ข้าทะลุมิติมาเลี้ยงท่านอ๋องจอมโหด

ข้าทะลุมิติมาเลี้ยงท่านอ๋องจอมโหด

last updateHuling Na-update : 2026-08-18
By:  มายุมายูมายาIn-update ngayon lang
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
10
1 Rating. 1 Rebyu
115Mga Kabanata
1.5Kviews
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

เรื่องที่ 1 ข้าทะลุมิติมาเลี้ยงท่านอ๋องจอมโหด .......... ข้าวก็แทบไม่มีกินแต่ดันช่วยทั้งสุนัขเตี้ยขี้ประจบ และเด็กน้อยหน้านิ่งขี้เอาแต่ใจ ชีวิตนางคงจะง่ายนักหรอก!

view more

Kabanata 1

 บทนำ 1 หมู่บ้าน

 บทนำ 1 หมู่บ้าน

สตรีในชุดเนื้อผ้าหยาบสีซีดมีรอยปะหลายรอย นาม ชิงหมี่หลัวก้าวลึกเข้าไปตามทางเดินแคบ ๆ ที่คดเคี้ยวขึ้นสู่ไหล่เขาในป่าลึก ตะกร้าบนหลังแกว่งเบา ๆ ตามจังหวะเดิน หลังจากเก็บเห็ด ขุดสมุนไพรและล่าไก่ป่าได้สองตัว นางยังไม่คิดกลับบ้านเช่นทุกวัน เพราะที่ปลายจมูกเหมือนได้กลิ่นบางอย่างที่คุ้นเคย...

ไป๋หูสุนัขสีขาวขนาดกลางที่ตามนางมาติด ๆ ดมพุ่มไม้เป็นระยะ พอเดินขึ้นสูงขึ้น อากาศก็ยิ่งเย็นจัดจนปลายจมูกยิ่งเปียกชื้น

ยามเมื่อภาพตรงหน้าก็ปรากฏขึ้นดวงตาที่เหนื่อยล้าก็เปิดประกายแวววาบ ดงต้นชาที่ขึ้นเรียงไกลจนสุดสายตา ยอดอ่อนสีเขียวสดเรียงเป็นระลอกคล้ายคลื่นที่มีชีวิต ยามแสงในฤดูใบไม้ผลิส่องกระทบ พวกมันประกายวิบ ทั้งภูเขาเหมือนปกคลุมด้วยแผ่นพรมเขียวไม่มีที่สิ้นสุด

หัวใจที่เรียบนิ่งมานานเต้นโครมครามอย่างไม่อาจต้านทาน

“ไป๋หู…เจ้าเห็นไหม!” นางก้มลงกระซิบเสียงสั่นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นอย่างเก็บไม่อยู่

ไป๋หูมองสลับระหว่างนางกับต้นชา ก่อนยกหางขึ้นทำท่าวิ่งวนสองรอบคล้ายดีใจไปด้วย แต่แววตากลมใสนั้นกลับเต็มไปด้วยความงุนงง

ชิงหมี่หลัวหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ยืนเท้าเอวแกล้งบ่นกับมัน “เจ้าเสแสร้งเก่งนัก ถ้าพูดได้คงบอกว่าข้าบ้าล่ะสิ ใช่ไหม?”

ไป๋หูหยุดวิ่ง หูตั้งเล็กน้อยเหมือนยอมรับโดยไม่โต้เถียง

นางเดินลุยเข้าไปในดงชา ยอดอ่อนแตะข้อแขนเบา ๆ ใบชาสะท้อนแสงเป็นประกายราวกับทักทาย มือเรียวเอื้อมไปแตะยอดหนึ่งอย่างระมัดระวัง รอยยิ้มผุดขึ้นท่ามกลางความมืดมิดแบบที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนักตั้งแต่นางฟื้นในโลกใบใหม่นี้

“เงินอาจสำคัญ…แต่การได้ดื่มมัทฉะทุกวันสำหรับข้าสำคัญกว่าเสียอีก...” นางพึมพำกับต้นชาเหมือนบอกความลับให้เพื่อนสนิท

ความคิดนั้นทำให้นางนึกย้อนไปถึงวันอุบัติเหตุก่อนมาอยู่ในยุคนี้ ภาพแก้วมัทฉะในมือกับรถพุ่งชนดังปะทะเข้ามาพร้อมกัน มันไวเกินกว่าจะตั้งคำถาม เพียงเสี้ยววินาทีถัดมา นางก็ลืมตาขึ้นในร่างสตรีวัยสิบแปดเพียงผู้เดียวบ้านหลังเล็กท้ายหมู่บ้านเฉียนหลิง

ชาวบ้านต่างพูดกันว่าเด็กสาวเจ้าของร่างนี้ ผิวพรรณและใบหน้างดงามเกินกว่าจะเป็นบุตรนายพราน ตอนที่บิดามารดามีชีวิตอยู่จึงเป็นที่หมายปองของชายหลายคนในหมู่บ้าน ทว่าน่าเวทนาที่กลายเป็นเด็กกำพร้าบิดามารดาก่อนจะออกเรือนเสียแล้ว

หลังบิดาและมารดาตายไป ผ่านมาไม่กี่ปีร่างเดิมก็ตายก่อนที่วิญญาณจากยุคปัจจุบันเช่นนางจะมาเกิดใหม่ในร่างนี้แทน นางไร้ความทรงจำที่ร่างเดิมมีแต่กลับจำผู้คนและเรื่องราวโดยรอบได้บ้างอย่างน่าประหลาดใจ

จะบอกว่าเป็นบุญของนางที่ได้มีชีวิตใหม่อีกครั้งหรือไม่กันนะ ...เกิดใหม่ทั้งทีขอมีครอบครัวสักหน่อยก็ไม่ได้ เหตุใดต้องกำพร้าพ่อแม่เหมือนเดิมด้วยกัน

หมี่หลัวอยู่ในร่างนี้มาไม่กี่วันก็เริ่มจับทางชีวิตต่อแต่นี้ได้แล้ว การดำเนินชีวิตโดดเดี่ยวผ่านมากระทั่งวันหนึ่งตอนล่าสัตว์ นางเจอสุนัขขนสีขาวเปื้อนโคลนตัวหนึ่งนอนหายใจแผ่วเบาที่ขามีกัดรอยฉีกเหมือนผ่านศึกกับฝูงสัตว์ดุร้ายมา นางเพียงเห็นภาพนั้น หัวใจก็หวิวเหมือนถูกดึงลงสู่ด้านล่าง ด้วยสัญชาตญาณรักสัตว์นางจึงอุ้มมันกลับมาที่บ้าน ปฐมพยาบาล ทำแผลให้มัน ให้อาหารมันแม้ตัวเองแทบไม่มีอะไรประทังชีวิตแล้วก็ตาม เมื่อมันลืมตาขึ้นมองนางครั้งแรกตั้งแต่นั้นก็ไม่ยอมไปไหนอีกเลย

นางตั้งชื่อมันว่าไป๋หู และเลี้ยงเป็นสหายคลายเหงามาจนบัดนี้

ไป๋หูเดินมาชนแข้งนางในตอนนี้ราวกับเตือนให้หยุดคิดมาก ทำให้นางกลับสู่ความจริง

ยอดชาอ่อนเต็มเขา ไม่มีใครเก็บ คงเพราะไม่มีใครรู้คุณค่ามัน แต่สำหรับนางนี่คือขุมสมบัติของแท้!

หมี่หลัวรีบลงเขาไปหยิบเอาผ้าห่มผืนของบิดามารดาที่ลาจากโลกนี้ไป ตัดไผ่เป็นท่อนทำเป็นโครงอย่างง่าย เพื่อสร้างเพิงเล็ก ๆ คลุมใบชาไว้ส่วนหนึ่ง รอเวลาให้ใบชานี้กลายเป็นใบชาที่เหมาะสำหรับนำไปบดเป็นชงมัทฉะดื่มกิน

ชาติก่อนนางมีความฝันอยากผลิตผงมัทฉะวางขายและเปิดคาเฟ่เล็ก ๆ ตอนนั้นจึงศึกษาวิธีการมากมายไม่คิดว่าจะได้มาใช้ในชีวิตที่สองในยุคโบราณที่ยังไม่มีผู้ใดคิดค้นการชงชาแบบมัทฉะเช่นนี้

ความตื่นเต้นจากการลงมือทำสิ่งที่รักทำให้ เช้าวันนี้มือไม้ของนางทำงานคล่องจนผ้าปลิวตามลมเหมือนกำลังมีชีวิต หรือแม้แต่เจ้าไป๋ก็สะบัดหางสีขาวแรงจนใบชาข้าง ๆ สั่นไหวราวกับตื่นเต้นตามไปด้วย

หลังจากผูกเพิงเสร็จ นางก็ก้มลงเก็บยอดชาอ่อนใส่ตะกร้าจนเต็ม นางอยากรู้อยากลองว่าหากนำไปขายจะได้ในราคาเท่าไหร่ รู้ตัวอีกทีแสงท้ายของวันก็เจือจางจนขอบท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีม่วงแล้ว กลิ่นฝนคลออยู่ในอากาศจนสูดได้จากปลายลมหายใจแรก ชิงหมี่หลัวรวบของเก็บเตรียมลงจากเขาให้เร็วที่สุด

ไป๋หูวิ่งนำหน้าไป หมี่หลัวก้าวเท้าต่ออย่างเร่งรีบ จนกระทั่งเสียงบางอย่างแทรกเข้ามาท่ามกลางเสียงใบไม้ไหว

ไม่ใช่เสียงสัตว์ ไม่ใช่เสียงลม แต่เป็นเสียงหอบสั้น ๆ คล้ายคนสูดลมหายใจเข้าออกอย่างเจ็บปวด

ฝีเท้านางหยุดชะงักทันที ไป๋หูขู่คำรามเสียงต่ำ สิ่งที่เห็นทำให้ลมหายใจของนางสะดุดไปเสี้ยววินาที

...เป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งนอนคว่ำอยู่บนพื้นดิน ผ้าคลุมแฉะไปด้วยเลือดจนเป็นสีดำเข้ม มีรอยแผลยาวขนาดใหญ่กลางหลัง ขาข้างหนึ่งบิดผิดรูปจนมองเห็นได้ชัด ลมหายใจของเขาเบาเสียจนเหมือนพร้อมจะดับไป

หัวใจของนางหดแน่นวูบหนึ่ง ทั้งความตกใจและความรู้สึกบางอย่างที่คุ้นเคย ...ภาพคล้ายตอนเจอไป๋หูครั้งแรกซ้อนทับกันโดยไม่ตั้งใจ

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata

Rebyu

pitpimol pitanilaphalin
pitpimol pitanilaphalin
ได้อ่านแค่ 12 ตอน ก็สนุกติดลมซะแล้ว อย่าลืมมาอัพต่อนะคะ ขอบคุณค่ะ
2026-06-04 15:57:16
2
0
115 Kabanata
 บทนำ 1 หมู่บ้าน
บทนำ 1 หมู่บ้านสตรีในชุดเนื้อผ้าหยาบสีซีดมีรอยปะหลายรอย นาม ชิงหมี่หลัวก้าวลึกเข้าไปตามทางเดินแคบ ๆ ที่คดเคี้ยวขึ้นสู่ไหล่เขาในป่าลึก ตะกร้าบนหลังแกว่งเบา ๆ ตามจังหวะเดิน หลังจากเก็บเห็ด ขุดสมุนไพรและล่าไก่ป่าได้สองตัว นางยังไม่คิดกลับบ้านเช่นทุกวัน เพราะที่ปลายจมูกเหมือนได้กลิ่นบางอย่างที่คุ้นเคย...ไป๋หูสุนัขสีขาวขนาดกลางที่ตามนางมาติด ๆ ดมพุ่มไม้เป็นระยะ พอเดินขึ้นสูงขึ้น อากาศก็ยิ่งเย็นจัดจนปลายจมูกยิ่งเปียกชื้นยามเมื่อภาพตรงหน้าก็ปรากฏขึ้นดวงตาที่เหนื่อยล้าก็เปิดประกายแวววาบ ดงต้นชาที่ขึ้นเรียงไกลจนสุดสายตา ยอดอ่อนสีเขียวสดเรียงเป็นระลอกคล้ายคลื่นที่มีชีวิต ยามแสงในฤดูใบไม้ผลิส่องกระทบ พวกมันประกายวิบ ทั้งภูเขาเหมือนปกคลุมด้วยแผ่นพรมเขียวไม่มีที่สิ้นสุดหัวใจที่เรียบนิ่งมานานเต้นโครมครามอย่างไม่อาจต้านทาน“ไป๋หู…เจ้าเห็นไหม!” นางก้มลงกระซิบเสียงสั่นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นอย่างเก็บไม่อยู่ไป๋หูมองสลับระหว่างนางกับต้นชา ก่อนยกหางขึ้นทำท่าวิ่งวนสองรอบคล้ายดีใจไปด้วย แต่แววตากลมใสนั้นกลับเต็มไปด้วยความงุนงงชิงหมี่หลัวหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ยืนเท้าเอวแกล้งบ่นกับมัน “เจ้าเสแสร้งเก่งนัก
Magbasa pa
บทนำ 2 เจอเด็กชาย
นางคุกเข่านั่งย่อลง ใช้มือตะแคงหน้าเด็กชายขึ้นเล็กน้อย ผิวขาวซีดจัดเริ่มไร้เลือดฝาด คิ้วเข้มได้รูป ริมฝีปากแตกระแหงจากการขาดน้ำมานาน ผิวกายยามนางสัมผัสเย็นจัดเหมือนคมมีดถูกแช่ในหิมะ ดวงตาของเด็กน้อยลืมขึ้นเพียงครึ่ง…“อย่างน้อย…ก็ช่วยให้เจ้าไม่ต้องตากฝนจนตายในคืนนี้ก่อนแล้วกัน”นางพึมพำแผ่วเบาขณะมือก็เคลื่อนไหวนำมีดตัดชายเสื้อตนเองเป็นผ้ายาวหลายเส้น ก่อนใช้กิ่งไม้ทำเฝือกขนาดพอดี ดามขาของเด็กน้อยอย่างคล่องแคล่ว ความชำนาญเหล่านี้ได้มาจากชีวิตที่ต้องพึ่งตนเองมาโดยตลอด นางเป็นเด็กกำพร้าที่ดิ้นรนมีทุกอย่างด้วยตนเอง ไร้คนสนับสนุน“ไม่ต้องมาทำตาไม่พอใจเลยเจ้าไป๋หู ถือว่าข้าเก็บเด็กหลงป่าได้อีกคน…ไม่ต่างจากช่วยเจ้าในวันนั้นหรอกน่า”ไป๋หูเห่าอื้ออึงเหมือนไม่พอใจที่ถูกนำไปเปรียบกับผู้อื่น อีกทั้งยังนั่งลงหันหน้าออกจากนาง แสดงออกว่างอนนางดวงตาคู่ของเด็กน้อยที่หรี่อยู่เปิดขึ้นกว้างกว่าเดิมเพราะคำพูดเมื่อครู่ สิ่งที่เขาได้ยินเต็มสองหู ทำให้แววตาเยือกเย็นแสดงออกถึงความไม่พอใจเช่นกันริมฝีปากเด็กกระตุกเล็กน้อย คล้ายอยากเอ่ยคำบางคำออกมาแต่กลับอ้าปากพะงาบแต่ไร้เสียง ทว่าในหัวกลับกำลังตะโกนก้องบังอาจ
Magbasa pa
บทที่ 1 ไม่มีคนตายเพิ่มอีกคน
ชิงหมี่หลัวกระชับตะกร้าด้านหลังเล็กน้อยก่อนก้าวขึ้นไปนั่งบนที่ว่างอย่างคล่องตัว นางประสานมือคำนับ “ลำบากท่านลุงแล้ว หากวันนี้ข้าขายของได้ ข้าจะซื้อชาให้ท่านตอบแทน”คำพูดเรียบง่ายทำให้รอยยิ้มบนหน้าชายเจ้าของเกวียนกว้างขึ้น ดูก็รู้ว่าไม่ค่อยมีใครพูดกับเขาอย่างให้เกียรติเช่นนี้นักล้อเกวียนบดดินไปตามจังหวะสม่ำเสมอ กลิ่นดินชื้นจากป่าตอนเช้าลอยมาตามลมจนผมของนางปลิวเบา ๆ ชายเจ้าของเกวียนเหลือบตามองนางอยู่พักหนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นเหมือนเช่นทุกที“เฮ้อ สตรีอย่างเจ้าอยู่คนเดียวมันเหนื่อยและยากนัก…หาสามีดี ๆ สักคนเถิด จะได้ไม่ลำบากเช่นนี้”ชิงหมี่หลัวคลี่ยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้โต้แย้งตรง ๆ แต่มีแววขัดแย้งอยู่“สำหรับข้าไม่ได้แต่งสามีเพื่อให้เขามาเลี้ยง หากแต่แต่งเพราะมีใจต้องกันอยากใช้ชีวิตที่เหลือร่วมกันสองคน ข้าทุกข์เขาช่วยคลาย เขาทุกข์ข้าช่วยปลอบ...หากไม่เจอคนเช่นนั้นข้าขอใช้ชีวิตคนเดียวไปตลอดชีวิตย่อมดีกว่าเจ้าค่ะ”ชาติก่อนนางเคยมีแฟนมาหลายคน เจอผู้ชายมาหลายแบบ เมื่อหมดรักก็แยกทางกันด้วยดีมาตลอด เพราะนางไม่เคยบังคับฝืนใจใคร นางคิดเสียว่าได้ลองใช้ชีวิตร่วมกันก่อนผูกพันธะแม้ทะลุมิติมาในยุ
Magbasa pa
บทที่ 2 เด็กน้อยผู้มีร่างกายล้ำค่า
บทที่ 2เด็กน้อยผู้มีร่างกายล้ำค่าภายในบ้านไม้เก่าที่เงียบจนได้ยินลมหายใจของตัวเอง เด็กน้อยขยับเปลือกตาเปิดขึ้นช้า ๆ แสงที่ลอดผ่านช่องไม้บาดเข้าตาให้ต้องหรี่ลง ลมเย็นที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่างไล้หัวกายทว่าความรู้สึกหวิวที่ท้องล่างทำให้เด็กน้อยนิ่งค้างไปชั่วอึดใจเขาก้มมองตัวเอง เสื้อตัวโคร่งซีดเก่าคลุมถึงหัวเข่า กลิ่นสาบบนเนื้อผ้าแตะปลายจมูกจนคิ้วเข้มกระตุก เบื้องล่างกลับว่างเปล่าไร้ผ้าใดปกปิด!บุรุษเช่นเขานอนโดยไม่สวมกางเกงไม่พอ คนที่กระทำเรื่องหน้าไม่อายทั้งหมดนี้ก็คงหนีไม่พ้นสตรีที่เขาเห็นหน้าเมื่อคืนเรื่องนี้ให้ใครรู้ไม่ได้เด็ดขาด ส่วนคนทำก็ต้องลงโทษตัดมือเท่านั้น!เมื่อคิดได้ดังนั้นสายตาก็กวาดมองรอบห้อง ผนังไม้ผุ โต๊ะเตี้ย แต่ไม่มีร่องรอยเสื้อผ้าของเขาแม้ชิ้นเดียว?!เขาตั้งใจจะลุกขึ้น ทว่าพอขยับเพียงนิดความเจ็บก็แล่นลึกตามแนวหลังจนเหงื่อผุดขึ้นเป็นเม็ด สมุนไพรที่ถูกแปะไว้หลุดหล่นลงพื้นเป็นก้อนเลอะไปทั่ว เตือนว่าร่างนี้ไม่พร้อมรับความดื้อรั้นของจิตใจเจ้าของเลยแม้แต่น้อยเขาที่แข็งแรงแต่พออยู่ในร่างเด็กที่ไม่คุ้นชินก็มีสภาพอนาถเช่นนี้...เด็กชายกัดฟันตาเถลือกถลนก่อนเอ่ยเสียงแหบพร่าจ
Magbasa pa
บทที่ 3 ข้าจะเผาพวกเจ้าให้สิ้น
ชิงหมี่หลัวที่เห็นท่าไม่ดีก็รีบคว้าเจ้าไป๋หูออกมาแม้คำพูดจะห้ามปรามแต่การกระทำราวปลอบประโลมทำให้คนถูกกระทำอย่างเด็กน้อยยิ่งไม่พอใจเข้าไปใหญ่ ไป๋หูทำหน้าเหมือนถูกจับได้ตอนกำลังแก้แค้น แล้วเดินกลับมาอย่างว่าง่ายแต่มีท่าทีแสดงออกถึงความภาคภูมิใจยิ่งเด็กน้อยยันตัวขึ้นช้า ๆ ดวงตาแดงก่ำแสดงออกว่าไม่พอใจ ผสมกับความเจ็บที่แล่นจากหลังขึ้นสู่ท้ายทอย เขาไม่พูดสักคำ เพียงเชิดคางราวกับประกาศว่าไม่คิดสุงสิงกับใครหน้าไหนทั้งนั้น อีกทั้งไม่มีแม้แต่สายตาสำนึกบุญคุณด้วยซ้ำ แต่หมี่หลัวที่เคยรับมือกับเด็กน้อยมามากมายนักตอนตนเป็นพี่คนโตในบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ชาติก่อนหาได้ใส่ใจสายตานี้...“เป็นอย่างไรบ้าง? เจ็บมากหรือไม่?” นางเอ่ยถามอย่างอ่อนโยนเด็กชายเมินหน้าหนีเช่นเคยแววตาตวัดออกไปทางหน้าต่างราวกับอากาศภายนอกน่าสนใจกว่าคนช่วยชีวิตเขาหมี่หลัวไม่ถือสา สายตาสอดส่ายสำรวจบาดแผลของเด็กน้อยเห็นว่าแผลปริออกหลายแห่ง พวกสมุนไพรก็หลุดออกหมดแล้วน่าจะมาจากการที่เด็กน้อยขยับตัวมากเกินไปก่อนหน้า“อืม…คงเพราะเจ้าลุกหยิบของเองเลือดถึงได้ซึมแบบนี้สินะ” นางพึมพำเบา ๆ คล้ายรู้สึกผิดไปด้วย “ข้าลืมคิดเรื่องนั้นไป เจ้าคง
Magbasa pa
บทที่ 3 เด็กปากแข็ง
“ข้ารู้ว่าเด็กน้อยส่วนใหญ่มักไม่ชอบกินผัก แต่เนื้อแพงมากน่ะ ข้าซื้อได้แค่นิดเดียวจึงนำมาตุ๋นเป็นน้ำแกงในข้าวต้มให้ได้รสชาติและกลิ่น…”เด็กส่งเสียงในคอเขารู้ว่าสตรีนางนี้ยากจนแต่เขาเลือกคนที่ช่วยตนไม่ได้จึงทำได้เพียงอดทนรอเวลาที่ร่างกายหายดีก่อน“ข้าไม่กิน”“ข้าวต้มนี่ อิ่มง่าย ลองดูสักคำก็ยังดี ผักนี้ไม่ต้องก็ดะ--”“วางไว้ เดี๋ยวข้ากินเอง”หากเขาไม่พูดเช่นนี้นางก็คงพูดตื๊อเขาอีกนั่นแหละ และเป็นดังคิดพอเขาบอกไปชิงหมี่หลัวก็ไม่เซ้าซี้ นางวางถาดบนโต๊ะเตี้ยแล้วลุกขึ้น“กินเยอะ ๆ แผลจะได้หายเร็ว ๆ ข้าไปทำอย่างอื่นก่อนแล้วกัน”เมื่อประตูปิดลง ห้องก็กลับสู่ความเงียบ เด็กน้อยมองถาดอาหารเหมือนมันเป็นศัตรู แต่ท้องกลับร้องดังขึ้นอีกจนเขาต้องกดมือบนท้องแรงกว่าเดิมเหมือนพยายามทำให้มันเงียบเขาเหลือบมองซ้ายขวา ราวกับต้องการแน่ใจว่าไม่มีใครเห็น ก่อนจะดึงถาดเข้าหาตัวแบบหงุดหงิด ตักข้าวต้มขึ้นคำหนึ่งด้วยสีหน้ารำคาญเต็มที่น้ำข้าวแตะลิ้นมอบความอบอุ่นได้อย่างไม่น่าเชื่อแววตาเขาสะดุ้งไหวเพียงทันใด อีกคำหนึ่ง แล้วอีกคำไม่กี่อึดใจถ้วยข้าวต้มก็ว่างเปล่าโดยที่เขาไม่รู้ตัวเมื่ออิ่ม ร่างเล็กก็หยุดนิ่งไปพักหนึ
Magbasa pa
บทที่ 4 บุตรชายของหัวหน้าหมู่บ้าน
บทที่ 4บุตรชายของหัวหน้าหมู่บ้านเช้าวันนี้ชิงหมี่หลัวอุ่นน้ำเต้าหู้ด้วยไฟอ่อน ๆ จนกลิ่นหอมฟุ้งปลุกทั้งบ้านให้ตื่นตาม นางทำซาลาเปาแบบยัดไส้ผักรวม อาจไม่ใช่อาหารหรูแต่ก็อิ่มท้องและเก็บได้นาน“มื้อเช้าเสร็จแล้วนะ”หมี่หลัวตะโกนบอกหน้าประตูห้องนอนที่เด็กน้อยอยู่ไม่เข้าไปเพราะไม่อยากรบกวนความเป็นส่วนตัวของเขา เสียงกุกกักข้างในทำให้นางพอเดาได้ว่าอีกฝ่ายตื่นแล้วและคงรับรู้สิ่งที่นางตะโกนบอกแล้วเช่นกันชิงหมี่หลัวสะพายตะกร้าเตรียมเครื่องมือขุด มีดสั้น และธนูขนาดเล็กติดตัวไปด้วยเพื่อเข้าป่าหาของขายแลกเงิน โดยมีไป๋หูวิ่งตามมาอย่างตื่นเต้นภายในบ้านกลับเงียบสนิทอีกครั้ง เด็กน้อยค่อย ๆ เปิดประตูออกอย่างระมัดระวัง แผลที่หลังยังตึงทุกครั้งที่ขยับแต่ดีขึ้นมากอย่างคนฟื้นตัวเร็วเขามองรอบบ้านของสตรีนางนั้น นี่เป็นการสำรวจคราแรกเลยก็ว่าได้ มองไปเพียงรอบเดียวก็เห็นว่าบ้านนี้ยากจนกว่าเขาคิดไว้มากนัก ไม้พื้นสึกจนขึ้นลายแตก ห้องครัวเล็ก ของที่มีก็เก่าและดูสภาพของบางอย่างควรทิ้งได้แล้วด้วยซ้ำแต่นางก็ยังนำมาใช้อย่างทรหด ไม่เว้นแม้กระทั่งหม้อและจานชามที่นางใส่อาหารมื้อเช้าไว้ให้เขา แต่เพื่อการอยู่รอดก็จำเป
Magbasa pa
บทที่ 4 ข้าไม่อาจให้เจ้าเป็นภรรยาเดียวได้
รอยยิ้มของเขาไม่ต่างจากมีดขึ้นสนิมที่ทั้งคมและดูสกปรกแม้จะเอ่ยคำพูดเชิงขอโทษอยู่ก็ตาม หมี่หลัวไร้ความทรงจำของร่างเดิมว่าเคยเผชิญกับอันใดมาบ้าง ไหนเลยนางจะเข้าใจว่าเขากำลังหมายถึงนัดคราไหน แต่มองจากสายตาของจื่อเผิงที่มองมาที่ตนแล้วนั้นนางก็รู้ได้ว่าไม่ควรอยู่ตรงนี้นาน ๆ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม“เรื่องนั้นข้าไม่ถือสาเจ้าหรอก แต่ตอนนี้ข้าต้องรีบไปหาของป่าก่อนมืด หากไม่มีธุระอื่น ข้าขอตัว...”คำพูดของนางนั้นขีดเส้นชัดเจนว่าไม่ต้องการอยู่ตรงนี้ ทว่าหานจื่อเผิงกลับเพียงยักไหล่ คราวนี้เขาไม่สนใจการขู่ของเจ้าไป๋หูแต่เดินก้าวเข้าหาหมี่หลัวมากขึ้นขณะที่นางก็ก้าวถอยหลังด้วยเช่นกัน“หึ หลัวเอ๋อร์เจ้าจะหาของป่าไปทำไมให้ลำบาก บัดนี้เจ้าไร้ที่พึ่งแล้วอย่าได้มัวแต่ยึดติดว่าต้องเป็นภรรยาเดียวอยู่เลย... แม้มารดาข้าไม่ชอบเจ้าก็จริงแต่หากเจ้าแต่งเป็นภรรยารองข้ารับรองว่านางไม่ห้ามแน่”อ้อ ที่แท้ร่างเดิมก็มีความสัมพันธ์เช่นนี้กับบุรุษหน้าตาร้ายกาจตรงหน้าเช่นนี้นี่เอง อย่างน้อยนี่ก็เป็นสิ่งเดียวที่ร่างเดิมมีสิ่งที่คล้ายกับนาง ส่วนบุรุษตรงหน้าดูแล้วคงชอบในความงามของร่างเดิมจึงตามตื๊อแม้ถูกปฏิเสธก็ตามหานจื่อ
Magbasa pa
บทที่ 5 เจ้ามันสตรีหน้าไม่อาย
บทที่ 5เจ้ามันสตรีหน้าไม่อายค่ำคืนวันนี้คืบคลานมาเร็วกว่าทุกคืน ด้วยเพราะวันก่อนฝนตกไปอากาศช่วงกลางคืนจึงยังหนาวเย็นอยู่บ้าง นางจึงต้องใช้เสื้อคลุมต่างผ้าห่มเช่นเคยส่วนเด็กชายตัวน้อยก็ยังคงนอนพักในห้องนอนของนางตามเดิมทว่าสิ่งที่ต่างกันออกไปนั้น นอกจากความมืดและความเงียบก็มีภัยร้ายตามมาด้วย...เสียงฝีเท้าย่องเบาสามคู่ลัดเลาะผ่านรั้วไม้เข้ามาอย่างง่ายดาย จุดมุ่งหมายคือห้องนอนของหมี่หลัวตามที่หานจื่อเผิงสืบรู้มา แต่ในห้องนั้นเจ้าของห้องบัดนี้คือ เด็กชายผู้บาดเจ็บที่ลืมตาโพลงเพราะรับรู้ได้ถึงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาเด็กน้อยลืมตาขึ้น ดวงตาหรี่เล็กวาวยะเยือกเขารู้ว่าเจ้าของฝีเท้าหนัก…สามคน ไม่ใช่สตรีนางนั้นแน่นอน…ไม่ใช่เจ้าเตี้ยสีขาวด้วย... อาจเป็นโจร? แต่เหตุใดพวกมันถึงได้เลือกปล้นบ้านที่ไร้ของมีค่าเช่นหลังนี้กันเด็กชายขยับตัวลุกอย่างทุลักทุเล แผลที่หลังตึงเจ็บปวดจนต้องกัดฟันกรามแน่น ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังฝืนไถร่างลงจากเตียงพร้อมมีดทำกับข้าวในมือที่เขาหยิบมาจากใต้หมอน ก่อนไปหลบใต้โต๊ะเตี้ยไม่ไกล เขาควบคุมลมหายใจให้ช้าและเบาลงรอเวลาเหมาะสม แม้ร่างจะเล็กไร้พละกำลังเช่นเดิมแต่สัญชาตญาณไม่หดหาย
Magbasa pa
บทที่ 5 เจ้าระวังตัวให้มาก
“ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกัน เจ้ามันสตรีหน้าไม่อาย...”หัวใจผู้ใหญ่ในร่างเด็กน้อยวัยหกขวบเต้นถี่รัว ที่แท้เมื่อครู่ก้อนนุ่มนิ่มคือหน้าอกของนางนั่นเอง เมื่อตระหนักเช่นนั้นแล้วใบหน้าขาวผ่องก็แดงก่ำจนเห็นชัดแม้ท่ามกลางความมืด“เจ้ากลัวจนหน้าแดงไม่ไหวอยู่แล้วยังมาสนใจชายหญิงอะไรอีก เฮ้อ... อีกอย่างเจ้าก็ยังเป็นเด็กเรื่องนี้ไว้ค่อยคิดตอนเจ้าโตเถอะ”“ไม่ต้องมาสั่งสอนข้า! สตรีบ้านป่าเช่นเจ้าฟังข้าไว้บ้างเถิด”นางหัวเราะเบา ๆ ยามได้ยินคำดูถูกของเด็กน้อยนางก็ไม่คิดถือสาอันใด เพราะนี่ไม่ใช่คำดูถูกแรกของวันนี้เสียหน่อย หากนางเก็บทุกคำพูดของทุกคนมาคิดมากคงไม่ต้องใช้ชีวิตกันแล้ว ทว่าท่าทีราวไม่เจ็บปวดกับคำด่าเขา ไหนจะการที่นางสามารถหัวเราะได้ในสถานการณ์ที่เพิ่งผ่านความตายมานี้ทำเอาคิ้วเข้มขมวดมุ่นสุดท้ายก็เอ่ยถามอย่างเก็บความสงสัยไม่ไหวอีกต่อไป...“แล้ว… เจ้าไม่กลัวหรือ?” เขาเผชิญหน้ากับนักฆ่ามามากมายไม่กลัวหาประหลาดไม่ แต่กับสตรีบ้านป่าเช่นนางกลับจัดการพวกนั้นได้อย่างง่ายดายนี่สิแปลก“ตอนแรกก็กลัว” นางตอบอย่างไม่อาย “แต่พอเห็นฝีมือพวกมันก็หายกลัวแล้วล่ะ ดูสิ ข้าปกป้องพวกเจ้าได้ด้วยนะ เป็นอย่างไรเก่ง
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status