Masukเรื่องที่ 1 ข้าทะลุมิติมาเลี้ยงท่านอ๋องจอมโหด .......... ข้าวก็แทบไม่มีกินแต่ดันช่วยทั้งสุนัขเตี้ยขี้ประจบ และเด็กน้อยหน้านิ่งขี้เอาแต่ใจ ชีวิตนางคงจะง่ายนักหรอก!
Lihat lebih banyakบทพิเศษ 2เรื่องประหลาดใจของหนิงอันหลังเหตุการณ์วุ่นวายสิ้นสุดลง อ๋องเจ๋อกับหนิงอันก็ตัดสินใจกลับไปยังเมืองเหนือในฐานะเจ้าเมืองเหนืออย่างเป็นทางการที่ชาวเมืองยอมรับแม้ตำแหน่งจะสูงส่ง แต่ทั้งสองกลับเลือกวิถีปกครองที่เรียบง่าย ยึดประชาชนในเมืองเป็นศูนย์กลาง อ๋องเจ๋อจัดตั้งระบบข้าหลวงใหม่ทั้งหมดโดยผ่านการพิจารณาจากความสามารถล้วน ๆ และฮ่องเต้ก็อนุญาต เขาตัดขาดระบบซื้อขายตำแหน่งอย่างเด็ดขาด ส่วนหนิงอันใช้ประสบการณ์จากโลกเดิมจัดการคลังเมืองอย่างมีระบบ สร้างความเชื่อมั่นให้ชาวเมืองจนเกิดเสียงเล่าลือไปทั่วว่าเจ้าเมืองคู่นี้ยุติธรรมและอบอุ่นดั่งเพลิงไฟท่ามกลางลมหนาวส่วนสกุลเซี่ยยังคงอยู่รอดโดยมีฮูหยินเอกเป็นผู้นำ นางเลิกดิ้นรนไขว่คว้าอำนาจ หันมาทำการค้าเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างสงบสุข ทุกสิ่งดูจะค่อย ๆ ฟื้นตัวในทางที่ดีแม้ฤดูหนาวจะมาเยือนพร้อมลมเย็นยะเยือกจนกระดูกสั่น แต่จวนเจ้าเมืองกลับอบอุ่นอย่างน่าประหลาด เพราะหัวใจของสองผู้ปกครองเต้นไปในจังหวะเดียวกัน...ไม่นานหลังกลับถึงเมืองเหนือ ข่าวลมหิมะแรกเริ่มกระจายไปทั่วเมือง ชาวเมืองต่างพูดกันว่าปีนี้หิมะจะตกเร็ว หนิงอันเงียบขรึมแต่สายตาที่แอบมองฟ้าค
แล้วนางก็รู้สึกได้…เขาขยับสะโพกเข้ามาแนบชิดมากขึ้น จนกลีบเนื้อนุ่มที่ชุ่มชื้นของนางสัมผัสกับความแข็งร้อนที่แนบอยู่ตรงรอยเชื่อมกลางกาย“อา...!” นางครางแผ่วเมื่อเขาสัมผัสตรงนั้นอย่างเจตนาอ๋องเจ๋อก้มลงกระซิบข้างหูนางอีกครั้ง เสียงทุ้มสั่นพร่า“ข้าอยากเป็นหนึ่งเดียวกับเจ้า...ให้ข้าไหม?”หนิงอันหลับตาแน่น ความเขินอายแทบจะกลบอารมณ์ทั้งสิ้น แต่มือของนางกลับยกขึ้นโอบรอบคอเขา และพยักหน้าช้าๆ ด้วยเสียงหอบพร่าที่แทบไม่ออกเป็นคำ“ข้ายินยอม…”เขาครางต่ำในลำคอเมื่อได้รับคำตอบ มือหนากุมสะโพกนางไว้แน่น ขยับเอียงสะโพกและดันเข้าหาช้า ๆแรงกดนั้นแนบแน่น...ลึกลงทีละน้อย จนนางรู้สึกถึงแรงสอดแทรกที่เข้ามาภายใน ความอึดอัดเจือเจ็บเล็กน้อยปะปนความวาบหวามที่แผ่ซ่านราวสายฟ้าผ่านผิว“อื๊อ…!” หนิงอันสะดุ้ง กัดปากแน่น ร่างบอบบางกระตุกวูบเมื่อเขาขยับลึกเข้ามาอีกอ๋องเจ๋อก้มลงจูบหน้าผากนาง ซับเหงื่อและความสั่นไหวที่แล่นทั่วร่าง“อดทนหน่อยนะ... อีกนิดเดียว...”แล้วในจังหวะหนึ่งเขากระแทกสะโพกเข้าหานางเต็มแรงเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังพร่าตัดกับเสียงครางหวานที่ดังลอดออกมาจากริมฝีปากนางโดยไม่ทันได้ห้าม“อา… เจ๋อ...!”เขา
บทพิเศษ 1เจ้าจะปล่อยให้ข้าโหยทั้งคืนหรือ?ภายใต้แสงจันทร์อ่อนจางในห้องเงียบสงบ สองร่างที่นอนหันหลังให้กันในคราก่อนคืนนี้ไม่มีใครปล่อยให้จบไปแบบเดิมอีกต่อไปแล้ว บัดนี้สองคนได้พลิกกลับมาเผชิญหน้ากันแล้วดวงตาสองคู่สบประสานราวกับถูกดึงดูดเข้าหาอย่างควบคุมไม่ได้ ขณะที่ดวงตาคมเข้มของอ๋องเจ๋อเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันลึกซึ้ง ยากจะปิดบังไม่มีถ้อยคำใดเอื้อนเอ่ย มีเพียงความเงียบที่เร้าระหว่างลมหายใจกับหัวใจที่เต้นระรัวใบหน้าเขาค่อยๆ โน้มเข้าใกล้...ปลายจมูกเฉียดแก้มนางอย่างแผ่วเบา...กลีบปากแตะกลีบปากเพียงน้อยก่อนจะจุมพิตแนบแน่นโดยที่ไม่มีใครหลบสัมผัสแรกเหมือนน้ำชโลมในฤดูแล้ง ทั้งสองต่างโหยหา ทั้งสองต่างเคยห้ามใจ แต่ค่ำคืนนี้ไม่มีใครอยากห้ามอีกต่อไปหนิงอันเผยอรับจูบของเขาอย่างเต็มใจ มือเรียววางอยู่บนแผ่นอกก่อนจะค่อยๆ เลื่อนขึ้นโอบต้นคอ กลายเป็นการยอมรับโดยสมบูรณ์ จุมพิตร้อนแรงขึ้นช้าๆ ริมฝีปากของเขาลากไล้ลงมายังแนวกรอบหน้า ลำคอ ไล้ปลายลิ้นจนร่างบางสะท้านวูบครางหวานอย่างอดไม่ได้“ออ...เจ๋อ...” นางครางแผ่วเรียกชื่อเขาอย่างลืมตัวราวกับเสียงนั้นจุดไฟในใจชายหนุ่ม เขากดร่างนางลงนอนราบใต้ร่างตน แผ่
บทส่งท้ายแสงรุ่งอ่อนสาดลอดม่านไม้ไผ่ เสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังขึ้นจากทางเดิน หลี่เฟิงค้อมตัว รายงานทั้งยังหอบจากการวิ่ง“ท่านอ๋อง ข่าวดีขอรับ... ทหารจากกรมอาญาจับสตรีเจ้าสำนักชีหยางหมางได้แล้ว”อ๋องเจ๋อที่ถือถ้วยชาอยู่เงยหน้าเพียงนิด กลิ่นชาอุ่นคลออยู่ในอากาศ ข้างกายมีหนิงอัน อาหลานที่เพิ่งวางถาดผลไม้ลง“ว่ามา”เสียงเขาเรียบสายตาไม่ละจากการมองหนิงอันเดี๋ยวหยิบเดี๋ยววางผลไม้หลี่เฟิงค้อมตัวรับคำสั่ง “พบเรือนลับของนางอยู่ชานเมือง มีร่องรอยพิธีประหลาด... และศพสตรีจำนวนมากถูกฝังไว้โดยรอบ ล้วนเป็นผู้ที่หายตัวไปก่อนหน้านี้” เขาหยุดหายใจนิดหนึ่งก่อนพูดต่อ “เจ้าสำนักใช้วิชาสะกดใจให้สตรีในเมืองหลวงหลงเชื่อว่านางคือผู้บำเพ็ญเพียรจากสวรรค์ แม้แต่ไทเฮาเองก็เกือบตกอยู่ในอำนาจของนาง ทุกครั้งที่นางทำพิธีถ่ายทอดพลัง ผู้ถูกเลือก... ไม่มีใครรอดเลยพ่ะย่ะค่ะ”มือของหนิงอันบนตักแน่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว นิ้วเรียวสั่นเล็กน้อยจากแรงที่กดไว้มากเกินไป นางยกถ้วยชาแนบปาก กลิ่นใบชาร้อนแตะปลายจมูกแต่กลับไม่อาจกลืนลงได้ง่าย“...สุดท้ายนางก็หนีไม่พ้นกรรมของตน” เสียงของนางแผ่วราวกลั่นมาจากลำคออ๋องเจ๋อเหลือบมองนาง แสงจาก
บทที่ 7ไม่ต้องยุ่งเรื่องของข้า!ชิงหมี่หลัวลากขาเข้าบ้านด้วยท่าทางคนปวดช้ำเช่นแผลที่ทุกคนเห็น ไม้พยุงที่อยู่ในมือราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างมาตลอดบัดนี้ถูกโยนทิ้งทันทีเมื่อก้าวผ่านพ้นประตูบ้านมา นางจึงพรูลมหายใจเฮือกใหญ่จากนั้นก็ใช้ผ้าชุบน้ำลูบผ่านรอยช้ำที่วาดไว้ทั่วกาย“เดินช้าจนปวดขาจริง ๆ เสียแล
ซูเหมยหลานหันขวับไปมองลูกชายอีกคราแต่ไม่ใช่เพราะเรื่องเดิมอีกแล้วตอนนี้มีอีกประเด็นที่น่าสนใจกว่า นางเพิ่งนึกได้ว่าลูกนางเคยสัญญากับตนว่าจะไม่ไปยุ่งกับแม่สตรีแพศยานางนี้อีก แล้วเหตุใดจึงไปโดนตีได้เล่า ยิ่งหมี่หลัวยืนยันว่าตนอยู่บ้านนั่นหมายถึงบุตรชายนางไปหาอย่างนั้นหรือ?!ฝ่ายหานจื่อเผิงเองก็เพิ่งน
บทที่ 6ใครตีพวกเขากันแน่ณ หน้าบ้านสกุลหานบัดนี้คลาคล่ำไปด้วยคนมากกว่าปกติ บ้างทำทีรดน้ำผักที่หน้าบ้านของตนแต่สายตาเหลือบมองมา บ้างยืนคุยกับเพื่อนบ้านใต้ชายคาเหมือนผ่านมาโดยบังเอิญ แต่สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปยังลานกว้างที่ครอบครัวหัวหน้าหมู่บ้านยืนอยู่หานซื่อชุน ชายพุงพลุ้ยผู้เป็นหัวหน้าหมู่บ้านก
“ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกัน เจ้ามันสตรีหน้าไม่อาย...”หัวใจผู้ใหญ่ในร่างเด็กน้อยวัยหกขวบเต้นถี่รัว ที่แท้เมื่อครู่ก้อนนุ่มนิ่มคือหน้าอกของนางนั่นเอง เมื่อตระหนักเช่นนั้นแล้วใบหน้าขาวผ่องก็แดงก่ำจนเห็นชัดแม้ท่ามกลางความมืด“เจ้ากลัวจนหน้าแดงไม่ไหวอยู่แล้วยังมาสนใจชายหญิงอะไรอีก เฮ้อ... อีกอย่างเจ้าก็ยั


















Ulasan-ulasan