FAZER LOGINเรื่องที่ 1 ข้าทะลุมิติมาเลี้ยงท่านอ๋องจอมโหด .......... ข้าวก็แทบไม่มีกินแต่ดันช่วยทั้งสุนัขเตี้ยขี้ประจบ และเด็กน้อยหน้านิ่งขี้เอาแต่ใจ ชีวิตนางคงจะง่ายนักหรอก!
Ver mais“แล้วท่านโกรธหรือไม่?” หนิงอันยิ้มบาง“โกรธน่ะหรือ…” เขาหัวเราะออกมาในลำคอ แล้วรวบนางเข้าสู่อ้อมกอดแน่นจนขายกขึ้นจากพื้น “ข้าดีใจ… ดีใจจนไม่รู้จะทำอย่างไรกับมือตัวเองดีแล้วตอนนี้!”“งั้นเริ่มจากวางเสื้อลงก่อนเถิด เดี๋ยวเจ้าก็ขยำมันเสียหมดทรงหรอก” หนิงอันว่า พลางหัวเราะคิกกับสีหน้าตื่น ๆ ของเขาอ๋องเจ๋อวางเสื้อลงอย่างทะนุถนอม ราวกับเป็นดอกไม้ต้องห้าม แล้วหันกลับมากอดนางแน่นอีกครั้ง หน้าซุกกับลาดไหล่บางของนาง เสียงพร่าดังเบาอยู่ข้างหู“ข้าจะดูแลเจ้าทั้งสองคน…ให้ดีที่สุดในชีวิตนี้”เขากอดหนิงอันแน่นราวกับจะส่งอ้อมกอดนี้ยังเจ้าก้อนแป้งในครรภ์ ทว่าอยู่ดีดีเขาก็ถอนหายใจยาว สีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกผละออกจากหนิงอัน“หืม…ถอนใจทำไม?”หนิงอันเลิกคิ้วนางที่ถุกเขาผลักให้ลุกขึ้นขยับไปยกน้ำชาขึ้นจิบอย่างสบายใจ อ๋องเจ๋อหันหน้าหนี คล้ายจะละอายที่จะพูดเรื่องใดออกมานางยิ้มมุมปาก ก่อนจะไล่สายตาลงไปต่ำ…แล้วก็กลั้นขำแทบไม่อยู่ตรงเป้าของเขานั้น ตึงจนเห็นได้ชัด…“ท่านกอดข้าแล้ว…ตื่นเองนะ จะโทษใครได้?”นางกระแซะถามเบา ๆ เสียงแฝงกลั้วหัวเราะสุดเสียง นางพอรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่“ข้าแค่…แพ้กลิ่นหอมจากเจ้า
บทพิเศษ 2เรื่องประหลาดใจของหนิงอันหลังเหตุการณ์วุ่นวายสิ้นสุดลง อ๋องเจ๋อกับหนิงอันก็ตัดสินใจกลับไปยังเมืองเหนือในฐานะเจ้าเมืองเหนืออย่างเป็นทางการที่ชาวเมืองยอมรับแม้ตำแหน่งจะสูงส่ง แต่ทั้งสองกลับเลือกวิถีปกครองที่เรียบง่าย ยึดประชาชนในเมืองเป็นศูนย์กลาง อ๋องเจ๋อจัดตั้งระบบข้าหลวงใหม่ทั้งหมดโดยผ่านการพิจารณาจากความสามารถล้วน ๆ และฮ่องเต้ก็อนุญาต เขาตัดขาดระบบซื้อขายตำแหน่งอย่างเด็ดขาด ส่วนหนิงอันใช้ประสบการณ์จากโลกเดิมจัดการคลังเมืองอย่างมีระบบ สร้างความเชื่อมั่นให้ชาวเมืองจนเกิดเสียงเล่าลือไปทั่วว่าเจ้าเมืองคู่นี้ยุติธรรมและอบอุ่นดั่งเพลิงไฟท่ามกลางลมหนาวส่วนสกุลเซี่ยยังคงอยู่รอดโดยมีฮูหยินเอกเป็นผู้นำ นางเลิกดิ้นรนไขว่คว้าอำนาจ หันมาทำการค้าเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างสงบสุข ทุกสิ่งดูจะค่อย ๆ ฟื้นตัวในทางที่ดีแม้ฤดูหนาวจะมาเยือนพร้อมลมเย็นยะเยือกจนกระดูกสั่น แต่จวนเจ้าเมืองกลับอบอุ่นอย่างน่าประหลาด เพราะหัวใจของสองผู้ปกครองเต้นไปในจังหวะเดียวกัน...ไม่นานหลังกลับถึงเมืองเหนือ ข่าวลมหิมะแรกเริ่มกระจายไปทั่วเมือง ชาวเมืองต่างพูดกันว่าปีนี้หิมะจะตกเร็ว หนิงอันเงียบขรึมแต่สายตาที่แอบมองฟ้าค
แล้วนางก็รู้สึกได้…เขาขยับสะโพกเข้ามาแนบชิดมากขึ้น จนกลีบเนื้อนุ่มที่ชุ่มชื้นของนางสัมผัสกับความแข็งร้อนที่แนบอยู่ตรงรอยเชื่อมกลางกาย“อา...!” นางครางแผ่วเมื่อเขาสัมผัสตรงนั้นอย่างเจตนาอ๋องเจ๋อก้มลงกระซิบข้างหูนางอีกครั้ง เสียงทุ้มสั่นพร่า“ข้าอยากเป็นหนึ่งเดียวกับเจ้า...ให้ข้าไหม?”หนิงอันหลับตาแน่น ความเขินอายแทบจะกลบอารมณ์ทั้งสิ้น แต่มือของนางกลับยกขึ้นโอบรอบคอเขา และพยักหน้าช้าๆ ด้วยเสียงหอบพร่าที่แทบไม่ออกเป็นคำ“ข้ายินยอม…”เขาครางต่ำในลำคอเมื่อได้รับคำตอบ มือหนากุมสะโพกนางไว้แน่น ขยับเอียงสะโพกและดันเข้าหาช้า ๆแรงกดนั้นแนบแน่น...ลึกลงทีละน้อย จนนางรู้สึกถึงแรงสอดแทรกที่เข้ามาภายใน ความอึดอัดเจือเจ็บเล็กน้อยปะปนความวาบหวามที่แผ่ซ่านราวสายฟ้าผ่านผิว“อื๊อ…!” หนิงอันสะดุ้ง กัดปากแน่น ร่างบอบบางกระตุกวูบเมื่อเขาขยับลึกเข้ามาอีกอ๋องเจ๋อก้มลงจูบหน้าผากนาง ซับเหงื่อและความสั่นไหวที่แล่นทั่วร่าง“อดทนหน่อยนะ... อีกนิดเดียว...”แล้วในจังหวะหนึ่งเขากระแทกสะโพกเข้าหานางเต็มแรงเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังพร่าตัดกับเสียงครางหวานที่ดังลอดออกมาจากริมฝีปากนางโดยไม่ทันได้ห้าม“อา… เจ๋อ...!”เขา
บทพิเศษ 1เจ้าจะปล่อยให้ข้าโหยทั้งคืนหรือ?ภายใต้แสงจันทร์อ่อนจางในห้องเงียบสงบ สองร่างที่นอนหันหลังให้กันในคราก่อนคืนนี้ไม่มีใครปล่อยให้จบไปแบบเดิมอีกต่อไปแล้ว บัดนี้สองคนได้พลิกกลับมาเผชิญหน้ากันแล้วดวงตาสองคู่สบประสานราวกับถูกดึงดูดเข้าหาอย่างควบคุมไม่ได้ ขณะที่ดวงตาคมเข้มของอ๋องเจ๋อเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันลึกซึ้ง ยากจะปิดบังไม่มีถ้อยคำใดเอื้อนเอ่ย มีเพียงความเงียบที่เร้าระหว่างลมหายใจกับหัวใจที่เต้นระรัวใบหน้าเขาค่อยๆ โน้มเข้าใกล้...ปลายจมูกเฉียดแก้มนางอย่างแผ่วเบา...กลีบปากแตะกลีบปากเพียงน้อยก่อนจะจุมพิตแนบแน่นโดยที่ไม่มีใครหลบสัมผัสแรกเหมือนน้ำชโลมในฤดูแล้ง ทั้งสองต่างโหยหา ทั้งสองต่างเคยห้ามใจ แต่ค่ำคืนนี้ไม่มีใครอยากห้ามอีกต่อไปหนิงอันเผยอรับจูบของเขาอย่างเต็มใจ มือเรียววางอยู่บนแผ่นอกก่อนจะค่อยๆ เลื่อนขึ้นโอบต้นคอ กลายเป็นการยอมรับโดยสมบูรณ์ จุมพิตร้อนแรงขึ้นช้าๆ ริมฝีปากของเขาลากไล้ลงมายังแนวกรอบหน้า ลำคอ ไล้ปลายลิ้นจนร่างบางสะท้านวูบครางหวานอย่างอดไม่ได้“ออ...เจ๋อ...” นางครางแผ่วเรียกชื่อเขาอย่างลืมตัวราวกับเสียงนั้นจุดไฟในใจชายหนุ่ม เขากดร่างนางลงนอนราบใต้ร่างตน แผ่
บทที่ 7ไม่ต้องยุ่งเรื่องของข้า!ชิงหมี่หลัวลากขาเข้าบ้านด้วยท่าทางคนปวดช้ำเช่นแผลที่ทุกคนเห็น ไม้พยุงที่อยู่ในมือราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างมาตลอดบัดนี้ถูกโยนทิ้งทันทีเมื่อก้าวผ่านพ้นประตูบ้านมา นางจึงพรูลมหายใจเฮือกใหญ่จากนั้นก็ใช้ผ้าชุบน้ำลูบผ่านรอยช้ำที่วาดไว้ทั่วกาย“เดินช้าจนปวดขาจริง ๆ เสียแล
ซูเหมยหลานหันขวับไปมองลูกชายอีกคราแต่ไม่ใช่เพราะเรื่องเดิมอีกแล้วตอนนี้มีอีกประเด็นที่น่าสนใจกว่า นางเพิ่งนึกได้ว่าลูกนางเคยสัญญากับตนว่าจะไม่ไปยุ่งกับแม่สตรีแพศยานางนี้อีก แล้วเหตุใดจึงไปโดนตีได้เล่า ยิ่งหมี่หลัวยืนยันว่าตนอยู่บ้านนั่นหมายถึงบุตรชายนางไปหาอย่างนั้นหรือ?!ฝ่ายหานจื่อเผิงเองก็เพิ่งน
บทที่ 6ใครตีพวกเขากันแน่ณ หน้าบ้านสกุลหานบัดนี้คลาคล่ำไปด้วยคนมากกว่าปกติ บ้างทำทีรดน้ำผักที่หน้าบ้านของตนแต่สายตาเหลือบมองมา บ้างยืนคุยกับเพื่อนบ้านใต้ชายคาเหมือนผ่านมาโดยบังเอิญ แต่สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปยังลานกว้างที่ครอบครัวหัวหน้าหมู่บ้านยืนอยู่หานซื่อชุน ชายพุงพลุ้ยผู้เป็นหัวหน้าหมู่บ้านก
บทนำ 1 หมู่บ้านสตรีในชุดเนื้อผ้าหยาบสีซีดมีรอยปะหลายรอย นาม ชิงหมี่หลัวก้าวลึกเข้าไปตามทางเดินแคบ ๆ ที่คดเคี้ยวขึ้นสู่ไหล่เขาในป่าลึก ตะกร้าบนหลังแกว่งเบา ๆ ตามจังหวะเดิน หลังจากเก็บเห็ด ขุดสมุนไพรและล่าไก่ป่าได้สองตัว นางยังไม่คิดกลับบ้านเช่นทุกวัน เพราะที่ปลายจมูกเหมือนได้กลิ่นบางอย่างที่คุ้นเค












avaliações