่อวานยามเจอเขานางทำหน้านิ่งและเสียงแข็งใส่ตน …แต่กลับยิ้มให้เจ้าผงเขียวนี้แทนสายตาที่จดจ้อ
더 보기

บทที่ 21 ได้กลับสู่ครอบครัวที่แท้จริง

หลายวันถัดมาหมี่หลัวเริ่มคุ้นชินกับการต้องไปทำมัทฉะให้ผู้ว่าจ้างชั่วคราวแล้ว นางไม่รู้ว่าชายผู้นี้เป็นใครเพราะเขาก็ไม่ได้บอกอะไรกับนางไปมากกว่าแค่นามของเขา หมี่หลัวผู้ชินกับการใช้ชีวิตอยู่คนเดียวและปรับตัวอยู่กับผู้อื่นก็ไม่คิดจะละลาบละล้วงบังคับให้ใครบอกเช่นกันแต่กลับคนในหมู่บ้านที่มีความอยากรู้อยากเห็นมากกว่าหมี่หลัวนั้นกลับไม่ใช่ เมื่อพวกเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเจ้าของคฤหาสน์ในป่าที่หมี่หลัวไปหาทุกเช้า ไม่รู้แม้กระทั่งหน้าตาหรือรูปร่างก็ทำให้ข่าวลือสุดแปลกแพร่กระจายรวดเร็วไปคนละทิศกับความเป็นจริงเสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นทันทีที่นางปรากฏตัวในตลาดประจำหมู่บ้านช่วงกลางวัน นางมาหาซื้อผักเอาไปทำกับข้าวเย็นนี้ หูที่ไม่อยากรับรู้ก็ดันได้ยินอย่างไม่ตั้งใจ“อีกไม่นานหมู่บ้านของเราก็จะมีคนได้แต่งเข้าตระกูลร่ำรวยแล้วล่ะมั้ง?”“แต่ข้าว่านางงดงามก็จริงแต่กำพืดต่ำต้อยคงแต่งไปก็เป็นเพียงภรรยาน้อยนั่นแหละเจ้าจะไปยกยอนางทำไม”“นั่นสิ อีกทั้งคนผู้นั้นก็ลึกลับหลบซ่อนตัวเก่งยิ่งกว่าอันใด ข้าว่าเขาคงเป็นชายพุงพลุ้ยอายุมากนั่นแหละ”หมี่หลัวก้าวผ่านเสียงสนทนาไปราวไม่ใช่เรื่องของนาง ข่าวลือพวกนี้ไม่เป็นควา
더 보기

บทที่ 22 แค่อยากรู้ ไม่ได้เป็นห่วง

จิ้งหยวนสังเกตเห็นสีหน้าหมี่หลัวที่หม่นหมองลง สายตานางยังค้างที่ม่านปิดทางเข้ารถม้าไม่เลื่อนไปไหน เขาก้าวมาหนึ่งก้าวเรียกสติหมี่หลัวที่เหม่อลอยให้กลับมาสู่ความจริง“ข้าขอขอบคุณแม่นางอีกครั้งที่เลี้ยงดูเสี่ยวไป๋มาอย่างดี …มันไม่ฟังคำสั่งใครง่ายนักแต่กับเจ้ามันฟังยิ่งกว่าพวกข้าเสียอีก”คำปลอบโยนนั้นไม่อาจชดเชยความเปล่าเปลี่ยวในใจได้ นางยิ้มส่งและมองรถม้าสกุลหลิวเคลื่อนจากไปช้า ๆ ห่างออกไปอย่างไม่มีวันหวนกลับหมี่หลัวทรุดกายลงนั่งอย่างคนไร้เรี่ยวแรง สุนัขแสนรู้ที่นางคิดว่าคือครอบครัว ท้ายที่สุดมันก็ไปจากนางเสียแล้ว...“เจ้ากับข้ามีวาสนาเท่านี้ ขอบใจที่อยู่เป็นความทรงจำที่ดีในชีวิตข้านะ”น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลทะลักอย่างไม่อาจกลั้นได้อีกต่อไปไม่ว่าจะเด็กน้อย... หรือสุนัขตัวหนึ่ง... ล้วนต้องจากไป อีกทั้งไม่มีใครเอ่ยคำลานางเลยสักคน ไม่มี...อยู่กับนางพวกเขาต่างต้องอดอยาก กินผักมากกว่าเนื้อ แล้วจะมีใครอยากเป็นครอบครัวเดียวกับนางกัน อยู่คนเดียวไปน่ะคู่ควรแล้วหมี่หลัวใช้สองแขนกอดตนเองไว้แน่น นั่งอยู่ที่เดิมนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ แม้แต่แสงอาทิตย์ก็ยังลาจากนางไป เหลือเพียงแต่ความเงียบในบ้านหลังน้อยที
더 보기

บทที่ 22 ใครเล่ามาปลอบประโลมนาง

อาการของท่านอ๋องติดตราตรึงใจสองหนุ่มแม้กระทั่งพวกเขาออกมาจากห้องแล้วก็ตามเมื่อออกมาพ้นโถงมืดแล้ว อู่ไห่ถึงกับปล่อยลมหายใจยาว “เจ้าคิดเหมือนข้าหรือไม่ ท่านอ๋องดูสนใจแม่นางชิงผิดปกติจนข้าขนลุกไปหมด! หรือว่าท่านอ๋องชอบนาง”อวี่เซิงเองก็สังเกตมาสักพักแล้วจนวันนี้ชัดเจนที่สุดแต่ก็ไม่คิดเช่นสหายอยู่ดี เขามองท่าทีสหายที่ตกใจจนออกท่าทางประหลาดก็ชวนให้มือแข็งแรงตบลงกบาลอีกฝ่าย“เจ้าพูดเหมือนไม่รู้จักท่านอ๋องนะ นอกจากงานมีสิ่งใดทำให้ท่านอ๋องสนใจได้นานหรือ...” อวี่เซิงเดินนำออกมาไกลอีกก่อนเอ่ยพูดช้าและนิ่งเฉยลง “เรื่องสตรีก็ใช่ว่าท่านอ๋องไม่เคยสนพระทัยใคร ทรงบรรทมด้วยคืนเดียวก็ทรงเบื่อแล้ว สำหรับแม่นางชิงเองก็คงไม่ต่างกัน ท่านอ๋องอาจเพียงสนใจเพราะแปลกใหม่ เดี๋ยวก็กลับเป็นเช่นเดิม...”อู่ไห่ผงกศีรษะหลายครั้งราวกับเพิ่งถูกลากกลับสู่ความจริง เขาเห็นด้วยกับที่อวี่เซินพูดมาทั้งหมด “เจ้าพูดอีกก็ถูกอีก…ท่านอ๋องเป็นเช่นนั้นเสมอ ไม่นานก็คงไม่สนใจแม่นางชิงแล้วและข้าก็จะไม่ต้องไปตามเฝ้านางอีกต่อไป ข้าล่ะอยากให้ถึงเวลานั้นเร็วจริง ๆ”อวี่เซินเหลือบมองสหายชั่วครู่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ทั้งคู่แยกย้ายไปตามคำ
더 보기
이전
123456
...
12
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status